บทที่ 16: ทำเนียบยอดฝีมือ!
เมื่อเปิดประตูห้องออก
เบื้องหน้าของซูฉางเกอก็ปรากฏใบหน้าอันหมดจดขาวนวล เส้นผมยาวสีดำขลับถูกมัดไว้อย่างเรียบง่าย คิ้วเรียวดั่งใบหลิว ดวงตาทั้งสองข้างใสกระจ่างแฝงไปด้วยความซุกซนเล็กน้อย แก้มหยกมีสีระเรื่อ
ผิวพรรณขาวเนียนดุจหยก ขาวผ่องอมชมพูอย่างเป็ธรรมชาติ
ผิวเนื้องามดั่งหิมะขาวบริสุทธิ์ กิริยาท่าทางอ่อนโยนสง่างามดุจหยกงามล้ำค่า
ช่างเป็ดรุณีน้อยที่งดงามล่มเมืองจริง ๆ ซูฉางเกออดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจ จากนั้นจึงส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้นาง "แม่นางหลิวหลีมีธุระอะไรกับข้าหรือ?"
ไม่ว่าอย่างไร เื่ภาพลักษณ์ต้องรักษาให้ดีเข้าไว้
เสวี่ยหลิวหลีกะพริบตาคู่สวย เงยหน้าขึ้นสบตากับซูฉางเกออย่างกล้าหาญ ในดวงตาของนางสะท้อนภาพใบหน้าอันหล่อเหลาของซูฉางเกอ ใบหน้าน้อย ๆ ของนางแดงระเรื่อ พร้อมกับเอ่ยเสียงเบาว่า
"ผู้าุโ ข้าได้ยินน้องสาวหว่านชิงบอกว่าในสมัยก่อนท่านชอบกู่ฉิน ข้าเองก็เคยเรียนมาบ้างเล็กน้อยในตระกูล ไม่ทราบว่าพอจะขอให้ผู้าุโช่วยชี้แนะได้หรือไม่เ้าคะ?"
ดีดฉิน?
บรรเลงเพลงรักร่วมกัน?
ล้อเล่นน่า
ซูฉางเกอชะงักไปครู่หนึ่ง
อันที่จริงหากเปรียบเทียบกันแล้ว เขาชอบเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่งมากกว่า
อย่างเช่น ขลุ่ยเซียว...
"ข้าเห็นว่าแม่นางหลิวหลีฟื้นตัวได้เกือบสมบูรณ์แล้ว หากมีเวลาว่าง ก็สามารถไปเดินเล่นในนิกายเซียนกระบี่เมฆาของข้าได้ ทัศนียภาพที่นี่ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว"
ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เคล็ดลับข้อแรกของการจีบสาวคือการดึงดันให้โหยหา ต้องชิงเป็ฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าก่อน
เสวี่ยหลิวหลีกัดฟันขาว แล้วเอ่ยปากอย่างกล้าหาญอีกครั้งว่า "ถ้าอย่างนั้นผู้าุโ ท่านช่วยพาข้าเดินชมได้หรือไม่เ้าคะ? ข้าไม่ค่อยคุ้นเคยกับสถานที่ที่นี่เลย"
นี่ตั้งใจแน่วแน่ที่จะหาโอกาสใกล้ชิดกับเขาจริง ๆ สินะ
ซูฉางเกอนิ่งคิดครู่หนึ่ง
ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นเฟิ่งหว่านชิงที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ในลานบ้าน ดวงตาของเขาเป็ประกาย รีบเรียกเฟิ่งหว่านชิงให้มาหาทันที "แม่นางหลิวหลี ลูกศิษย์ของข้าผู้นี้คุ้นเคยกับสำนักดี วันนี้ให้นางพาเ้าไปเดินเที่ยวรอบ ๆ เถิด"
ปฏิเสธครั้งที่สอง
ใช้กลยุทธ์ดึงดันให้โหยหาอีกครั้ง
จำไว้ว่าการติดต่อกับหญิงสาวครั้งแรก ห้ามแสดงออกว่าสนิทสนมเกินไป และห้ามรุกหนักเกินไป มิเช่นนั้นจะดูเหมือนหมาเลีย
เฟิ่งหว่านชิงที่ถูกอาจารย์เรียกมาอย่างกะทันหัน "???"
ในหัวน้อย ๆ เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
อาจารย์คิดได้อย่างไรว่าลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างนางจะคุ้นเคยกับนิกายเซียนกระบี่เมฆา?
นอกจากตำหนักชิงอวิ๋นและป่าไผ่ม่วง นางไม่เคยไปที่อื่นเลยสักนิด...
...
ห้องโถงหารือของนิกายเซียนกระบี่เมฆา
นอกจากซูฉางเกอแล้ว ผู้าุโท่านอื่น ๆ มากันครบถ้วน
"ในสถานการณ์ตอนนี้ การจะไปปิดด่านบำเพ็ญเพียรคงเป็ไปไม่ได้แล้ว ห้าตระกูลใหญ่แทบทั้งหมดส่งเทียบเชิญมา โดยอ้างว่า้ามาชมการประลองใหญ่ของสำนัก แม้แต่ผู้าุโสูงสุดของตระกูลไป๋ ก็ยังส่งเทียบเชิญมาให้ข้าฉบับหนึ่ง"
"คนที่มีตาย่อมรู้ว่าคนเหล่านี้มาเพื่ออะไร ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจาก้าดึงตัวผู้าุโซูมาเป็พวก จึงได้คิดอยากจะผูกมิตรกับนิกายเซียนกระบี่เมฆาของพวกเรา"
"ครั้งนี้ผู้าุโซูทำให้พวกเรานิกายเซียนกระบี่เมฆาได้หน้าอย่างมาก ตอนนี้ทุกคนในห้าดินแดนใหญ่ต่างรู้แล้วว่าสำนักของเรามีผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์สูงสุดคุ้มครอง อีกทั้งยังมีคนจากตระกูลโบราณที่ออกมาฝึกฝนเป็ผู้าุโ เกรงว่าต่อให้รัชทายาทเผ่ามารมาเอง ก็คงต้องเกรงใจจนไม่กล้าลงมือกระมัง?"
"มีผู้าุโซูอยู่ ต่อให้รัชทายาทเผ่ามารมา ก็ต้องให้เกียรติผู้าุโซู ถึงตอนนั้นพวกเราก็แค่ต้อนรับให้ดี และห้ามเอ่ยถึงเื่ชีพจริญญาของสำนักเด็ดขาด"
"ยังมีอีกเื่หนึ่ง พูดออกไปพวกท่านผู้าุโอาจจะไม่เชื่อ คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้าก็ส่งเทียบเชิญมาให้ข้าเช่นกัน!"
"แดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า?!"
ขณะที่เหล่าผู้าุโกำลังสนทนากัน คำพูดที่โจวยวนโพล่งออกมาก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงในทันที
"ถูกต้อง เป็เทียบเชิญของเย่เฟิง ผู้ท้าชิงตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์คนใหม่ของแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า ว่ากันว่าเย่เฟิงผู้นี้มีพร์ราวกับปีศาจ แม้แต่เ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้ายังชื่นชมในตัวเขามาก บุตรศักดิ์สิทธิ์รุ่นต่อไปของแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า มีความเป็ไปได้สูงว่าจะเป็เขา!"
บุคคลระดับนี้
หากเป็เวลาปกติมาที่นิกายเซียนกระบี่เมฆาของพวกเขา จำเป็ต้องมีเทียบเชิญด้วยหรือ? ไม่ใช่ว่าอยากมาก็มา อยากไปก็ไป หรือแม้แต่พวกเขาเองก็ไม่กล้าขัดขวาง แต่ตอนนี้แม้แต่ผู้ท้าชิงตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์อย่างเย่เฟิงยังส่งเทียบเชิญมา เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าให้ความสำคัญกับนิกายเซียนกระบี่เมฆาเพียงใด
ไม่!
พูดให้ถูกต้องคือ ให้ความสำคัญกับซูฉางเกอและผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์สูงสุดท่านนั้นต่างหาก
โจวยวนและเหล่าผู้าุโต่างมีสีหน้าที่ตื่นเต้นจนยากจะปกปิด
พวกเขาเคยมีความรู้สึกที่ถูกจับตามองจากผู้คนมากมายเช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน บัดนี้แม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังต้องให้เกียรตินิกายเซียนกระบี่เมฆาของพวกเขา และต้นเหตุของทั้งหมดนี้ ล้วนรวมอยู่ที่คนเพียงคนเดียว!
ซูฉางเกอ!
ผู้าุโที่อายุน้อยที่สุดของนิกายเซียนกระบี่เมฆา!
ศิษย์ยอดฝีมือจากตระกูลโบราณที่ออกมาฝึกฝน!
ในขณะนี้ จิตใจของโจวยวนสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น
"ส่งคำสั่งถึงศิษย์ทั้งสำนัก ให้เตรียมตัวสำหรับการประลองใหญ่ของสำนัก ต่อจากนี้ภายในสำนัก ผู้าุโซูมีอำนาจตัดสินใจในทุกเื่ของสำนัก!"
ผู้าุโท่านอื่น ๆ รีบพยักหน้าเห็นพ้อง ไม่มีใครกล้าคัดค้านแม้แต่คนเดียว
ล้อเล่นน่า การที่สามารถรั้งซูฉางเกอให้อยู่ในสำนักได้ก็นับเป็เกียรติสูงสุดของพวกเขาแล้ว ในเวลานี้ต่อให้เ้าสำนักอยู่ที่นี่ ก็คงไม่คัดค้านการตัดสินใจนี้อย่างแน่นอน!
ในเวลาเดียวกัน
ณ ราชวงศ์เซียนหมื่นปีอันห่างไกล
ตำหนักราชันเซียนอันรุ่งโรจน์และยิ่งใหญ่!
ตำหนักที่ตกแต่งด้วยทองคำอร่าม ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราเป็ที่สุด!
ที่ส่วนบนสุดของตำหนัก
ชายหนุ่มในชุดฉลองพระองค์ัค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ในขณะที่เปิดเปลือกตา ดวงตาสีม่วงทองอันแปลกประหลาดก็ทอประกายแสงสีทองที่บ้าคลั่งและงดงาม
"ซูฉางเกออย่างนั้นหรือ? ศิษย์จากตระกูลโบราณ?"
เขาหลุบตาลงเล็กน้อย พึมพำกับตัวเองว่า "ในเมื่อเป็ศิษย์ตระกูลโบราณ ย่อมต้องมาเพื่อทำเนียบยอดฝีมือแน่นอน ไม่รู้ว่าครั้งนี้ บรรดารัชทายาทและบุตรศักดิ์สิทธิ์จากราชวงศ์เซียนและดินแดนศักดิ์สิทธิ์เ่าั้ ใครจะถูกเขาเหยียบลงจากทำเนียบยอดฝีมือกันนะ"
"ไม่ว่าอย่างไร คนผู้นี้ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด..."
แดนเหนือร้าง
เป่ยโจว!
ตระกูลไป๋!
ห้องประชุมตระกูล!
"ยามนี้อวิ้นเอ๋อร์ไม่ยอมกลับมาจากนิกายเซียนกระบี่เมฆา ส่วนเื่การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ตระกูลโจวก็ได้ส่งคนมาเร่งรัดอีกแล้ว หากตอนนี้พวกเราผิดสัญญา ก็จะล่วงเกินตระกูลโจวอย่างสิ้นเชิง"
ผู้นำตระกูลไป๋ยืนอยู่ในห้องประชุม มองไปยังผู้าุโสูงสุดของตระกูลไป๋ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ รายงานสถานการณ์อย่างช้า ๆ ว่า
"แม้ว่านิกายเซียนกระบี่เมฆาจะมีเื้ัเป็ระดับราชันย์สูงสุด แต่พวกเราไม่มีใครเคยเห็นราชันย์สูงสุดท่านนี้เลย อีกทั้งท่านใต้เท้าซูผู้นั้น ว่ากันว่าตอนนี้เขาเป็ผู้าุโของนิกายเซียนกระบี่เมฆา แต่ใครจะรู้ว่าในอนาคตเขาจะออกจากห้าดินแดนใหญ่หรือไม่"
"ดังนั้น ข้าเห็นว่าการที่อวิ้นเอ๋อร์อยู่ที่นั่นไม่เหมาะสม เมื่อใดที่ท่านใต้เท้าซูจากไป นิกายเซียนกระบี่เมฆาก็เป็เพียงสำนักชั้นหนึ่งเท่านั้น ให้อวิ้นเอ๋อร์กลับมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับนายน้อยตระกูลโจวจะมั่นคงกว่า!"
สิ้นคำพูด
ใบหน้าชราของผู้าุโสูงสุดตระกูลไป๋ไม่มีการแสดงออกใด ๆ เขาหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบเล็กน้อย ในใจกำลังชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย
การรับไป๋อวิ้นเฉินกลับตระกูลเพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เป็สิ่งที่พวกเขารับปากตระกูลโจวไว้นานแล้ว ย่อมไม่สามารถผิดคำพูดได้
แต่ตอนนี้ นิกายเซียนกระบี่เมฆาเป็เป้าหมายที่ทุกคน้าประจบประแจง ตราบใดที่มีซูฉางเกออยู่ ไม่ยากเลยที่จะจินตนาการว่าสำนักนี้จะพัฒนาไปในทิศทางใดในอนาคต ย่อมต้องเป็ตัวตนที่แม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์และราชวงศ์เซียนต้องให้ความสำคัญ!
บางทีแม้แต่ตระกูลเร้นลับอย่างตระกูลโจวก็อาจเทียบไม่ได้กับนิกายเซียนกระบี่เมฆาในอนาคต การที่อวิ้นเอ๋อร์บำเพ็ญเพียรอยู่ที่นั่นจึงไม่ใช่เื่ผิด และทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรย่อมดีกว่าตระกูลไป๋นับหมื่นเท่า ซึ่งทั้งหมดนี้มีเงื่อนไขว่าท่านใต้เท้าซูจะไม่จากนิกายเซียนกระบี่เมฆาไป
หากท่านใต้เท้าผู้นั้นจากไป นิกายเซียนกระบี่เมฆาในสายตาของพวกเขาก็ไม่มีค่าอะไรจริง ๆ และไป๋อวิ้นเฉินก็ยิ่งไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นั่น
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาของผู้าุโสูงสุดตระกูลไป๋ไหววูบ เขาตัดสินใจได้ในใจ แล้วเอ่ยกับผู้นำตระกูลไป๋อย่างช้า ๆ ว่า
"เื่การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลโจวจะล่าช้าไม่ได้ แต่ในเมื่ออวิ้นเอ๋อร์ไม่เต็มใจจะกลับมา พวกเราก็ไปที่นิกายเซียนกระบี่เมฆาสักรอบ ถือโอกาสทำความรู้จักกับท่านใต้เท้าซูผู้นี้ด้วย"
"การได้ผูกมิตรกับท่านใต้เท้าซูย่อมเป็เื่ดี แต่หากผูกมิตรไม่ได้ ก็ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด รอให้การประลองใหญ่ของสำนักสิ้นสุดลง แล้วจึงพาอวิ้นเอ๋อร์กลับมาพร้อมกัน"
...
สถานการณ์เช่นนี้ยังเกิดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วห้าดินแดนใหญ่ หลายสำนักและหลายตระกูลต่างเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่นิกายเซียนกระบี่เมฆา แม้แต่ราชวงศ์เซียนหมื่นปีซึ่งอยู่ใกล้ห้าดินแดนใหญ่ที่สุดในบรรดาเก้าราชวงศ์เซียนก็ยังถูกทำให้ตื่นตัว
ผู้คนนับไม่ถ้วนแอบจดจำชื่อซูฉางเกอไว้ในใจ เมื่อเชื่อมโยงกับทำเนียบยอดฝีมือที่เก้าราชวงศ์เซียนกำลังจะเปิดเผยในไม่ช้า ในใจก็ยิ่งร้อนรุ่มและคาดหวังอย่างยิ่ง ศิษย์จากตระกูลโบราณที่ออกมาฝึกฝน ย่อมไม่พลาดที่จะมีชื่ออยู่ในทำเนียบยอดฝีมือเช่นนี้
ทำเนียบยอดฝีมือที่แต่เดิมมีการแข่งขันอันโหดร้ายทารุณ ครั้งนี้การประชันกันอาจจะยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก หากมีศิษย์ตระกูลโบราณเข้าร่วมด้วย ไม่รู้ว่าบรรดารัชทายาทราชวงศ์เซียนและบุตรศักดิ์สิทธิ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เ่าั้ จะรู้สึกกดดันบ้างหรือไม่!
ในเวลานี้ หลายคนมีความคิดเพียงอย่างเดียว คืออยากเห็นว่าในวันที่ทำเนียบยอดฝีมือถูกเปิดเผย ท่านใต้เท้าซูจากตระกูลโบราณผู้นี้ จะสามารถติดอันดับได้หรือไม่
หากติดอันดับ ย่อมต้องเป็เป้าหมายที่ทุกราชวงศ์เซียนและดินแดนศักดิ์สิทธิ์แย่งชิงกันดึงตัว ถึงตอนนั้นเกรงว่าจะมีสตรีศักดิ์สิทธิ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และองค์หญิงจากราชวงศ์เซียนจำนวนไม่น้อยที่พึงพอใจในตัวเขา? นอกจากเหล่าหญิงสาวผู้สูงส่งเหล่านี้แล้ว ภายนอกยังไม่รู้ว่าจะมีหญิงสาวอีกกี่คนที่หลงใหลในตัวเขา เพราะฐานะของซูฉางเกอนั้น สำหรับพวกนางแล้ว ช่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจเหลือเกิน