[ฉากเปิด: หอสังเกตพลัง – เมืองหลวงเซียน เย่ว์ไห่หลิง]
แสงของดวงตะวันยังไม่ทันแตะยอดฟ้า
เสียงระฆังเตือนภัยก็ได้ดังกังวานทั่วหอระเบียน์
บนแผ่นกระจกหยกตรวจลำดับพลัง
ตำแหน่งหนึ่งกลับกลายเป็ “ช่องว่าง” — ไม่มีชื่อ ไม่มีค่าพลัง ไม่มีลำดับ
“ตรวจสอบซ้ำ! ทำไมเขตหมอกมืดถึงไม่มีข้อมูลพลังเลย!?”
“หรือว่า... เป็เขา?”
เ้าหน้าที่หนุ่มเอ่ยเสียงสั่น
ขณะที่มหาจารย์เฒ่าแห่งหอระเบียน เพ่งมองจุดว่างบนแผ่นกระจกด้วยสายตานิ่งงัน
ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา:
“ผู้ไม่ถูกรับรู้โดย์… ได้กลับมาแล้ว”
[ตัดภาพ: หุบเขาทวาร์]
เฉินหยวนเดินอยู่ในความเงียบ
ไม่มีพลัง ไม่มีคลื่นเต๋า
แม้กระทั่งต้นไม้ยังโค้งกิ่งถอยหนีเมื่อเขาเข้าใกล้
“เ้า... คือผู้ใดกันแน่?”
เสียงหนึ่งถามจากในเงา
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งแหวกม่านหมอกออกมา — “นักล่าไร้ธาตุ”
หนึ่งในผู้ปฏิบัติการระดับสูงของ “หอสังหารฟ้า”
ถือ “มีดเจตจำนงฟ้า” ซึ่งสามารถสังหารแม้แต่เทพเ้าที่ตัดขาดจากเต๋า
[ฉากการลอบสังหาร:]
เขาโจมตีเฉินหยวนจากด้านหลัง
แทงด้วยพลังที่ไม่มีสี ไม่มีธาตุ
— แต่ทันทีที่มีดปักทะลุผ่านร่างนั้น…
ร่างของเฉินหยวนกลับสลายไปดั่งหมอกบาง
เสียงหนึ่งดังจากเบื้องข้าง:
“เ้าแทงข้า... หรือแทงสิ่งที่เ้าคิดว่าข้าเป็?”
นักล่าหันขวับ
เฉินหยวนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ทอดสายตาเรียบเฉย
นักล่าสั่นระริก ริมฝีปากขยับพึมพำ
ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแตกกระจายเป็หมอก ไม่มีเสียงกรีดร้อง
— เพราะความกลัวนั้น “ลึกกว่าเสียง”
ในโลกเงา ที่สำนักใดไม่กล้าพูดถึง
กลุ่มลับเก่าแก่ชื่อ “ดอกบัวไร้รูป” เริ่มเคลื่อนไหว
หญิงชราในผ้าคลุมดำมืด กล่าวกับศิษย์เอกว่า:
“ลูกชายของนาง... ผู้ถือคัมภีร์ดั่งว่างเปล่า
ได้คืนสู่เส้นทางอีกครั้งแล้ว”
“แต่นี่มิใช่เส้นทางของผู้ฝึกเต๋า —
หากแต่เป็เส้นทางของ ‘ผู้ลบเต๋า’ ด้วยตัวตน”
[ฉากสุดท้ายของตอนที่ 23:]
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วดินแดนเซียน
“มีผู้หนึ่งไม่อยู่ในระเบียน
ไม่มีชื่อ ไม่มีระดับ
ไม่แม้แต่จะปรากฏในเต๋า
แต่กลับสังหารผู้ใช้เจตจำนงฟ้าได้…ด้วยคำถามเดียว”
ณ ที่ใดที่หนึ่งในแดนใต้
จอมยุทธ์เฒ่าลืมตาขึ้นกลางสมาธิ
และเอ่ยว่า...
“เขากลับมาแล้ว…
ผู้ที่แม้แต่ฟ้าก็ไม่กล้าให้ชื่อ”