ตอนที่ 2: วิวัฒนาการที่ผิดเพี้ยน
[ศูนย์วิจัยลับใต้ดิน: โครงการ 'Artifact เพื่อมนุษยชาติ']
ความเงียบงันภายในโถงปฏิบัติการใต้ดินถูกทำลายลงด้วยเสียงกลไกไอน้ำมานาที่ส่งเสียงระบายแรงดัน ชี่... ชี่... พ่นละอองสารเคมีสีเหลืองขุ่นเข้มข้นออกมาเจือปนในอากาศจนแสบจมูก แสงจากศิลามานาที่ติดตั้งบนเพดานสั่นระริกวูบวาบ ส่งผลให้เงาของเหล่านักวิจัยในชุดคลุมสีขาวที่กำลังขยับตัวดูบิดเบี้ยวราวกับอสุรกายที่ร่ายรำอยู่บนผนังปูนเปลือย
กลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อเยื่อที่ตายแล้วปนกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นอบอวลไปทั่วห้อง จนชวนให้ขย้อนเอาของเก่าออกมา รอบบริเวณเต็มไปด้วยหลอดแก้วทรงกระบอกขนาดมหึมาเรียงรายนับสิบหลอด ภายในบรรจุของเหลวหนืดเรืองแสงสีเขียวจางๆ ที่มีร่างของสิ่งมีชีวิตต่างๆ แช่อยู่ บางร่างมีอวัยวะผิดรูป บางร่างพยายามเอาชิ้นส่วนของมอนสเตอร์มาเย็บติดกับมนุษย์จนแยกไม่ออกว่านั่นคือสิ่งใด พวกมันลอยคออยู่ในน้ำยาราวกับซากศพที่ถูกลืม
กัลลัส ถูกตรึงไว้บนเตียงโลหะเย็นเฉียบที่เต็มไปด้วยคราบเืเก่า แขนขาของเขาถูกล็อคหนาแน่นด้วยห่วงเหล็กกล้าสลักอักขระกักขังมานา จนเขาไม่สามารถขยับได้แม้แต่นิ้วเดียว
"ร่างทดลองหมายเลข 704 สัญญาณชีพยังคงเสถียรแม้ระบบประสาทจะเสียหายหนัก" นักวิจัยร่างผอมแห้งเอ่ยเสียงเรียบพลางจดบันทึกลงแผ่นหนัง แววตาของเขาว่างเปล่าราวกับมองซากผักปลา
"อัตราการซิงโครไนซ์เริ่มต้นที่ 12%... หึ ความแค้นในจิตใจของมันสูงผิดปกติ น่าจะเป็ตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ไม่เหมือนพวกหมายเลข 701 ถึง 703 ที่ขาดใจตายไปั้แ่วินาทีแรกที่ใบมีดกรีดลงบนปอด"
"เริ่มขั้นตอนการ 'ชำระล้างช่องอก' ได้... เตรียมกำจัดส่วนเกินทิ้งซะ"
ไม่มีเสียงตอบรับจากกัลลัส นอกจากเสียงลมหายใจที่ติดขัดดัง ครืดคราด อยู่ในลำคอ ใบมีดมนตราอาบแสงสีม่วงค่อยๆ กรีดลงบนรอยบุ๋มกลางอกของเขา กัลลัสตาเบิกโพลง ร่างกายพยายามดิ้นรนสุดชีวิตจนห่วงเหล็กบีบรัดิัจนปริแตกเืสาดกระเซ็น เสียงเนื้อสดถูกฉีกแยกออกจากกันดัง แคว่ก... คล้ายผ้าดิบขาดวิ่น นักวิจัยใช้คีมเหล็กขนาดใหญ่ถ่างกระดูกซี่โครงที่บิดเบี้ยวผิดรูปออกมาอย่างไม่ใยดี เสียง กร๊อบ! ของกระดูกที่ถูกงัดจนหักสะท้านไปทั้งห้อง กัลลัสแผดเสียงร้องโหยหวนจนเส้นเืในลำคอปูดโปน น้ำลายปนเืทะลักออกมาไม่ขาดสาย
"อ๊าาาาาาาาา!!! ฆ่า... ฆ่าข้า... หรือไม่ก็มอบพลัง... มาให้ข้า!!!"
"สงบสติซะ ร่างทดลอง 704" นักวิจัยหัวหน้าโครงการกล่าวเสียงเย็น
"หัวใจดวงนี้มันเล็กและโสมมเกินไปสำหรับเจตจำนงของพระเ้า... เราจะกำจัดมันทิ้งซะ"
เขาใช้คีมเหล็กคีบเอาหัวใจที่ยังเต้นระรัวและชุ่มเืของกัลลัสออกมาอย่างดิบเถื่อน ก่อนจะโยนมันลงทิ้งในถังน้ำยาเคมีข้างเตียงราวกับเศษขยะ จากนั้นจึงนำ 'แกนกลางมานาของโกเลม' ที่มีสภาพเก่าคร่ำคร่าแต่แฝงไปด้วยไอพลังสีส้มขุ่นมัวยัดลงไปในช่องอกที่กลวงโบ๋โดยตรง ทันทีที่แกนกลางัักับขั้วปอดและขั้วหัวใจ เส้นใยมานาทองแดงขนาดเล็กนับพันเส้นก็พุ่งออกจาก Artifact ชอนไชเข้าไปในเส้นประสาทและหลอดเืราวกับหนอนที่หิวกระหาย กัลลัสตัวบิดเกร็งจนหลังลอยพ้นเตียง ดวงตาเหลือกค้างจนเห็นแต่ตาขาว
"หัวหน้าครับ! อัตราการเต้นของแกนกลางเริ่มประสานแล้ว มานาในเืพุ่งสูงขึ้น 40%... การผสานระยะแรกคงที่ครับ!" ผู้ช่วยนักวิจัยรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ดีมาก รอดไปได้ชิ้นนึงแล้วสินะ..." นักวิจัยหลักแสยะยิ้ม
"อย่ามัวรอช้า เตรียมขั้นต่อไปทันที ชิ้นแรกผ่านไปได้สวยแบบนี้ต้องต่อชิ้นที่ 2 เลย พลังงานมันกำลังพลุ่งพล่าน อย่าเสียโอกาส!"
เสียงเลื่อยวงเดือนมานาดังสนั่น วี้ดดดด! ก่อนจะบดขยี้ลงบนมวลกล้ามเนื้อแขนขวาของกัลลัส ิัถูกถลกออกจนเห็นพังผืดสีแดงฉาน นักวิจัยคว้านเนื้อและกระดูกส่วนเกินออกแล้วฝัง 'ผลึกเวทธาตุไฟ' ลงไปในเนื้อเยื่อที่เปิดกว้าง ความร้อนระอุจากผลึกเริ่มเผาไหม้เซลล์สดๆ จนควันขาวลอยออกมา กลิ่นเนื้อไหม้รุนแรงทำให้สติของกัลลัสแทบหลุดลอย ในจังหวะนั้นเอง เส้นใยมานาทองแดงจากแกนกลางที่อกก็เริ่มชอนไชไปตามท่อนแขน มันพุ่งเข้าพันรอบผลึกธาตุไฟและไชลึกเข้าไปภายในเพื่อสร้างวงจรเชื่อมต่อ
"การติดตั้งชิ้นที่สอง... บ้าเอ๊ย! มานาไหลย้อนกลับ! หัวใจเครื่องจักรเริ่มโอเวอร์โหลด ร่างทดลองกำลังจะช็อก!" ผู้ช่วยะโลั่นอย่างใ
"อย่าเพิ่งให้มันตาย! เอาโพชั่นรักษาความเข้มข้นสูงมาเร็วเข้า!!! กรอกปากมันเข้าไปแล้วฉีดเข้าเส้นเืโดยตรง!" หัวหน้าสั่งการอย่างบ้าคลั่ง นักวิจัยรุมกันยื้อชีวิตกัลลัสที่กำลังสั่นกระตุกอย่างรุนแรง เืไหลทะลักออกจากทวารทั้งห้า จนกระทั่งสัญญาณชีพเริ่มกลับมาคงที่อีกครั้งในสภาพที่ร่อแร่เต็มที
"ยัดชิ้นสุดท้ายเข้าไป! อย่าให้เสียเที่ยว!"
'ปืนเวทมนตร์' ที่ด้ามจับพังพินาศถูกนำมาติดตั้งที่แขนซ้าย นักวิจัยใช้สว่านเจาะกระดูกปลายแขนของกัลลัสจนแตกละเอียด เพื่อยึดโครงปืนเข้ากับกระดูกโดยตรง รังเพลิงถูกเชื่อมเข้ากับเส้นประสาทสั่งการที่นิ้วชี้และนิ้วกลางอย่างดิบเถื่อน จากนั้นเส้นใยทองแดงจากอกก็เข้ามาร้อยรัดเชื่อมต่อระบบทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทุกครั้งที่เขากระดิกนิ้วด้วยความโกรธแค้น ไกปืนในร่างกายจะถูกกระตุ้นให้บีบอัดมานาทันที
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาา!!!" กัลลัสแผดเสียงร้องสุดท้ายก่อนที่จะสลบไสลไป พร้อมกับเสียงฟันเฟืองในอกที่เริ่มหมุนวนช้าๆ อย่างมั่นคง
"มหัศจรรย์..." นักวิจัยจ้องมองร่างที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยเย็บสดๆ
"อัตราการรอดชีวิตรวม 3 ชิ้นไม่ถึง 1 ใน 1,000... แต่มันรอดมาได้ ร่างกายของมันกลายเป็สุสานของ Artifact ไปแล้ว" เขาเริ่มลงเข็มเย็บปิดปากแผลทั้งหมดด้วยเส้นไหมอาคมอย่างรวดเร็ว
ภายในความมืดมิดของสติที่ดับวูบ กัลลัสไม่ได้เห็น์หรือนรก เขาเห็นเพียงภาพของตัวเองที่ยืนอยู่กลางกองเพลิง มือขวาที่ลุกโชนด้วยไฟพลาสม่ากำลังกวัดแกว่งดาบที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงนรก และแขนซ้ายที่เมื่อยกฝ่ามือขึ้น ปากกระบอกปืนมนตราที่ซ่อนอยู่ตรงข้อมือก็เผยออกมาพร้อมจะะเิทุกอย่างให้เป็จุล เขาจะใช้สิ่งนี้ฉีกกระชากร่างของ "ไอ้เ้าดาบไม้" ออกเป็ชิ้นๆ ... และนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขายังหายใจต่อไปได้ในฐานะอสุรกายที่ถูกสร้างขึ้นจากขยะโบราณ
[ห้องพักฟื้นพิเศษ: ปีที่ 1 หลังการผ่าตัด]
แสงสว่างเพียงน้อยนิดลอดผ่านช่องระบายอากาศแคบๆ บนผนังหินที่เย็นเยียบ กัลลัสไม่ได้เดินออกมาจากห้องปฏิบัติการอย่างผู้ชนะ แต่เขากลับต้องนอนจมกองเื น้ำเหลือง และมานาเหลวที่ไหลซึมออกมาจากาแอยู่บนเตียงโลหะมานานนับปี ร่างกายของเขากลายเป็สมรภูมิที่บ้าคลั่งระหว่าง "ความเป็มนุษย์ที่เหลือเพียงน้อยนิด" และ "คำสั่งจากเทพเ้า" ที่สลักอยู่ในวัตถุโบราณ
กึก... กึก... กริ๊ก... เสียงฟันเฟืองลึกลับในอกหมุนวนอย่างติดขัด ทุกครั้งที่แกนกลางโกเลมพยายามเชื่อมต่อมานาเข้ากับระบบประสาทเพื่อ "รีบูต" หน้าที่ของมัน มันจะส่งกระแสไฟฟ้ามานาแรงสูงกระตุ้นมัดกล้ามเนื้อของเขาให้ขยับตาม "ระเบียบการรักษาความปลอดภัย" ของอารยธรรมเมื่อ 2,000 ปีก่อนโดยไม่สนว่าร่างกายนี้จะรับไหวหรือไม่
"อัก... หยุด... หยุดมันสักที!" กัลลัสคำราม ลำคอของเขาแห้งผากและระคายเคืองจนเืซึมออกมาทุกครั้งที่เปล่งเสียง
แกนกลางโกเลมไม่สนว่าภาชนะนี้คือสิ่งมีชีวิต มันพยายามจะบังคับให้กัลลัสลุกขึ้นยืนตัวตรงในท่าเตรียมพร้อม แขนซ้ายที่ติดตั้งปืนเวทมักจะกระตุกและยกขึ้นเล็งไปที่ประตูโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนที่ผ่าน แรงดึงจากกลไกโบราณที่ฝืนธรรมชาติรุนแรงจนแผลเย็บสดๆ ที่แขนและอกฉีกขาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เืสีคล้ำหนืดไหลซึมผ่านผ้าพันแผลจนกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่วห้องพักฟื้นที่ปิดตาย
"หมายเลข 704... ยังควบคุม 'การคลุ้มคลั่ง' ในตัวไม่ได้อีกรึ?" นักวิจัยยืนกอดอกมองผ่านช่องกระจกหนา แววตาเ็าเหมือนกำลังมองดูเครื่องจักรที่พังทลาย
"แกนกลางโกเลมตัวนี้เคยทำหน้าที่ปกป้องดันเจียนแห่งหนึ่งมานานนับพันปี มันพยายามจะครอบงำระบบประสาทของร่างทดลองเพื่อกลับไปทำหน้าที่ ตามเดิมของมัน... หากมันยังสยบไอ้ก้อนหินนั่นไม่ได้ ร่างกายมันก็จะพังทลายกลายเป็แค่เศษเนื้อกองหนึ่งเท่านั้น"
กัลลัสกัดฟันจนเหงือกฉีก เืไหลอาบเต็มปาก ความเ็ปที่ถูกเครื่องจักรบงการร่างกายนั้นเหนือกว่าคำบรรยาย แต่ท่ามกลางนรกบนดินนี้ เขากลับใช้ความเกลียดชังที่มีต่อ 'ไอ้เ้าดาบไม้' เป็สมอเรือเพียงหนึ่งเดียวที่รั้งสติเอาไว้ เขาจินตนาการถึงใบหน้าของชายผมดำคนนั้น คนที่ทำให้เขาต้องมาตกนรกในสภาพกึ่งมนุษย์กึ่งเศษเหล็ก ทุกลมหายใจที่เ็ปคือการตอกย้ำความแค้น
‘แก... ข้าจะไม่ยอมให้ไอ้ก้อนหินนี่ชนะ... ข้าจะเป็คนฆ่าแกด้วยมือของข้าเอง!’
กัลลัสใช้ความแค้นที่ร้อนรุ่มดั่งไฟนรกเป็ตัวผลักดัน เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะ "กด" เจตจำนงของโกเลมลง และบังคับให้แกนกลางนั้นยอมรับเขาในฐานะเ้านายใหม่ ไม่ใช่แค่ภาชนะ
[สนามฝึกจำลอง: หลายปีต่อมา]
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า กัลลัสเติบโตและถูกหล่อหลอมขึ้นท่ามกลางความทรมานและการดัดแปลงเพิ่มเติมครั้งแล้วครั้งเล่า จนเขากลายเป็อาวุธที่มีลมหายใจที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งขององค์กร ร่างกายที่หนาแน่นและใหญ่โตผิดธรรมชาติบัดนี้ขยับเขยื้อนได้คล่องแคล่วตามใจนึก เพราะเขาได้ "สยบ" เจตจำนงของโกเลมได้ด้วยความบ้าคลั่งและความแค้นที่เหนือกว่าสิ่งใดๆ
เขายืนอยู่ท่ามกลางซากหุ่นไม้ฝึกหัดที่ไหม้เกรียมและแหลกละเอียดเป็จลาจล แสงสีส้มขุ่นมัวลอดออกมาจากรอยแยกสยดสยองกลางอกเป็จังหวะสม่ำเสมอสอดประสานกับเสียง ฟืด... ครืด... "หัวหน้า... ข้อมูลที่ข้าให้ตามสืบล่ะ?" กัลลัสเอ่ยถาม น้ำเสียงบัดนี้ทุ้มต่ำและสั่นพร่าคล้ายเสียงโลหะเสียดสีกันจนชวนขนลุก
"เ้าหนุ่มดาบไม้คนนั้น... มันชื่อว่า 'เซน' ตอนนี้ไม่ได้เป็เด็กน้อยอีกแล้วกัลลัส" นักวิจัยหลักเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารที่หนาปึก
"ตลอด 10 ปีที่เราเฝ้ามอง มันไต่เต้าจากเด็กรับจ้างคาราวาน ขึ้นเป็นักผจญภัย Rank D... และข่าวล่าสุดระบุว่ามันก้าวะโขึ้นสู่ Rank A พร้อมตั้งปาร์ตี้ชื่อ 'รุ่งอรุณนิรันดร์' ไปแล้ว แถมยังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอาณาจักร... อ้อ และมันกำลังคบหาอยู่กับนักบวชหญิงฝีมือดีที่ชื่อเอลินด้วย"
กัลลัสคว้าภาพวาดล่าสุดของเซนในวัยหนุ่มฉกรรจ์ขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทิ้ม ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็ความตื่นเต้นที่วิปริต แววตาของเขาจ้องมองชื่อที่ปรากฏในเอกสาร
"มันชื่อว่า เซน งั้นรึ? เซน... สินะ! หึๆๆ ฮ่าๆๆๆ!" กัลลัสพึมพำชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมาราวกับกำลังท่องบทสวดมนต์ของปีศาจ ก่อนที่มือขวาที่ฝังผลึกไฟจะพลันลุกพรึ่บ เผาไหม้รูปภาพในมือจนกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา แววตาของเขาฉายประกายความแค้นที่สั่งสมมานานถึง 10 ปี
"Rank A... งั้นเหรอ? ยิ่งสูงเท่าไหร่ เวลาแกตกลงมามันยิ่งสะใจเท่านั้นเซน... แกใช้ชีวิตอยู่บนความรุ่งโรจน์ ในขณะที่ข้าต้องคลานอยู่ในกองเืมาตลอด 10 ปี!" กัลลัสแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง
"สืบต่อไป... ข้าอยากรู้ข่าวล่าสุดของมันตลอดเวลา ว่ามันมุดหัวไปอยู่ที่ไหน ข้าจะรอ... ข้าจะไม่รีบฆ่ามันตอนนี้ แต่ข้าจะรอจนกว่ามันจะมีสิ่งที่เรียกว่า 'ความสุข' มากที่สุด มีสิ่งที่มันรักและอยากปกป้องมากที่สุด... แล้ววันนั้น ข้าจะไปปรากฏตัวต่อหน้ามัน เพื่อกระชากทุกอย่างทิ้งด้วยมือของข้าเอง!"
กัลลัสยกแขนซ้ายขึ้น รังเพลิงที่ข้อมือส่งเสียงหมุนวนเร่งเร้า วี๊... เขาเล็งไปที่ผนังหินหนาทึบและะเิพลังมานาออกมา เสียงะเิดังสนั่นจนห้องฝึกสั่นะเืรุนแรง ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายบดบังร่างของอสุรกายที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในเงามืด