บทที่ 21: เสียงเพลงปริศนาจากหอพิง
ทั่ววังเหนือยังวุ่นวายด้วยข่าว
“องค์ชายรองอาจเป็ผู้ถือดาบอาญาสิทธิ์หยกดำ”
แต่ท่ามกลางข่าวเลวร้ายทั้งหมด—
ในค่ำคืนเดียวกันนั้น
มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น…
สิ่งที่ทำให้เส้นทางของซูอินและองค์ชายฉีอวิ้น
เปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ
⭐ 1) เสียงดนตรีที่ไม่ควรมีในค่ำคืนแบบนี้
ซูอินถูกพากลับตำหนักขององค์ชาย
ด้วยคำสั่งเข้มงวดว่า
“คืนนี้ เ้าต้องอยู่ใกล้ข้า
ไม่เช่นนั้นอาจหายไปอีกคน”
ซูอินเบิกตาโต
“ท่านกำลังพูดราวกับข้าเป็เด็กหลงตลาดนะเพคะ!”
องค์ชายตอบเฉย ๆ
“เ้าก็ดูหลงตลาดอยู่ไม่น้อย”
ซูอิน
“ท่านนี่นะ!!!”
ยังไม่ได้เถียงจนจบ
ก็เกิดเสียงอะไรบางอย่าง…
เสียงคล้าย “พิณโบราณ”
ดังลอยขึ้นมาจาก หอพิง
(หอสูงสุดของวังเหนือ—ที่ไม่มีใครกล้าเข้า)
ซูอินสะดุ้ง
“ตอนนี้คือเที่ยงคืน… ใครเล่นพิณ? ใครเป็พนักงานกะดึกหรือคะ!?”
องค์ชายฉีอวิ้นหรี่ตา
“เสียงนี้… ไม่ควรปรากฏในโลกมนุษย์”
⭐ 2) ความลับของหอพิง
ฉากอาหาร: ไก่ทอดจากโลกอนาคต — เหยื่อล่อในคืนต้องห้าม
กลิ่นบางอย่างลอยมาก่อนที่ใครจะทันสังเกตแสงบนยอดหอพิงเสียอีก
ไม่ใช่กลิ่นธูป
ไม่ใช่กลิ่นหญ้าโบราณ
และไม่ใช่กลิ่นควันตะเกียง
แต่เป็กลิ่น น้ำมันร้อน—หอม หนัก และเย้ายวนอย่างผิดที่ผิดเวลา
องค์ชายฉีอวิ้นชะงัก
หันขวับไปมองซูอิน
“กลิ่นอะไร”
ซูอินไม่ตอบทันที
เธอเพียงยิ้มมุมปากบาง ๆ
แล้วผายมือไปทางครัวเล็กด้านข้างระเบียง
“ของกินเพคะ”
องค์ชายขมวดคิ้ว
“ตอนนี้?”
“ยิ่งตอนนี้แหละเพคะ”
ซูอินตอบเรียบ
“เพราะคืนนี้… ไม่ควรมีใคร ‘กิน’ อย่างสบายใจได้”
คำพูดนั้นทำให้องค์ชายเงียบไปหนึ่งจังหวะ
เสียง ฉ่า—! ดังขึ้น
เมื่อชิ้นไก่ชุบแป้งถูกหย่อนลงในกระทะน้ำมันร้อนจัด
ควันขาวพวยพุ่ง
กลิ่นหอมกระจายออกไปทั่วลาน
ทหารที่ยืนเฝ้าด้านนอกถึงกับกลืนน้ำลาย
นางกำนัลสองคนชะงักเท้า
แม้แต่ยามเวรบนกำแพงยังหันมา
“นี่มัน… อาหารอะไร”
องค์ชายถามเสียงต่ำ
“ไก่ทอด”
ซูอินตอบ
“สูตรจากโลกของข้า”
เธอพลิกชิ้นไก่อย่างคล่องแคล่ว
แป้งสีทองเริ่มกรอบ แตกเสียงเบา ๆ
เหมือนกำลังยั่วประสาททั้งวัง
“ท่านไม่รู้หรอกเพคะ”
เธอพูดต่อ โดยไม่เงยหน้า
“กลิ่นแบบนี้… มันดังยิ่งกว่าระฆังเตือนภัยเสียอีก”
องค์ชายหรี่ตา
ก่อนจะเข้าใจบางอย่าง
“เ้า… ตั้งใจให้คนอื่นรู้ว่าเ้าอยู่ที่นี่”
ซูอินยิ้ม
“ข้าตั้งใจให้ ศัตรู รู้”
ทันใดนั้น—
เงาดำเงาหนึ่งบนหลังคาอีกฟากของวัง
ชะงักการเคลื่อนไหว
จมูกของมันกระตุกเล็กน้อย
“กลิ่น…”
เสียงกระซิบแ่
“ไม่ใช่ของโลกนี้”
ซูอินตักไก่ทอดวางลงบนจาน
สีทองกรอบสะท้อนแสงโคมไฟ
เหมือนของต้องห้าม
เธอส่งจานให้เขา
“ท่านลองชิมดูเพคะ”
องค์ชายรับจานอย่างระวัง
กัดคำเล็ก ๆ
กรอบ—
เสียงนั้นชัดเกินไป
ในคืนที่ทุกอย่างควรเงียบ
ดวงตาเขาเบิกขึ้นเล็กน้อย
ก่อนจะรีบควบคุมสีหน้า
“อันตราย”
เขาพูด
ไม่รู้ว่าหมายถึงรสชาติ
หรือผลที่ตามมา
ซูอินหัวเราะเบา ๆ
“ใช่เพคะ… อันตรายมาก”
ในเงามืด
มีมากกว่าหนึ่งสายตาที่หันมามอง
มีมากกว่าหนึ่งลมหายใจที่หยุดฟัง
กลิ่นไก่ทอดลอยขึ้นสู่ฟ้า
ปะปนกับเสียงพิณจากหอพิง
เหมือนสัญญาณเปิดฉาก
ศัตรูเริ่มขยับ
และซูอิน—รู้ดีว่า
เธอเพิ่งโยนเหยื่อลงสู่สนามล่า
เธอเงยหน้าขึ้นมององค์ชาย
กระซิบเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่ของคนไร้เดียงสาอีกต่อไป
“คืนนี้…
ไม่ใช่แค่ไก่ที่สุกหรอกเพคะ”
“แผนของพวกเขาด้วย”
หอพิงคือสถานที่ต้องห้าม
เพราะเชื่อว่าเป็ที่กักขัง “ิญญานักดนตรี์”
ที่ถูกสาปให้เล่นเพลงเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกว่าเ้าของดาบ์จะปรากฏ
แต่ที่น่ากลัวคือ—
เมื่อคืนก่อน
ยังไม่มีเสียงเพลงนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
องค์ชายจับไหล่ซูอินเบา ๆ
“อย่าเข้าใกล้หอนั้นเด็ดขาด
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ซูอินพยักหน้า…
แต่รูปปากบอกว่า “ค่ะ”
สายตาบอกว่า “ฉันอยากรู้อยู่ดี”
องค์ชายรู้ทัน
เลยเอื้อมมาบีบแก้มเธอเบา ๆ
จนเธอสะดุ้ง
“เ้า—อย่าทำอะไรโง่ ๆ”
“ข้าไม่ได้โง่นะคะ! ข้าคือผู้รอดจากการทอดไก่ในยุคโบราณ!”
ซูอินเงยหน้าอย่างภูมิใจ
องค์ชาย
“…คำอวดอะไรของเ้านี่”
⭐ 3) วังมืดสนิท แต่หอพิง… สว่างขึ้นช้า ๆ
ทั้งคู่เดินไปยังชานระเบียง
เพราะเสียงพิณดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ
จนเหมือนคนกำลังฝึกเล่นอยู่ใกล้ ๆ
ซูอินยื่นหน้าออกไปดู
ท้องฟ้าสีครามเข้ม
ดาวกระจายเป็หมื่นดวง
แต่ที่น่าขนลุกคือ—
หน้าต่างบนยอดหอพิง
กำลังเรืองแสงสีทองจาง ๆ
ราวกับมีคนเปิดตะเกียงอยู่ข้างใน
ซูอินกระซิบ
“ในหนังจีนแบบนี้…
ต้องมีผีสิงแน่นอนค่ะ”
องค์ชาย
“ถ้ามีผีจริง
ข้าจะจับมันโยนออกไปเอง”
ซูอินเบิกตากว้าง
“โยนออกไปเลย!?”
“เ้าต้องอยู่หลังข้าเท่านั้น”
ซูอินหน้าแดง
“ท่านนี่มัน…เกินไปทุกเื่จริง ๆ”
⭐ 4) ความใกล้ชิดที่เธอไม่ทันตั้งตัว
ลมกลางคืนหอบความหนาวมา
จนผมซูอินปลิวฟุ้ง
ตัวเธอสั่นจนเห็นได้ชัด
องค์ชายฉีอวิ้น
ถอดเสื้อคลุมยาวคลุมให้ทันที
แบบไม่รอคำขอบคุณ
“เดี๋ยว… ข้าอุ่นได้ไม่แค่เสื้อคลุมเพคะ”
เธอพูดเบา ๆ
เขาหันมามอง
“เ้าอยากให้ข้าโอบหรือ?”
ซูอินหน้าแดงก่ำ
“ทะ…ทำไมพูดตรงแบบนี้!”
องค์ชายยกมุมปาก
“ก็เ้าเป็ของข้าแล้วไม่ใช่หรือ?”
ซูอิน
“///////!!!!! หยุดนะเพคะ!!!”
ทหารสองนายที่ยืนไกล ๆ
กระซิบกัน
“องค์ชายเรานี่…กำลังเกี้ยวนางขึ้นทุกวันเลยนะเพคะ…”
⭐ 5) เสียงพิณหยุดกะทันหัน—ก่อนจะเริ่มร้องเพลง
ท่ามกลางความวุ่นวายในใจทั้งคู่
เสียงพิณก็หยุดลงทันที
เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
จู่ ๆ
เสียงร้องเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากหอพิง
เป็เสียงผู้หญิง
แ่เบา
เศร้าจนหัวใจบีบรัด
“…เ้าแห่งชะตา…
คืนกลับมา…
เืของสัญญาต้องถูกชำระ…”
ซูอินขนแขนลุก
เสียงนี้เหมือนมาจากโลกอื่นจริง ๆ
องค์ชายฉีอวิ้น
จับมือเธอแน่นขึ้น
ราวกับพร้อมปกป้องทันทีที่เกิดอะไรขึ้น
⭐ 6) และแล้ว—กลีบดอกไม้ก็โปรยลงมาจากฟ้า
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา
ทำให้ทั้งสองต้องเงยหน้าพร้อมกัน
กลีบดอกเหมยสีเงิน
เริ่มโปรยลงมาจากท้องฟ้า
ช้า ๆ สวยงามเหมือนหิมะ
แต่ซูอินรู้
นี่ไม่ใช่ความงาม
นี่คือ “สัญญาณลางร้าย”
เพราะกลีบดอกเหมยสีเงิน
คือสัญลักษณ์ของ “มารดาแห่งชะตา”—
ผู้ที่อวิ๋นเซวียนเตือนว่า
กำลังตามหา “ผู้ถือชะตาหลงทาง”
ซูอินหันขวับไปมององค์ชาย
“พวกนั้น… พวกเทพเซียน พวกมาร พวกอะไรนั่น…
พวกเขาเริ่มเจอข้าแล้วใช่ไหมคะ…?”
องค์ชายกดมือเธอแน่นขึ้น
เสียงทุ้มนิ่งแต่หนักแน่น
“ต่อให้เป็์—
ก็ห้ามแตะต้องเ้า”
ซูอินกลืนน้ำลาย
หน้าแดงและกลัวไปพร้อมกัน
“ท่าน…
จะปกป้องข้าจริง ๆ หรือเพคะ?”
องค์ชายก้มลงใกล้
จนลมหายใจอุ่นแตะปลายจมูกเธอ
“…ข้าสาบานด้วยชีวิต
ว่าจะไม่ปล่อยมือเ้าอีก”
ซูอิน
ใจเต้นดังจนได้ยินเอง
“//////!!!!”
และแล้ว—
เสียงพิณดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ดังชัดราวกับมีคนดีดอยู่ข้างหลัง
ทั้งสองหันขวับ—
ไม่มีใครอยู่
นอกจากเงาสะท้อนของตัวเอง
แต่เงานั้น…ยิ้มให้พวกเขา
— จบบทที่ 21 —