ท่ามกลางคืนอันมืดมิดภายใต้ผืนป่าอันสงบของเมืองโลหยางกลุ่มคนกลุ่มเล็กเคลื่อนตัวผ่านแมกไม้ไปด้วยความรวดเร็วและไร้เสียง ต้องยอมรับว่าหนวี่หวงตี้เป็คนฉลาดในการใช้คนอย่างแท้จริง ความ้าของเหนือหัวเพียง้าส่งสาส์นให้ถึงที่โดยไม่ทำให้ต้องเสียเืเนื้อ เพราะฉะนั้นใครจะเหมาะกับงานนี้มากไปกว่าพวกโจรฝีเท้าเบาอีก ไม่ก่อให้เกิดเสียง ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อความวุ่นวาย ไป่หรงซานกระตุกยิ้มในความมืดในขณะที่เคลื่อนตัวตามกลุ่มคนหนุ่มจากกลุ่มโจรโพกผ้าแดงไปอย่างรวดเร็ว
คนพวกนี้รู้เส้นทางในโลหยางดีอย่างกับเป็หลังฝ่ามือของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น อีกทั้งการเคลื่อนที่ราวกับว่ามองเห็นในที่มืดนั้นอีก ต้องถือว่าหนวี่หวงตี้ฉลาดไม่น้อยที่เลือกคนพวกนี้มาทำงานนี้ขืนรอพวกทหารน่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะสำรวจทางกว่าจะทำตามแผนได้ ถึงว่าพระองค์ถึงตรัสว่าไม่ใช่พระองค์ที่จะมาในงานนี้เอง แต่เมื่อมองไปถึงสิ่งที่อยู่ข้างหลังของเหล่าโจรพวกนั้นแล้วก็ยังอดจะรู้สึกขนลุกไม่ได้...
ไม่รู้ว่าภายใต้ความสวยงามของเด็กหญิงคนนั้นยังมีอะไรซ่อนอยู่อีก ความโหดร้ายที่นางทำกับหัวของคนตายนั้นไม่จำเป็ต้องให้แผ่นดินอื่นรู้ ที่จริงนอกจากพวกเขาที่ทำงานในคืนนี้ก็ไม่ควรจะมีใครต้องรู้ด้วยซ้ำเพียงแค่การจัดการที่ทำลงไปในราชพิธีก็ถือว่าเกินพอแล้ว ไม่เช่นนั้นต้าซีได้กลายเป็ยิ่งกว่าบ้านป่าเมืองเถื่อนแน่นอน
‘ซ้าย’ การส่งสัญญาณเงียบด้วยมือบอกทิศทางที่เขาต้องตามไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าอย่างไรก็ประมาทไม่ได้ คำสั่งสำคัญคือห้ามปะทะ เพราะอย่างนั้นเลยยิ่งทำให้การปฏิบัติการยากกว่าที่คิด มันไม่ใช่การบุกเข้าไปทั่วไปที่จะใช้กำลังเท่าไหร่ก็ได้ องค์เหนือหัวย้ำไว้ชัดเจนแล้วว่า้าให้เหมือน ‘เื่น่ากลัวที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว’ เื่น่ากลัวอย่างนั้นหรือ...
ในตอนนี้เขาก็พอจะคิดเื่น่ากลัวออกเื่หนึ่งเหมือนกัน เื่ของเขาน่ะน่ากลัวไม่แพ้ใครเชียว ‘หนวี่หวงตี้กำลังกริ้วที่ภารกิจพลาด’
‘หยุด’
สัญญาณมือแจ้งเตือนให้พวกเขาหยุดลง แสงไฟรอบจวนกลางและภายในเมืองนั้นน้อยจนน่าสงสัย ไม่มีกำลังคนลาดตระเวนอย่างที่ควรเป็ ความรู้สึกขนลุกแปลก ๆ เริ่มเกิดขึ้นและไม่ใช่เขาคนเดียวที่รู้สึกหากแต่พวกโจรเองก็รู้สึกเช่นกัน
...ดูเหมือนว่างานนี้จะไม่ง่ายเสียแล้ว...
“ฝ่าาไม่บรรทมหรือพ่ะย่ะค่ะ”
หลิ่งอี้ถามเมื่อสตรีที่เพิ่งกลับเข้ามาจากข้างนอกยังคงนั่งอ่านฎีกาอยู่อย่างนั้นไม่มีท่าทีว่าจะหลับหรือแม้แต่ง่วงเลยสักนิด มือเรียวพลิกหน้าฎีกาไปมาเพื่อตรวจสอบเทียบกันอีกมือหนึ่งก็กำลังจดบันทึกบางอย่างลงในกระดาษอีกแผ่น เด็กหญิงเลิกคิ้วมองหลิ่งอี้ที่ดูง่วงเต็มทีก่อนจะสั่นหัวเป็เชิงปฏิเสธแล้วทำงานต่อ
“หากไม่รีบบรรทม รุ่งสางอาจไม่มีแรง” เด็กชายตัวน้อยยังคงพยายามเอ่ยเตือนต่อไป
ถ้อยคำน่ารักของเด็กน้อยทำให้เธอเข้าใจได้ว่าเขาเป็ห่วงเธอนั่นแหละ แต่ในเวลานี้จะให้ข่มตานอนก็คงจะยากเต็มทีเพราะเธอไม่รู้เลยว่าเมื่อพ้นต้าซีไปสู่โลหยางแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม้ว่าขบวนนั้นจะประกอบไปด้วยโจรมากฝีมือกับยอดจอมยุทธ์แห่งยุค แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่กล้าจะวางใจอยู่ดี
...ไม่มีความเป็ไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์กับมนุษย์หรอก...
“เ้ามากกว่าที่สมควรนอน เด็กต้องนอนให้มากเข้าไว้”
ที่จริงมันก็เป็คำแนะนำที่ดีแต่เมื่อมันมาจากคนที่โตกว่ากันแค่ปีสองปีแล้วมันก็ไม่ค่อยจะน่าเชื่อเท่าไหร่ เด็กน้อยลุกมานั่งข้างกับสตรีที่ยังนั่งอ่านฎีกาอยู่อย่างรวดเร็ว เขาน่าจะเป็คนเดียวในต้าซีที่สามารถอยู่ใกล้ชิดกับฝ่าาได้ขนาดนี้ เด็กชายทรุดตัวลงนั่งข้างกายของเหนือหัวที่สำหรับเขาไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังเป็เพียงสตรีเอาแต่ใจเท่านั้น
“ท่านจะรอจอมยุทธ์ไป่หรือ” เด็กน้อยถามด้วยความงัวเงีย...
“อื้ม” มิสเฉินตอบรับเพียงในลำคอเท่านั้นในขณะที่พลิกหน้าบันทึกเก่าผ่านไปอีกหน้า
“ไม่ต้องห่วงหรอก ท่านไป่น่ะเก่งกาจจะตายไปไม่เป็อะไรง่าย ๆ หรอก” เด็กน้อยเอ่ยในขณะที่เริ่มอิงหัวเข้าที่แขนขององค์เหนือหัวด้วยความเหนื่อยล้า
“คนเก่งก็ตายได้”
องค์เหนือหัวตรัสเพียงเรียบง่ายเท่านั้น เื่นี้เป็เื่ที่เธอเรียนรู้มาด้วยตัวเอง ความเก่งกาจไม่สามารถทำให้คนรอดจากความตายได้...
ภาพของเครื่องบินที่ะเิคาตาของเธอพร้อมกับความเ็ปที่บริเวณกลางกายกลับมาอีกครั้ง ่นี้แม้จะไม่ต้องหลับใหลไปเธอก็เริ่มรับรู้ถึงความเจ็บนี้ได้ขณะตื่นแล้ว เธอได้แต่ปัดไปให้มันเป็เพียงเื่ของอุปาทานเท่านั้นเพราะไม่อยากจะคิดให้มากไปกว่านี้
บางครั้งจิตใจคนเราก็หลอกอะไรเราได้มากกว่าที่เราจะคาดถึง ในยุคของเธอแม้แต่อาการป่วยก็หายได้ด้วยการสะกดจิตนำความคิด เพราะฉะนั้นความเจ็บที่เกิดอยู่ก็อาจจะเป็เพียงเื่อุปาทานได้เหมือนกัน....
เด็กหญิงผู้ครองตำแหน่งสูงสุดในต้าซีวางพู่กันลงก่อนจะถอนหายใจยาวยืด เธอว่าเธอตัดใจกับเื่การกลับไปที่ที่เธอเคยจากมาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อนึกถึงมันทีไรก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่ทุกที ใบหน้าที่แสดงถึงความทุกข์ใจของหยางเยว่ซือนั้นคนที่ได้รับอนุญาตให้เห็นเห็นทีจะมีก็แต่เด็กน้อยข้างกายนี่แหละ
“ท่านห่วงท่านไป่ขนาดนี้เลยหรือ” ตู้หลิ่งอี้ที่ไม่อาจรู้เื่ที่อยู่ในพระทัยของหนวี่หวงตี้ได้แต่ถามเอาจากการคาดเดาของตัวเองเท่านั้น
“ไม่” การตอบกลับอย่างไม่คิดนั้นทำให้คนที่รอฟังอยู่อดจะแปลกใจไม่ได้เหมือนกัน
“อ่าว...” ตู้หลิ่งอี้ขมวดคิ้ว “แต่ทรงเครียด”
หญิงสาวไหวไหล่เป็เชิงไม่ใส่ใจนักก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนงานของตัวเองต่อ โดยเลือกจะมองข้ามเสียงการเคลื่อนไหวนอกโจมไปเสีย เธอไม่ค่อยจะถือสากับการสอดหูสอดตาของคนจากต่างเมืองเสียเท่าไหร่หรอก รู้ไปแล้วจะทำอะไรเธอได้มิทราบ! เธอจะบอกให้รู้เื่ทั้งหมดที่เธอจะทำเขายังต้านอะไรเธอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
...กระดูกคนละเบอร์ย่ะ...
“เ้าคงจะตาฝาด ข้าว่าเ้าควรไปนอนพัก” คำแนะนำนั้นไม่ได้มีความจริงใจเลยสักนิด
อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาด เมื่อครู่สีพระพักตร์ของฝ่าาดูทุกข์ใจจริง ๆ เด็กน้อยมุ่ยหน้าก่อนจะไม่ยอมขยับตัวไปไหนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากฝ่าาไม่นอนเขาก็จะไม่นอนเหมือนกัน เขาจะไม่พักจนกว่าจะเห็นว่าหนวี่หวงตี้พักมันเป็ความตั้งใจของเขาั้แ่ที่นางยังเป็กงจู่อยู่ การจะแข็งแกร่งได้อย่างนางเขาจำเป็ต้องรู้ว่านางทำอะไรบ้างในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นหากนางไม่ยอมบรรทมเขาก็จะไม่หลับเหมือนกัน
มิสเฉินได้แต่มองความดื้อดึงของเด็กน้อยข้างกายด้วยความอ่อนใจ เธอรู้ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่การจะกลายเป็คนอย่างเธอนั้นมันไม่ได้แค่ทำงานหนักกับนอนดึกหรอก มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกมาก แล้วมันก็ต้องแลกด้วยอะไรที่มีค่ากว่าเวลานอนมากด้วย...
...และหลิ่งอี้ก็ไม่จำเป็ต้องแลก...
“ใช้เท่านี้ก็พอ คนพวกนี้จะตื่นมาในรุ่งสางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
เสียงของหนึ่งในกลุ่มโจรเอ่ยขึ้นในยามที่หยิบผงสีน้ำตาลอ่อนออกมา มันเป็ผงที่ทำมาจากซวนเจ่าเหรินตากแห้งแล้วนำมาบด ปกติแล้วจะต้องต้มกับน้ำก่อนแล้วดื่มจึงมีฤทธิ์ทำให้นอนหลับ แต่ตอนนี้กลุ่มโจรกลับเอาออกมาแล้วทำท่าราวกับว่าจะใช้มันเลยในตอนนี้
จริงอยู่ที่สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่าจะมีอะไรรอพวกเขาอยู่ข้างหน้าบ้าง การที่เมืองทั้งเมืองเงียบจนผิดปกติอย่างนี้ย่อมไม่อาจจะวางใจได้
โลหยางลองดีกับต้าซีคงจะไม่ได้ลองดีทั่ว ๆ ไปโดยไม่เตรียมการรับมือเอาไว้ องค์เหนือหัวของต้าซีเป็คนโหดร้าย เื่นี้นับว่ารู้กันทั่วไปไม่ใช่แค่ในต้าซี ยังไม่รวมถึงเื่ที่อาจจะมีใครสักคนในท้องพระโรงวันนั้นเป็คนส่งข่าวอีก...
...ไม่ว่าใครก็ไว้ใจไม่ได้...
ไป่หรงซานกางข่ายพลังหยางออกล้อมรอบตัวของเขากับเหล่ากองโจรโพกผ้าแดงที่รวมตัวกันอยู่ริมชายป่าเอาไว้เพื่อให้สามารถพูดคุยกันได้อย่างสะดวกโดยไม่มีใครได้ยิน ไป่หรงซานส่งสัญญาณเป็เชิงว่าสามารถพูดได้โดยไม่ต้องใช้ภาษาสัญญาณแล้วกับกลุ่มโจร จนถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มโจรพวกนี้มีทั้งวิชาตัวเบาและฝีเท้าที่เบาเสียจนแทบไม่ได้ยินเลยแม้จะอยู่ใกล้ ๆ ก็ตาม
“ท่านเผามันกลางอากาศได้หรือไม่” โจรคนหนึ่งหันมาถามเขา
แน่นอนว่าเื่ง่าย ๆ อย่างนั้นเขาย่อมทำมันได้อยู่แล้ว แต่ทำไมกลุ่มโจรถึงถามอย่างนั้น จอมยุทธ์หนุ่มพยักหน้ารับทั้งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนักเมื่อเห็นอย่างนั้นกลุ่มโจรก็ทำหน้าพึงใจ พวกเขาหยิบผงพวกนั้นออกมาจำนวนหนึ่งที่ดูไปแล้วก็เหมือนกับการกะคะเนเอาด้วยมือเท่านั้น
“ประเดี๋ยวท่านเผามันกลางอากาศ คนในโลหยางหายใจเข้าไม่ถึงก้านธูปก็หลับลึกหมดกว่าจะตื่นอีกทีฟ้าก็สางแล้ว” โจรหนึ่งในนั้นกระซิบแ่เบา
“ท่านแน่ใจหรือ” จอมยุทธ์หนุ่มถาม
ไม่เคยมีใครใช้ซวนเจ่าเหรินแห้งกับไฟมาก่อน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันสามารถจะใช้อย่างนี้ได้ด้วยแต่จากสีหน้าและท่าทางมั่นใจของคนพวกนี้แล้วก็ปฏิเสธได้ยากเหลือเกิน อย่างน้อยคนพวกนี้ก็ทำงานให้กับฝ่าาอย่างถวายหัว ก็พอจะมั่นใจได้บ้างแหละว่าคงจะไม่โกหกกัน
“แน่ที่สุด” เหล่าโจรไม่แม้แต่จะหยุดคิดสักนิด พวกเขาทำราวกับว่ามันเป็เื่ธรรมดาอย่างไรอย่างนั้น...
แม้จะยังคลางแคลงใจอยู่ แต่ในตอนนี้ไม่มีเวลาให้ลังเลมากเขาต้องรีบทำงานของตัวเองให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้กลับเข้าสู่ต้าซีก่อนจะถึงยามทิ่วซี้ (01:00~03:00) ! จอมยุทธ์หนุ่มลองเสี่ยงเชื่อเหล่าโจรดูเขารับผงนั้นมาไว้ในมือก่อนจะใช้กำลังปราณเพียงน้อยบังคับมันให้ลอยออกไปกลางอากาศก่อนจะกำหนดจิตของตัวเองอีกครั้งเพื่อพัดเปลวไฟจากคบเพลิงที่วางอยู่เหนือกำแพงจวนขึ้นไปโดนกับผงเ่าั้
ผงสีน้ำตาลที่ต้องไฟนั้นกลายเป็ควันอย่างรวดเร็ว ผู้บุกรุกพร้อมใจกันกลั้นหายใจโดยไม่ต้องเอ่ยนัดแนะ ไป่หรงซานใช้กำลังภายในในการควบคุมกลุ่มควันเ่าั้ให้เจือจางไปในอากาศก่อนจะพยายามทำให้ควันกลุ่มนั้นคล้อยต่ำลงเพื่อให้เข้าถึงคนที่อาศัยอยู่ในโลหยางให้ได้เร็วที่สุด
ไม่เพียงแต่ไป่หรงซานเท่านั้นที่ได้ทึ่งในความสามารถในการใช้สมุนไพรและการวางแผนของกลุ่มโจร ในตอนนี้กลุ่มโจรที่อยู่ด้วยกันก็ทึ่งในฝีมือของจอมยุทธ์หนุ่มที่ถูกส่งมาให้ช่วยอำนวยความสะดวกเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นกัน
สมแล้วที่องค์เหนือหัวให้ติดตามเป็องครักษ์เงา ฝีมือไม่ธรรมดาจริง ๆ สามารถใช้พลังปราณและวิทยายุทธ์แปลก ๆ ได้อย่างหลากหลาย อย่างการกำหนดควันเมื่อครู่ต้องให้การกำหนดเป็วงกว้างพอสมควรหากว่าปราณไม่กล้าแกร่งพอคงจะทำไม่ได้โดยง่ายแน่
เวลาผ่านไปชั่วน้ำเดือดเสียงภายในเมืองโลหยางก็เงียบลงทันตา เหล่าโจรมองหน้ากันเป็สัญญาณเสียงอย่างนี้พวกเขาได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ความเงียบที่มากขึ้นแม้จะเพียงแค่สามส่วนก็พอจะคาดเดาได้ถึงการออกฤทธิ์ของยาแล้ว
“น่าจะหลับหมดแล้ว” หนึ่งในกลุ่มโจรเอ่ยขึ้นเมื่อความเงียบในเมืองโลหยางเริ่มอยู่ในขั้นเกินกว่าปกติ เหล่าโจรพยักหน้าให้กันก่อนจะเตรียมตัวพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็ว...
การให้สัญญาณและการทำงานแบบโจรนั้นเน้นความเงียบและความเร็วเป็หลักเพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงความถูกต้องหรือหลักการที่ยุ่งยากทางการทหารเลยสักนิด ชายทั้งสี่เร้นตัวไปในความมืดของเมืองมีเพียงแสงจันทร์ในคืนเดือนเสี้ยวเท่านั้นที่คอยนำทาง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เป็ระบบแน่นอนเน้นแต่เห็นผลด้านความเร็วเท่านั้น ไป่หรงซานใช้วิชาตัวเบาตามไปในระยะที่ไม่ทำให้ทั้งสี่คนเสียกระบวน ช่างเป็การทำงานกับกลุ่มกองโจรครั้งแรกที่น่าประทับใจไม่น้อยทีเดียว...
เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป ทั้งห้าคนก็มาถึงที่จวนกลางของโลหยาง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อซวนเจ่าเหรินเผาไฟนั้นได้ผลดีกว่าที่คิดแทบทุกคนในโลหยางรวมถึงเหล่าทหารที่ซุ่มอยู่ตามเส้นทางลัดด้วย ดีแค่ไหนแล้วที่พวกเขาเลือกใช้วิธีทำให้หลับก่อนแล้วค่อยบุกมา
...คนของโลหยางเตรียมตัวอย่างดี...
จากมุมสูงเช่นนี้ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่ามีการวางกำลังซ่อนเอาไว้ตรงไหนบ้าง มีทหารซุ่มยิงธนูไม่ต่ำกว่าห้าสิบคนหากบุกด้วยวิธีธรรมดาป่านนี้คงได้ไปนั่งสนทนากับเทพเซียนแล้ว ไหนจะกับดักต่าง ๆ ที่พวกโจรพาเขาหลบมาอีก เพราะเส้นทางในโลหยางเองก็เป็ทิวเขาสลับซับซ้อนไม่มีที่ราบด้วยเลยทำให้การประเมินจากปากทางยากยิ่งนัก แต่ในตอนนี้ก็ต้องถือว่าโชคดีแล้วที่พวกเขาสามารถเข้ามาในนี้ได้โดยไม่ต้องปะทะกับใคร...
ไม่ใช่ว่าปะทะแล้วจะไม่ชนะแต่เพราะองค์เหนือหัวสั่งมาว่าไม่ควรจะปะทะด้วย... แต่นอกจากจะไม่ต้องปะทะแล้วในตอนนี้เขาเองยังสามารถเก็บการวางกำลังลับ ๆ ของโลหยางได้อีกด้วยเผื่อว่าเหนือหัวขี้สงสัยของเขาเกิดอยากจะได้ข้อมูลตรงไหนขึ้นมาเขาเชื่อว่าการบุกมาครั้งนี้ของเขามีประโยชน์แน่นอน
กล่องใส่หัวของศพทั้งสี่ถูกวางเรียงกันเอาไว้ปลายเตียงของผู้ครองเมืองโลหยางอย่างแ่เบา ด้วยฝีมือและฝีเท้าขนาดนี้ต่อให้คนที่อยู่บนเตียงตื่นอยู่ก็ไม่อาจจะรับรู้ได้ด้วยซ้ำ หลังจากทำภารกิจเสร็จแล้วชายทั้งสี่ก็ส่งสัญญาณให้กับไป่หรงซานทันที บุรุษทั้งห้าแห่งต้าซีต่างพากันเร้นกายในความมืดเพื่อกลับไปสู่ต้าซีอย่างรวดเร็ว
...ภารกิจเสร็จแล้ว...