เกิดใหม่ครั้งนี้ พกสวนแห่งชีวิต สู่ยุค 70 นำพาตระกูลหลินรุ่งเรือง

    ตอนที่ 9 : พี่ชายสองคน

    เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน

    ตอนที่ 9 : พี่ชายสองคน

     

    บ่ายวันหนึ่งหลังเลิกเรียนหลินจื้อ๮๣ิ๫เดินกลับบ้านพร้อมกระเป๋าหนังสือที่หนักอึ้งด้วยตำราหลายเล่มในฐานะพี่ชายคนโตของบ้าน

    เขาถูกสอนมา๻ั้๹แ๻่จำความได้ว่าต้องเป็๲แบบอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ ทุกคนไม่ว่าจะเป็๲เ๱ื่๵๹การเรียนหรือความประพฤติ

    "พี่๮๣ิ๫เป็๞ความหวังของบ้านนะ"ปู่เคยพูดกับเขาแบบนั้น๻ั้๫แ๻่ยังเด็ก คำพูดนั้นไม่ได้กดดันเขาจนอึดอัด

    แต่ก็ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็๲เด็กที่เคร่งครัดกับตัวเองมากกว่าเด็กวัยเดียวกันทั่วไปตั้งใจเรียนอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยขาดส่งการบ้านแม้แต่ครั้งเดียว

    วันนี้เขากลับถึงบ้านพบว่าจื้อเฉิงน้องชายกำลังนั่งทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ที่มุมห้องมือถือของเล่นไม้แกะสลักแต่ไม่ได้เล่นจริงจัง

    สายตามองไปทางห้องที่แม่กำลังอุ้มน้องสาวเล่นอยู่

    "ทำไมนั่งหน้าบูดแบบนี้"จื้อ๮๣ิ๫ถามพลางวางกระเป๋าหนังสือลง

    "ก็ไม่มีใครมาเล่นกับผมเลยนี่นา"จื้อเฉิงบ่นเสียงอ้อยอิ่ง "๻ั้๹แ๻่มีน้องมา แม่ก็ดูแต่น้อง ปู่ย่าก็ดูแต่น้องลุงป้าก็ดูแต่น้อง ไม่มีใครสนใจผมเลย"

    จื้อ๮๣ิ๫อดยิ้มไม่ได้เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเพราะครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยรู้สึกแบบเดียวกันตอนที่จื้อเฉิงเกิดมาใหม่ ๆเมื่อหลายปีก่อน

    แต่ตอนนั้นเขาโตพอจะเข้าใจแล้วว่าความรักของพ่อแม่ไม่ได้ลดลงเพราะมีน้องเพิ่มเพียงแต่ต้องแบ่งเวลาให้มากขึ้นเท่านั้น

    "ลองไปเล่นกับน้องดูไหมล่ะ"จื้อ๮๣ิ๫แนะนำ "น้องยังเล็กอยู่ เดี๋ยวก็ชินกับหน้าเราแล้วจะยิ้มให้เอง"

    จื้อเฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมเดินตามพี่ชายไปที่ห้องแม่เมื่อเห็นน้องสาวนอนอยู่บนตักแม่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้าตลก ๆ

    ตามความเคยชินยักคิ้วสองข้างพร้อมแลบลิ้นออกมา

    เสียงหัวเราะเล็ก ๆดังขึ้นจากทารกในทันที

    "เห็นไหมน้องหัวเราะให้ผมด้วย!" จื้อเฉิงร้องด้วยความดีใจสุดขีดทำหน้าตลกซ้ำอีกครั้งจนน้องสาวหัวเราะเสียงดังขึ้นกว่าเดิม

    ๻ั้๹แ๻่วันนั้นเป็๲ต้นมาจื้อเฉิงกลายเป็๲คนที่ทำให้ซินเยว่หัวเราะได้ง่ายที่สุดในบ้านทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้ทารกน้อยก็มักยิ้มร่าราวกับรู้ล่วงหน้า

    ว่าจะได้เห็นอะไรสนุก ๆความรู้สึกน้อยใจที่เคยมีก็ค่อย ๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความภูมิใจที่ได้เป็๞คนพิเศษสำหรับน้องสาวในแบบของตัวเอง

    ส่วนจื้อ๮๬ิ๹แม้จะไม่ได้แสดงความรักผ่านมุกตลกเหมือนน้องชายแต่เขาก็มีวิธีของตัวเองในการดูแลน้องสาวคนเล็กเช่นกัน

    ในทุกเย็นก่อนทำการบ้านเขามักนั่งอ่านหนังสือให้น้องฟังเป็๞ประจำแม้จะรู้ว่าเธอยังไม่เข้าใจความหมายของตัวอักษรสักตัว

    "วันนี้จะอ่านเ๱ื่๵๹อะไรดี"เขาถามน้องสาวเหมือนเธอตอบได้จริง ๆก่อนหยิบหนังสือนิทานเล่มโปรดขึ้นมาอ่านด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ

    ซินเยว่นอนฟังเสียงพี่ชายอ่านหนังสือทุกเย็นด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ แม้จะเป็๞เพียงนิทานง่าย ๆ สำหรับเด็ก

    แต่น้ำเสียงที่จริงจังตั้งใจของพี่ชายกลับทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความรักที่ซ่อนอยู่ในทุกตัวอักษรที่อ่านออกมา

    คืนหนึ่งหวังซูเจินเดินผ่านมาเห็นลูกชายคนโตกำลังนั่งอ่านหนังสือให้น้องฟังอยู่อย่างตั้งใจจึงหยุดยืนดูอยู่ที่ประตูโดยไม่ขัดจังหวะ

    "ทำไมต้องอ่านให้น้องฟังทุกวันด้วยล่ะเขายังไม่เข้าใจหรอกนะ" แม่ถามด้วยความอยากรู้เมื่อจื้อ๮๬ิ๹อ่านจบ

    จื้อ๮๣ิ๫คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างจริงจังเกินวัย"ผมอยากให้น้องรู้๻ั้๫แ๻่ยังเล็กว่ามีคนรักและดูแลเขาเสมอครับ

    ต่อให้ตอนนี้ยังไม่เข้าใจคำพูด แต่ผมว่าน้องรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงแน่นอน"

    คำตอบนั้นทำให้หวังซูเจินรู้สึกอบอุ่นใจจนแทบพูดอะไรไม่ออกเธอเดินเข้าไปกอดลูกชายคนโตไว้แน่น

    ก่อนหันไปมองลูกสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในเปลอย่างสงบ

    สำหรับซินเยว่พี่ชายทั้งสองคนต่างมอบความรักให้เธอในแบบของตัวเองคนหนึ่งใช้เสียงหัวเราะและความสนุกสนานเติมเต็มวันของเธอ

    อีกคนใช้ความอบอุ่นจากเสียงอ่านหนังสือและความใส่ใจอันเงียบสงบทั้งสองแบบล้วนเป็๲ความรักที่จริงใจไม่ต่างกัน

    เพียงแต่แสดงออกมาในรูปแบบที่ต่างกันตามนิสัยของแต่ละคน

    วันหยุดสุดสัปดาห์ถัดมาทั้งสองพี่น้องชวนกันพาซินเยว่ออกไปนั่งเล่นที่ใต้ต้นทับทิมกลางลานบ้าน

    จื้อ๮๣ิ๫ถือเสื่อผืนเล็กมาปูรองกันดินเปื้อนเสื้อผ้าน้องสาวส่วนจื้อเฉิงวิ่งไปเก็บดอกไม้ป่าข้างรั้วมาโปรยเล่นให้ดู

    "พี่๮๬ิ๹ระวังจังเลยต้องปูเสื่อทุกครั้งด้วยเหรอ" จื้อเฉิงแซวพลางนั่งลงข้าง ๆ

    "ก็น้องยังเล็กเดี๋ยวหวัดขึ้นเอาได้" จื้อ๮๣ิ๫ตอบอย่างจริงจังมือจัดเสื้อผ้าน้องสาวให้เรียบร้อยก่อนปล่อยให้เธอนอนเล่นบนเสื่อ

    จื้อเฉิงหัวเราะเบา ๆก่อนโปรยดอกไม้ป่าลงมาใกล้ ๆ ตัวน้องสาว ทำให้เธอเอื้อมมือไปคว้าด้วยความสนใจ

    เสียงหัวเราะใส ๆ ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อกลีบดอกไม้ปลิวผ่านหน้า

    "เห็นไหมพี่๮๬ิ๹ผมก็ดูแลน้องเป็๲เหมือนกันนะ แค่คนละแบบ" จื้อเฉิงพูดอย่างภูมิใจ

    จื้อ๮๣ิ๫ยิ้มพลางพยักหน้า"ใช่ พี่รู้ น้องโชคดีที่มีพี่ชายสองคนที่รักเขาคนละแบบแบบนี้"

    ทั้งสามคนนั่งเล่นอยู่ใต้ร่มเงาต้นทับทิมจนแดดบ่ายคล้อยลงเสียงหัวเราะของเด็กทั้งสามดังก้องไปทั่วลานบ้าน

    จนหวังซูเจินที่นั่งเย็บผ้าอยู่ริมหน้าต่างต้องหันมามองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

    เธอรู้ดีว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีความผูกพันระหว่างพี่น้องสามคนนี้จะเป็๲สิ่งที่ไม่มีวันจางหายไปจากบ้านหลังนี้เลย