“สังหารข้าเสียสิ ถ้าท่านกล้าพอ!”
สตรีผู้สูงศักดิ์กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันจองหองเช่นเดียวกับสีหน้าของนาง ที่ยังคงเย่อหยิ่งไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าหยดน้ำตาของนางจะไหลรินลงมาด้วยความรักตัวกลัวตาย พลางมองชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนาง ชายหนุ่มผู้เป็สามีที่กำลังใช้ดาบพาดคอนางด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง เช่นเดียวกับดวงตาอันแดงก่ำที่จ้องมองราวกับหมาป่ากำลังจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ
แต่สำหรับนางแล้วสายตาคู่นั้นไม่ได้ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด กลับตรงกันข้ามนางอยากท้าทายเขามากขึ้นเพื่อ้ารับรู้ว่าชายหนุ่มผู้เป็สามีจะทำอย่างไรต่อไปและสาเหตุที่ทำให้เขาโกรธเคืองมากมาย จนใช้ดาบพาดคอนางเช่นนี้ไม่ใช่เพราะความหึงหวงเช่นสามีภรรยาทั่วไปแต่เป็เพราะความโกรธเคืองที่นางทำให้สกุลจ้าวของเขาต้องป่นปี้สกุลจ้าวที่สะสมชื่อเสียงและอำนาจบารมีมานับร้อยปี
“กองทัพนับหมื่น ข้าศึกนับแสน สมรภูมิาข้าล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น”ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆผู้เป็ภรรยาจอมจองหองพลางเชิดคางของนางขึ้นมา “แล้วเหตุใดสตรีคาวโลกีย์อย่างเ้า ข้าจะไม่กล้าสังหาร!”
“ท่านกล้าพอจริงๆหรือเ้าคะ แม่ทัพเวยหลงหลงลืมไปแล้วหรือ ว่าครั้งหนึ่งใบหน้าดวงนี้ข้าเคยใช้ร่วมกับผู้ใด”
“เ้ากล้าใช้นางมาข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือจูอวี้อวิ๋น!”
“สาเหตุที่ทำให้ท่านยอมออกเรือนร่วมกับข้าส่วนหนึ่งเป็เพราะใบหน้าของข้าและนางเหมือนกันไม่ใช่หรือ จ้าวหลี่เถิง!”
“ใบหน้านี้ไม่เคยมีผลต่อการตัดสินใจของข้าเ้าไม่ใช่นาง จูอวี้อวิ๋น อย่าได้คิดว่าข้าจะไม่กล้าฆ่าเ้า เพราะใบหน้าดวงนี้”
“ถ้าเช่นนั้นก็จงลงมือฆ่าข้าเสียกฎหมายการอยู่ร่วมกันระหว่างสามีภรรยาแห่งแคว้นหนานหนิงหากผู้เป็ภรรยากระทำการนอกใจสามี คบชู้สู่ชาย ผู้เป็สามีสามารถลงโทษเช่นไรก็ย่อมได้ตามความเห็นชอบ ตามความเห็นควรของสามีและผู้ใหญ่ภายในสกุล”
“ข้าจะฆ่าเ้าเสียเ้าจะได้ไม่ต้องใช้ใบหน้าของเ้าที่เหมือนนาง กระทำเื่คาวโลกีย์ อัปยศอดสูและพานเสื่อมเสียไปถึงนางได้อีก”จ้าวหลี่เถิงจ้องมองจูอวี้อวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจพลางง้างมือที่ถือดาบเอาไว้ในระยะที่เหมาะสมและหมายจะฆ่าจูอวี้อวิ๋นให้ตายเสียตรงหน้า
“พอได้แล้ว!”เสียงของสตรีผู้สูงศักดิ์วัยกลางคนดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงประตูห้องที่ได้ถูกเปิดออกก่อนที่สตรีผู้สูงศักดิ์วัยกลางคนจะเดินเข้ามาด้านในห้อง พร้อมกับลูกชายคนรองและลูกสะใภ้คนรองรวมไปถึงสาวใช้และพ่อบ้านจำนวนหนึ่ง นางเดินเข้าไปหาลูกชายคนโต และจับแขนของเขาด้วยความอ่อนโยน
“พอแค่นี้เถิด เถิงเอ๋อร์ อย่าได้ถือสาเอาความนางเลยคิดเสียว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
“ท่านแม่”จ้าวหลี่เถิงหันไปมองผู้เป็มารดาด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจก่อนที่จะหันไปมองจูอวี้อวิ๋นที่นั่งอยู่บนเตียงอีกครั้ง “สตรีผู้นี้กระทำชั่วช้านอกใจสามี ทำลายชื่อเสียงสกุลจ้าวเช่นนี้ท่านแม่จะให้ข้าคิดว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นหรือขอรับ!”
“จูอวี้อวิ๋นหลงผิดไปชั่วครู่ อายุของนางยังน้อยนักจึงได้กระทำเื่เช่นนั้นลงไป เห็นใจนางด้วยเถิด เถิงเอ๋อร์”
“หลงผิด อายุยังน้อย เห็นใจ”จ้าวหลี่เถิงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงคล้ายจะหัวเราะเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้เป็มารดากล่าว ก่อนที่จะหันไปมองจูอวี้อวิ๋นอีกครั้ง
“อายุยังน้อย สตรีเมื่อได้ออกเรือนนับว่านางได้เติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้วหลงผิด ข้ารู้จักนิสัยของนางเป็อย่างดี นางจงใจคบชู้สู่ชาย ทุกอย่างมีหลักฐานทั้งหมดและนางไม่ได้มีชู้รักแค่เพียงคนเดียว แต่นางมีชู้นับสิบนับร้อย เห็นใจจะให้ข้าเห็นใจนางอย่างนั้นหรือ แล้วชาวแคว้นหนานหนิงจะมองข้าด้วยสายตาเช่นไรแม่ทัพเวยหลงผู้มีดวงชะตาเหนือความตาย กลับกลายเป็พญาเต่าให้ภรรยาสวมหมวกเขียว[3] ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนั้นหรือท่านแม่!”
“แต่นางเป็ลูกสาวของสหายผู้ลาโลกไปแล้วของข้าเถิงเอ๋อร์ เห็นแก่ข้าที่เป็แม่ของเ้า เห็นแก่นางที่เป็น้องสาวของจูอวี้อวิ๋น”
“เื่นี้นางไม่เกี่ยวข้อง”
“เื่นี้นางเกี่ยวข้องั้แ่แรกเริ่มจ้าวหลี่เถิง แรกเริ่มนางคือคู่ชะตาของท่าน แต่ตอนนี้ข้าคือภรรยาของท่าน ไม่ใช่นาง! เหตุใดต้องหวนนึกถึงนางด้วย นางไม่เคยพูดคุยกับท่าน ไม่เคยเติบโตขึ้นมาััความห่วงใยจากท่านนางเสียไปั้แ่อายุขวบปีกว่า แต่ข้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า ท่านกลับไม่นึกถึง”
“อย่าได้พูดราวกับว่าเ้ามีใจต่อข้า จูอวี้อวิ๋นข้ารู้จักเ้ามานานจนรู้นิสัยของเ้าเป็อย่างดี มันไม่ใช่ความรักแต่เป็ความลุ่มหลงในรูปลักษณ์ อำนาจบารมี และทรัพย์สินที่มีอยู่ในตัวข้าต่างหาก อย่าคิดว่าข้าไม่รู้…”จ้าวหลี่เถิงมองจูอวี้อวิ๋นด้วยสายตาอันแข็งกร้าวก่อนที่จะโน้มตัวกระซิบข้างหูของนางเบาๆ
“ว่าเ้าเสียพรหมจรรย์ั้แ่อายุสิบสาม ให้กับชายวัยเดียวกันซึ่งเป็ผู้ติดตามภายในจวนสกุลจูของเ้าเอง”
“จ้าวหลี่เถิง”จูอวี้อวิ๋นชะงักขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่จ้าวหลี่เถิงกล่าวเขารับรู้ั้แ่แรกว่านางมีจิตเสน่หาต่อเขาแต่ไม่ได้จงรักภักดีต่อเขาแต่เพียงผู้เดียว เหมือนอย่างสตรีแรกรุ่นหรือภรรยาทั่วไปก่อนที่นางจะหันไปมองผู้เป็มารดาของจ้าวหลี่เถิง
“เห็นแก่ท่านแม่ที่ยังคงเมตตาเ้าอยู่ ข้าจะละเว้นชีวิตเ้าไว้”จ้าวหลี่เถิงเก็บดาบไว้ในฝักพลางมองจูอวี้อวิ๋นที่ยังคงจ้องมองเขาอยู่ “แต่ว่า…เ้าต้องหย่ากับข้า”
คำพูดของจ้าวหลี่เถิงทำให้จูอวี้อวิ๋นเบิกตากว้างขึ้นมาเช่นเดียวกับผู้คนภายในห้องนอนแห่งนี้ทุกคนต่างรับทราบดีว่าจ้าวหลี่เถิงเป็คนเช่นไร เมื่อพูดคำไหนย่อมเป็คำนั้นไม่มีข้อยกเว้นหรือข้อต่อรองใดๆ จูอวี้อวิ๋นทำได้แค่เพียงกำมือตัวเองไว้แน่นก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วโพล่งออกมา
“ข้าไม่หย่า! ต่อให้ท่านสังหารข้าเสียตรงนี้ข้าก็ไม่มีวันลงนามในหนังสือหย่าให้ท่าน ตำแหน่งฟูเหริน[4] สกุลจ้าวของแม่ทัพเวยหลง จะต้องเป็ของข้าแต่เพียงผู้เดียวอย่าหวังว่านางจะได้ตำแหน่งนี้”
“อีกสามวันหนังสือหย่าจะถึงมือเ้าหากเ้าไม่ลงนามในหนังสือหย่าภายในสามวัน จงเตรียมตัวรอรับความตายได้เลยจูอวี้อวิ๋น!”จ้าวหลี่เถิงยังคงมองจูอวี้อวิ๋นด้วยสายตาอันแข็งกร้าว ก่อนที่จะเตรียมเดินออกไปจากห้องนอนแห่งนี้แต่กลับมีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาไล่หลังของเขา
“หากท่านสังหารข้าท่านจะไม่มีวันได้เห็นใบหน้าเช่นนี้อีกไม่ว่าท่านจะเสาะแสวงหาที่ใดบนโลกใบนี้ก็ตาม ใบหน้าเช่นนี้จะตำแหน่งฟูเหรินสกุลจ้าวด้วยนามของข้าเท่านั้นท่านจะไม่มีวันได้เป็สามีของนาง ไม่มีวันได้นางไม่มีวันได้เคียงคู่กับนาง นางเสียไปตั้งนานแล้ว จูจินม่าย จะไม่มีวันฟื้นขึ้นมา!”สิ้นเสียงของจูอวี้อวิ๋นที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นจ้าวหลี่เถิงจึงเดินออกไปจากห้องนอนของนางอย่างไม่ไยดี และไม่สนใจถึงคำพูดของนางทั้งสิ้น