เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ บนท้องฟ้าเหนือเมืองัได้เกิดสิ่งที่น่าอัศจรรย์ขึ้น หมู่เมฆได้ก่อตัวกันอย่างหนาแน่น หมุนวนราวกับเกิดพายุที่รุนแรง
กระทั่งพวกมันได้แหวกออกอย่างช้าๆ
ปรากฏให้เห็นถึงร่างเงาสีผิวแทนขนาดใหญ่
มีเศียรทั้งสาม ใบหน้ายิ้มแย้ม ใบหน้าโกรธเกรี้ยว ใบหน้าเรียบเฉย ร่างเงาตนนี้ดูน่าเกรงขามอย่างถึงที่สุด เขาคือเทพอาชูร่า ภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายาในตำนาน
การปลุกิญญาขึ้นในครั้งนั้นสร้างความสั่นะเืไปทั่วทั้งโลก ผู้ฝึกฝนิญญาระดับสูงมากมายเองก็ทราบถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะกับท่านเ้าเมืองั ตัวของเขาถึงกับส่งคำสั่งกระชับลงมาเลยว่าต้องตามหาคนผู้นี้ เขาคือเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังของมนุษย์
เพราะถึงยังไงในบรรดาท่ามกลางผู้คนนับพันล้าน ผู้ฝึกฝนิญญาที่มีภูติิญญาประจำตัวระดับนี้ก็มีไม่ถึง100คน
พวกเขาทั้งหมดแทบจะเป็เสาหลักของมวลมนุษย์ในยุคสมัยใหม่ทั้งสิ้น เป็การคงอยู่เพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแท้จริง
แล้วใครจะไปคิดละว่าผู้ฝึกฝนิญญาที่มีเทพอาชูร่าตนนั้น พวกเขาจะได้บังเอิญมาพบเจอกันในลักษณะเช่นนี้
"ใช่แล้วละ ฉันคือคนๆนั่นเอง"
เซียงหลินยังคงมึนงงว่าทำไมพวกเขาถึงรู้เื่นี้ได้ เขาไปเปิดเผยมันตอนไหนกันหว่า
[ไม่แปลกโฮสต์]
[ในการปลุกภูติิญญาระดับเทพมายา]
[บนท้องฟ้าเหนือหัวจะเกิดปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ขึ้น ตอนที่กำลังผสาน.. โลกภายนอกทั่วทั้งเมืองัได้เห็นร่างเงาของอาชูร่าทั้งหมด]
[มันก่อตัวขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แสดงคุณสมบัติของพลังให้ประจักษ์ไปทั่วทุกหนแห่ง]
ระบบได้อธิบายออกมาอยู่เล็กน้อย
จนทำให้ชายหนุ่มพลันเข้าใจมันในทันที
"อืม.. มิน่าละว่าทำไมถึงเป็แบบนั้น"
ชายหนุ่มเองก็ครุ่นคิดไว้แล้วว่ายังไงสถานะของตนเองก็ต้องถูกเปิดเผยขึ้นในสักวันนึง
ถ้าเขาอยากจะได้รับทรัพยากรหรือได้รับสถานะของผู้ฝึกฝนิญญาที่แท้จริง ในการทดสอบก็จำเป็ต้องเอาภูติิญญาประจำตัวของตนเองออกมา เมื่อถึง่เวลานั่นเขาก็คงจะไม่สามารถปกปิดมันได้อีก สู้เปิดเผยมันไปเลยยังดีซะยิ่งกว่า
เปิดเผยต่อหน้าผู้ทรงอิทธิพลของโลก
ยังไงชายวัยกลางคนผู้นี้เองก็ไม่ใช่ระดับธรรมดาเช่นเดียวกัน เขาเป็ถึงผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์SS ยังมีภูติิญญาประจำตัวระดับวีรชน
ิญญาวีรชนของนักรบที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร กษัตริย์แห่งสปาร์ตา ลีโอไนดัส ให้เทียบกันแล้ว ภูติิญญาระดับนี้ก็แข็งแกร่งเป็อย่างมาก
"ใช่จริงๆด้วยท่านคริสเตียน"
"ผมยังเห็นรูปลักษณ์ได้อย่างชัดเจน"
"มันเหมือนกับปรากฏการณ์บนท้องฟ้า!!"
คนขับรถิญญารีบก้าวเดินลงมาอย่างตื่นเต้น แว่นที่สวมใส่แทบจะสะท้อนแสงสีดำของร่างเงาอาชูร่า ไม่ว่าจะมองยังไงนี่ก็คือเทพอาชูร่าชัดๆ
มีสามเศียรหกหก สวมใส่ชุดเกราะสีส้มอันเรืองรอง มีประคำบริเวณกล้ามเนื้อลำคอ ลวดลายพาดไปทั่วทั้งร่างกาย น่าเกรงขามอย่างถึงที่สุด
"อืมม ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้พบเจอกับเขา?"
ชายวัยกลางคนระงับความตื่นเต้นของตนเองไว้ จากนั้นก็ก้มหน้าลงพร้อมกับเอ่ยถามไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้า
"เซียงหลิน ตอนนี้เ้ากำลังทำอะไรอยู่"
"แล้วทำไมถึงได้มายังสถานที่แห่งนี้ได้"
"ว่าแต่เ้าลงทะเบียนผู้ฝึกฝนิญญายัง?"
ในใจของคริสเตียนเองก็ยังมึนงงอยู่ไม่น้อย
ถ้าเป็เหมือนที่คิดเอาไว้จริงๆ
ตัวของชายหนุ่มคนนี้ก็เพิ่งมีแรงก์เพียงแค่ระดับFเท่านั้น เท่ากับว่าเขาเพิ่งกลายมาเป็ผู้ฝึกฝนิญญาเมื่อเร็วๆนี้เอง แต่เขากลับออกเดินทางมาจากเมืองัในทันที ไม่มีท่าทีเกรงกลัวอะไรเลยซักนิด
แถมเมื่อกี้นี้เหมือนหูของมันจะฟาดไป
เขาไม่ใช่ผู้ฝึกฝนิญญาแรงก์F ชายหนุ่มคนนี้บอกว่าเป็นแรงก์Eแล้ว ใช้เวลาเพียงแค่สองวันก็พัฒนาศักยภาพของตนเองได้รวดเร็วแบบนี้
ตัวของมันก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยด้วยซ้ำ
"ฉันเพิ่งไปป่าิญญามืดมาน่ะ"
"ไปจัดการพวกซากศพเน่าเหม็น หาคริสตัลิญญาเพื่อเอามาเป็เครดิต แล้วตอนนี้ฉันเองก็กำลังจะกลับเมืองัแล้ว"
คำพูดของชายหนุ่มยิ่งทำให้ทั้งสองต้องอ้าปากค้างออกมา พวกเขาเริ่มมองหน้ากันอยู่เล็กน้อยราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
ผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์Fออกเดินทางเพียงคนเดียวแล้วไปยังอาณาเขตที่อันตราย
ต่อให้จะเป็กลุ่มผู้ฝึกฝนิญญาก็ยังไม่อยากจะเดินทางด้วยตัวคนเดียว เพราะิญญาร้ายมันก็คือิญญาร้าย ความน่าหวาดกลัวของพวกมันทำให้ชีวิตของพวกเขาตกตายได้ง่ายๆ
ขณะนั้นตัวของคริสเตียนก็พลันได้สติ รีบเอ่ยถามออกในทันที
"ระ..เื่จริงยังงั้นเหรอ?!!"
"งั้นให้พวกข้าไปส่งไหม นั่งรถิญญาแปปเดียว ตัวของเ้าไม่ต้องเดินเท้าไปหลายสิบกิโล"
แต่เหมือนตัวของเซียงหลินจะครุ่นคิดในหัวสมอง กระทั่งได้ส่ายหัวปฏิเสธไปในทันที
"ไม่เป็ไรครับคุณคริสเตียน"
"ฉันเองก็เห็นว่าพวกคุณกำลังรีบร้อน เดินทางกันตามสบาย ส่วนฉันเองก็ขอตัวก่อนนะครับ"
ร่างเงาของชายหนุ่มเดินผ่านพ้นหน้าของพวกเขาไปอย่างไม่สนใจ ทำให้ชายวัยกลางคนพลันได้สติขึ้นอีกรอบ
"ดะ..เดี๋ยวก่อนเซียงหลิน!!"
เขารีบหันขวับไปมองพร้อมกับะโขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่าทางตอนนี้แปรเปลี่ยนไปเลยก็ว่าได้
"มีอะไรอีกหรอครับ?"
เซียงหลินเมื่อถูกเรียกก็หยุดเดินอยู่เล็กน้อย ใบหน้าหันมามองด้วยความนึกสงสัย
จากนั้นตัวของคริสเตียนก็ได้หยิบบางสิ่งออกมาจากบริเวณหน้าอกเสื้อของตน
มันคือป้ายหยกที่มีขนาดความยาวเท่ากับมือ ภายในถูกสลักตัวอักษรเอาไว้อย่างประณีต
"ถ้าอยากเรียนที่สถาบันิญญาั"
"ก็เอาป้ายหยกิญญาแนะนำนี้ไปด้วย มันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเ้าได้มาก"
"ไม่ใช่ซิ ฟังข้าไว้นะ"
"เ้าจงไปหาเ้าเมืองัก่อนเลย"
ชายวัยกลางคนได้อธิบายออกมาพร้อมกับยื่นมันให้กับเซียงหลิน อาจเรียกว่ายัดเยียดให้เขาซะมากกว่า ซึ่งชายหนุ่มเองก็ไม่ปฏิเสธมัน
เขารับมันมาไว้ในฝ่ามือ จ้องมองไปยังสิ่งของดังกล่าวด้วยแววตาที่ประหลาดใจ ััไม่ธรรมดา
มันคือคริสตัลิญญาอย่างแน่นอน
"ขอบคุณนะครับคุณคริสเตียน"
"สถาบันิญญาัเองก็ไม่เลว"
"ฉันอยากมีทักษะิญญาด้วยนะซิ"
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ได้ออกเดินทางขึ้นอีกครั้งนึง โดยที่มีสายตาของทั้งคู่กำลังจ้องมองไล่หลังเข้ามา ตอนนี้หัวใจของพวกเขากำลังเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก เพราะในที่สุดผู้ฝึกฝนิญญาที่มีภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายาก็ปรากฏออกมาแล้ว
"ละ..แล้วเราจะทำยังไงต่อดีครับ?"
คนขับรถที่ยืนอยู่ด้านข้างปาดเหงื่อของตนเอง จ้องมองไล่หลังชายหนุ่มไปอยู่ไม่ห่าง
"เมื่อกี้นี้เ้าก็ได้ยินไม่ใช่หรอ"
"เขา้าเรียนทักษะิญญา"
"แล้วมันก็ไม่มีที่ไหนดีไปกว่าสถาบันิญญาัที่ข้าปกครองอยู่แล้วด้วย"
คำตอบของคริสเตียนได้ทำให้ตัวของมันนั่นเข้าใจในทันที ขณะเดียวกันมันก็นึกอะไรขึ้นได้
"แล้วเราจะแจ้งเื่นี้ไปยังท่านเ้าเมืองคนอื่นๆไหมครับ? เห็นว่าพวกเขาเองก็อยากพบเจออัจฉริยะของเผ่าพันธุ์มนุษย์"
ชายวัยกลางเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ต้องหรี่ตาลง
ในใจยังคิดถึงเื่ราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
"ไม่ต้องเลยคงิ!!"
"ห้ามแจ้งเื่ราวนี้ให้ใครโดยเด็ดขาด ให้รู้ได้เพียงแค่เ้าเมืองักับอีกไม่กี่คนเท่านั้น เพราะพวกเขาน่าจะสามารถปกป้องเซียงหลินผู้นี้ได้"
"เ้าเองก็รู้ไม่ใช่หรอว่าสถานการณ์ในตอนนั้นมันเป็ยังไง มันเคยเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง"
"ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นในเส้นทางและมีภูติิญญาประจำตัวระดับสูง มีหลายคนที่ถูกฆ่าตายไปจนสิ้น!!"
คำพูดของคริสเตียนได้ทำให้คนขับรถต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ั์ตาของเขาสั่นไหว
ในหัวเริ่มนึกย้อนไปยังโศกนาฏกรรมที่เคยได้เกิดขึ้น มันน่าสะพรึงกลัวซะจนทำให้จิตใจของมันต้องหวาดวิตกขึ้นอย่างหนัก
"ท่านจะบอกว่าเป็พวกองค์กรเงามายา?!!"
"องค์กรที่ออกล่าสังหารผู้ฝึกฝนิญญาและ่ชิงภูติิญญาประจำตัวไป"
"ไม่ใช่ว่าพวกมันล่มสลายลงพร้อมกับถูกกวาดล้างไปเมื่อ20ปีก่อนแล้วหรอครับ"