เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแ่เป็จังหวะสม่ำเสมอ ท้องฟ้ายามค่ำคืนประดับด้วยดวงดาวระยิบระยับและแสงจันทร์ครึ่งดวงที่ทอดแสงเงินยวงลงบนผิวน้ำกลายเป็ฉากหลังอันงดงามของการเดินทางครั้งนี้
นทีขับรถมาตามเส้นทางคุ้นเคยที่เคยพารันลวีมาครั้งแรกรถแล่นผ่านทางเลียบทะเลจนมาถึงร้านอาหารเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางเสียงคลื่นร้านที่เหมือนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็ที่หลบซ่อนของความลับและความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ยออกมา
ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวลงจากรถ เสียงเ้าของร้าน หญิงวัยกลางคนที่นทีเรียกติดปากว่าป้า ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นปนขี้เล่น
“อ้าว มากับเพื่อนคนเดิมอีกแล้วเหรอ” ป้าหัวเราะในลำคอพลางใช้ผ้าขาวม้าเช็ดโต๊ะไม้ “แต่ดูๆ แล้ว น่าจะไม่ใช่แค่เพื่อนแล้วมั้ง”
คำพูดนั้นทำให้รันลวีหลุบตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆปรากฏบนริมฝีปาก ส่วนหน้านทีถึงกับเก้อเขิน หัวเราะเบาๆ “ป้าพูดไปเรื่อย”
ป้าส่งยิ้มแฝงความหมาย ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวทิ้งให้ทั้งคู่หันมามองหน้ากันโดยไม่ตั้งใจ
รันลวีเอียงหน้ามองทะเล พลางเอ่ยเสียงนุ่ม“เห็นมั้ยแม้แต่คนอื่นยังดูออกเลย”
นทีหัวเราะแห้งๆ ตอบกลับ “งั้นพี่ว่าเราจะปฏิเสธได้อีกเหรอว่าเราเป็แค่เพื่อน”
รันลวีไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มบางแล้วเดินนำไปยังโต๊ะริมระเบียงไม้ที่ทอดออกไปทางชายหาด
แสงเทียนบนโต๊ะเล็กๆ ริมระเบียงไม้ วาบเบาๆ ตามแรงลมทะเลกลายเป็จุดสว่างอุ่นท่ามกลางความมืดที่โอบล้อมเสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็จังหวะเหมือนหัวใจที่กำลังเต้นสอดประสานกัน
นทีนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรันลวีแต่ทุกครั้งที่สายตาเผลอมองไป เขาก็พบกับแววตาของเธอที่กำลังมองเขาอยู่ก่อนแล้วทุกครั้งที่สบตากัน มันเหมือนเวลารอบตัวหยุดไหลไปชั่วขณะเหลือเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่ยังหายใจ
ไวน์แดงในแก้วลดลงทีละน้อย สีของมันสะท้อนกับแสงเทียนดูคล้ายกับค่ำคืนที่อ่อนหวานและลึกลับในเวลาเดียวกันรันลวีใช้ปลายนิ้วเรียวลากไปรอบขอบแก้วเบาๆราวกับกำลังวาดท่วงทำนองที่ไม่มีใครได้ยิน นทีมองภาพนั้นแล้วเผลอใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก มีเพียงประโยคสั้นๆสลับกับเสียงหัวเราะเบาๆ แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นกลับไม่อึดอัดเลยตรงกันข้าม…มันกลับเต็มไปด้วยความหมายที่ไม่มีคำใดอธิบายได้
สายลมทะเลพัดเอื่อยพาเอากลิ่นเกลือทะเลและเสียงกระซิบของธรรมชาติมาแตะหูรันลวีหลับตาชั่วครู่เหมือนกำลังปล่อยตัวเองให้ละลายในบรรยากาศนั้นเธอเอนศีรษะพิงมือตัวเองพลางหันมามองเขา ยิ้มบางๆ ที่แสนอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“นที…” เธอเรียกชื่อเขาเสียงแ่ราวกับไม่้าทำลายความสงบของค่ำคืนนี้
“ครับ?” เขาตอบกลับด้วยเสียงที่เบาไม่แพ้กัน
เธอสบตาเขา ดวงตาเหมือนมีประกายดาวซ่อนอยู่ข้างใน “บางที พี่ก็อยากให้เรานั่งกันแบบนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องมีวันพรุ่งนี้”
นทีชะงักไปหัวใจเขาสั่นสะท้านกับคำพูดนั้น แต่ก็ยิ้มบางตอบกลับ “ถ้ามันเป็ไปได้ผมก็อยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้เหมือนกัน”
รันลวีหัวเราะเบาๆแต่ในเสียงหัวเราะนั้นแฝงด้วยแววเศร้าลึกๆ ที่เธอเลือกจะเก็บไว้ไม่พูดออกมา
ทั้งคู่เงียบอีกครั้งปล่อยให้เสียงดนตรีแจ๊ซแ่เบาจากลำโพงเก่ากับเสียงคลื่นเป็ตัวแทนบทสนทนา นทีค่อยๆเอื้อมมือไปวางใกล้ๆ มือเธอ ไม่ได้แตะ แต่ก็ไม่ถอยห่างราวกับกำลังขออนุญาตด้วยท่าทีเงียบงัน
รันลวีเหลือบตามอง ก่อนยิ้มเล็กๆและขยับมือวางลงบนมือเขาอย่างแ่เบาความอบอุ่นที่ส่งผ่านัันั้นทำให้หัวใจนทีเต้นแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ไม่มีคำพูด ไม่มีสัญญา มีเพียงััเรียบง่ายที่บอกกันและกันว่า ในค่ำคืนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้วรันลวีวางแก้วลงช้าๆสายตาเหม่อมองทะเลที่มืดสนิท แต่ในดวงตากลับซ่อนแววเศร้าไว้ลึกๆ “นทีบางทีพี่ก็อยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้”
นทีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงทุ้ม“ผมเองก็เหมือนกันครับ”
สายตาทั้งคู่สบกันอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครเบือนหนี ราวกับในค่ำคืนนี้ทะเล ดวงจันทร์ และเสียงดนตรีต่างเป็พยานให้กับความรู้สึกที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขานั่งกันอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆไม่มีใครเร่ง ไม่มีใครอยากให้ค่ำคืนนี้จบลง อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นไอทะเล กลิ่นไวน์และความอบอุ่นจากการอยู่ใกล้กัน
แม้จะไม่มีคำพูดหวานซึ้งใดๆ ออกมา แต่การที่ทั้งสองยังนั่งข้างกัน ฟังเพลงเดียวกันมองทะเลเดียวกัน มันก็บอกได้มากกว่าคำพูดทั้งหมดแล้ว
เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไร บทสนทนา เสียงหัวเราะ และสายตาที่แลกเปลี่ยนกันไปมาทำให้ทั้งคู่ลืมเงยหน้ามองนาฬิกา จนกระทั่งรันลวีเหลือบมองมือถือแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ
“นที…ใกล้ตีสองแล้วนะร้านคงจะปิดแล้วล่ะ”
เสียงเธอแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความเสียดาย ก่อนจะยกยิ้มบางที่มุมปาก“เราไปที่อื่นกันต่อดีมั้ย?”
นทีเพียงพยักหน้า ไม่ต้องคิดให้มากกว่านั้นเขาเรียกป้ามาคิดเงิน ป้ายิ้มลึกมีเลศนัยเหมือนเข้าใจมากกว่าที่พูดแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านกลิ่นทะเลยามค่ำคลอมากับลมเย็นที่พัดเข้ามากระทบผิวนทีเปิดประตูรถให้รันลวีก่อนอย่างสุภาพ เธอยิ้มให้เล็กน้อยก่อนก้าวขึ้นไปนั่งด้านข้าง
รถแล่นออกจากร้านช้าๆ ไฟหน้ารถส่องไปตามเส้นทางเลียบทะเลที่เงียบสงบมีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ ผสมกับเสียงคลื่นดังมาเป็ระยะๆบรรยากาศเงียบงันจนเหมือนโลกมีเพียงเขาและเธอ
รันลวีเอนตัวลงเล็กน้อยยกมือแตะที่แขนเขาเบาๆ ก่อนจะเอียงหน้ามาใกล้ กระซิบเสียงหวาน “เด็กดีของพี่น่ารักจังเลยค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้นทีหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอกเขาตอบกลับไปเสียงเบา “ครับ” ริมฝีปากยกยิ้มเก้อๆแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มากเกินกว่าจะเก็บซ่อน
เขาค่อยๆ ชะลอรถ ก่อนเลี้ยวเข้าข้างทางที่มีไฟถนนส่องสลัวเป็ระยะๆถนนเส้นนี้เงียบสงัด ไร้รถผ่าน ราวกับทั้งโลกหยุดนิ่งเพื่อเหลือไว้เพียงสองคน
เมื่อรถหยุดลง ความเงียบเข้าครอบคลุม แต่กลับไม่อึดอัดเลย ตรงกันข้ามมันเต็มไปด้วยความร้อนแรงที่ไม่้าคำพูดใดๆ
นทีหันไปสบตาเธอและทันทีที่ดวงตาทั้งคู่ประสานกัน ทุกอย่างเหมือนถูกดึงดูดเข้าหากันโดยไม่ต้องอธิบาย
ริมฝีปากของพวกเขาประกบกันช้าๆ ในตอนแรกแ่เบาราวกับกลัวทำลายความฝัน แต่ไม่นานก็ลึกซึ้งขึ้น ร้อนแรงขึ้นความรู้สึกที่เก็บกดมาตลอดทั้งคืนถูกปลดปล่อยออกมาในจูบเดียว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมรันลวีปะปนกับกลิ่นเกลือทะเล เสียงคลื่นไกลๆคล้ายจะกลายเป็ดนตรีบรรเลงประกอบให้กับ่เวลานี้ความอบอุ่นจากััทำให้รถทั้งคันกลายเป็โลกใบเล็กๆที่มีเพียงความรู้สึกของทั้งคู่เท่านั้น
จูบที่เริ่มแ่เบา กลับกลายเป็จูบที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆราวกับทั้งคู่ต่างพยายามชดเชยเวลาที่หายไป ความอบอุ่นจากริมฝีปากผสานเข้ากับลมหายใจร้อนผ่าวที่สั่นระรัวในอก
นทีเผลอยกมือขึ้นประคองแก้มรันลวีไว้ปลายนิ้วััผิวเนียนนุ่มอุ่นราวกับเปลวไฟ เธอไม่ปฏิเสธกลับโน้มตัวเข้ามาหาเขามากกว่าเดิม แขนเรียวโอบรอบต้นคอเขาแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ เขาจะหายไปในความมืดของค่ำคืนนี้
เสียงฝนที่พรำมาเมื่อ่หัวค่ำหยุดไปแล้วเหลือเพียงเสียงคลื่นและเสียงหัวใจที่เต้นแรงประสานกันในรถคันเล็กบรรยากาศเงียบสงบข้างนอก กลับตัดกับแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ภายในอย่างสิ้นเชิง
รันลวีถอนจูบออกเพียงชั่วอึดใจ สบตานทีด้วยสายตาหวานฉ่ำที่ซ่อนประกายบางอย่างเอาไว้เธอยกยิ้มเล็กๆ กระซิบชิดหูเขาเบาๆ
“เด็กดีของพี่ จะทำให้พี่อบอุ่นสักคืนได้มั้ย”
คำพูดนั้นเหมือนคมไฟที่จุดประกายไฟที่ซ่อนอยู่ในใจนทีเขาไม่ลังเลอีกต่อไป ริมฝีปากกลับไปบดเบียดกับเธออีกครั้งคราวนี้เต็มไปด้วยความโหยหาและความร้อนแรงที่เก็บกดมาตลอด
มือของเขาเลื่อนไปตามแผ่นหลังของเธออย่างระมัดระวัง รันลวีตอบสนองด้วยการแนบกายเข้ามาใกล้มากขึ้นความใกล้ชิดทำให้บรรยากาศในรถแคบลงทันทีราวกับโลกทั้งใบถูกบีบอัดเหลือเพียงพื้นที่เล็กๆ ที่มีเพียงเขาและเธอ
กลิ่นกายที่หอมหวานผสมกลิ่นไวน์ยังคงติดอยู่ที่ลมหายใจทุกััเหมือนจะเร่งเร้าให้อีกฝ่ายตอบสนอง ความอบอุ่นและความร้อนค่อยๆทวีขึ้นจนแทบจะล้นทะลัก
กระจกหน้ารถเริ่มมีไอหมอกจางๆ เกาะอยู่เสียงหอบหายใจประสานกันดังขึ้นในความเงียบสองร่างสอดประสานกันในท่วงทำนองที่ไม่มีใครเป็คนนำ ไม่มีใครเป็คนตามมีเพียงความรู้สึกตรงหน้าที่พาพวกเขาไปไกลกว่าคำพูด
ทุกัั ทุกการเคลื่อนไหวเป็ทั้งการปลอบประโลมและการปลดปล่อยในเวลาเดียวกันราวกับค่ำคืนนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็ความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ นอกจากทะเลดวงจันทร์ และรถคันนี้
เมื่อทุกอย่างดำเนินไปถึงจังหวะสูงสุดความเร่าร้อนก็ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยน รันลวีเอนศีรษะลงซบอกนทีลมหายใจของเธอหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ส่วนนทีเองก็โอบกอดเธอไว้แน่นราวกับไม่อยากให้เวลานี้หลุดลอยไป
ไอหมอกเริ่มเกาะหนาบนกระจก รถทั้งคันกลายเป็โลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากภายนอกเสียงคลื่นทะเลยังคงดังสม่ำเสมอแต่กลับฟังเหมือนจังหวะดนตรีที่คอยบรรเลงให้กับความสัมพันธ์ที่กำลังถูกถักทอขึ้น
ริมฝีปากที่ไม่รู้จักพอซุกซอนไปทั่วผสานกับลมหายใจร้อนผ่าวที่สั่นระรัว รันลวีโน้มกายเข้าหานทีจนแทบไม่เหลือช่องว่างเธอครางเบาๆ ในลำคอ มือเรียวจิกลงบนไหล่เขา ขณะที่นทีก็โอบกระชับเธอแน่นขึ้นทุกที
ความใกล้ชิดที่เริ่มจากจูบแ่เบา กลับค่อยๆ เร่งเร้า ลึกซึ้งและแรงกล้ามากขึ้น ราวกับทั้งคู่ไม่อาจห้ามแรงดึงดูดที่ผูกพันกันอยู่ในค่ำคืนนี้
เมื่อร่างกายแนบชิดกันจนความเป็ส่วนตัวหายไปทุกเส้นแบ่ง รันลวีหลับตาพริ้มปล่อยให้ััของนทีนำพาไปเธอเปล่งเสียงแ่ที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความไว้ใจส่วนเขาเองก็ปล่อยให้ทุกการเคลื่อนไหวตอบสนองอย่างอ่อนโยนแต่เร่าร้อน
จังหวะที่เริ่มต้นช้าๆ กลับค่อยๆ เร่งขึ้น ร่างกายทั้งสองประสานสอดคล้องราวกับท่วงทำนองที่แต่งขึ้นมาเฉพาะสำหรับพวกเขารถทั้งคันสั่นไหวตามแรงอารมณ์ความเงียบภายนอกถูกกลบด้วยเสียงครางเบาสลับเสียงหอบที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในพื้นที่แคบๆ
่เวลานั้นไม่มีอดีต ไม่มีอนาคตมีเพียงปัจจุบันที่พวกเขาต่างยอมมอบกายและใจให้แก่กัน ความร้อนแรงค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นจนถึงจุดสูงสุดก่อนทุกอย่างจะถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนและความอบอุ่นที่หลั่งไหลเข้ามาแทน
รันลวีเอนซบอกของนที ลมหายใจยังถี่แรงแต่เต็มไปด้วยความผ่อนคลายเขายกมือลูบผมเธอเบาๆ ก่อนกระซิบข้างหู “ผมอยากให้คืนนี้ไม่มีวันจบเลย”
เธอยกยิ้มบางในความมืด ตอบกลับเสียงแ่“คืนนี้…ก็ให้มันเป็ของเราแค่สองคนก็พอ”
ในอ้อมกอดนั้น ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า นี่คือค่ำคืนที่ไม่มีใครล่วงรู้และจะกลายเป็ความทรงจำที่ฝังลึกในหัวใจตลอดไป