สาวใช้คนหนึ่งเดินมาพร้อมกับถาดถ้วยชานางขยับกายเข้ามาใกล้แล้วหยิบถ้วยชาวางลงบนโต๊ะ เสร็จแล้วจึงค้อมตัวก่อนจะออกไปกลิ่นหอมชวนให้ผ่อนคลายของน้ำชาทำให้คนที่พึ่งเดินทางมาถึงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย มือเรียวของผู้ที่อายุมากที่สุดในห้องเอื้อมไปหยิบถ้วยชาใบหนึ่งขึ้นมาจิบ
เห็นดังนั้นทั้งสามคนที่เหลือจึงยกมาจิบบ้างส่วนมี่ถงเองก็เอาแต่ยืนก้มหน้าสงบปากสงบคำอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง
"ไหนในจดหมายบอกว่าเฟยหรงจะมาคนเดียวเหตุใดพวกเ้าจึงตามมาด้วย แล้วแผลบนตัวของหลานสาวข้ากับสาวใช้คนนั้นคืออะไร"ไป๋อี้ถามเสียงเรียบ แต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใย
"จริงๆแล้วก่อนหน้านี้..."เฟยหรงเป็ผู้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ไป๋อี้มีทั้งสีหน้าประหลาดใจ ทั้งโล่งใจและอื่นๆสลับกันไป
"ช่างล่างกล้าดีอย่างไรปล่อยให้หลานสาวข้ามากับสาวใช้กันแค่สองคน!" ไป๋อี้กำมือแน่นหากเฟยหรงไม่ดวงดี ป่านนี้สิ่งที่มาถึงบ้านของนางคงไม่ใช่เฟยหรงแต่เป็จนหมายข่าวร้ายเป็แน่
"ความจริงแล้ว...ท่านพ่อส่งองครักษ์ติดตามน้องสามแล้วขอรับ...แต่โจรกลุ่มนั้นแข็งแกร่งเกินไปพวกมันจัดการเหล่าองครักษ์ทั้งหมดด้วยความเืเย็น" ฉือเฉิงเอ่ยขึ้นทำให้ไป๋อี้เลิกคิ้ว
"เช่นนั้นก็แปลกเกินไปแล้ว..."
...เหตุใดผู้แข็งแกร่งเช่นนั้นเป็เพียงแค่โจรชั่วช้าอีกทั้งการกระทำยังเจาะจงทำร้ายเฟยหรงอีกต่างหาก?...ไป๋อี้ขมวดคิ้วไม่แน่ว่าเื่นี้อาจจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว
"เฮ้อแต่ก็ดีแล้วที่เ้าไม่เป็อะไรมากอีกทั้งยังสามารถใช้ลมปรานได้อีก"ไป๋อี้ถอนหายใจ เลิกคิดเื่ต่างๆให้มากความ
"เ้าค่ะ" เฟยหรงพยักหน้า
"เช่นนั้นก็พักรักษาตัวที่นี่ให้หายดีแล้วข้าจะช่วยฝึกสอนเ้าในเื่ต่างๆ"ไป๋อี้เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่
"ทราบแล้วเ้าค่ะท่านป้า"เฟยหรงคลี่ยิ้มดีใจ
"เอ่อข้าอยากจะปรึกษากับท่านป้าสักครู่ได้หรือไม่ขอรับ" ฉือเฉิงเอ่ย
"ได้" ไป๋อี้พยักหน้า
สิ้นเสียง ฉือเฉิงส่งเสียงผ่านลมปรานไปคุยกับไป๋อีกชางลี่ที่เห็นดังนั้นจึงนั่งจิบชาเงียบๆไม่ได้รบกวนการพูดคุยของทั้งสองมีเพียงเฟยหรงที่รู้สึกสับสนงุนงงเท่านั้นสักพักก็นึกขึ้นได้ว่าที่โลกนี้สามารถพูดคุยผ่านลมปรานได้
...มีประโยชน์ดีแห่ะไม่ต้องกลัวคนแอบฟังด้วย...นางคิดในใจ
'เ้ามีเื่อะไรหรือ' ไป๋อี้ส่งลมปรานเอ่ยถาม
'ข้าไม่วางใจเื่โจรกลุ่มนั้นขอรับท่านป้าแม้เฟยหรงจะบอกว่าพวกมันมาปล้น แต่เงินสักเหรียญยังไม่เอาไปแต่กลับทำให้รถม้าของนางตกเหว...เื่นี้มันน่าจะมีเบื้องลึกเื้ัอะไรเป็แน่'ฉือเฉิงส่งเสียงผ่านลมปรานด้วยสีหน้าเป็กังวล
'ข้าสังหรใจว่าเื่นี้อาจจะเกี่ยวกับตระกูลิก็เป็ได้...แต่นี่ก็เป็เพียงข้อสันนิษฐานของข้าเท่านั้น'ไป๋อี้เอ่ยพลางยกช้าขึ้นจิบ
'ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่านเพียงแต่ไม่ได้เอ่ยออกมาเพราะไม่อยากให้เฟยหรงรู้สึกไม่สบายใจ' ฉือเฉิงถอนหายใจอย่างแ่เบา
'ข้ารู้มาว่าเื่ตระกูลิครั้งนั้นทำให้นางโทษตนเองที่เป็สาเหตุทำให้ครอบครัวต้องลำบาก' ไป๋อี้เอ่ยขึ้นอีกครั้งนางรู้สึกสงสารหลานสาวผู้นี้นัก
เฟยหรงไม่มีพลังปรานแล้วอย่างไร อ่อนแอแล้วอย่างไรเพียงแค่นางแตกต่างจากคนอื่นก็เหมารวมว่าเป็ตัวประหลาดในยามที่เป็เพียงแค่เด็กสาวตัวเล็กๆก็ถูกใส่ร้ายป้ายสีต่างๆนานาแล้วคนพวกนั้นจิตใจช่างหยาบช้ายิ่งกว่าเดรัจฉานเสียอีก
'ใช่ขอรับ แม้นางจะไม่พูดแต่ทุกคนรู้ดีว่านางรู้สึกไม่สบายใจมาตลอดข้าก็เลยไม่กล้าเอ่ยถึงเื่กลุ่มโจรนั่นต่อหน้านาง' ฉือเฉิงเอ่ย
"แล้วนี่ทุกคนคิดอย่างไรบ้างหรือ"
'ทุกคนก็คิดเช่นเดียวกันขอรับตั้งเป้าไปที่ตระกูลิแต่ก็ไม่กล้าฟันธงนักเพราะไม่มีหลักฐาน'
'งั้นก็รอดูสถานการณ์ไปก่อนพวกมันอาจจะคิดว่าเฟยหรงตายไปแล้วก็ได้จากนี้ไปก็ปิดเื่ของเฟยหรงอย่าให้ใครรู้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นนางอาจมีอันตรายอีก'
'เฮ้อข้าละเบื่อตระกูลนี้จริงๆระรานไม่เลิก' ไป๋อี้รู้สึกเหนื่อยหน่ายจนถอนหายใจออกมาเบาๆ
'ขนาดเมื่อปีก่อนที่เฟยหรงถึงวัยปักปิ่นนางิ ซูหนี่ว์ผู้นั้นก็ยังตามมาระรานหรงเอ๋อร์ ไม่รู้จะเ้าคิดเ้าแค้นจองเวรจองกรรมไปจนถึงเมื่อไหร่...'
'มีเื่แบบนี้ด้วยรึ!' ไป๋อี้ตบโต๊ะจนเฟยหรงสะดุ้งในึกว่าตนทำอะไรผิดแต่พอเงยหน้าก็เห็นว่าไป๋อี้และฉือเฉิงกำลังมองหน้ากันคล้ายกำลังคุยกันแค่สองคนนางจึงถอนหายใจโล่งอก
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองคนก็คุยกันเสร็จและตกลงกันว่าให้เฟยหรงพักรักษาที่บ้านของไป๋อี้ไปสักเดือนหนึ่งให้อาการาเ็หายดีเสียก่อน
"ดูแลตัวเองด้วยนะน้องรัก"ฉือเฉิงลูบผมเฟยหรงเบาๆ นางรู้สึกไม่ชินเล็กน้อย เพราะในโลกก่อนไม่เคยมีผู้ชายมาลูบผมแบบนี้
"จะ เ้าค่ะท่านพี่ทั้งสองก็ดูแลตัวเองด้วยนะเ้าคะ" เฟยหรงยิ้มจากนั้นทั้งสองคนขึ้นบอกลาท่านป้าไป๋อี้แล้วขึ้นรถม้าไป
"เอาละเ้าไปพักผ่อนให้สบายเถอะหลานรัก เดี๋ยวป้าจะสั่งให้แม่ครัวทำอาหารให้"
"อ่า...ท่านป้าเ้าคะหลานขอออกไปเดินเที่ยวในป่าได้หรือไม่ ก่อนมาหลานเห็นสมุนไพรข้างทางน่าสนใจไม่น้อยจึงอยากไปดูด้วยตนเอง" เฟยหรงว่า
"เ้าาเ็อยู่จะเที่ยวออกไปเดินคนเดียวได้อย่างไรให้สาวใช้ของข้าติดตามไปด้วยสักคนสองคนเถิดแม้พวกนางจะมีระดับอ่อนกว่าสาวใช้ที่าเ็ของเ้า แต่ก็รู้เื่สมุนไพรดีอาจจะช่วยเ้าดูสมุนไพรได้"ไป๋อี้เอ่ยขึ้นอย่างเป็กังวล
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะท่านป้าหลานเดินเล่นเพียงไม่นาน"เฟยหรงพยายามพูดออดอ้อนเลียนแบบน้องสาวในอีกโลกที่เคยใช้กับนาง...แม้จะรู้ว่าเป็มารยาของน้องสาวแต่ลูกไม้นี้ใช้ได้ตลอดจริงๆ
"เฮ้อ ดื้อเสียจริง...เอาอย่างนั้นก็ได้แต่เ้าห้ามไปไกลจากตัวบ้านเกิน2ลี้ละ" ไป๋อี้ใจอ่อนแต่ก็ไม่ลืมกำชับว่าห้ามไปไกลเกินจากบ้านเกินสองลี้เพราะในบริเวณนี้กางอาณาเขตคุมกันสัตว์อสูรอยู่รอบบ้าน
"เย้ ท่านป้าน่ารักที่สุดขอบคุณนะเ้าคะ" เฟยหรงยิ้มกว้างแล้วเดินเข้าไปในป่าโดยมีไป๋อี้ส่ายหน้าเบาๆให้กับความซุกซนของหลานสาวคนนี้
"หลานเกอ เพ่ยอิง" ไม่นานไป๋อี้ก็เรียกชื่อคนสองคนก่อนที่จะมีเงาสายหนึ่งพุ่งตรงมายังเบื้องหน้าของนาง
"ขอรับ"เงาทั้งสองคุกเข่าต่อหน้าไป๋อี้พวกเขาสวมผ้าคลุมปิดหน้าปิดตากระทั่งระดับพลังก็ยังปกปิดไว้ได้แเี
"พวกเ้าไปสืบข่าวตระกูลิซ่ะโดยเฉพาะนังิซูหนี่ว์นั้น อย่าให้คลายสายตา ไปได้"ไป๋อี้สะบัดมือครั้งหนึ่งก่อนที่เงาทั้งสองจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนางเผยแววตาอำมหิตอย่างไม่ปกปิด
...หึคิดจะปองร้ายกับครอบครัวของข้าก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้... ไป๋อี้ยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาแล้วเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านสั่งให้แม่ครัวคอยเตรียมอาหารให้ในส่วนของนางและเฟยหรง
คนในบ้านหลังนี้ทั้งหมดล้วนเป็ทาสที่ซื่อสัตย์ของนางทั้งสิ้นหากผู้ใดคิดจะหักหลังมันผู้นั้นไม่ตายดีแน่นอน โดยเฉพาะสาวใช้ของเฟยหรงที่ชื่ออี๋มี่ถง นางจะให้สาวใช้ในบ้านทุกคนจับตาดูไว้ไม่ให้คลายสายตาหากมี่ถงผู้นั้นทำอะไรที่น่าสงสัย นางก็จะนำมาสอบสวนและลงโทษโดยไม่ลังเล
หลังจากเฟยหรงเดินออกมาจากบ้านของตงไป๋อี้แล้วนางก็เปลี่ยนสีหน้าจากที่ที่ยิ้มแย้มเป็สีหน้าเรียบเฉย
"ผู้หญิงที่ชอบยิ้มเรี่ยราดเนี่ยไม่เมื่อยปากกันบ้างหรืออย่างไร" เฟยหรงบ่นอุบอิบโดยปกติแล้วนางไม่ได้ยิ้มมากขนาดนี้แต่เพราะเ้าของร่างคนเก่าเป็พวกอัธยาศัยดีและชอบยิ้มแย้มให้ผู้อื่นอื่นนางจึงต้องเลียนแบบให้เหมือน หากไม่แล้วก็จะมีคนสงสัยเื่ที่เฟยหรงเป็คนละคนได้
"เอาละ ทางนี้สินะ"เฟยหรงเดินเข้าไปในป่าลึก นางััได้ว่ามีสิ่งหนึ่งกำลังเรียกนางั้แ่ที่ผ่านเข้ามาภายในป่าแห่งนี้มันคอยส่งเสียงเรียกอยู่ในหัวตลอดเวลาจนนางต้องออกมาหาด้วยตัวเองว่าสิ่งนั้นคืออะไรเมื่อเดินเข้าไปอีกก็ััได้ถึงพลังที่รุนแรงมหาศาลที่พุ่งมาจาก้า
แคว๊กกกกก!!!!
พญาเหยี่ยวเพลิงบินโฉบลงมาแต่ก็โดนค่ายกลเขตอาคมของไป๋อี้ขวางกั้นไว้ทำให้เฟยหรงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พญาเหยี่ยวเพลิงตัวนั้นมีพลังระดับนภาหากมันโจมตีถูกเฟยหรง นางอาจจะไม่รอดกลับไปหาท่านป้าไป๋อี้เป็แน่
เกือบหนึ่งชั่วยามแล้วที่เฟยหรงเดินเข้ามาในป่า ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่หายดีนักจึงทำให้การก้าวเดินค่อนข้างช้าร่างบางเดินมาหยุดอยู่ที่โล่งจุดหนึ่ง รอบๆไม่มีอะไรเลยแม้แต่ต้นไม้ก็ยังไม่กล้าเหลื่อมล้ำเข้ามายังพื้นที่เล็กๆแห่งนี้...เฟยหรงััได้บางสิ่งที่เรียกนางมันอยู่ที่นี่ตรงนี้อย่างแน่นอน
เฟยหรงย่อตัวลงนั่งแล้วทาบมือลงพื้นดินตามสัญชาตญาณมีสิ่งกำลังเรียกนางอยู่ใต้พื้นดิน เมื่อลองส่งลมปรานเข้าไปต้นไม้รอบๆก็พลันเคลื่อนไหว สรรพสิ่งแตกตื่นพื้นดินค่อยๆยุบตัวลงไปทำให้เฟยหรงเบิกตากว้างอย่างใ
"ว๊ากกกกกกกกกกกกกกก"ร่างของเฟยหรงหล่นลงมาในโพรงถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่ง ก่อนที่ตัวของเฟยหรงจะถึงพื้นตัวเองก็คิดว่าต้องตายแล้วเป็แน่ แต่สายลมหอบหนึ่งก็พัดมาห่อหุ้มตัวนางเอาไว้ตาที่ปิดแน่นสนิทเพราะความใค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆเมื่อมันไม่เจ็บอย่างที่คิด
'ท่านจ้าว' เสียงแว่วเข้ามาในหูของนาง
"ใครน่ะ" เฟยหรงเอ่ยถามขึ้นตอนนี้ร่างกายของนางลอยลงมาสู่พื้นดินอย่างปลอดภัยเมื่อมองไปรอบๆก็เห็นเพียงถ้ำที่ไม่มีแสงสว่างยกเว้นแสงสว่างจาก้าที่นางตกลงมา เมื่อลองดูดีๆแล้วที่นี่คือถ้ำน้ำแข็ง!ความหนาวเย็นทำให้นางตัวสั่นสะท้าน
'ข้ารอท่านมาหมื่นปีหนึ่งหมื่นปีแล้ว...ในที่สุด ท่านก็กลับมา' เสียงนั้นคล้ายเสียงยินดีปนร่ำไห้เฟยหรงหรี่ตามองเข้าไปในถ้ำ ก็มีสิ่งหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว มันเข้ามาใกล้นางมากขึ้น
"เ้าเป็ใคร"เฟยหรงเผยแววตาหวาดกลัวตัวของนางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างของเ้าของเสียงเบื้องหน้าเต็มๆตาเพราะเบื้องหน้านางคือหมีขาวรูปร่างสูงใหญ่กรงเล็บน้ำแข็งของมันเองก็น่าหวาดกลัวไม่น้อย
'ข้าน้อยคือตี้หลงผู้อารักขาสมบัติของท่านจ้าวขอรับ' ตี้หลงคำนับแล้วคุกเข่าลงยื่นขนสัตว์ผืนหนึ่งมาให้เฟยหรง
'นี่คือขนหมีหมื่นปีขอรับ'
[ขนหมีหมื่นปีว่ากันว่าเป็สมบัติของราชวงศ์จ้าวที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายหมื่นปีก่อนคุณสมบัติมันไม่ได้มีอะไรมากมายแต่มันคือเครื่องยืนยันว่าผู้สิ่งนี้คือผู้เป็นายเหนือสัตว์อสูรทั้งปวง]
"ทะ ทำไมเ้าถึงเอามาให้ข้าละ"เฟยหรงเอ่ยขึ้น ไม่กล้ารับขนหมีผืนนั้นมา อสูรหมีน้ำแข็งไม่ตอบมันเพียงลุกขึ้นแล้วนำขนหมีผืนนั้นมาวางไว้บนบ่าของเฟยหรง
'มันเป็ของท่าน' พูดจบร่างของมันก็ค่อยๆสลายไปช้าๆ
'หน้าที่ของข้าได้สิ้นสุดลงแล้ว' เสียงนั้นก้องเขามาภายในหัวจากนั้นก็ค่อยๆหายไปเฟยหรงเองก็ได้แต่ยืนงงทำตัวไม่ถูก
"ขนหมีหมื่นปี"เฟยหรงลูบผ้าพันคอขนสัตว์เบาๆ ััได้ถึงความคุ้นเคยแปลกๆ
"อ่า...แล้วเราจะขึ้นไปยังไงละเนี้ย"เมื่อร่างของอสูรตัวนั้นหายไป นางก็ต้องมายืนคิดว่าจะกลับขึ้นไปอย่างไรต่อ
"แต่เดี๋ยวสิ...เสียงของเ้าหมีนั่นไม่ใช่เสียงเดียวที่เรียกข้ามานี่"เฟยหรงพึมพำอย่างนึกขึ้นได้
เพียงไม่นานก็มีสายลมหอบหนึ่งพัดมาทำเอาร่างของเฟยหรงหนาวสะท้านมันไม่เพียงพัดมาแค่สายลมเท่านั้น ยังนำพาสิ่งๆหนึ่งลอยตามมาด้วย
"นั้น...หรือว่าจะเป็!"เฟยหรงเบิกตากว้าง สิ่งของที่พัดมาอยู่ตรงหน้านางนั่นคือ 'พัดสลายเมฆา!'เฟยหรงคนเก่าแม้จะร่างกายอ่อนแอแต่ก็เป็พวกชอบอ่านตำรามากมายทั้งเื่ลมปราน สมุนไพรและอื่นๆหนึ่งในตำราที่เฟยหรงชื่นชอบคือตำราพัดวิเศษทั้งหลายที่ปรากฎขึ้นในยุทธภพแห่งนี้
พัดเหล่านี้ส่วนมากเป็ของที่เหล่าเทพเซียนเป็ผู้ทำขึ้นแต่พัดสลายเมฆาตรงหน้านี้เป็พัดที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแน่ชัดว่าปรากฏครั้งแรกขึ้นเมื่อใดมีจริงหรือเป็เพียงแค่ตำนานเื่เล่าว่ากันว่าโบกเพียงหนึ่งครั้งสายลมก็ส่งไปถึง์!!
'ข้าเป็ของท่านแล้ว' เสียงหนึ่งแว่วเข้ามา เป็เสียงเดียวกับที่นางได้ยินก่อนหน้านี้
เฟยหรงเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่มือบางค่อยๆเอื้อมไปคว้าด้ามพัดไว้ ความรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาจากด้ามพัดจนรู้สึกได้เมื่อพัดวิเศษเลือกผู้เป็นายมันจะไม่มีวันทรยศหักหลังไปเป็ของผู้อื่นเด็ดขาดเว้นแต่ผู้เป็นายจะทิ้งขว้างหรือยกให้ผู้อื่นเสียเอง
เฟยหรงโบกพัดคราหนึ่งสายลมก็หอบร่างกายของนางขึ้นมาบนปากถ้ำ
เด็กสาวค่อยๆลอยตัวขึ้นมา้าช้าๆด้วยท่วงท่างดงามหากผู้ใดมาเห็นภาพนี้คงคิดว่าเฟยหรงเป็นางฟ้านาง์แปลงกายลงมาสู่โลกมนุษย์เมื่อขึ้นมาถึง้าเฟยหรงก็คลี่ยิ้มเล็กน้อย
คล้ายว่าจะรู้เวลาเพียงขึ้นมา้าได้ไม่นานท้องเ้ากรรมก็ดันร้องประท้วงขึ้น ความรู้สึกหิวตีตื้นขึ้นมาเฟยหรงจึงใช้พัดโบกให้สายลมพานางกลับทันที