(จบ)ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารในวันสิ้นโลก

    บทที่ 17 ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ (รีไรต์)

    บทที่ 17 ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ (รีไรต์)


    ตอนนี้ยังเช้าอยู่ สถานที่ซื้อขายแทบไม่มีผู้คน แต่ทันใดนั้นทุกคนต่างก็ทำท่าทางอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งหมดหลับตา เงยหน้าขึ้น และจมูกก็เหมือนจะขยับขึ้นเล็กน้อย


    มีคนถามขึ้นอย่างมึนเมา “กลิ่นอะไรน่ะ ทำไมหอมจังเลย!”


    พวกเขามองซ้ายแลขวาหาแหล่งที่มาของกลิ่นหอม ก่อนจะมองรถเข็นขายอาหารเคลื่อนที่ และอ่านป้ายโฆษณาบนรถด้วยความสงสัย “เมืองอาหารอวี้ซานไห่ กิจกรรมฉลองเปิดร้านใหม่”


    เจียงอี้อิ่นเรียกลูกค้าด้วยความกระตือรือร้น “เจียนปิ่งหอมอร่อย น้ำเต้าหู้ ถั่วเขียวต้มน้ำตาลเย็นสดชื่น ทั้งอร่อยและราคาถูก มีจำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อนนะคะ”


    ผู้คนหลากหลายมาออกันอยู่หน้าร้านแต่ไม่มีใครกล้าซื้อสักคน เอาแต่ยืนมองเธอด้วยความระมัดระวัง 


    คนต่างถิ่นไม่รู้ที่มาที่ไป ท่ามกลางยุควันสิ้นโลกกลิ่นหอมหวานยั่วใจอาจเป็๲กับดักของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ได้


    ถึงแม้ว่าฐานที่มั่นจะแสดงถึงความปลอดภัย แต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าวางใจ ดังนั้นแม้เธอจะ๻ะโ๠๲ขายอยู่ครึ่งค่อนวันก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาซื้อ


    เจียงอี้อิ่นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ขณะกำลังคิดว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากทุกคน แต่แล้วทันใดนั้นก็มีคริสตัลเลเวลหนึ่งสามก้อนวางลงบนรถเข็น


    เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นกู้ไฮว่ถิงยิ้มจนตาปิดพลางเอ่ยเสียงดัง “เถ้าแก่ ผมเอาเจียนปิ่งไข่ไส้กรอกหนึ่งชิ้นครับ”


    ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา ดวงตาของเธอเปล่งประกาย ใช่แล้ว กู้ไฮว่ถิงอยู่ที่นี่เพื่อสนับสนุนเธอ 


    เมื่อส่งเจียนปิ่งให้พร้อมรอยยิ้ม เขาไม่ลังเลที่จะกัดเจียนปิ่งกลิ่นหอมฉุยเข้าปากคำใหญ่ และยกนิ้วชื่นชมเธออีกด้วย


    เจียงอี้อิ่นยิ้มร่าด้วยความสุข ใช้ไม้พายเคาะกระทะสามครั้ง เพื่อดึงดูดความสนใจ และพูดเสียงดังด้วยว่า “รสชาติที่กัปตันกู้ทดสอบด้วยตัวเองมีจำนวนจำกัด ช้าหมดอดนะคะ”


    ความโกลาหลเกิดขึ้นเล็กน้อย ทุกคนมองไปที่รถเข็นขายอาหารแล้วมองที่กัปตันกู้ 


    เขาดูเหมือนไม่ได้แกล้งทำนะ กอปรกับชื่อเสียงอันโด่งดังของเขา ทำให้ทุกคนกระตือรือร้นมากขึ้น 


    ในที่สุดก็มีคนค่อย ๆ เข้ามาใกล้ แต่พอพวกเขาเห็นป้ายราคาก็เริ่มคิดหนัก หลังจากลังเลอยู่นานก็สั่งอาหารอย่างรอบคอบ 


    “เจียนปิ่งไข่หนึ่งครับ”


    “ได้ค่ะ ทั้งหมดหนึ่งคริสตัลค่ะ รอสักครู่นะคะ”


    เธอทำตามขั้นตอนเดิมซ้ำอีกครั้ง เพียงแค่คราวนี้ไม่ได้ใส่ไส้กรอก ส่งเจียนปิ่งที่ร้อนระอุไปและรับหนึ่งคริสตัลมาพร้อมกับเตือนว่า 


    “ระวังร้อนนะคะ”


    เจียนปิ่งร้อน ๆ ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่มาส่งถึงมือ ยิ่งถือไว้ในมือกลิ่นก็ยิ่งหอมทวีคูณรุนแรง ลูกค้าผู้กล้าหาญกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะอ้าปากงับคำโต


    “โอ๊ย ๆๆ” เขาร้อนจนต้องแลบลิ้นออกมา แต่ถึงกระนั้นปากก็ยังเคี้ยวไม่หยุด พอกลืนคำแรกลงคอก็กัดกินคำที่สองทันที


    เห็นเขาร้อนจนแลบลิ้นแต่ก็ยังหยุดกินไม่ได้ จนคนอื่น ๆ เริ่มทนไม่ไหว 


    ตอนนี้กู้ไฮว่ถิงกินเจียนปิ่งเสร็จไปแผ่นหนึ่งแล้ว ก็สั่งเมนูถัดไปทันที “เถ้าแก่ ขอถั่วเขียวต้มน้ำตาลแก้วหนึ่งครับ”


    เธอก้มลงหยิบถั่วเขียวต้มน้ำตาลหนึ่งแก้วจากลังโฟมออกมา เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ รอบแก้วจึงมีหยดน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด


    เธอถือโอกาสนี้โฆษณา “เจียนปิ่งร้อน ๆ กับน้ำเต้าหู้เย็นหรือถั่วเขียวต้มน้ำตาลเข้าคู่กันสุด ๆ เครื่องดื่มก็มีจำนวนจำกัดนะคะ”


    ลูกค้าที่ซื้อเจียนปิ่งไข่ไปเมื่อครู่โยนความกังวลทั้งหมดทิ้งไปแล้ว รีบสั่งตามทันที “ผมขอถั่วเขียวต้มน้ำตาลหนึ่งแก้วครับ”


    เขาพูดพลางยื่นผลึกคริสตัลออกมาหนึ่งก้อน


    ในขณะที่เธอยื่นถั่วเขียวต้มน้ำตาลให้ เธอก็หยิบใบปลิวส่งให้เขาด้วย “ที่เมืองอาหารอวี้ซานไห่ของเรามีอาหารให้เลือกอีกมากมาย รอคุณมาอุดหนุนนะคะ”


    ลูกค้าที่กินเจียนปิ่งเสร็จแล้วกำลังมีความสุขกับการดูดถั่วเขียวต้มน้ำตาลเย็น ๆ รับใบปลิวไปโดยไม่มีท่าทีรำคาญ แถมยังก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างตั้งใจอีก


    ไม่กี่นาทีต่อมาระบบก็แจ้งเตือน [ลูกค้าใหม่ +1]


    ตอนนี้เธอมีความสุขจริง ๆ แผนการของเธอใช้ได้ผลจริง ๆ ด้วย ใช้ความอร่อยดึงดูดความสนใจของผู้คนก่อน จากนั้นค่อยแจกใบปลิวเพื่อดึงดูดความสนใจ


    “ฉันเอาเจียนปิ่งไข่หนึ่งค่ะ”


    “เจียนปิ่งไข่ไส้กรอกสามชิ้น!”


    “น้ำเต้าหู้เป็๲ยังไงบ้าง ฉันก็อยากลองชิมเหมือนกันนะ งั้นเอาเจียนปิ่งไข่หนึ่ง”


    เธอแค่เหม่อลอยไปครู่เดียว รถเข็นขายอาหารของเธอก็ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คน เพราะพวกเขากลัวว่าอาหารจะหมด ก่อนหน้านี้ไม่กล้าแม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาใกล้ แต่ตอนนี้ทุกคนต่างอยากลิ้มลอง


    รถเข็นขายอาหารสามารถเคลื่อนย้ายได้ เนื่องจากน้ำหนักเบาเมื่อถูกเบียดขนาดนี้เกรงว่าจะพลิกคว่ำเอาได้

     

    เจียงอี้อิ่นเริ่มรู้สึกร้อนรนพยายามประคองรถเข็นด้วยสัญชาตญาณ เจียนปิ่งก็รีบเข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว แต่คนของอีกฝ่ายมีเยอะกว่ามาก รถเข็นจึงเริ่มโอนเอน…


    โครม!


    อาสยงถลาตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือใหญ่หนาของเขากดที่ขอบร้านรถเข็นอย่างรวดเร็ว ช่วยกู้สถานการณ์เอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด


    กู้ไฮว่ถิงปล่อยพลังกดดันรุนแรงออกมา ไม่นานบรรยากาศที่วุ่นวายก็สงบลงทันที


    เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “กรุณาต่อแถวด้วยครับ ถ้าเบียดกันอีก เราจะเรียกทีมรักษาความปลอดภัย”


    ทุกคนต่างเริ่มจัดแถวใหม่ แม้บางคนจะยังแอบเถียงกันไปมาเ๱ื่๵๹ใครอยู่หน้าใครอยู่หลัง เขาก็ทำเป็๲ไม่เห็นและยืนอยู่ข้างรถเข็น ชัดเจนว่าคอยปกป้องเธอ


    ดังนั้นไม่ว่าคนเหล่านี้จะแอบแทรกแถวไปมาอย่างไร รถเข็นขายอาหารของเธอก็ยังปลอดภัย


    เธอเหลือบมองกู้ไฮว่ถิงอย่างรู้สึกขอบคุณ ก่อนจะเริ่มทำงานอย่างขะมักเขม้น


    เจียนปิ่งก็เริ่มช่วยงาน เขาทำหน้าที่รับเงิน แจกใบปลิว ส่วนเจียงอี้อิ่นก็ยังทอดแป้งไม่หยุด


    อาหารร้อยชุดดูเหมือนจะเยอะและเธอก็จำกัดการซื้อต่อคนไว้แล้ว แต่หลังจากข่าวแพร่ออกไปก็มีคนมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในไม่ช้าวัตถุดิบก็หมดเกลี้ยง


    เธอไม่สามารถซื้อวัตถุดิบได้ จึงได้แต่ประกาศว่า “วันนี้หมดแล้วค่ะ”


    คนที่ต่อแถวต่างไม่พอใจ แต่เพราะมีทีมของกู้ไฮว่ถิงยืนคุมเชิงอยู่ พวกเขาจึงไม่กล้าโวยวาย และทำเพียงบ่นพึมพำเท่านั้น


    เธอถือโอกาสนี้โปรโมตเมืองอาหารอวี้ซานไห่ คนที่ไม่ได้ใบปลิวก็ขอดูกับคนอื่น บางคนก็ไม่เข้าใจ

    “ทำไมร้านอาหารถึงไปเปิดกลางป่า”


    บางคนเสนอแนะ “เถ้าแก่ ย้ายร้านมาที่ฐานอู๋ถงดีกว่า”


    ข้อเสนอนี้ได้รับเสียงตอบรับจากคนส่วนใหญ่ทันที เธอยิ้มและโบกมือ “ตำแหน่งของเมืองอาหารจะไม่ย้ายไปไหนทั้งสิ้น เ๹ื่๪๫ตำแหน่งที่ตั้งไม่ใช่สิ่งที่ฉันกำหนดได้ค่ะ” 


    ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเธอเป็๞แค่คนธรรมดา อายุยังน้อย รูปร่างผอมบาง พอได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งยืนยันได้ว่าเธอไม่ใช่เ๯้าของเมืองอาหาร


    ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยอันตราย กล้าเปิดร้านขายของอร่อยขนาดนี้กลางป่า คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน


    บางคนเริ่มมองไปที่กัปตันกู้ด้วยสายตาสงสัย แต่สายตาเขากลับมองจ้องไปที่เจียงอี้อิ่น 


    เธอเองก็สังเกตเห็นสายตาของอีกฝ่ายและรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เ๹ื่๪๫นี้เธออธิบายไม่ได้ จึงทำได้แค่ยิ้มอย่างสุภาพเท่านั้น 


    ภารกิจของระบบเสร็จสิ้นไปแล้ว เธอได้รับบลูไดมอนด์ 5 ก้อนอย่างราบรื่น


    ต่อไปก็ไม่มีอะไรแล้ว เธอจึงตั้งใจจะเดินเล่นที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยกลับไปกับกู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ


    เจิ้งฮุ่ยเจวียนไม่รู้ว่าคุยกับพวกเขาเ๹ื่๪๫อะไรถึงได้ขอตัวกลับไปก่อน ทีมของกู้ไฮว่ถิงล้อมเธอไว้ตรงกลาง และคอยเป็๞คนนำทางให้เธอ


    ฐานอู๋ถงมีขนาดเท่าเมืองเล็ก ๆ ในโลกของเธอ บางพื้นที่ที่อนุญาตให้แค่ผู้ใช้พลังพิเศษเข้าไปได้เท่านั้น ดังนั้นหลังจากเดินเล่นไปสักพักเธอก็พบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเลย


    แต่อย่างน้อยเธอก็ได้เห็นว่าคนยุคนี้กินอยู่กันยังไง ดูเหมือนว่าอาหารของพวกเขาจะเป็๞รากของพืชกลายพันธุ์ชนิดหนึ่ง หลังจากต้มและปอกเปลือกแล้ว มันให้รสชาติคล้าย ๆ กับเกาลัดผสมมันเทศ


    เนื้อของสัตว์กลายพันธุ์นิรนาม ส่วนใหญ่จะนำมาต้ม มีน้อยคนนักที่จะเสียเวลานั่งย่าง แถมยุคนี้เครื่องปรุงก็หายากทำให้เนื้อมีกลิ่นเหม็นสาบ เธอจึงไม่รู้สึกอยากลองเลยสักนิด


    แบบนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงได้ติดใจแค่เจียนปิ่งกับบะหมี่กันนัก ชีวิตประจำวันคงจะลำบากน่าดู 


    แต่นี่เป็๞ข่าวดีสำหรับเธอ เพราะหมายความว่าตอนนี้ร้านเธอเป็๞ร้านเดียวในละแวกนี้ การค้าขายแบบผูกขาดแบบนี้จะไม่รวยได้ยังไง


    ขณะที่เจียงอี้อิ่นกำลังจินตนาการถึงอนาคตของร้านอย่างสวยหรู ก็ได้ยินน้ำเสียงกวนประสาทดังขึ้น “โอ้ว นั่นกัปตันกู้ไม่ใช่เหรอ วันนี้ไม่ไปทำภารกิจหรือไง”