บทที่ 3 มันต้องมีหนทางสิน่า
่บ่ายเด็กชายยังคงคิดว่าแผนเื่สร้างบ้านอยู่ เขาคุยกับหลินอวี้หลานอย่างจริงจังว่าทั้งสองจะช่วยกันสร้างตามแบบที่วางไว้ การมีแรงงานเพียงแค่สองคนนั้นอาจจะทำได้ช้าแต่ก็ไม่เป็ไร อีกอย่างหากท่านพ่อหายดีก็จะมีท่านพ่อกับท่านมาแม่มาช่วยทำอีกสองแรง
ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำเสียงสะอื้นก็ดังมาจากในบ้าน เป็เสียงของจางเว่ยเยียน
“ท่านพ่อ…อย่าเป็อะไรนะ” หลินอวี้หลานร้องอย่างใจากนั้นจึงดึงมือน้องชายให้วิ่งเข้าไปในบ้าน
ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำหัวใจของหลินเสี่ยวเฉินกระตุกวูบ จางเว่ยเยียนผู้เป็มารดานั่งอยู่ข้างเตียง น้ำตาไหลอาบแก้ม มือของนางกำลังจับแขนของสามีแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปต่อหน้าต่อตา ส่วนหลินกวงผู้เป็บิดาที่นอนอยู่บนเตียงนั้นใบหน้าซีดขาวจนแทบไร้สี ริมฝีปากแห้งแตก และที่มุมปากยังมีคราบเืจาง ๆ ติดอยู่
“เกิดอะไรขึ้นขอรับ” หลินเสี่ยวเฉินรีบวิ่งเข้าไป
จางเว่ยเยียนเงยหน้าขึ้น น้ำตายังคงไหลไม่หยุด “เสี่ยวเฉิน...เสี่ยวหลาน…พ่อของพวกเ้า...เขาไอเป็เื”
“ไอเป็เื?” เสียงของเด็กชายแ่ลงทันที
หลินกวงไอเบา ๆ อีกครั้ง ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านก่อนจะมีเืซึมออกมาที่มุมปากอีกเล็กน้อย
“พ่อไม่เป็ไร…” เขาพูดอย่างยากลำบาก “แค่…ไอนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“นี่มันเรียกว่านิดหน่อยได้อย่างไรท่านพี่” จางเว่ยเยียนร้องออกมา “เมื่อเช้ายังไม่เป็แบบนี้เลย”
เด็กชายยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง สายตาจับจ้องไปที่บิดาของตน ภายในใจเหมือนมีบางอย่างบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขาเคยเห็นอาการแบบนี้มาก่อน ในชีวิตก่อนนี่คือสัญญาณของอาการป่วยที่รุนแรงขึ้น หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา ผลลัพธ์มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
“ต้องไปหาหมอ” เขาพูดขึ้นทันที
จางเว่ยเยียนชะงัก ก้มหน้าลง น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “แต่พวกเราไม่มีเงินแล้ว เสี่ยวเฉิน…ครั้งก่อนที่พาพ่อของเ้าไปหาหมอเราก็ยืมคนอื่นมา”
บรรยากาศเงียบงันลงทันที คำว่า “ไม่มีเงิน” เหมือนคมมีดที่แทงเข้ากลางใจของทั้งสี่คน หลินเสี่ยวเฉินกำมือแน่น เขามองไปที่บิดาอีกครั้ง ร่างที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแอลงจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
“ถ้าไม่รักษาก็คง...” เขาพึมพำเบา ๆ แต่ไม่พูดต่อ
จางเว่ยเยียนร้องไห้ออกมาอีกครั้ง “แม่จะทำอย่างไรดี แม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย”
เสียงนั้นเหมือนค้อนหนักที่ทุบลงในใจของเขา หลินเสี่ยวเฉินยืนนิ่งเพียงครู่เดียวก่อนจะตัดสินใจทันที เขาหันหลังเดินออกจากกระท่อมโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“เสี่ยวเฉิน...เ้าจะไปไหน” จางเว่ยเยียนะโเรียกลูกชายทว่าเขาไม่ได้หยุด
จากเดินกลายเป็วิ่ง เขาวิ่งออกจากหมู่บ้าน ฝุ่นดินฟุ้งกระจายใต้ฝ่าเท้า ลมหายใจเริ่มหอบถี่แต่เขาก็ยังไม่หยุดวิ่ง ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว “ต้องหาเงิน ต้องหาเงินให้ได้”
ตัวอำเภอเล็ก ๆ อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าเล็ก ๆ และผู้คนที่เดินขวักไขว่ กลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูกทำให้ท้องของเด็กชายร้องขึ้นเบา ๆ แต่เขาไม่มีเวลาสนใจสิ่งนั้น สายตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดลงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสียงคนพูดคุยและเสียงกระทะกระทบกันดังออกมาจากด้านใน
เด็กชายสูดหายใจลึกแล้วเข้าไปทันที
“เถ้าแก่” เขาเรียก
ชายร่างท้วมที่ยืนอยู่หลังโต๊ะสูงหันมามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ “อะไร เ้าหนู จะมากินก็ไปนั่ง”
“ข้าไม่ได้มากินขอรับ” หลินเสี่ยวเฉินส่ายหน้า “ข้ามาขอทำงาน”
คำพูดนั้นทำให้เถ้าแก่เลิกคิ้ว “ทำงานอย่างนั้นหรือ” เขามองเด็กชายั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “ตัวแค่นี้จะทำอะไรได้”
“ข้าทำได้ทุกอย่างขอรับ” หลินเสี่ยวเฉินตอบทันที “ล้างจาน แบกของ จุดไฟ ทำอะไรก็ได้”
“ไม่เอา ๆ ข้าไม่รับเด็ก” เถ้าแก่โบกมือ
หลินเสี่ยวเฉินไม่ยอมถอย ก้าวเข้าไปอีกก้าว “เถ้าแก่ ได้โปรดเถอะขอรับ ข้าจำเป็ต้องใช้เงินจริง ๆ”
“ทุกคนก็จำเป็ทั้งนั้นแหละ” อีกฝ่ายตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ท่านพ่อข้าป่วยหนัก” คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้เถ้าแก่ชะงักไปเล็กน้อย เด็กชายก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม “เขาไอเป็เื ถ้าไม่รักษาเขาอาจ…”
เสียงของเขาขาดหายไปแต่ความหมายชัดเจน
เถ้าแก่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ “เ้าหนูนี่…”
“ข้าจะทำงานหนัก ไม่เกี่ยงงานขอแค่ให้โอกาสข้านะขอรับ” หลินเสี่ยวเฉินเงยหน้าขึ้นมามองเถ้าแก่ด้วยสายตาอ้อนวอน
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเถ้าแก่ก็โบกมืออย่างรำคาญ “เอาเถอะ ๆ เข้าไปหลังร้าน ไปช่วยล้างจานก่อน ถ้าทำไม่ได้ข้าจะไล่เ้าออกทันที เข้าใจหรือไม่”
“ขอบคุณขอรับเถ้าแก่” หลินเสี่ยวเฉินรีบโค้งศีรษะ
วันแรกของการทำงานเริ่มต้นขึ้นอย่างโกลาหล จานชามกองสูงจนแทบมองไม่เห็นพื้น มือของเขาเล็กและยังไม่มีแรงมากนักแต่เขาก็ไม่หยุดแม้แต่ชั่วอึดใจเดียว น้ำเย็นเฉียบกัดผิว มือแดงจนชาแต่เขายังคงล้างต่อไป
“เร็วหน่อย!” คนครัวะโ
“เอานี่ไปเก็บ!”
“จุดไฟเพิ่ม!”
คำสั่งดังต่อเนื่องไม่หยุดแต่หลินเสี่ยวเฉินรับทุกอย่างโดยไม่บ่นสักคำ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนในที่สุดพระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำ
เมื่อร้านเริ่มว่างลงเถ้าแก่ก็เดินเข้ามาหาเขา “พอใช้ได้” เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะหยิบเหรียญเล็ก ๆ ออกมา “นี่ ค่าแรงวันนี้สามเฟิน”
เด็กชายรับมา มือสั่นเล็กน้อย “สามเฟิน” ถึงแม้จะน้อยนิดแต่สำหรับเขามันคือความหวัง
“ขอบคุณขอรับเถ้าแก่” เขาไม่รอช้ารีบวิ่งออกจากร้านทันที
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้ม เส้นทางกลับหมู่บ้านทอดยาวแต่เขาไม่หยุดพักแม้แต่นิดเดียว จุดหมายไม่ใช่บ้านแต่เป็ร้านหมอ
เมื่อมาถึงเด็กชายผลักประตูเข้าไป “ท่านหมอ!”
“อ้าว เ้าเด็กน้อย มีอะไรอีก” ท่านหมอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าเป็เด็กชายขี้โรคคนไข้ของตัวเอง
หลินเสี่ยวเฉินยื่นเหรียญในมือออกไป “ข้ามาขอซื้อยาให้ท่านพ่อ”
หมอมองเหรียญในมือเขาก่อนจะขมวดคิ้ว “แค่นี้…ซื้อยาได้ไม่มากนะ”
“ขอแค่ช่วยบรรเทาอาการก็พอขอรับ”
“อืม...เอาเถอะ ข้าจะจัดให้ก็แล้วกัน”
พูดจบท่านหมอก็หันไปหยิบสมุนไพรหลายชนิดใส่ลงในห่อกระดาษอย่างระมัดระวัง
“ต้มวันละสองครั้ง อย่าให้ขาด” หมอกำชับ
“ขอบคุณขอรับท่านหมอ” หลินเสี่ยวเฉินรับยามาถือไว้แน่นแล้วรีบวิ่งออกไปอีกครั้ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มมและความหวัง อย่างน้อยยาห่อนี้ยังสามารถต่อชีวิตของบิดาได้อีกหลายวัน