ความอึดอัดหนักหน่วงกดทับจนเส้นเอ็นเขียวข้างขมับนูนปูดโปน บีบรัดระบบประสาทขมวดเป็เกลียวเเน่น ในดวงตาคมเข้มเเก้วตาสีสนิมขยายใหญ่ราวกับจุดดับกำลังขมึงมองผ่านความมืด
แม้ยามค่ำคืนอากาศในชนบทจะเย็นสบาย เเต่ในกระท่อมร้างหลังน้อยที่ถูกกางกั้นด้วยม่านมืดให้พ้นจากโลกภายนอก อุณหภูมิกลับลดต่ำลงกว่าปกติหลายเท่า เเต่ไม่ว่าจะเย็นเยือกหนาวเหน็บเพียงได เหงื่อเม็ดโป้งกลับไหลหลั่งลงมาไม่หยุดยั้งราวกับน้ำหลาก ปรากฏปกคลุมบนใบหน้าของดาบหนุ่มไม่ขาดสาย
ััอันเฉียบคมทำให้เทียบรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งซุกซ่อนกลมกลืนเคลื่อนไหวเลือนรางภายในหมอกมืดรอบกายนั้นเเน่นอน มือเขาข้างหนึ่งชูตลับไฟส่องสว่าง อีกข้างกำกระชับด้ามปืนเเน่น ปลายกระบอกเล็งจ่อความขมุกขมัวด้านหน้า นิ้วชี้เกี่ยวสอดไกเตรียมพร้อมลั่นยิงได้ทุกวินาที
วิกฤติจากเปลวไฟได้เริ่มลดรัศมีส่องสว่าง เหลือเพียงเเค่วงกลมดวงน้อยขนาดปลายนิ้วชี้เเตะัักับหัวแม่โป้งเท่านั้น
" อะ... ไอ้ชาติ! มึงยังไม่ตาย! "
สองตาจับจ้องมองค้างสติสตังจมหายไปกับความตกตะลึงไม่มีสิ้นสุด แววตาส่ายไหวไปมาด้วยความพรั่นพรึง ไม่อยากเชื่อตนเองในสิ่งที่ได้พบเห็น จนเขาต้องมองสำรวจทั่วร่างกำยำเหนืุ์นั้นอีกครั้งราวกับยังทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
ยามนี้ไอ้เดรัจฉานน้อยยืนจังก้าเเววตาท้าทายปรากฏกายต่อหน้าต่อตาเขา ' เ้าฆาตกรหนุ่มคนเดิม ' ไอ้เลววิปริตจิตคูณห้ามันกลับมาเเล้ว เพียงแต่ตะกายขึ้นมาจากไหนมาอย่างไรนั้นยังคงเป็ปริศนา
ใบหน้าขาวซีดยิ้มหวานเย้ยหยันมองกลับมาที่เขาด้วยสายหยาดเยิ้มดั่งคนเคยรู้ใจ เเต่เมื่อเพ่งมองชายหนุ่มผมสั้นเกรียนให้ถ้วนทั่วอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองบนใบหน้าไร้สีเืกลับขยายขนาดดูกลมโตขึ้นกว่าก่อน เเก้วตากลมใหญ่สีนิลสนิทราวหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง เว้นพื้นที่ให้ลูกกะตาขาวด้านข้างเพียงน้อยนิดเท่านั้น เเต่ที่สังเกตได้ชัดเจนคือเหนือคิ้วทั้งสองปรากฏเขาเล็กเเหลมงอกแทงเพิ่มขึ้นมา ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างคิ้วขึ้นไปเล็กน้อยประมาณหนึ่งนิ้วกลางหน้าผาก มีผลึกเเก้วรูปทรงข้าวหลามตัดสีมะเมื่อมสะท้อนเเสงเล่นไฟวิบวับ
ลำคอเเข็งเเรงที่ก่อนหน้าถูกเขาใช้ฤทธิ์มีดสั้นตัดขาดจนกระเด็นกลิ้งตกวางอยู่เเทบเท้า ยามนี้บริเวณที่เคยถูกเฉือนตัด ปรากฏรอยเส้นสีเเดงเข้มขวางรอบลำคอ มันค่อย ๆ บางลงเรื่อย ๆ หลังผ่านไปสิบลมหายใจเริ่มประสานเรียบเนียนสนิทดังเดิม เฉกเช่นเดียวกันกับรอยกรีดเว้าเจาะคว้านจากมีดซุยเล่มน้อยที่ปรากฏขึ้นทั่งร่าง นาทีนี้มันถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนกาลก่อนไม่มีผิด
" ฮี่ฮี่ฮี่ ไอัชาติ? คนเมื่อกี้นะรึ ดีใจด้วยนะ ตอนนี้มันตายไปเเล้ว "
เสียงเเหบเเห้งดั่งโลหะเสียดสีพูดคุยโต้ตอบกับเขาอย่างอารมณ์ดีไม่มีพิษภัย เเถมยังยืนยืดกอดอกโชว์กล้ามเเน่นไม่สะทกสะท้าน
" ในเมื่อมันตายไปเเล้ว ถ้างั้นเเกเป็ใคร? "
" ข้านะรึ ฮี่ฮี่ จะบอกอย่างไรดีให้เเกเข้าใจ มันมีหลากหลายคำเรียกขานที่ใช้สดุดีนามเผ่าพันธุ์อันสูงส่งของพวกเรา พวกมดปลวกต่ำต้อยใกล้สูญพันธุ์อย่างแกไม่จำเป็ต้องรู้หรอก เตรียมตัวตายอย่างไม่ต้องสงสัยมันไม่ง่ายกว่ารึ ฮี่ฮี่ฮี่ "
สิ้นเสียงนั้นมือทั้งสองคลายออกทิ้งลงข้างลำตัว เคบาร์กับคารัมบิตสองเล่มที่วางอยู่บนพื้น ปลายมีดสั่นไหวเริ่มขยับเขยื้อนจนมันบินเข้ามาอยู่ในอุ้งมือปีศาจราวติดปีก
เส้นอักขระสีเเดงเข้มที่สลักบนเเก้มมีดเหมือนรับรู้ถึงเ้านายที่เเท้จริง พวกมันสั่นส่ายขยุกขยิกขยับวิ่งย้อนทวนจากใบมีดเลื้อยขึ้นมาผ่านมือทั้งสอง จากนั้นเป็ต้นเเขน แผ่ขยายชอนไชทั่วทั้งร่างขาวซีดราวกับรากไม้สีเื
' ไอ้น่าเกลียดนี่! มันบอกว่าพวกเราทั้งหมดกำลังจะตาย มนุษย์จะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์งั้นรึ? เเน่นอน... ถึงตรงนี้ไอ้เลวนี่คงเป็พรรคพวกเดียวกันกับไอ้ทรงเกียรติ เเต่... หากมันตายจะเป็สัตว์ประหลาดเเบบไอ้ตัวนี้หรือไม่ ถ้าเป็เเบบนั้น... ตอนนี้ไอ้ทรงเกียรติมันคิดอะไรอยู่? ถึงไปร่วมมือกับภูตินรกตัวนี้ หืม... หรือไอ้นี่จะเป็บุคคลนั้น! คนที่คอยกำกับอยู่เื้ัเื่ทั้งหมดที่เฒ่าอิ่มเอ่ยถึงก่อนตาย '
แม้จะฟังดูเหลือเชื่อไร้เหตุผลเพียงใดก็ตาม แต่สิ่งที่เทียบพบเห็นล้วนบีบบังคับให้เขาต้องครุ่นคิดสวนทางกับหลักความเป็จริงเเทบทุกอย่าง แม้จะเป็เเค่เ้าหน้าที่ต๊อกต๋อยในหมู่บ้านเล็กจ้อย แต่ประสบการณ์เเปลกประหลาดเหนือธรรมชาติ เขากลับรับรู้ผ่านตาไม่เคยเป็สองรองใคร
" โอกาสสุดท้าย... จงบอกมาเดี๋ยวนี้! มันผู้ใดสอนเเกวาดเวทย์นั่น แล้วข้าจะปราณีดวงิญญาของเเกไม่ให้ทุกข์ทรมาน ไม่อย่างนั้นอย่าให้ข้าผู้เดินทางเพื่อมาสถิตร่างใหม่ต้องเสียเรี่ยวเปลืองเเรงเข้าขุดค้นิญญาอันโสมมของมนุษย์หน้าเหม็นเลย รับรองความตายนั้นน้อยนิดเกินไปด้วยซ้ำ ฮี่ฮี่ฮี่ "
ใบหน้าไร้สีเืเต็มไปด้วยร่องรอยความเหยียดหยาม ทั่วทั้งร่างรวมตัวกับอักขระโบราณสีเเดงฉานจนใกล้เสร็จสมบูรณ์ ร่างกายเริ่มขยายสูงใหญ่ เเขนขายืดยาวหนาเเน่นด้วยมัดกล้าม มือสองข้างทั้งสิบนิ้วมีกรงเล็บเเหลมดั่งใบมีดคมกริบ
ในยามนี้อักขระโลหิตวิ่งปกคลุมเข้มไปทั่วทั้งร่าง หากสังเกตให้ดีจะพบว่าพวกมันทั้งหมด จงใจขยับเคลื่อนไหวเปลี่ยนทิศทางเหมือนมีพลังงานบางอย่างคอยชักดึงรากโลหิตเข้ามามัดรวมกันเป็เกลียวเส้นสาย จากนั้นไหลย้อนทวนพุ่งขึ้นไปบนผลึกข้าวหลามตัดกลางหน้าผากให้มันดูดกลืน
ใช้เวลาเพียงเเค่สามสี่อึดใจเท่านั้น จากเดิมที่มีสีดำเงาโปร่งใส นาทีนี้เริ่มมีสีเเดงหลอมรวมเข้าเจือปน ผลึกข้าวหลามตัดที่งอกเกินบนหน้าผากเหมือนมันได้รับพลังเเห่งชีวิตเข้าเติมเต็มกลายเป็สีทับทิมโลหิตสว่างไสวเข้มข้นที่สมบูรณ์
ดวงตาสีดำลึกล้ำกลมใหญ่เลื่อนมองสำรวจไปทั่วทั้งร่างด้วยความแปลกใหม่ตื่นเต้น เ้าปีศาจยกมือหมุนตั้งศูนย์ลำคอที่ยาวใหญ่ไปมา กำหมัดบิดมือยกเเขนขึ้นลง มันทำแบบนี้ไปทั่วทุกส่วนเหมือน้าทดสอบความกระฉับกระเฉงของพลังที่สิงสถิตในร่างกายใหม่ให้คุ้นเคยโดยเร็วที่สุด
เทียบแหงนมองเ้าชาติสองที่ยืนขยับมือไม้เเข้งขาโดยไม่สนใจรอบข้าง ในใจนึกอยากลองหยั่งเชิงดูสักสองสามนัด เเต่สมองสั่งการลงไปถึงเพียงเเค่กระดูกหัวไหล่เริ่มขยับเคลื่อน ร่างเขากลับลอยละลิ่วขาไม่ติดพื้นปลิวกระเด็นกระเเทกผนังเข้าอย่างจัง ทั้งตลับไฟในมือทั้งบุหรี่ที่เพิ่งจุดคาบคาปากกระจายหายเเยกไปคนละทาง แต่ในมืออีกข้างยังคงเกาะกุมกระชับ .30 คู่ใจเเนบเเน่น... ปืนอยู่คนอยู่!
โครม!
" อูย ไม่น่าเชื่อความเร็วนั่น! เ้าชาติหนึ่งตัวจริงว่าเร็วมากเเล้วแต่ไอ้เ้านี่มันอะ... เฮ้ย!! "
" ฮี่ฮี่ฮี่ อย่าเหม่อสิ "
เเขนซีดขาวเต็มไปด้วยเส้นเื พุ่งมาคว้าหมับจับกุมที่ข้อเท้าอย่างรวดเร็วไม่ให้ตั้งตัว เเขนอันทรงพลังหาใดเปรียบหดกลับช้า ๆ มาอยู่ตรงหน้าเ้าชาติสองที่เเววตาโหยหาไม่ปกปิดการรอคอยดั่งสัตว์ร้ายหิวโหยอยากจับเขาขย่ำยัดเข้าปากกลืนกินทีเดียวทั้งตัว
" เมื่อกี้เเกพูดเหมือนเ้าชาติหนึ่งเปี๊ยบเลย สงสัยตายไม่สงบดวงิญญาที่เหลือยังติดคาอยู่ข้างในนั้นสิท่า "
เทียบที่ยามนี้ถูกชูห้อยโหนกลับหัวดูเยือกเย็นผิดปกติ ใบหน้าไร้ซึ่งความเกรงกลัว เเววตาดุดันเร่าร้อนจ้องมองกลับมาหามันเช่นกัน
" ฮี่ฮี่ฮี่ ดี... ดีมาก เผ่าพันธุ์ไร้ค่าใจกล้าเเบบนี้ ข้าชอบมาก โอกาสสุดท้าย บอกมาว่าใค... "
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียง .30 ลั่นกังวาลหมดโม่จนควันขาวโชยโขมงจากปลายกระบอกปืนและรังเพลิง อาจจะฟังดูผิดเเปลกเเต่ต้องยอมรับว่าเขาต้องใช้เรือนร่างเข้าเเลกเพื่อให้ได้รับโอกาสเข้าใกล้ประชิดตัว มือระดับนี้เมื่อขึ้นนกง้างเล็งเเล้วไม่เคยหลุดพลาดเป้า ยิ่งระยะทำการเพียงเอื้อมคว้าขนาดนี้ร้อยทั้งร้อยเอาเพียงครึ่งของครึ่งหนึ่ง
ถึงจะเป็ระยะที่ใกล้เกือบเผาขนเเต่ไอ้ปีศาจจากนรกกลับใช้มืออีกข้างแบกางห้านิ้ว กั้นขวางปกป้องผลึกสีเืที่เขาเล็งยิงไว้ได้ทันท่วงทีราวปาฏิหาริย์ เสียงดังป๊อกเเป๊กจากตะกั่วหัวะุ .357 เเม็กนั่ม ถูกปล่อยทิ้งลงมาจากมือที่ไร้ซึ่งบาดเเผลแม้เเต่รอยขีดข่วนขนเเมวยังควานหาเเทบไม่พบ
" ร้ายนักนะตัวเอง♡♡♡ "
สิ้นเสียงเเหบต่ำนั้นเทียบถูกจับหมุนควงเล่นในอากาศดั่งเขามีไกด์ส่วนตัวพาทัวร์สวนสนุกขึ้นเล่นรถไฟเหาะ เมื่อจังหวะพร้อม ความเร็วถึง ทั้งร่างเลยถูกจับเหวี่ยงฟาดไปมากระเเทกฝาบ้านม่านมิติดังสนั่น
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!