ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่19 reaction

    “ร้านหมูกระทะนายเจมส์ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการรับแบบ 199 หรือ 599 คะ” คนที่เข้ามาทักทายลูกค้าเป็นพนักงานหญิงคนเดียวของร้าน ดาวนั่นเองการจัดเตรียมร้านหมูกระทะวันแรกเป็นในแบบเร่งรีบ เพราะต้องการคืนทุนเงินที่ได้จากการขายปลามาโดยเร็ว เจมส์จึงไม่มีชุดยูนิฟอร์มให้พนักงาน ยังคงเป็นชุดไปรเวทที่ใส่มาจากห้อง“ต่างกันยังไงเหรอคะ” เบลถาม“หัวละ 199 บาททานได้เฉพาะเนื้อหมูค่ะ ส่วนหัวละ 599 ลูกค้าสามารถทานได้ทั้งร้าน รวมถึงปู ปลา หมึก กุ้ง กั้งสดๆเป็นๆ ที่อยู่ในตู้ปลาค่ะ” ดาวตอบคำถามลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติ เรื่องงานบริการกล่าวสำหรับเธอ ย่อมทำได้ดีกว่าพวกลิงสามคน“แล้วทานได้กี่ชั่วโมงเหรอคะ” คราวนี้เป็นยายแตงกวาถาม ถึงปากจะพูดว่าไม่อร่อยอย่างนู้นอย่างนี้คราวแรก ถึงขั้นต้องพนันกับแอฟ แต่พอเห็นของสดๆเป็นๆ ในร้านหมูกระทะ ไม่น้ำลายสอคงแปลกดาวยังคงตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ทานได้ไม่จำกัดเวลาค่ะคุณลูกค้า แต่ในส่วนของเตาปิ้งย่างจะมีราคาเพิ่มเตาละ 50 บาท น้ำซุปเติมฟรีไม้อั้น ส่วนถ่านถ้าหมดคิดครั้งละ 30 บาทค่ะ”ลูกค้าทั้งสี่คนพยักหน้า ราคานี้สมเหตุสมผล โดยเฉพาะนี่คือเมืองพัทยาหากของไม่แพงสิคงแปลกเมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกค้าสี่คน ดาวกล่าวเสริม “หรือถ้าหากลูกค้าไม่สะดวกย่างเอง ทางเรามีบริการย่างให้ค่ะ คิดถาดละ 20 บาท คุณลูกค้าสนใจรับเป็นแบบไหนดีคะ”“หัวล่ะ 599 ค่ะ แล้วก็เตาปิ้งย่าง 2 เตา” เบลตอบเรื่องนี้ย่อมแน่นอนอยู่แล้ว มากินร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์นายเจมส์ ส่วนหนึ่งเพราะโฆษณาว่ามีของทะเลสดๆเป็นๆ หากให้กินแต่หมูอย่างเดียว แล้วจะมาให้เสียเวลาทำไม กินอยู่หน้าหอก็ได้หรอก“หัวละ 599 บาทสี่ท่านนะคะ เตาปิ้งย่างสองเตา” ดาวจดลงในโน๊ตที่มีขนาดเพียงหยิบมือ กล่าวเสริมว่า “เดี๋ยวอีกสักครู่จะยกเตามาให้นะคะ ส่วนเรื่องอาหารจะเป็นการบริการตัวเองค่ะ”“เข้าใจแล้วค่ะ” เบลพยักหน้า รอกระทั่งพนักงานสาวคนเดียวในร้านเดินไป ทั้งสี่คนจึงลุกยืนจากที่นั่ง เดินไปตักอาหารในถาดใส่จาน.........ภาชนะของจ่าอี๊ดไม่ได้เก่าหรือแย่ เนื่องจากอีกง่ายเปิดร้านได้ปีหน่อยๆ สภาพการใช้งานจึงอยู่ในเกณฑ์รับได้“หูย มึงดูดิแม่งมีแต่กุ้งตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น แถมแต่ละตัวยังว่ายอยู่ในน้ำ เนื้อแม่งจะหวานขนาดไหนกันวะเนี่ย” แตงกวาว่าอย่างนั้น พลางเลียริมฝีปาก“อีดอกทอง เมื่อกี้มึงยังสงสัยอยู่เลยว่าแม่งจะอร่อยหรือเปล่า แต่ดูตอนนี้สิมึงเป็นคนแรกเลยนะที่เข้ามาตักกุ้ง” กัสเอามือเท้าสะเอว มองเพื่อนตัวดำสภาพหิวโหยแล้วอยากตีสักทีสองที“เออ เออ ของมันยังไม่ลองมึงจะให้กูพูดว่าอะไรละ กูก็ต้องลองแดกก่อนไหมละอีเวร” แตงกวาไม่สนใจกัส หันไปมองพนักงานตรงหน้าที่ยืนอยู่ตรงตู้ปลา พลางบอกว่า “นี่น้องชาย ช่วยพี่จับกุ้งขึ้นมาหน่อยได้ไหม หรือพี่ต้องจ่ายในส่วนนี้ด้วย”ชัยที่ยืนอยู่ข้างตู้กระจก ตอบอย่างสุภาพ “ได้ครับคุณลูกค้า ในส่วนนี้คุณลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มครับ หรือถ้าหากคุณลูกค้าอยากสนุก จะตักกุ้งขึ้นมาเองก็ได้”“ถ้างั้นพี่ไม่เกรงใจแล้วคะ” ความจริงแตงกวาเห็นผู้ชายเป็นต้องวิ่งหา แต่เวลานี้เมื่อมีของกินวางอยู่ตรงหน้า ผู้ชายก็ผู้ชายเถอะแตงกวาเริ่มตักกุ้งขึ้นมา เนื่องจากภายในตู้กระจกมีกุ้งอยู่เยอะมาก แถมแต่ละตัวยังมีคุณภาพดี ไม่เหมือนกับกุ้งขี้ก้างราคาถูกบุฟเฟ่ต์หัวละสองร้อยบาท ที่ได้แต่กุ้งทารกแตงกวารีบตักกุ้งเป็นๆ ขึ้นมาใส่กระจาดพลาสติกทรงกลมที่อยู่ในมือครั้งแล้วครั้งเล่า จนลืมไปว่าหากตนแพ้ ฝ่ายที่จ่ายมื้อนี้ก็คือตัวเองแต่จะโทษที่แตงกวาลืมก็คงไม่ถูก ในตู้กระจกมีกุ้งก้ามกรามใหญ่ๆเป็นๆสดๆ และกุ้งแชบ๊วยที่มีขนาดใหญ่ไม่ต่างกัน หากคิดตามราคาขายอยู่ในตลาด นับว่าร้านหมูกระทะนายเจมส์ใจปล้ำมาก ที่เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีโดยไม่กลัวขาดทุนปล่อยให้แตงกวาจัดการกุ้ง กัสเดินไปเลือกหมู ตับ ผัก ไข่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่วนเบลมาจัดการกับกั้งตัวใหญ่ ซึ่งมีขนาดพอๆ กับหมึกตู้นั้น ทำให้ทั้งสองมือหล่อนเวลานี้เต็มไปด้วยกระจาดพลาสติกทรงกลมที่มีกั้งดิ้นไปมาแอฟชื่นชอบปูเป็นพิเศษ ดังนั้นหล่อนจึงเลือกปูทันทีที่มาถึง แรกเห็นร้านหมูกระทะคือผิดหวัง แต่ด้วยความที่บ้านรวยและไม่ยอมคน แอฟจึงท้าพนันกับยายแตงกวาแต่ทว่าเมื่อเดินมาถึงที่เห็นปูเป็นสดๆ ตัวใหญ่เดินได้ ทำให้ความคิดก่อนหน้านั้นของแอฟต้องพังทลาย ไม่แน่ร้านนี้อาจจะอร่อย จริงอยู่ที่นอกจากหมู ของทะเลและซูชิราคาถูกก็ไม่มีอะไรอีกเลย ราคาค่อนข้างแพงหากเทียบกับร้านอื่นในราคาเดียวกัน แต่เมื่อเห็นปูเดินยั้วเยี้ย แอฟคิดว่าราคานี้เหมาะสมแล้ว ถึงแม้ทั้งร้านจะมีแค่ซูชิก็ตามที..............ทั้งสี่คนวุ่นกับการตักอาหาร จนลืมสนใจเตาหมูกะทะ โดยเฉพาะเมื่อตั้งเตาแล้วไฟช่วงแรกจะแรงมาก หากไม่ดูให้ดีเตาอาจไหม้ได้ซึ่งไม่ผิดจากที่คาด ทั้งสี่คนทำเตาไหม้เพราะไม่มาใส่มันหมูสักที ต้องเสียตังค์เพิ่มถ่านและเตาใหม่“อีกัส อีดอกทองเอ้ย มึงตักหมูเสร็จแล้วทำไมไม่รีบมานั่งดูเตาวะ ดูสิเนี่ยเตาไหม้ดำปี๋ ต้องเปลี่ยนเตาเสียเงินเพิ่มเลยเห็นไหม” แตงกวาทำเสียงหวีดร้องไม่พอใจเพื่อนที่เอาแต่ตักหมู“เอ้าอีแตงกวา พูดอย่างกับว่ามึงสนใจเตางั้นแหละ กูเห็นแต่มึงตักเอาแต่กุ้งมาเต็มสองไม้สองมือ” กัสหันมาด่าฉอดๆ สีหน้าค่อนข้างไม่พอใจ“แต่มึงก็ควรจะ...”“โอ้ย พอแล้วน่า จะเถียงอะไรกันอยู่ได้วะเตาใหม่ก็มาแล้ว ถ้าพวกมึงยังพูดมากไม่หยุดอีก กูว่าสงสัยต้องเปลี่ยนเตาอีกแน่เลย” เบลต้องรีบขัด ไม่งั้นทั้งคู่คงวีนกันไม่เลิกแตงกวาและกัสสะบัดหน้าใส่กัน ก่อนจะหันไปทำสิ่งที่ตนเองถนัด กัสรับหน้าที่ดูแลหมูบนเตา ส่วนแตงกวาจัดการกุ้งย่างบนเตาถ่านร้อนๆระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังวุ่นกับการย่าง แอฟที่เงียบมานานร้องเสียงหลงว่า“เชี่ย น้ำจิ้มแม่งโครตดีว่ะ”“จริงเหรอวะ” เบลเป็นฝ่ายถาม เพราะเธอค่อนข้างว่าง ถึงจะเห็นว่าหล่อนตักนู่นตักนี่จนเต็มจาน แต่เอาเข้าจริงมานั่งโต๊ะก็แค่ถ่ายรูปลงเฟสบุ๊ค“จริงนะมึง ไม่เชื่อมึงลองชิมสิ แม่งเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดที่อร่อยมาก แม่งโคตรอร่อยเลยว่ะ ส่วนน้ำจิ้มหมูกระทะโคตรดี”“ขนาดนั้นเลยเหรอวะมึง โม้หรือเปล่าวะ”“กูจะโม้ไปทำไม ไม่เชื่อมึงก็ลองสิ”“เออ เออ เออ” เบลวางโทรศัพท์ที่อยู่ในมือลง แกะตะเกียบไม้จากซองพลาสติก จากนั้นนำตะเกียบไม้ไปหมุนๆ เขี่ยเล่นในถ้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดเป็นอันดับแรก นำเข้าปากด้วยท่าทีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งพริบตานั้นรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนหาดทราย สวมชุดบิกินี่สีเขียวอ่อน มีลมทะเลเย็นๆ พัดโชยเข้ามา จมูกได้กลิ่นไอของน้ำทะเล มันช่างเป็นความรู้สึกที่สมจริงดั่งว่าเบลอยู่ที่นั่นเบลไม่เสียเวลาพูดกับแอฟ หล่อนรีบชิมน้ำจิ้มหมูกระทะถ้วยถัดไปทันทีทันใดนั้นรู้สึกราวกับว่าตัวเองได้มายืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า มีแสงอาทิตย์พร่างพราวอันร้อนระอุ เม็ดเหงื่อไหลรินตามหน้าผาก เนินอกขาวชุ่มไปด้วยเหงื่อ เริ่มปลดกระดุมเสื้อเพราะความร้อน จนหน้าอกท้าทายแสงแดดแรงกล้า....“อีเบล อีเบล มึงเป็นไงมั่งวะ เงียบไปเลยนะมึง” กัสถาม“เออนั่นดิ เงียบไปเลยนะมึง อร่อยหรือไม่อร่อยก็พูดมาสิวะ ไม่ใช่เอาแต่นั่งเงียบแบบนี้” แตงกวาเสริม เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าน้ำจิ้มจะอร่อยไหม เพียงแต่สองมือกำลังยุ่งกับกุ้งในเตา ไม่ว่างไปชิมน้ำจิ้มในถ้วย“พวกมึงต้องลองเอง แต่ตอนนี้อีกัส กูขอหมูของมึงชิ้นนึงก่อนนะ”“อะไรนะ...อีเบลอีดอก กูไม่ได้ย่างหมูให้มึงนะเว้ย มึงก็ตักของมึงมาทำไมถึงไม่ย่างละ”เบลไม่สนใจเสียงวี๊ดว๊าดเพื่อนเพศที่สาม หล่อนใช้ตะเกียบคีบหมูสไลด์ที่อยู่ในน้ำซุปขึ้นมา คนให้เข้ากันกับน้ำจิ้มหมูกระทะ ก่อนจะกินมันไปทั้งที่ยังร้อนอยู่คราวนี้หล่อนรู้สึกว่าทุ่งกว้างเมื่อครู่ได้แปรเปลี่ยนไป กลายเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ มีหญ้าสีสันหลากชนิดผุดขึ้นตามพื้นดิน เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์เบลอยู่ในชุดที่ทำจากผักผลไม้ ชุดของหล่อนบางมาก โดยเฉพาะเกาะอกที่ทำจากกะหล่ำแทบจะเห็นเนินอกขาวทั้งหมด ในขณะที่กระโปรงถูกถักทอด้วยผักบุ้ง เวลาที่เบลเดินกระโปรงตัวเล็กจิ๋วก็ขยับไปตามอารมณ์ คล้ายกับพวกมันตอบสนองต่อความสุขของเธอ...“อีเบล...แม่งตายหรือเปล่าวะ” กัสมองเพื่อนสาวตรงหน้า ยิ่งมองยิ่งไม่เข้าใจ ทำไมพอกินไปครั้งนี้ถึงได้นิ่งนานจัง นานกว่าตอนกินน้ำจิ้มอีก“แม่งเงียบขนาดนั้นตายแล้วมั้งอีดอก ถามรสชาติเป็นไงก็ไม่บอก แต่พอเป็นเรื่องผู้ชายละรีบเล่าพวกกูเชียวนะ” แตงกวาเองก็อยากกินบ้าง แต่หมูกับกุ้งนั้นต่างกัน ในขณะที่หมูสุกพร้อมกินเขายังยกกุ้งออกจากเตาได้สองตัวเองแถมกุ้งยังต้องแกะเปลือก หากใช้เวลานี้ไปกับการแกะก็เท่ากับปล่อยให้กุ้งในเตาไหม้ แตงกวาจึงไม่สามารถละมือไปทำอย่างอื่นได้“จำไว้เลยนะมึงอีเบล แล้วก็อย่ามาแย่งหมูของกูด้วย!” กัสว่าอย่างนั้นแล้วเริ่มจัดการสามชั้นของตัวเอง เขาชื่นชอบสามชั้นเป็นที่สุด โดยเฉพาะสามชั้นที่นำไปลวกกับน้ำซุปแทนย่าง กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดทันทีที่สามชั้นเข้าปาก กัสรับรู้ได้ถึงลมทะเลพัดเอื่อย โดยเขายืนอยู่บนหาดทรายในสภาพเปลือยเปล่า ช่างเป็นภาพที่ไม่น่ามองเอาเสียเลย