-BAD FRIEND-
1
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด....
“[อืม]” ปลายสายตอบรับด้วยเสียงงัวเงียแสดงอาการว่าเพิ่งตื่นนอน
“นี่มึงยังไม่ตื่นอีกเหรอ”
“[อืมมมม]”
ว้อยยย ไอ้บ้านี่มีเรียนเช้าทีไรไม่เคยที่จะเห็นหน้ามันสักวันดีแค่ไหนแล้วที่มันยังอุตส่าห์ตื่นมารับโทรศัพท์ฉันอ่ะ
“มึงนี่มันจริงๆเลย” ฉันบอกอย่างปลงๆ
“[เช็คชื่อให้กูด้วย]”
“เออ กูรู้ละ”
ฉันวางสายก่อนจะเบะปากมองบนอย่างน่าเบื่อเพราะถ้ามันไม่มาก็แสดงว่าฉันต้องนั่งเรียนคนเดียวไง ไอ้เพื่อนเวรถ้าไม่มีฉันสักคนมันได้หมดสิทธิ์สอบไปหลายวิชาแล้ว
“หวัดดีบัว ไอ้นักรบไม่มาเหรอ”
ตั้ง เพื่อนของนักรบเข้ามาทักด้วยคำถามเดิมๆเมื่อไม่เห็นเพื่อนสนิทของฉัน
"แกเคยเห็นมันมาด้วยเหรอ” ฉันตอบไปอย่างเซ็งๆ
“บอกให้มันมาเรียนบ้างนะ” ตั้งตบบ่าฉันทีนึงก่อนจะเดินไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขา
นักรบเป็ที่รู้จักดีของทุกคนในสาขาเพราะหมอนั่นนิสัยดี แถมยังหน้าตาดีอีกด้วยตอนเข้าสาขาใหม่ๆนี่มีรุ่นพี่ตามกรี๊ดด้วยล่ะ หมั่นไส้ชะมัดส่วนฉันไม่ค่อยรู้จักเพื่อนในสาขาสักเท่าไหร่หรอกเพราะฉันไม่เข้ากิจกรรมของสาขาและอีกอย่างเรามีกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันั้แ่ปีหนึ่งอยู่แล้วและฉันก็ไม่ได้อยากทำความรู้จักใครเพิ่มด้วยจะว่ามนุษยสัมพันธ์แย่ก็ได้นะอีนี่เป็พวกโลกส่วนตัวสูงไงคนที่ไม่รู้จักก็จะมองว่าหยิ่งแต่ถ้าได้รู้จักจริงๆคงจะอยากเลิกคบกับฉันอ่ะ ส่วนมากที่รู้จักเพื่อนในสาขาก็เพราะเป็เพื่อนนักรบอีกทีเพราะอย่างนี้ฉันถึงได้เซ็งเวลาที่มันไม่มาเรียนไง ถึงจะชินแล้วก็เถอะ
ฉันกับนักรบรู้จักกันั้แ่ปีหนึ่งตอนนี้เราอยู่ปีสองแล้วเรารู้จักกันเพราะกิจกรรมของมหาลัยและเป็เพราะเราเรียนคณะเดียวกันสาขาเดียวกันนั่นก็คือคณะวิศวกรรมโยธานั่นเอง เลยทำให้เราสนิทกันมากขึ้นและชอบไปไหนมาไหนด้วยกันจนเพื่อนคิดว่าเราสองคนแอบกุ๊กกิ๊กกันไปแล้ว
พักเที่ยง
“ไง เมื่อเช้าอาจารย์สอนเยอะเปล่าวะ”
ฉันเงยหน้าไปมองบุคคลผู้มาใหม่นามว่านักรบนั่นเองซึ่งทุกคนจะเจอมันตอนเรียนคาบบ่ายเท่านั้น มันนั่งลงตรงข้ามฉันที่กำลังกินข้าวอยู่
“เยอะมาก มึงตามไม่ทันแน่”
“ชิวๆ” ฉันล่ะเกลียดคำนี้จากปากมันจริงๆมันไม่เคยเป็เดือดเป็ร้อนอะไรสักอย่าง
“ไม่กินข้าวหรือไง” ฉันถามเมื่อเห็นมันยังนั่งไม่ไปไหน
“คนเยอะว่ะ เดี๋ยวค่อยไป”
ฉันมองคนที่เต็มโรงอาหาร เพราะที่นี่มีแค่โรงอาหารรวมนักศึกษาจากหลากหลายคณะจึงมารวมกันที่นี่และยิ่งเวลาเที่ยงแบบนี้คนนี่เยอะอย่างกับหนอน แต่ถ้าคนที่ี้เีรอจริงๆก็จะออกไปกินข้างนอก
“แล้วแต่มึง” ฉันว่าอย่างไม่สนใจก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่อ
“สองผัวเมียคู่นี้นั่งคุยอะไรกันเหรอ” ฉันแทบสำลักข้าวที่กินเข้าไปเพราะไอ้ประโยคนี้
ไอ้พีทมันเรียนวิศวะเหมือนกันนี่แหละแต่เลือกสาขาเครื่องกลมันเดินเข้ามาพูดด้วยสีหน้ากวนตีน แค่หน้าปกติของมันก็กวนตีนเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
“ผัวเมียบ้านมึงสิ” ฉันหันไปตวาดไอ้พีทอย่างหัวเสียผิดกับนักรบที่นั่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
“แหม ทีกับกูล่ะขึ้นเสียงใส่สองมาตรฐานเกินไปแล้วนะ” ไอ้พีทมันพูดตัดพ้อ
“ก็มึงไม่สำคัญนี่หว่า” นักรบที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้น
“เออดิ กูมันคนนอกนี่” มันทำหน้าน้อยใจพวกฉัน จนฉันอยากจะเอาตีนถีบหน้ามันเหลือเกินผู้ชายอะไรตอแหลขนาดนี้
“ไร้สาระ แล้วคนอื่นอ่ะ” ฉันถามถึงเพื่อนคนอื่นที่เรียนสาขาเดียวกับพีทคือพวกมันเลือกเรียนสาขาเดียวกันหมดไง มีแต่ฉันกับนักรบนี่แหละที่นอกคอกชาวบ้านเขาแต่ก็มีบางวิชานะที่พวกเราเรียนด้วยกัน
“พวกมันบ่นว่าคนเยอะเลยออกไปกินข้างนอกอ่ะ”
“อ่อ” ฉันพยักหน้ารับ
“ว่าแต่เมื่อไหร่พวกมึงจะเปิดตัววะ”
ยัง มันยังไม่จบ เล่นกับมันหน่อยก็ได้วะ
“เปิดเร็วก็ไม่สนุกสิ เนอะรบ”
นักรบส่ายหน้าไปมาอย่างระอากับพวกเราสองคน
“กูไปซื้อข้าวดีกว่า”
“เฮ้ย! มึงรอกูด้วยดิวะ” ไอ้พีทเรียกนักรบไว้ก่อนจะวิ่งตามไป
เป็เพราะไอ้บ้าพีทนี่แหละที่พูดล้อเราสองคนจนเพื่อนคนอื่นจิ้นเราสองคนไปแล้วฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้มันคอยจับผิดพวกเราสองคน แค่ฉันกับนักรบไปเรียนด้วยกันอ่านหนังสือด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันแต่นั่นก็เป็เพราะเราสองคนเรียนสาขาเดียวกันป่ะ พวกมันเริ่มล้อเราสองคนั้แ่ปี1ตอนปลายแล้ว
ฉันยอมรับว่าบางครั้งก็แอบหวั่นไหวไปกับคำพูดของไอ้พีทเหมือนกันแต่มันไม่ใช่ไอ้พีทคนเดียวไงที่ล้อฉันเพื่อนในกลุ่มก็คิดเหมือนมันหมดนั่นเพราะว่านักรบไม่เคยปฏิเสธอะไรออกไปเลยจนฉันเองก็เริ่มคิดว่ามันอาจจะมีใจให้ฉันจริงๆ แต่ก็ต้องรอดูต่อไปแหละคือฉันก็ไม่อยากคิดไปเองด้วย
“พรุ่งนี้มึงมีเรียนเช้าป่ะ” ไอ้พีทที่เพิ่งไปซื้อข้าวกับนักรบถามขึ้นเมื่อมันนั่งลงตรงข้ามกับฉัน
“ไม่มี พรุ่งนี้มีเรียนบ่าย” ที่มันถามแบบนี้ก็มีอยู่เื่เดียวแหละที่มัน้า
“คืนนี้แดกเหล้ากันป่ะ” นั่นไง ฉันเคยเดาอะไรผิดที่ไหน ทำไมกูซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้างวะ
“ไม่อ่ะ กูเลิกละ” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ คือฉันก็แกล้งมันไปงั้นแหละเพื่อนชวนขนาดนี้จะพลาดได้ไง
“เหรออออ” ไอ้พีทกับนักรบพร้อมใจกันลากเสียงยาวพร้อมกับทำหน้าไม่เชื่อเพราะรู้ว่ายังไงฉันก็พลาดแน่นวลลล
“เออออ พวกมึงพูดเหมือนกูขี้เหล้าอ่ะ”
“มึงอ่ะลำยองเลยบัว” ไอ้พีททำหน้าเอือมๆใส่ฉัน
“เสียใจ” ฉันตีหน้าเศร้าเมื่อเพื่อนเห็นฉันขี้เหล้าขนาดนี้
ตอนปีหนึ่งฉันไม่เคยแตะแอลกอฮอล์เลยมีบ้างที่ไปร้านเหล้ากับพวกมันแต่ก็กินแต่โค้ก แต่มาหลังๆนี่รู้สึกว่าไม่คุ้มคือกินแต่โค้กแต่ก็ต้องหารค่าเหล้ากับพวกมันด้วยไงแม่งโคตรเสียเปรียบเลย กูเลยเป็ลำยองมาถึงทุกวันนี้ เอาจริงๆฉันก็ไม่ได้ชอบแอลกอฮอล์ขนาดนั้นหรอกทุกคนก็รู้ว่ามันขมแต่แค่ชอบคนในวงเหล้า เอ้ยย ชอบบรรยากาศในวงเหล้าเว้ย อิอิ
“เดี๋ยวมันก็ร้องไห้อีก” นักรบที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้น
“ไอ้รบมึงไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่ามึงเป็ใบ้หรอก” ฉันหันไปแหวใส่มันที่เอาเื่นี้มาล้อฉันคือฉันเป็คนที่เมาแล้วชอบร้องไห้ ซึ่งเป็บ้าอะไรไม่รู้ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันเมาแล้วอารมณ์อ่อนไหวง่ายมั้ง ซึ่งพอฉันร้องปุ๊บวงก็แตกปั๊บเลยไงเหมือนกูเป็ตัวทำลายบรรยากาศอ่ะ และคนเดียวที่คอยปลอบฉันก็คือนักรบ
“มึงมีเื่อะไรในใจนักหนาเมาทีไรก็ร้องไห้ตลอด” ไอ้พีทถามขึ้นอย่างสงสัยคือไม่มีใครรู้สาเหตุที่ฉันร้องไห้สักคนเพราะอีนี่เอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จากับใครเลย ร้องจนหลับไปเองอ่ะ
“เื่ของกู” ฉันตอบและพยายามจะไม่มองหน้ามันกับนักรบ
“เออครับ แล้วคืนนี้กินคอนโดมึงนะ”
“ไม่ กูี้เีเก็บ กินคอนโดมึงดิ” ฉันรีบปฏิเสธทันควัน พวกมันกินกันน้อยๆซะที่ไหน กินเสร็จละใครเก็บกูไงจะใครล่ะ
“คอนโดกูกินครั้งที่แล้วยังไม่ได้เก็บเลย”
“หืมม แล้วพวกมึงอยู่กันได้ไงเนี่ยงั้นกินคอนโดไอ้รบ”
โป๊ก!
“โอ๊ยย มึงตบหน้าผากกูทำไมไอ้รบ” ฉันร้องออกมาทันทีเมื่อนักรบมันดีดหน้าผากฉัน เจ็บนะว๊อยยย
“คอนโดกูก็คอนโดเดียวกับมันไหมมึงก็เอาฮาอยู่เรื่อย” มันบอกยิ้มๆมองฉันที่เอามือลูบหน้าผากป้อยๆด้วยความเจ็บ
“เออๆ คอนโดกูก็ๆได้ไม่เห็นจะต้องรุนแรงกับผู้หญิงสวยๆแบบกูเลย” ฉันแกล้งตีหน้าเศร้าเพื่อให้มันเสียใจและรู้สึกผิดแต่สิ่งที่ได้กับมาคือ
“ถุยยยยย” พร้อมใจกันประสานเสียงเลยน้ำลายเต็มหน้ากูเลยจ้าาาาา
ยังเห็นกูเป็ผู้หญิงอยู่ม้ายยยยย
-TBC-