ตอนที่ 24: นี่มันอะไร ?
ซูหลี่เหรินเงียบไป
เหอเหวยจวินเบิกตากว้างและพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าถามว่าใครทำร้ายเ้า ?เ้าจะกลัวทำไมกัน ? เ้ากังวลว่าจะถูกจัดการรึ ? ”
ซูหลี่เหรินป้องมือและส่ายหน้า “ข้า .... บอกไม่ได้ ”
“ไม่มีอะไรที่บอกไม่ได้หรอก ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็ใครรึมีฐานะเช่นใดหากเขาทำร้ายคนของสำนักศึกษาจวินจี๋ งั้นก็เท่ากับตบหน้าคณบดีเช่นข้า ! ”
เหอเหวยจวินโกรธจริง ๆ เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้ม“หากแม้แต่ศิษย์ของสำนักศึกษายังาเ็หนักแล้วไม่อาจจะทวงคืนความยุติธรรมให้ได้เช่นนั้นก็ไม่จำเป็ต้องมีสำนักศึกษาจวินจี๋ ! ”
ซูหลี่เหรินตื้นตันอย่างมาก เขาตาแดงก่ำและคุกเข่าลงตรงหน้าเหอเหวยจวินเขาสะอื้นและพูดขึ้นมา “คณบดีช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้ศิษย์ด้วย ! ”
ต่อมาซูฉางหยู่ก็ถูกคนรับใช้แบกเข้ามา เขาหายใจโรยรินเหมือนคนกำลังจะตาย
“เหิมเกริม ! ”
“สมาชิกในครอบครัวของศิษย์ที่เข้าร่วมสำนักศึกษาจวินจี๋น่ะอยู่ภายใต้การปกป้องจากสำนักศึกษาเขาเป็ใคร ? บังอาจนัก ! ”
เมื่อเห็นสภาพกึ่งเป็กึ่งตายของซูฉางหยู่ เหอเหวยจวินก็โกรธยิ่งกว่าเก่าเขาะเิพลังออกมาจนลมแรงพัดกระจายไปทั่วบ้านตระกูลซู
พลังนี่น่ากลัวจริง ๆ
ซูฉางหยู่แอบยินดี เขาคิดกับตัวเอง ‘หลินอี้มารอดูว่าเ้าจะตายเช่นใดเ้าคิดว่าภายใต้การปกป้องจากอาจารย์สำนักศึกษาผิงโจวแล้ว เ้าจะเหยียบหัวข้าได้รึ? ฮ่าฮ่า... ’
ซูหลี่เหรินรีบอาศัยโอกาสนี้ร่ำร้องออกมาด้วยตาที่แดงก่ำ
“เขาคือเฉินจิ้นเป่ย อาจารย์สำนักศึกษาผิงโจวที่ทำร้ายข้า ! ”
“เฉินจิ้นเป่ยรับปัญญาชนคนหนึ่งมา และหวังรับเขาเป็ศิษย์ แต่คนคนนั้นเป็โจรที่ขโมยอาคมลัทธิเต๋าไปเพื่อที่จะช่วยสะสางคดี เฉินจิ้นเป่ยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้เพื่อให้เขาพ้นผิด! ”
“น้องข้า ซูฉางหยู่ ได้ออกตัวเพื่อทวงความยุติธรรมจากคนคนนี้ แต่อีกฝ่ายเป็ผู้เบิกเนตรระดับ9 จนทำให้น้องข้าาเ็หนักหากไม่ใช่เพราะน้องข้ามีอักษรอยู่กับตัวแล้ว เขาอาจจะตายไปแล้ว ! ”
“ข้าไปทวงคืนความยุติธรรมให้น้องข้า แต่เฉินจิ้นเป่ยลงมือกับข้าข้าถึงกับขู่เขาว่าอย่าคิดเป็ศัตรูกับสำนักศึกษาจวินจี๋... ”
หัวของซูหลี่เหรินกดอยู่กับพื้น ทุกคำที่เขาพูดมานั้นเขาสะอื้นไห้ไปด้วยทุกประโยคนั้นราวกับมีดที่ทิ่มแทงหัวใจ
เฉินจิ้นเป่ยและหลินอี้กลายเป็คนชั่วร้ายไปแทน
ตูม...หลังจากที่เหอเหวยจวินได้ยินเช่นนั้น จิตสังหารก็ปะทุออกมาจากตัวเขา ภายใต้จิตสังหารนี้ท้องฟ้า้าบ้านตระกูลซูก็มีเมฆดำปกคลุม
อารมณ์ส่งผลกับสภาพแวดล้อม มันคือสัญญาณการยอมรับสุภาพชนระดับ 4 จาก์
“เฉินจิ้นเป่ย ! ”เหอเหวยจวินมองไปที่ซูหลี่เหรินด้วยสายตาเ็า เขากัดฟันแน่นและพูดขึ้น“เขาอยู่ที่ใด ? ”
“อยู่ที่สถานศึกษาในมือง ศิษย์จะนำทางไปเอง ! ”
“นำไป ! ” ซูหลี่เหรินลุกขึ้น ตอนที่เขาหันกลับนั้นเขาก็ยิ้มออกมาที่มุมปาก
ด้วยความแข็งแกร่งของคณบดีแล้ว หลินอี้ที่มีพลังแห่งความชอบธรรมและเฉินจิ้นเป่ยน่ะต้องโดนฆ่าแน่ ๆจากนั้นสำนักศึกษาผิงโจวจะถูกลบไปจากเขตหนานซิง....เื่นี้จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชีวิตของเขา
....
ในเวลาเดียวกันที่สถานศึกษานอกเมือง
“อาจารย์เฉิน ! ”หลินอี้และซูหวายจื้อเดินออกมาจากสถานศึกษา แต่ละคนแบกกล่องไม้มากับตัวด้วย
นี่คือของของพวกเขาที่อยู่ในสถานศึกษา มันคือตำราและเสื้อผ้าที่ถูกซักแล้ว
เฉินจิ้นเป่ยมองไปที่หลินอี้ด้วยรอยยิ้มแล้วพูดขึ้น “เก็บมาหมดแล้วรึ ?แต่ยังไม่ต้องรีบไปที่สำนักศึกษา คณบดีกับข้าจะไปพบผู้าุโบางทีเราอาจจะได้โชคติดตัวกลับไป ! ”
“มีเื่ดีเช่นนั้นด้วยรี ? ” หลินอี้แปลกใจนิด ๆ เขาไม่คิดเลยว่าจะมียอดฝีมือลึกลับซ่อนตัวอยู่ในเมืองต้าซิงแห่งนี้
เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“มันหมายความว่าเราโชคดี ! ”เฉินจิ้นเป่ยยิ้มและพูดขึ้น “แต่คณบดียังไม่เคยเจอผู้าุโท่านนั้นมาก่อนและต้องตามหาเขาดูเหมือนว่าคณบดีได้เบาะแสมา รีบตามไปกันเถอะ ! ”
“ไปกัน ! ” หลินอี้วางกล่องไม้ทั้งสองลงบนเกวียนวัวและบอกซูหวายจื้อให้ไปนั่งบนเกวียนก่อนจะขับตามเฉินจิ้นเป่ยไป
แต่ตอนนั้นเอง...หวืด....
กลุ่มคนชุดสีฟ้าได้ปรากฏตัวขึ้นมา
พวกเขามาจากทุกทิศทางเข้าล้อมหลินอี้, เฉินจิ้นเป่ย และซูหวายจื้อเอาไว้
พวกนี้มองมายังหลินอี้และคนอื่น ๆ ด้วยสายตาเ็า แต่พวกเขาไม่ได้ลงมืออะไรต่อ
เฉินจิ้นเป่ยคิ้วขมวดและพูดขึ้น “ตระกูลซูใจกล้าดีจริง ๆ พวกเ้ากล้าหยุดปัญญาชนรึ? พวกเ้าไม่กลัวจะรองรับความโกรธจากปัญญาชนรึ ? ”
ไม่จำเป็ต้องคิดก็รู้ว่าคนพวกนี้มาจากตระกูลซู เพราะมีแค่ตระกูลซูเท่านั้นที่จะเลี้ยงดูนักรบได้มากมายเช่นนี้ยังไงซะมันก็มีบัณฑิตในตระกูล มันคงยากหากตระกูลไม่แข็งแกร่งไปตาม
แค่ภาพอักษรภาพเดียวก็ขายได้เงินก้อนโตแล้ว ยิ่งมีชื่อเสียงเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งสูงเท่านั้น
“เ้านี่หยิ่งทะนงจริง ๆ สำนักศึกษาผิงโจวของเ้าอยู่ในจินโจว ดูเหมือนว่าเ้าจะชินกับการใช้อำนาจเ้าข่มขู่ผู้คนด้วยฐานะปัญญาชนอยู่ตลอด !” เสียงของเหอเหวยจวินดังก้องขึ้นมา เสียงเขาเหมือนแฝงไปด้วยความถูกต้อง
ตอนนั้นเองเหอเหวยจวินก็เดินตามซูหลี่เหรินออกมา เขาเดินเอามือไขว้หลัง
เหอเหวยจวินใส่ชุดบัณฑิตสีดำ,มงกุฎคณบดี แต่ละก้าวนั้นดูมั่นคง พลังปะทุออกมารอบตัว ทำให้เขาดูสูงส่งอย่างมาก
“คณบดีเหอ ! ” เฉินจิ้นเป่ยอึ้งเขาจำเหอเหวยจวินได้ทันทีที่เห็น
เขามาที่นี่ได้ยังไง ?
รึว่ามันก็เหมือนกับคณบดีเจิ้งที่มาที่นี่เพื่อพบกับผู้าุโ ?
“คณบดีอีกคนรึ ? พวกเขามาที่นี่ทำไมกัน ?ผู้าุโลึกลับผู้นั้น....ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน ! ” หลินอี้อึ้ง
เมืองเล็ก ๆ เช่นนี้กลับมีคณบดีถึงสองคนมาที่นี่มันคิดภาพออกเลยว่าผู้าุโผู้นั้นน่ากลัวเพียงใด
เหล่าคณบดีถึงกับมาที่นี่เพื่อประจบเขา
“หึ ! ” เหอเหวยจวินฮึดฮัดออกมาและพูดขึ้น “ข้ารับไม่ได้กับการที่เ้าทำร้ายศิษย์สำนักศึกษาจวินจี๋เื่นี้...เ้าคิดจะจัดการยังไง ? ”
เขาข่มความโกรธในใจเอาไว้
ยังไงซะเขาก็เป็ถึงคณบดี ด้วยตัวตนของเขาแล้ว เขาไม่อาจจะลงมือก่อนได้นอกจากนี้ผู้าุโนั้นอาจจะจับตาดูอยู่ นี่ไม่ต้องนับการเข้ามายุ่งกับเื่นี้เลย
“มันเพราะเื่ของซูหลี่เหรินรึ ? ” หลินอี้แอบคิดว่ามันผิดปกติ
ดูเหมือนว่าอาจารย์เฉินจะพูดถูก คณบดีสำนักศึกษาจวินจี๋เก่งแต่ข่มเหงคนอ่อนแออีกฝ่ายถึงกับมาขวางพวกเขาที่นี่ แต่เมื่อคิดถึงคณบดีสำนักศึกษาผิงโจวก็ที่อยู่ที่นี่ด้วยหลินอี้ก็ใจเย็นลง
“จะจัดการอย่างไรรึ ? ” เฉินจิ้นเป่ยไม่ได้กลัว เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“สองพี่น้องตระกูลซูร่วมมือกันรังแกศิษย์ข้า ทำไม ? เราไม่อาจจะตอบโต้ได้เลยรึ ? ”
“ศิษย์สำนักศึกษาเ้ารึ ? ฮ่าฮ่า ” เหอเหวยจวินฮึดฮัดออกมาเขาละสายตาจากเฉินจิ้นเป่ยมองไปที่หลินอี้ เขาชี้ไปที่หลินอี้และพูดขึ้น“คนร้ายที่ขโมยอาคมลัทธิเต๋าเป็ศิษย์สำนักศึกษาผิงโจวรึ ?เ้าทำให้สำนักศึกษาเสียเกียรติ เ้าไม่ควรรับศิษย์เช่นเขาบัณฑิตที่มีตราบาปเช่นนี้ยังรับเป็คนของสำนักศึกษา...เสียเกียรติจริง ๆ ! ”
“เื่นี้ข้าจะร้องเรียนสถานศักดิ์สิทธิ์ให้มายึดสิทธิ์ในการสั่งสอนของสำนักศึกษาผิงโจว! ”
ยึดสิทธิ์ในการสั่งสอน...นั่นคือการยุบสำนักศึกษา !
“ปากดีนัก ! ”เมื่อหลินอี้ได้ยินคำพูดของเหอเหวยจวิน เขาก็สบถออกมา
เขาไม่กลัวเพราะเหอเหวยจวินเป็คณบดีของสำนักศึกษาจวินจี๋ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็ใครเขาก็ไม่คิดก้มหัวให้ หากเขาหงุดหงิด ถึงจะเอาชนะไม่ได้แต่ก็ด่าได้ไม่ใช่รึ ? แล้วมันยังไง ? ? ? ?