หนึ่งวันผ่านไปหญิงชรายังไม่ได้สติแถมยังแลดูว่าจะมีไข แบบนี้ย่อมแสดงว่าอาการของหญิงชรายังไม่อาจจะหายได้โดยง่าย โดยทั่วไปผู้ฝึกตนนั้นโรคหวัดโรคไขนั้นอย่างหวังได้กล้ำกรายคงมีแต่ยามาเ็ถึงชีวิตเช่นนี้กระมังถึงจะป่วยไขตัวร้อนเช่นนี้ได้
ฉินเทียนที่ในหลุมดินก็เป็ห่วงนางไม่น้อย ตลอดคืนมันก็แถบจะไม่ได้นอนเลย ดูอาการหญิงชราอยู่ตลอด นางส่งเสียงร้องเรียกหาบิดามารดาเป็ระยะๆ แม้นางจะดูอายุมากผ่านโลกมาเนิ่นนาน ฉินเทียนมองดูหญิงชราในใจมันรู้สึกสงสารนางยิ่ง ตัวฉินเทียนมันเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ดีเพราะตัวมันพึงผ่านประสบการณ์เสียบิดามารดาไปไม่นานนัก มันเป็ความรู้สึกเ็ปและอาลัยอันลึกล้ำ
ดูสิแม้แต่หญิงชราที่ดูแลอย่างน้อยก็น่าจะอายุไม่ต่ำกว่าหลักร้อยปีอย่างนาง ยังร้องไห้เรียกหาบิดามารดาของตัวเองอยู่เลย ในหลุมดินที่มืดมิดมีเพียงแสงรอดเข้ามาผ่านผงหญ้าดงใบไม้ มือข้างหนึ่งของหญิงชรานั้นกำมือของฉินเทียนไม่ยอมปล่อย ฉินเทียนเห็นเช่นนี้ก็ยิ่งสงสารและเวทนาหญิงชรา
ตัวนางคงไม่ต่างกับตัวมันเป็คนไร้ประโยชน์ของสำนัก นางถึงถูกส่งมาทำภารกิจอันโหดร้ายและอันตรายเช่นนี้ แต่น่าเสียดายฉินเทียนไม่อาจจะรู้ว่านางนั้นอยู่ในระดับขั้นใด เนื่องด้วยยามนี้นางมิอาจแสดงสัญญาลักษณ์ิญญาตรงหน้าผากออกมา หากแต่ฉินเทียนก็พอประเมินได้ ด้วยรูปร่างหน้าตาแก่ชราแบบนี้เกรงว่าคงไม่เกินขอบเขตตราสัญญาลักษณ์ิญญาขาวเข้มเป็แน่ เพราะถ้าเป็ตราสัญญาลักษณ์ิญญาเหลืองอ่อนขึ้นไปต่อให้นางอายุร้อยปี ความงดงามของนางคงไม่ต่างกับสตรีวัยกลางคน อย่างมากก็ดู 40 ต้นๆ เท่านั้นเพราะในสำนักมันก็มีท่านอาจารย์เป็สตรีสูงวัยเช่นกัน
ว่ากันว่าผู้บ่งเพาะขั้นขาวจางอายุขัยจะเพิ่ม 5-10 ปี ขาวเข้มเพิ่ม 25-50 ปี เหลืองอ่อน 60-100 ปี หากแต่เป็ระดับที่สูงไปกว่านั้นเช่นตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีเหลืองเข้มว่ากันว่าเพิ่มอายุขัยได้มากถึงหลักหลายร้อยปีเมื่อบรรลุถึงระดับนั้น
แต่จากรูปการที่กล่าวมาฉินเทียนก็ได้แต่คิดว่าหญิงชราตรงหน้ามันคงเป็กลุ่มระดับตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีขาวเข้มแน่นอน ไม่ช้าฉินเทียนก็ค่อยๆ ดึงมือของนางออก เพราะนะตอนนี้ในหลุมดิมที่มันขุดไว้มีปากท้องเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้ว อาหารผลไม้ที่มันเตรียมไว้ก็คงไม่พอ โดยเฉพาะสมุนไพรทั้งหลาย ฉินเทียนคิดว่ามันคงบดยารักษานางได้อีกเพียงไม่กี่สำรับใช้ได้เพียง 2 ถึง 3 วันก็คงหมดเพราะาแทั่วร่างนางมากเหลือเกิน ถ้าเป็แบบนี้ดูจากอาการของนางคงไม่น่าจะรอดได้แน่
ฉินเทียนจึงออกจากหลุมดินออกตามหาเหล่าต้นหญ้าและใบสมุนไพรเพื่อรักษาอาการของนาง โชคดีที่ฉินเทียนตัวมันพอจดจำได้บ้างว่าสมุนไพรตัวใดช่วยลดไขได้บ้าง เพราะความยากจนในวัยเด็ก และด้วยเหตุเพราะดินแดนแห่งนี้ไม่ได้มียาเม็ด ยาบรรจุขวดแบบในโรงพยาบาลในชีวิตเก่าก่อนของตัวมัน การรักษาของชาวพื้นบ้านแดนชนบทก็อาศัยยาสมุนไพรต้มเป็หลัก โชคดีฉินเทียนเป็คนความจำดีและเรียนรู้ไว สิ่งใดๆ ได้เห็นตัวมันก็มักจะจำขึ้นใจได้โดยง่าย
ดังนั้นการหาหญ้าและต้นใบสมุนไพรรักษาอาการไขจึงไม่ใช่เื่ยากของตัวมัน แม้จะไม่ใช่ผู้ศึกษาเื่การแพทย์และการรักษาโรคโดยตรงก็ตาม ผ่านไปอีกครึ่งค่อนวันในที่สุดฉินเทียนก็กลับมา ในย่ามด้านหลังเต็มไปด้วยผลไม้ป่าพร้อมต้นหญ้าและใบสมุนไพร โชคดีที่มันหาง่ายกว่าที่ฉินเทียนคิด และก็โชคดีอีกเช่นกันที่การออกเดินป่าครั้งนี้ตัวมันฉินเทียนนับว่ามีโชคไม่น้อย ตัวมันมิได้พบสัตว์จิติญญาที่เป็อันตรายเลย มีแต่งูพิษหนึ่งตัว แน่นอนมันเสร็จฉินเทียนแล้ว นับเป็หนึ่งชีวิตที่ถูกมันพลากเป็ครั้งแรก แต่ฉินเทียนก็ไม่ได้นำมันกลับมาด้วย ในป่าเขาเวลานี้ตัวมันไม่กล้าจะย่างเนื้องูอะไรทั้งนั้น นอกจากนั้นตัวมันก็มิชอบกินของดิบๆ และเนื้อสดๆ อีกด้วย
ส่วนการต้มยาฉินเทียนก็ไม่กล้าเช่นกัน จึงเลือกวิธีบดหยาบและคั้นน้ำให้หญิงชราดื่มกินแทน คาดหมายว่าจะเป็ตายเช่นไรก็แล้วแต่ฟ้าลิขิตแล้วกัน ตัวมันนั้นได้พยายามทำดีที่สุดแล้ว
ผ่านไปอีกสองวันกับอีกหนึ่งคืน ฉินเทียนตัวมันก็พบว่าอาการของหญิงชรานั้นดีขึ้นมากแล้วนางไม่มีไขอีกต่อไป ฉินเทียนเห็นแบบนี้ก็เบาใจ จึงค่อยๆ เอาผ้าชุบน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ที่ตัวเองตัดมา เช็ดร่างกายให้นาง พร้อมกับตรวจดูาแในร่างกาย
ด้วยความที่นางเป็หญิงชราฉินเทียนจึงคิดว่านางคงไม่คิดมากเื่บุรุษและสตรี แม้ตัวฉินเทียนจะไม่คิดทำอะไรลุ้มล้าม แต่าแหลายจุดก็อยู่ในจุดที่เผยเนื้อหนังพอสมควร เช่นบริเวณเหนือทรวงอกด้านขวา ท้องน้อยที่เป็แผลฉกรรณ์ จุดเหล่านี้ฉินเทียนก็จำเป็ต้องเปิดผ้าบางส่วนของหญิงชราออก แต่ส่วนท้องน้อยหากจะต้องถอดคงจะต้องถอดเสื้อทั้งชุด ฉินเทียนก็เกรงใจถึงอย่างไรก็เป็สตรี ถึงจะเป็สตรีชราสูงวัยก็เถอะ แผลฉกรรณ์ตรงท้องน้อยฉินเทียนจึงอาศัยฉีกเสื้อของนางเป็ช่องกว้างเสียหน่อยจากนั้นจึงค่อยปกยาสมุนไพร ส่วนอื่นๆ นับว่าไม่เป็ปัญหา
!!!หากแต่ในระหว่างที่ฉินเทียนกำลังหันหลังเอาเศษผ้าไปชุบน้ำที่กระบอกไม้ไผ่ หลังของมันอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเย็นวาบอย่างแปลกประหลาด ราวกับว่านี้เป็สัญชาติญาณเป็ตายอย่างหนึ่ง
ฉินเทียนตัวมันแข็งค้าง ราวกับว่าสัญชาตญาณแห่งความเป็ความตายบอกใบ้ให้ตัวมันทำได้เพียงแค่อยู่นิ่งๆ หากตัวมันขยับแม้แต่เพียงเล็กน้อย ชีวิตนี้ของตัวมันคงถึงคราวหาไม่อย่างแน่นอน ฉินเทียนกลืนน้ำลายอึกหนึ่งในใจก็ได้แต่คบคิด 'หรือนางมารร้าย นางมารผลึกโลหิตอะไรนั้นจะอยู่แถวนี้ นางไม่น่าจะเห็นหลุดดินของเราที่ปิดซ้อนด้วยใบไม้ต้นหญ้าอย่างดี ถึงนางเห็นนางก็ไม่น่าจะสนใจอะไรตัวเรา ตัวเราเป็ผู้ฝึกตนระดับบ่มเพาะตราสัญญาลักษณ์สีขาวจางหนึ่งจุดแต้มเท่านั้นนิ' ฉินเทียนทำหน้าเศร้าคล้ายกับไม่ยอมรับในความโชคร้ายของตัวมันเอง
พร้อมกับบังคับใบหน้าของตนมองขึ้นไป้าหลุมดินที่มีเศษไม้และใบไม้ใบหญ้าปกคลุม
แต่ดูเหมือนว่าฉินเทียนจะคาดคิดผิด ไอเย็นนั้นไม่ได้มาจาก้าหากแต่... มันมาจากด้านหลังของตัวมัน
เสียงของสตรีแหบแห้งดังเบาๆ มาจากด้านหลัง "เ้าเป็ใคร... จงบอกมา"
และในที่สุดฉินเทียนก็รู้ตัว ความรู้สึกเย็นวาบนั้นไม่ได้มาจาก้า แท้จริงแล้วมาจากด้านหลังของตัวมัน มันคือหญิงชรานั้นเอง ฉินเทียนถอนหายใจเบาๆ เพราะเมื่อกี้ใจนอกสั่นขวัญแขวนไปหมดแล้ว คิดว่าความรู้สึกเมื่อเป็เพราะนางมารพบตัวเข้า ถ้าเป็อย่างนั้นตัวมันคงตกตายแน่นอน
แต่ถ้าความรู้สึกน่ากลัวเมื่อกี้มาจากหญิงชรา สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่เป็ไรอย่างน้อยตัวมันก็เป็คนช่วยชีวิตนาง
ในขณะที่ฉินเทียนกำลังจะหันหลังกับไปเพื่อตอบคำถามนางร่างของมันก็แข็งข้างอีกครั้ง มีเสียงตัดอากาศเบาๆ ดังขึ้น ฟิวววว พร้อมกับมีเศษใบไม้หนึ่งใบลอยผ่านใบหน้าของมันไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ช้าใบหน้าของฉินเทียนก็รู้สึกเหมือนมีใบมีดกรีดหน้าของตัวมันเอง ฉินเทียนไม่จำเป็ต้องจับใบหน้าของตัวมัน มันก็สามารถรู้ได้ว่าตอนนี้ใบหน้าของมันด้านหนึ่งกำลังมีโลหิตไหลซึมออกมา โชคดีที่ตัวของฉินเทียนมันเป็คนเก็บสีหน้าได้ดีมาั้แ่ชีวิตก่อนแล้ว แม้ต้อนนี้ในใจของมันจะเริ่มรอบด่าพ่อล่อแม่หญิงชราในใจยกใหญ่แต่ใบหน้าของมันก็ยังถือว่าดูนิ่งเป็ปกติ พร้อมรักษาทีท่าสงบของผู้มีความรู้และบัณฑิตเอาไว้ได้
ก่อนที่ในไม่ช้าทั้งๆ ที่หันหน้าได้แค่ครึ่งทาง ฉินเทียนก็กล่าวแนะนำตัวเอง "ท่านจอมยุทธ์หญิง ข้าน้อยเป็ผู้ฝึกตนจากสำนักเมฆาพยับ เป็สำนักเล็กๆ จากเขตแดนสิบสอง เป็เพียงผู้ฝึกฝนระดับต่ำตราสัญญาลักษณ์ิญญาขาวจางหนึ่งจุดแต้มเท่านั้น ข้ามิใช่ผู้คิดร้ายต่อท่านจอมยุทธ์หญิง หากแต่เห็นท่านาเ็ข้าจึงช่วยรักษาอาการให้ท่าน หากท่านไม่เชื่อท่านดูตราสัญญาลักษณ์ิญญาหนึ่งจุดแต้มที่หน้าผาของข้าได้ ข้ามิได้คิดร้ายใดๆ ต่อท่านจริงๆ นอกจากช่วยท่านแล้วข้าก็มิได้ทำอย่างอื่นอีกเลย ไม่เชื่อท่านก็ดูที่หน้าผาของข้าท่านจะเห็นสัญญาลักษณ์ขาวจาหนึ่งจุดแต้ม นอกจากนั้นท่านยังตรวจสอบทรัพย์สมบัติในตัวท่านได้ ข้ามิได้หยิบฉวยใดๆ ไปแม้แต่ชิ้นเดียวจริงๆ"
ฉินเทียนกล่าววาจาสุภาพพร้อมรอบด่านางในใจ 'ยัยแก่ข้าเป็คนช่วยเ้าแทนๆ แต่เ้าทำกับข้าแบบนี้รึ ทำคุณบูชาโทษเช่นนี้มีที่ไหน หากจะผิดก็ผิดที่นิสัยแบบนี้ของตัวข้าเอง เหอ... นิข้ากลายเป็คนใจอ่อนแบบนี้ ผิดเพราะท่านแม่แท้ๆ ที่สั่งสอนข้าให้เป็แบบนี้' ฉินเทียนรอบบ่นในใจพร้อมเริ่มลามโทษมารดาตัวเองที่เป็คนขี้ใจอ่อนขี้สงสารผู้คน แม้ในหลายๆ ครั้งนางจะเป็คนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นฉินเทียนพอได้อยู่กับมารดาในชาติภพนี้มาสิบปีกว่านิสัยใจอ่อนชอบช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่หวังผลตอบแทนของนางก็ดูเหมือนจะติดตัวเขามาเป็นิสัยของมันด้วยเสียแล้ว
ทำให้บัดนี้ตัวมันต้องมาตกที่นั่งลำบาก จะกล่าววาจาอะไรก็ตัวเกร็งไปเสียหมด มันกลัวว่าวันนี้มันจะตกตายง่ายๆ เสียแล้ว
หญิงชราทำทีท่าคลำสำรวจร่างกายตัวเอง นางคำคลึงสิ่งของต่างๆ ในกายตนพบว่าเป็จริงดังเช่นที่บุรุษตรงหน้ากล่าว ทรัพย์สินต่างๆ ที่นางมี เมื่อก่อนมีอย่างไร ณ ตอนนี้ก็มีอย่างนั้น แต่ในระหว่างสำรวจ ฉินเทียนพบว่าั์ตาของนางดูจะสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อนางได้มองเห็นเรียวมือตัวเอง มันเป็ั์ตาที่แอบแฝงความสับสนบางอย่างอยู่
ฉินเทียนสังเกตุเห็นว่าในตอนนี้หญิงชราทราบสถานการณ์ดีแล้ว นางคงไม่เอาเื่เอาราวตัวมันอีกเป็แน่ แต่จะให้ตัวมันอยู่กับนางตัวของฉินเทียนก็ไม่กล้าเหมือนกัน เพราะตัวตัวเป็คนช่วยนางแท้ๆ นางไม่ถามไม่ไถ่อะไรซักคำ กลับซัดเศษใบไม้ปาดหน้าของมัน ฝีมือเช่นนี้เกรงว่าอย่างต่ำๆ น่าจะอย่างน้อยๆ ตัวนางก็ต้องเป็ระดับตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีเหลืองอ่อนเป็อย่างน้อยแน่ๆ ฉินเทียนกลัวนางจะเป็สตรีที่มีอารมณ์แปรปวนไม่กล้าอยู่กับนางอีกเขาจึงรีบออกปากขอตัวลาต่อนางในทันที
"ท่านจอมยุทธ์หญิง ในเมื่อท่านอาการดีขึ้นแล้วงั้นข้าก็ขอตัวละ ข้าช่วยเหลือคนมิได้หวังสิ่งตอบแทนอยู่แล้ว ขอท่านจอมยุทธ์โชคดี" พูดจบฉินเทียนรีบหันตัวปรารถนาจะไปจากหลุมดินที่ตัวเองขุดหลุมแห่งนี้ให้เร็วที่สุด
หากแต่ว่าก่อนที่ตัวมันเองจะออกไปได้นั้นเสียงแหวกอากาศดัง ฉึบๆๆๆ ก็ดังเป็ระยะ ตรงหน้าเนินดิน มีเศษใบไม้ปักอยู่แทน ฉินเทียนรู้ได้ทันทีวันนี้ตัวมันเองคงไม่ได้ออกจากหลุมดินนี้ง่ายๆ แล้ว ในใจก็รอบด่าหญิงชราอีกคราว 'นิข้าเป็คนช่วยเ้านะยัยแก่ นิเ้าจะทำแบบนี้กับคนที่ช่วยชีวิตเ้าจริงๆ รึ!!!'
แม้ตัวฉินเทียนจะรอบด่าว่าหญิงชราในใจแต่สีหน้าทีท่าการแสดงออกของมันก็ยังเป็ทีท่าตรงกันข้ามกับใจเช่นเคย มันยังคงรักษาความสงบนิ่งและความไม่พอใจออกจากใบหน้าได้เป็อย่างดี นับว่าฉินเทียนนั้นเป็ผู้มีพร์ในการแสดงออกทางสีหน้ายิ่ง ฉินเทียนได้แต่ยิ้มเบาๆ และพยายามรักษาทีท่าบัณฑิตของตัวเองไว้ ในเวลาแบบนี้หากตัวมันแสดงความขาดเขลาเบาปัญญาออกไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา คิดได้ดังนั้นตัวมันฉินเทียนก็ได้แต่หันหลังกลับไป พร้อมมองไปที่หญิงชราก่อนเริ่มออกปากกล่าววาจาเจรจาต่อลองเท่านั้น ทำแบบนี้มันย่อมมีโอกาสรักษาชีวิตมากกว่า "ท่านจอมยุทธ์หญิงเหตุใดท่านจึงไร้เหตุผลเช่นนี้ ข้าเป็คนช่วยท่าน ท่านไม่เพียงไม่ตอบแทนซ้ำยังทำ..."
ฉึกๆๆๆ
ฉินเทียนตัวมันพูดยังมิทันจบคำดี ดูเหมือนว่าหญิงชราจะตอบคำถามมันด้วยการซัดเศษหญ้าใบไม้แล้ว เหงื่อไหลซึ่มหลังชวนให้ฉินเทียนรู้สึกเย็นวาปเบาๆ สีหน้าสีตาที่เคยเก็บซ่อนได้อย่างดีวันนี้หางตาของฉินเทียนก็ถึงกับกระตุกอย่างห้ามไม่ได้ สีหน้าสีตาที่เคยเก็บซ้อนได้อย่างดีก็เริ่มเก็บไม่อยู่แล้วเมื่อเจอกับหญิงชราประหลาดที่ไร้เหตุผลเช่นนี้
ฉินเทียนจดจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงชรา เมื่อมองดีๆ ในใจของมันก็รู้สึกใจเต้นอย่างประหลาด แม้ผิวพรรณของนางจะเหี่ยวย่นชราภาพไปแล้ว หากแต่ั์ตาของนางกลับยังสุกใสสะกาวเป็ประกายยิ่งนักมิคล้ายเป็ั์ตาของผู้สูงวัย เพียงแค่เห็นั์ตาคู่นี้ของนางพร้อมกับพินิจเคล้าโครงใบหน้าของนางดีๆ ใน่วัยสาวนางคงเป็สตรีที่งดงามนางหนึ่งเป็แน่แท้ เพราะแม้ยามนี้จะแก่ชราหากแต่ความงดงามก็แลดูไม่เสื่อมคลายเลย
ฉินเทียนเมื่อคิดได้ดังนี้ในใจของมันก็วิเคราะห์ต่อไป 'อ๋ออออ พอเราได้สังเกตุั์ตาและโครงหน้าของนางดีๆ นางคงเคยเป็หญิงงามมาก่อน และที่โมโหเกรี้ยวกราดแบบนี้ก็คงเป็เพราะนิสัยเอาแต่ใจสมัยสาวๆ อย่างไรก็เคยงดงาม นิสัยเอาแต่ใจแบบนี้คงจะติดตัวมาและแก้ยาก ไม่อยากคิดเลยว่าใครเป็สามีของนาง บุรุษผู้นั้นคงอับโชควาสนาน่าสงสารเหลือเกิน' เมื่อคิดได้ดังนี้ฉินเทียนก็ส่ายหน้าตัวเองเบาๆ อย่างห้ามไม่ได้
หญิงชราเห็นดังนั้นจึงร้องถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "เ้าจ้องหน้าข้าและส่ายหน้าแบบนั้นหมายความว่าเยี่ยงไร"
ฉินเทียนตอบกลับพล่างแสดงทีท่าเป็บัณฑิตเข้าใจเหตุผลที่หญิงชราต้องทำแบบนี้กับตัวมัน "ท่านจอมยุทธ์หญิงเมื่อข้าได้เห็นและพินิจใบหน้าและทีท่าของท่านแบบนี้ ข้าก็พอเดาเื่ราวออกได้เหตุที่ท่าน ทำรุนแรงกับข้าและยับยั่งไม่ให้ข้าไป พอข้าได้ขบคิดข้าก็เข้าใจ ทั้งหมดล้วนเป็ความผิดของข้าเอง"
พอฉินเทียนกล่าวถึงตรงนี้ใบหน้าหญิงชรามีแววตาสังหารปรากฏอยู่ครู่หนึ่ง
"ใบหน้าของท่านจอมยุทธ์หญิงมีแววและเคราโครงของความงดงามที่ยังมิเสื่อมคลาย ดวงเนตรก็กระจ่างใสดุจแสงใจ ั์ตาสีไพรินดวงเนตรรูปหงษ์ หากข้าเดาไม่ผิดในวัยเยาว์ความงดงามของท่านจอมยุทธ์หญิงคงเป็ที่เลื่องลือ ส่วนข้าที่ละลาบละลวงััเรือนกายของท่านจอมยุทธ์หญิง สิ่งนี่ย่อมต้องทำให้ท่านไม่พอ ส่วนเหตุผลที่ท่านรั่งข้าเอาไว้ใช่เพราะเกรงว่าเื่นี้จะถึงสามีท่านใช่หรือไม่ ถ้าหากใช่ท่านจอมยุทธ์ข้าขอบอกได้เลยเื่การแตะเนื้อต้องตัวท่าน ข้าฉินเทียนขอสาบาน ข้าจะไม่มีวันเล่าเื่ในวันนี้ให้ใครฟัง เื่นี้จะไม่มีวันรู้ถึงหูสามีของท่านอย่างแน่นอน ฉินเทียนคนนี้ของสาบานด้วยชีวิต" ฉินเทียนกล่าววาจายืดยาวพร้อมอธิบายเื่ราวต่างๆ ราวกับว่าตัวมันเข้าใจหัวใจของหญิงชราตรงหน้ามันเป็อย่างดี
แน่ละเหตุผลที่สตรีนางหนึ่งจะห่วงเนื้อห่วงตัวนั้นไม่ใช่เื่แปลก ข่าวคาวเสียหายเช่นนี้คาดหมายได้ว่าเกียรติของสตรีนั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิต แม้แต่สตรีชราเื่ราวแบบนี้ หากไปถึงหูสามีตัวเอง เกียรติของนางก็คงถูกเหยียบย่ำเสียแล้ว ฉินเทียนก็ได้แต่คิดในใจ ตัวมันเองนั้นประมาณในเื่นี้มากเกินไป ไม่คิดเลยว่าสตรีในยุคสมัยนี้จะห่วงเนื้อห่วงตัวและรักเกียรติของตนได้ถึงเพียงนี้
หากแต่คำพูดตอบกลับของหญิงชรากลับแทบทำให้ฉินเทียนต้องกระอักโลหิตคำโตออกมา
"ข้ายังเป็สตรีบุริสุทธิ์ไม่เคยต้องมือชายใด"
ในใจฉินเทียนร้องลั่น 'ยัยแก่เอ็งจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้ทำซากอะไร นิสินะห้องหับไม่เคยเปิดอ้า รสบุรุษสตรีไม่เคยลิ้มชิมช่างเสียชาติเกิดยิ่งนัก' ฉินเทียนที่รอบด่าในใจ โดยที่ไม่ได้ดูตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย ตัวเองมีชีวิตมาสองชาติภพ สองห้วงมิติแล้วเช่นกัน หากแต่เื่บุรุษและสตรีเพศมันเคยเสียที่ไหน ดีแต่รอบด่าว่าคนอื่นในใจ 'และหากเ้ายังบริสุทธิ์สามีก็ไม่มี แล้วเ้าจะรั้งข้าไว้ทำไมยัยแก่!!!'