ชายหนุ่มพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วของสายฟ้ารีบพุ่งตรงไปยังรถม้าของประมุขเยี่ยอย่างไม่หยุดพัก
แม้ตัวเขาจะยังไม่สามารถควบคุมความเร็วระดับนี้ได้ดี จนต้องยอมวิ่งชนกำแพงต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างทาง แต่เขาก็ยังคงวิ่งต่อไปด้วยความเร็วระดับนี้
ถึงเขาจะไม่รู้ว่าประมุขเยี่ยนั้นได้เดินทางไปไกลมากน้อยเพียงใด แต่เขาก้รู้ว่าจุดหมายที่ชายชรากำลังมุ่งไปนั้นคือที่ใด ก็เพียงที่จะทำให้เขาสามารถตามหาชายคนนั้นได้แล้ว
ไม่ว่าจะคิดยังไงประมุขที่แก่ชราแล้วเช่นนั้น ความคิดที่จะหยุดแวะไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ก็คงไม่เกิดขึ้นกับเขาเป็แน่ และถึงจะอยากไปแต่แถวนี้ก็ไม่มีที่ไหนที่จะน่าหยุดแวะเลยซักนิด จะมีก็แต่ป่าของอสูรงูั์เดวิลที่ชายหนุ่มเพิ่งจากมาเท่านั้น เวยเหตุนี้ทำให้เขาเดาได้เลยว่า ประมุขเยี่ยต้องกำลังมุ่งตรงไปยังสำนักของชายชราแน่นอน
ช่างเป็ชายาุโที่ว่างจริง ๆ สามารถที่จะท่อออกมาเพื่อจะดูความพ่ายแพ้ของของชายหนุ่ม และเมื่อเสร็จกิจแล้วก็กลับไปยังบ้านของตนเลยในทันที
และในที่สุดความพยายามของชายหนุ่มก็เป็ผล เห็นเห็นรถม้าสีขาวที่ประดับไปด้วยหยกที่แกะสลักเป็ลวดลายัที่เป็เครื่องหมายของสำนักเยี่ยจนได้
ฟางโม่รีบเร่งความเร็วให้มากขึ้นกว่าปกติให้ตัวเขาแซงรถหน้าไปได้ ก่อนจะรีบะโตัดหน้ารถม้าของประมุขเยี่ยอย่างรวดเร็ว
เสียงของม้าที่ใในการปรกฎตัวอย่างฉับพลันของชายหนุ่มดังขึ้นม้า พร้อมกับเบรกตัวและยกขาหน้าทั้งสองขึ้นมา จนเกือบจะโดนฟางโม่อยู่แล้ว แต่ยังโชคดีที่ผู้ควบคุมม้าที่นักอยู่บนรถความคุมสติ และเข้าบังคับม้าให้ขยับออกมาได้ทัน
“อยากตายหรือไงเ้าเด็กเวร”ชายผู้ควบคุมม้าะโด่าทอร่างที่กำลังเหนื่อยหอบจนแทบจะขยับไม่ได้ของฟางโม่
“ข้า..ต้อง..การ..จะ..พบ..กับ..ประ..มุข..เยี่ย”เสี่ยพูดอย่างอ่อนล้าสลับกับลมหายใจที่เหนื่อยหอบ ปลุกความสนใจของชายชราที่อยู่ในรถให้ออกมาดุว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น
“เกิดเห็นอันใดขึ้นมา”ประมุขเยี่ยจ้องมองไปยังร่างของฟางโมด้วยความเต็มใจเล็กน้อย “เ้ามาที่นี้ได้อย่างไร”
ฟางโม่เดินเข้าไปหาประมุขเยี่ย พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่เพื่อให้ลมหายใจของตัวเองกลับมาเป็ปกติ ก่อนจะก้มหัวให้กันบชายาุโ
“ขอคารวะประมุขเยี่ย ข้าน้อยมาหาท่านเพื่อขอความเห็นใจในวันนี้ ที่ข้าน้อยมิสามารถมาทันการทดสอบพลังได้ทันตามที่ตกลงกับท่านเอาไว้”
ประมุขเท่าฟังสิ่งที่ชายหนุ่มได้กล่าวออกมา พร้อมครุ่มคิดจนหิวที่ได้เปลี่ยนเป็สีขาวของชายชราเกือบจะติดกันเป็เส้นเดียว
“เจาตามข้ามาถึงที่แห่งนี้เลยรึ”ประมุขเยี่ยกล่ามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำเปี่ยมไปด้วยพลัง “หรือว่าเ้าเตรียมแผนการที่นี้มาั้แ่แรกแล้วกันแน่”
“ท่านหมายความเช่นไร”
ประมุขเยี่ยมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่แหลมคมดุจตาเหยี่ยว
“ข้าหมายถึงว่าหลังจากที่เ้าฟื้นขึ้นมา เ้ารู้ตัวว่าความสามารถของตนนั้นยังไม่มีอะไรดีขึ้นมา เลยคิดแผนการโดยการใช้เื่ที่ไม่ยอมเลือนวันการเดิมพัน และความสามารถที่พาตัวเ้ามาหาข้าที่นี้ได้ มาเป็สิ่งที่บอกว่าพลังของเ้ามีมากเกินกว่าคำว่าขยะ แต่แท้จริงแล้วเ้าแค่มาดักรอข้าอยู่ที่นี่มาั้แ่แรกแล้ว”
ฟางโม่หัวเราะในรำคอออกมาเบา ๆ ให้กับความคิดเพ้อฝันที่ไปไกลจนเขายังต้องนับถือที่ชายชราท่านนี้ได้พูดออกมา
“แล้วท่าหากว่าเื่นี้ไม่ใช่แผนขอข้าล่ะ”
“ก็แปลว่าเ้าจะไม่ใช่ขยะอีกต่อไปไงล่ะ”ประมุขเหยี่ยหยิบธฟุปออกมาหนึ่งดอก ก่อนจะสบับให้มันไปปักอยู่ที่พิ้น “เมื่อเ้ามาถึงก็เป็อันว่าดี ข้าถือว่าเ้าเป็คนที่ยังรักษาสัญญาอยู่ ตามจริงแล้วการเดิมพันของเ้ากับข้าที่ตกลงกันไว้ยังไม่จบ แม้เ้าจะหลงลืมรายละเอียดไปบางเพราะอาการาเ็ของเ้า แต่ข้าผู้นี้ยังจำมันได้ดี”
แม้ฟางโม่จะไม่ไม่สามารถคาดเดาถึงความคิดของชายชราท่านนี้ออกมาได้อย่างแน่ชัด แต่จากรูปการที่เขาแสดงออกมา ก็เป็การบ่งบอกได้ว่าเื่นี้คงจะไม่สามารถจบด้วยการเจรจาเพียงเท่านั้น
“ท่านช่วยบอกแก่ผู้โง่เขลาเช่นข้าที ดุเหมือนว่าข้าจะไม่สามารถเข้าใจถึงสิ่งที่ท่านพูดได้”
ประมุขเยี่ยประสานมือทั้งสองข้างเอาไว้ระหว่างอก ซึ่งนั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงพลังิญญาที่กำลังถูกปล่อยออกมาอย่างมากมายของชายผู้นี้
“สัญญาของเ้ากับข้านั้นคือหากถึงวันที่เ้าอายุครบสิบแปดปี แล้วเ้าสามารถก้าวข้ามขั้นผู้ฝึกหัดไปอยู่ขั้นนักสู้ได้ เ้าก็ถือว่าเป็ผู้ชนะ ซึ่งวันนี้ยังไม่จบ แปลว่าการเดิมพันของเรายังไม่จบด้วยเช่นกัน และที่แห่งนี้ก็ไม่มีอุปกรณืที่จะมาวัดความสามารถของเ้าด้วย ดังนั้น”ประมุขเยี่ยทำการปลดปล่อยพลังลมปราณของเขาออกมาจนก่อเกิดเป้นรุปของัสีท้องที่บินวนอยู่รอบฝ่ามือทั้งสองของเขา “ข้าให้เวลาหนึ่งก้านธูป หากเ้าสามารถทำให้ข้ารู้ถึงระดับพลังที่มากกว่าผู้ฝึกหัดของเ้าได้ เ้าก็ชนะ แต่ถ้าไม่ขยะอย่างเ้าก็จงตายไปตามความอวดดีเสียเทอญ”
เยี่ย หลิงปิง เลเวล 85
ฉายา ประมุขเยี่ย
ฟางโม่กลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่
เลเวลที่ต่างกันมากระหว่างเขากับประมุขเยี่ยนั้นช่างแตกต่างกันมากเสียจริง ถึงแม้เขาจะไม่ได้กลัวในความต่างกันของความสามารถของชายชราท่านนี้ แต่เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองนั้นจะจัดการกับคู่ต่อสู้คนนี้ได้โดยง่ายเลย
“ท่านผู้าุโก็พูดเกินไป ท่านเป็ถึงประมุขของสำนักเยี่ยที่แข็งแกร่ง ท่านคงไม่คิดที่จะลงมือทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่าเช่นข้าหรอกนะ”
“แน่นอนว่าถ้าเป็ปกติแล้ว ขยะอย่างเ้าข้าคนนี้คงไม่สนใจแม้แต่จะลงมาจากรถม้าเป็แน่”
ชายชรานิ่งเงียบไปชั่วก่อน ก่อนจะรีบพุ่งตัวไปด้วยความเร้วเข้าไปปล่อยหมันที่มีัสีท้องบนตามไปด้วยเข้าใส่ฟางโม่ แต่ชายหนุ่มก้ยังสามารถใช้ความเร็วของสายฟ้านั้นหลบการโจมตีของผู้าุโท่านนี้ได้อย่างทันเวลา
“แต่ความรู้สึกของข้ามันสั่งให้ข้าทำแบบนี้ และดูเหมือนว่าข้าจะคิดถูกจริง ๆ”
ฟางโม่กัดฟันเอาไว้แน่น ก่อนจะรีบพุ่งตัวออกไปยืนประจันหน้ากับชายชรา
“ท่านนี้ช่างเ้าเหล่เสียจริง ไหนใครบอกว่าท่านเป็ผู้ที่จะไม่รักแกผู้อ่อนแอ ข้าชักอยากขำกับคำพูดที่เยินยอท่านเช่นนั้นจริง ๆ การจมตีเมื่อของท่านเมื่อซักครู่นั้นสามารถสังหาญข้าได้ในทันที”
รอยยิ้มน้อย ๆ ของประมุขเยี่ยเริ่มปรากฎออกมาเป็ครั้งแรกให้ชายหนุ่มได้เห็น
“แน่นอนว่าข้านั้นไม่เคยคิดที่จะทำร้ายคนอ่อนแอแม้แต่น้อย แต่เ้าไม่ใช่ผู้อ่อนแอเลยซักนิด”ชายชรากล่าวขึ้น ก่อนจะก้มหัวให้กับชายหนุ่มหนึ่งครั้ง “ข้าขอโทษและขอถอนคำพูดทั้งหมดที่เคยพูดไม่ดีกับเ้า”
ฟางโม่ยังคงสับสนและมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันเช่นนี้ เขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำขอโทษและการยอมรับจากชายผู้ที่ไม่เคยจะเห็นหัวเขาเลยซักครั้ง แถมยังคอยกีดกันไม่ให้เขาสามารถที่จะอยู่กับเยี่ย เทียนอันเป็ที่รักของเขา แต่ในตอนนี้คนๆนั้นกลับมายืนก้มหัวขอโทษอยู่หน้าเขาในตอนนี้ จนชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะรับมือกับเื่แบบนี้ยังไง
“ท่านพูดจริง ๆ อย่างงั้นรึ”
“ข้าไม่เคยโปรดบดความคิดของตนเอง”ประมุขเยี่ยกล่าวขึ้น “แต่เรื่อนั้นมันก็ไม่เกี่ยวกับจิตสังหารอันมหาสารของเ้า ที่กระตุ่นให้ความรู้สึกที่ข้าไม่ได้พบเจอมานานเช่นนี้กลับมาอีกครั้ง”
“ท่านหมาย...”
ในระหว่างที่ฟางโม่กำลังจะถามถึงสิ่งที่ตนนั้นยังไม่เข้าใจ แต่ชายชราก็ไม่ปล่อยให้ความ้าของเขาต้องรอคอยต่อไปอีกต่อไปแล้ว เขารีบปล่อยหมัดจำนวนมากเข้าใส่ชายหนุ่ม
ฟางโม่ทำได้เพียงแค่หลบและป้องกัดหมัดัที่ถี่รัวจนเขาไม่มีโอกาศที่จะสวนกลับไปได้เลย
แม้ว่าความเร็วของสายฟ้าที่เขามีนั้นจะมากมายเพียงใด แต่กับความเร็วของประมุขเยี่ยที่ไม่เป้นรองความเร็วของเขาเลยเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้เขาเสียเปรียบเข้าไปใหญ่
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ฟางโม่จะทำได้คือใช้ความสามารถของพลังเวทดินและน้ำแข็งมาเป็โล่รับการโจมตีที่รุงแรงของชายผู้นี้แต่เพียงเท่านั้น
แต่โล่ที่เขาสร้างขึ้นมาก็เปาะบางเกินกว่าที่จะต้านทานหมัดของชายชราได้เลย
ฟางโม่รีบพุ่งตัวเขาไปประชิดร่างของประมุขเสียอีกครั้ง พร้อมกับปล่อยหมัดเปลวเพลิงสีฟ้าออกมาใส่ท้องของชายชรา แต่ก็โดนลูกถีบของเขาเข้าไปเสียก่อน จนร่างของชายหนุ่มกระเด็นออกมา แต่ประมุขเยี่ยก็ยังไม่หยุดการโจมตีแค่นั้น เขายังคงพุ่งตัวตามร่างของฟางโม่ไป
ชายหนุ่มเมื่อเห้นประมุขเยี่ยเข้ามาประชิดตัวเขาอีกครั้งก้รีบปล่อยเข้มน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่ร่างของชายชราทันที
ด้วยระยะที่ประชัดและความประมาณของประมุขเยี่ย แม้เขาจะเบี่ยงตัวหลบเข็มน้ำแข็งของฟางโม่แล้ว แต่ชายหนุ่มก้รีบเพิ่มความร้อนให้กับเข็มน้ำแข็งเ่าั้ ให้ะเิออกเป็น้ำกรดเข้าใส่ร่างของชายชราและตัวเข้าเองด้วย
เมื่อเห็นว่าประมุขเยี่ยรีบถอยห่างไปจากตัวเขาแล้ว ฟางโม่ก้รีบตะวัดมือไปมาสร้างเป็ดาบวายุพุ่งตรงเข้าไปใส่ร่างของชายชรา ก่อนที่จะห่อหุ่มร่างด้วยน้ำแข็งที่รอบร้อยไปด้วยหนามทั่วทั้งตัว และพุ่งเข้าไปใส่ประมุขเยี่ยทันท
ชายชรานิ่งหยุดนิ่งไปซักพักก่อนที่เข้าจะกระทืบเท้าลงกับพื้น
แรงโน้มถ่วงทั่วบริเวณนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็จำนวนมาก จนร่างของฟางโม่ และคมดาบวายุที่ลอยอยู่ในอาการไม่อาจต้านทานแรงกดมหาสารขนาดนั้นได้ ต้องร่วงหล่นลงไปกองอยุ่ที่พื้นดิน
ประมุขเยี่ยรีบะโขึ้นฟ้าและปล่อยพลังิญญาให้กลายเป็ร่างของมักกรสีทองตัวใหญ่ ที่ตกลงมาหาร่างของฟางโม่
แม้ว่าร่างกายของชายหนุ่มจะโดนแรงกดมหาสารของโลกที่กดทับร่างของเขาไว้ แต่เขาก็พยายามที่จะคลานออกมา เพื่อหลบการโจมตีของประมุขเยี่ยให้ได้ แม้ว่าร่างกายของเขาจะสั่นเทาจนเหมือนจะแหลกสลาย และกระดูกในกายจะถูกบดขยี้ แต่เขาก็ยังคงพื้นร่างคลานหลบัั์ที่ตกลงสู้พื้นได้อย่างหวุดหวิด
ประมุขเยี่ยเมื่อโจมตีพลาดในครั้งแรกไป รีบกระโจนเข้าใส่ร่างของฟางโม่แล้ว ตั้งง้างเท้าที่มีัสีท้องล้อมรอบเอาไว้ออกมา
ฟางโม่รีบใช้ดินที่อยู่บริเวณนั้นให้คืบคลานห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ แม้มันจะทรมาณมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังคงฝืนตัวเองพยายามให้ดินที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทั่วร่างของเขา ช่วยปกป้องตัวเขาจากการโจมตีของผู้าุโท่านนี้
แต่ก็คงไม่ทันเสียแล้ว เศษดินที่เขาสร้างขึ้นมาแม้จะสูงครอบคลุมร่างของเขาได้เพียงน้อยนิด แต่ประมุขเยียก็ปล่อยการโจมตีเข้าใส่ฟางโม่
“พอก่อนเถอะครับท่านประมุข ท่านคิดจะข้าชายหนุ่มคนนี้เหรอครับ”ชายผู้มีหน้าที่เป็คนควบคนม้า ที่ยืนดูสถานการณ์ทั้งหมดมาตลอด รีบเข้าไปห้ามการโจมตีที่จะสามารถปลิดชีวิตของฟางโม่ลงได้ แต่ก็ทำให้เข้าต้องถูกลุกเตะมังกอดทองของประมุขเยี่ยเข้าที่ขาอย่างจัง จนขาขาเขาไม่สามารถที่จะยืนตาแรงโน้มถ่วงที่มากมายนี้ได้อีกต่อไป ต้องลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ร่างของฟางโม่
ประมุขเยี่ยที่ถูกอารมณ์ของกาต่อสู้เข้าครอบงำ เริ่มได้สติออกมาอีกครั้ง แล้วจึงรีบปิดสนามแรงโน้มถ่วงให้กลับมาเป็ปกติทันที
“ฟางโม่ เ้าเป็อะไรมากรึเปล่า”ประมุขเยี่ยพูดขึ้นก่อนจะหันมาดูอาการของคนขับรถม้าที่มาห้ามตนไว้ “เ้าด้วย ฟง กระดูกหักรึเปล่า”
ฟงหันมายิ้นให้กลับให้ประมุขที่ให้ความกังวลที่ออกมาทางสีหน้าของชายชราบรรเทาลงได้บาง
“ข้าไม่เป็ไรหรอกขอรับ ต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยสั่งสอนข้ามาเป็อย่างดี จนทำให้ข้าสามารถที่จะใช้พลังิญญาสร้างท่าป้องกันของขั้นาามารับการโจมตีของท่านได้”
ชายชราพยักหน้าเป็การตอบรับ ก่อนจะเปลี่ยนไปสนใจที่ร่างกายที่ดูสาหัดของชายหนุ่ม
“แล้วเ้าล่ะฟางโม่ เป็อย่างไรบาง”
ความเ็ปที่แพ่ไปทั่วร่างของชายหนุ่ม ทำให้เขายังม่สามารถตอบกลับไปได้ในทันทีอย่างที่ใจอยาก แต่เมื่อด้วยจากสีหน้าที่มีรอยยิ้มในมุมปากเล็กน้อย ก็เป็การบ่งบอกว่าตัวเขาไม่เป็ไรให้กับชายคนชราได้รับรู้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถรู้ความรู้สึกผิดที่ชายผู้นี้มีให้กับชายหนุ่มได้
“ข้าต้องขอโทษเ้าจริง ๆ เดิมทีข้าคิดว่าจะใช้เพียงฝ่ามือัในการสู้กับเ้า แต่เพราะว่าเ้าสามารถสร้างอาการาเ็ให้กับข้าได้ มันจึงทำให้ข้าเผลอเอาจริงขึ้นมา”
ประมุขเยี่ยมองไปยังาแที่เหมือนโดนน้ำร้อนลวกที่เกิดจากการโดนะเิน้ำกรด แม้มันจะเป็แค่เพียงาแดเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้ลูกศิษย์ที่เข้ามาช่วยฟางโม่เอาไว้มีสีหน้าที่ใเป็อย่างมาก
เพราะในการฝึกมายมากที่ทั้งตัวของฟงและลูกศิษย์ในสำนักคนอื่น ๆ ที่ได้มีโอกาศประมือกับประมุขเยี่ยโดยตรงนั้น แม้ชายชราจะออมมือให้กับพวกเขามากแค่ไหน แต่ก้ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียวที่สร้างรอยแพ้ให้กับชายผู้นี้ได้เลยซักคนเดียว แต่กับเด็กที่เป็ขยะของตระกุลเหยาที่แม้แต่ตัวเขาก็ดูถูกมาตลอดกลับทำในสิ่งที่เป้นความฝันของเขาได้ แม้จะจำใจ แต่จากการที่เห็นการต่อสู้เมื่อซักครู่ ฟงก็ต้องยอมรับในความสามารถของชายหนุ่ม ที่ต่อสู้แม้จะต้องเอาตัวเข้าแรกจนสามารถสร้างาแให้กับประมุขเยี่ยได้
“การเดิมพัน”ฟางโมฝืนความเ็ปพูดออกมาด้วยเสียงอันแ่เบา “ผม..ชนะการเดิมพัน..หรือเปล่า”
ประมุขเหยียหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงไปเพื่อมองดุชายหนุ่มใกล้ ๆ
“คำพูดนั้นข้าต่างหากที่ควรจะเป็คนพูดกับเ้า”ประมุขเยี่ยพูดกับฟางโม่อย่างอ้อนโยน “ข้าทำกับเ้าขนาดนี้ เ้ายังอยากจะเป็ลูกเขยของข้าหรือไม่”
แม้ทั้งร่างกายจะเ็ปเจนแทบจะไม่สามารถขยับได้ แต่ก็ไม่อาจต้านทานเสียงหัวเราะอย่างยินดีที่ชายหนุ่มมีอยู่ในขนะได้เลย
“แน่นอนขอรับ”ชายโม่พูดขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริ้น
แม้จะเ็ปแต่ก็ยังหัวเราะ แม้จะทรมาณแต่ก็ยังยินดี
รอยยิ้มและใบหน้าที่แสนอบอุ่นเหมือนที่พ่อของเขามีให้กับชายหนุ่ม ในตอนนี้ใบหน้าเช่นนั้นได้ปรากฎกับชายชราที่อยู่ตรงหน้าให้ชายหนุ่มได้เห็นแล้ว
“เ้ายังพูดไหวหรือเปล่า”ประมุขเยี่ยพูดขึ้นอย่างมีความสุข
“แค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอกขอรับ”
“ดี งั้นเรามาต่อกันอีกซักยกดีไหม”
ฟางโม่ยิ้มแหยง ๆ ออกมา
“แบบนั้นผมคงไม่ไหวหรอกขอรับ รอให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ก่อนดีกว่า แล้วเราค่อยมาประมือกันอีกครั้งก็ได้ขอรับท่านประมุข”ชายชราจ้องมองดุชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “นี้ข้าพูดไปอะไรผิดไปหรือเปล่าขอรับ”
“เรียกพ่อสิ”ประมุขเยี่ยพุดขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง “เรียกข้าว่าพ่อสิ ตอนนี้เ้าเป็ลูกเขยของข้าแล้ว”
ฟางโม่หัวเราะออกมาเบา ๆ เขาไม่เคยคิดเลยว่าประมุขเยี่ยที่เงียบขลึมทุกครั้งที่เขาเจอ จะพูดอะไรเป็เด็ก ๆ เช่นนี้เป้นด้วย
“ขอรับ ท่านพ่อ”
“ดีมาก”
“ท่านประมุขขอรับ”ฟงกล่าวขึ้นมา “แล้วเราจะเอายังไงต่อดีครับ จะส่งตัวเขากลับไปที่สำนักเหยาดีไหมขอรับ”
ประมุขเยี่ยทำสีหน้าครุ่มคิด พร้อมกับมองไปที่ฟางโม่
“ข้าว่าพาลูกเขยของข้ากลับไปที่สำนักของเราก่อนดีกว่า เขาคงอยากจะเจอเยี่ย เทียน เต็มแก่แล้ว”
“ผมจะได้เจอกับเทียนใช่มั้ยขอรับ”
ประมุขเยี่ยส่ายหน้า
“เปล่าเลย ตอนนี้เยี่ยเทียนได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยฟงหวินไปที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับ...เออ”ประมุขเยี่ยเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบหยุดพูดและนิ่งเงียบไปทันที
แต่นั้นยิ่งทำให้ฟางโม่อยากรู้ถึงสิ่งสาเหตุที่ชายชราเงียบไปมากขึ้นไปอีก
“พร้อมกับอะไรรึขอรับ”
ประมุขเยี่ยถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แม้ตัวเขาจะไม่อยากเป้นคนพูดสิ่งนี้ออกมา แต่คงไม่สามารถที่จะบ่ายเบี่ยงชายหนุ่มผู้เป็ลูกเขยของเขาได้
“พร้อมกับชายที่ข้าคิดว่าจะเป็ผู้เหมาะสมมากกว่าเ้า”ประมุขเยี่ยรีบกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่เมื่อเห้นสีหน้าที่ดุไม่พอใจขอชายหนุ่ม “แต่มันเป้นความผิดของเ้าเองนะ ใครจะไปคิดล่ะว่าเ้าสามารถที่จะเก่งขึ้นได้ขนาดนี้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันจริง ๆ”
ฟางโม่รีบพยายามลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล แม้ว่าเขาจะล้มลงไปกี่ครั้ง แต่เขาก็ยังคงฝืนที่จะลุกขึ้นมาโดยไม่สนใจคำห้ามของฟงละประมุขเยี่ยเลย
“ถ้าเป้นเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีเวลาจะมานอนเช่นนี้อีกแล้ว”ชายหนุ่มกัดฟันพูดออกมา เพื่อระงับความเ็ป
ประมุขเยี่ยได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะล่วงไปหยิบเม็ดยาขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่ซ่อนอยู่ภายใน
“เมื่อเป็เช่นนั้นข้าก็จะไม่ห้ามเ้า แต่เ้าต้องกินยาเม็ดนี้เข้าไปก่อน”ประมุขเยี่ยยืนยาเม็ดนั้นให้กับฟางโม่ ชายหนุ่มก็รับมาแต่โดยดี“นี้เป้นยากระตุ้นเื มันจะช่วยให้พลังิญญาและพลังกายของเ้าฟื้นคือกลับมาได้”
“ขอบคุณท่านมากท่านพ่อ”
ฟางโม่รีบหยิบเม็ดยาที่อยู่ในมือเข้าปากและปล่อยน้ำให้ออกมาอยู่บนฝ่ามือ แล้วดื่นเข้าไปทันที
ทันทีทียากกระตุ้นเืได้เข้าสู่ร่างกายของฟางโม่ ความสามารถของมันก็เริ่มทำงานทันที ร่างกายที่รู้สึกไร้เรียวแรงของเขาก็กลับมามีพลังกำลังอีกครั้ง จนตอนนี้เขาสามารถที่จะก้าวเดินโดยไม่รุ้สึกเ็ปอีกต่อไปแล้ว
ฟางโม่รีบคำนับให้กับพ่อเขยของเขาเป็การบอกลา ก่อนจะรีบวิ่งด้วยความเร็วสายฟ้าของเขาไปหาเยี่ย เทียน
“ช่างเป็ชายหนุ่มที่เืร้อนไม่เบาเลยจริง ๆ”ประมุขเยี่ยหัวเราะในรำคออกมาเบา ๆ ด้วยความพอใจ
“ที่ท่านบอกบอกเื่นี้ขึ้นมา ท่านวางแผนที่จะให้เขาตามไปั้แ่ต้นแล้วใช่มั้ยขอรับ”ฟงกล่ามขึ้นมาพลางอมยิ้ม “เพราะผู้ที่ไปกับคุณหนูเทียน หาใช่ชายไม่”
“เื่แบบนี้ให้คนที่เขารักกันเป็คนบอกเองจะดีกว่า เ้าไม่คิดเช่นนั้นรึฟง”
ฟงหัวเราะออกมาเปล่า ๆ บางทีตัวเขาก็ยังไม่อยากที่จะเชื่อในท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้าเป็หลังของประมุขเยี่ยที่มีให้กับฟางโม่เลยจริง ๆ ที่มีมาเมื่อพูดถึงเื่ของชายหนุ่มคนนี้ จะมีแต่เสียงด่าทอในตัวเขาตามมาตลอด จนเมื่อได้ยินประมุขมาพูดกล่าวชมเช่นนี้ก็ทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้าง
“แต่ผมมีเื่ไม่เข้าใจเล็กน้อยเหมือนกันนะขอรับ”
“เ้ามีอะไรไม่พอใจในตัวลูกเขยของข้ากัน”ประมุขเยี่ยหันมาตวาดใส่ฟง
“เปล่าเลยขอรับ เื่ที่ข้าสงสัยไม่เกี่ยวข้องกับนายน้อยเหยาเลย แต่เป็เื่ที่ท่านส่งตัวคุณหนูเทียนให้ไปศึกษาต่อที่อื่น ทั้ง ๆ ที่สำนักของเราก็ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งอยู่แล้ว”
ประมุขเยี่ยเดินเข้าไปจับไล่ของฟงเบา ๆ
“นกน้อยนั้นต้องบินฝ่าพายุใหญ่ให้ได้ การจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่หากไม่ออกสู่โลกภายนอก ก็จะไม่สามารถที่จะพบเจอกับอะไรมากมาย”
“เป้นเช่นนั้นเองนะขอรับ”ฟงยกมือสองข้างขึ้นผสานกันแล้วก้มหัวเป้นการขอบคุณคำสั่งสอนที่มีให้กับเขา
“เอาล่ะรีบกับสำนักดีกว่า วันนี้ข้าอารมดี เดี๋ยวจะช่วยสอนวิชาให้กับเ้าเอง”
ประมุขเยี่ยกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินขึ้นไปบนรถม้า
“ขอบพระคุณมากขอรับ”ฟงรีบกล่าวขึ้นพร้อมกับวิ่งขึ้นไปบังคับม้าให้รีบออกตัวทันที