เจิ้งหยวนตระหนักดีผู้คนในช่วงเวลานี้บ่อยครั้งถูกความเลือดร้อนกลืนกินจนเสียสติไม่แม้แต่จะยอมคุยด้วยเหตุผล ทั้งยังไม่สนใจหลักฐานตราบใดที่พวกเขาจับจุดอ่อนคุณได้นิดหน่อย ก็จะไม่ปล่อยให้คุณได้อยู่สุขสงบเรื่องเล็กอย่างแต่งเป็นผี หากอยู่ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด อาจไม่ถือเป็นโทษฐานละเมิดกฎข้อบังคับการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมด้วยซ้ำแต่ยุคนี้กลับกลายเป็นอาชญากรรมต่อต้านการปฏิวัติร้ายแรงหากโดนคนตรวจเจอว่าเกี่ยวข้องกับเธอ เธอคงถูกใส่หมวกสูงแห่ตามถนน
โชคดีที่เจิ้งหยวนไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบแปดตัวจริงเธอมีความเยือกเย็นและสติปัญญาเพียงพอ เรื่องราวยังดำเนินไปไม่ถึงขั้นนั้นเธอยังเหลือหนทางแก้ไขสถานการณ์อยู่ สิ่งสำคัญคือฝั่งเจิ้งเทียนหู่ต่างหากจะให้เขาเปิดเผยออกมาไม่ได้เด็ดขาดว่าใครนัดเขาที่กระท่อมมุงหญ้านั่นเมื่อนึกถึงตรงนี้เจิ้งหยวนก็กำหมัดแน่น ดวงตาทอประกายวาววาบ
เมื่อเข้ามาในกองหยางหลิวตำรวจสี่นายจึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจของชาวบ้านมีเด็กหนุ่มฉลาดเท้าไวคนหนึ่งรีบหันหลังวิ่งตรงไปสำนักงานกองแจ้งหัวหน้ากองกับเสมียนกองทันที
ตำรวจเดินไปไกลแล้วหลายคนก็เริ่มขยับหัวเข้ามากระซิบกระซาบกัน “ทำไมตำรวจมากองพวกเราล่ะ?”
“ใครจะรู้ล่ะช่วงนี้กองพวกเราเกิดอะไรขึ้นบ้างไหม?”
“มาเพราะเรื่องเจิ้งเทียนหู่หรือเปล่า?”
พวกเขาสบสายตาเป็นอันรู้กัน“เป็นไปได้”
พวกชาวบ้านรู้กันว่าไม่อาจลือเรื่องความเชื่องมงายล้าสมัยมั่วซั่วได้จึงปิดปากโดยพลัน ไม่กล้าพูดต่อแล้ว
ใกล้ช่วงเก็บเกี่ยวหน้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วเจิ้งเฉวียนกังเลยปรึกษาหารือเรื่องจัดประชุมใหญ่กับหวังหย่งชิ่งเสมียนของกองหยางหลิวอยู่ พอได้ยินว่ามีตำรวจประจำอำเภอมาทั้งกองก็รีบวางงานที่ติดพันลงและไปต้อนรับอย่างรวดเร็ว
“นายว่าพวกเขามาด้วยเรื่องอะไรกันทำไมใจฉันเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ แบบนี้?” อายุของหวังหย่งชิ่งมากกว่าเจิ้งเฉวียนกังเขามีผมสีขาวโพลนไปเกินครึ่ง ทว่าตอนนี้สับเท้าเร็วรี่ ตกใจไม่ต่างกัน
เจิ้งเฉวียนกังเองก็ตื่นตระหนกเขามีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีนัก สีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง “น่าจะเพราะเรื่องของหลานชายผม”
หวังหย่งชิ่งเองก็รู้เรื่องเจิ้งเทียนหู่เช่นกันเมื่อวานเขายังโอดครวญแทนเจิ้งเฉวียนกังอยู่เลยว่าช่วงนี้หัวหน้ากองซวยชะมัดภรรยากับลูกชายนอนโรงพยาบาลทั้งคู่ ยังมาเกิดเรื่องกับหลานชายอีก ดังนั้นพอได้ยินว่าตำรวจมาเพราะเรื่องนี้ หวังหย่งชิ่งก็ไม่คิดมากอันใดอีกแล้วยังผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก “งั้นคราวนี้ก็ดีน่ะสิให้ตำรวจจับเจ้าคนแต่งเป็นผีหลอกหลานชายนาย จะได้แก้แค้นให้เขา”
ริ้วรอยบนหน้าผากเจิ้งเฉวียนกังแทบจะหนีบยุงตายได้แล้วเขารำพันเสียงเบา “ในอำเภอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
หวังหย่งชิ่งไม่เข้าใจท่าทางของหัวหน้ากองเท่าไรนัก“ทางอำเภอรู้ไม่ดีเหรอ? ในกองเราจะมีใครเก่งขนาดช่วยหลานชายนายสืบหาความจริงได้กัน?”
ไม่ดีอยู่แล้วสิ!
เจิ้งเฉวียนกังเป็นหัวหน้ากองคือผู้นำของทั้งกองหยางหลิวคล้ายเจ้าตระกูลของครอบครัวสมัยโบราณซึ่งปกติเรื่องในตระกูลต้องปิดประตูแก้ไขกันเองเขาจึงไม่พอใจที่นายอำเภอเข้ามายุ่มย่ามอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องกับกองหยางหลิวเขาย่อมอยากหาทางจัดการเองในกอง คราวนี้ทางอำเภอรู้แล้วยังสอดมือเข้ามาทำให้เขารู้สึกว่าตนเองโดนคุกคามอำนาจ มิหนำซ้ำเรื่องแต่งผีหลอกคนก็ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ หลายปีก่อนปราบปรามกันรุนแรงมาก ได้ยินว่าผูซงหลิง [1] ที่เคยเขียนเรื่องผีโดนขุดศพขึ้นมาเฆี่ยนตี! คิดตอนนี้ยังหวาดเสียวอยู่เลย กองหยางหลิวเกิดเหตุทำนองนี้ขึ้น หัวหน้ากองอย่างเขาย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบที่ให้ความรู้เท่าไม่ถึงการแก่สมาชิกใต้ปกครอง
เจิ้งเฉวียนกังเอ่ย“นายรอก่อนเถอะ ทางคอมมูนต้องคุยกับเราเร็วๆ นี้แน่” ก่อนถอนหายใจ“ตำแหน่งหัวหน้ากองของผมจะรักษาไว้ได้หรือเปล่า ยังไม่แน่ใจเลย”
หวังหย่งชิ่งอุทานดังลั่นเขาตกใจมาก “ทำไมล่ะ? ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เจิ้งเฉวียนกังถอนหายใจหนักหน่วง
อีกด้านหนึ่งเจิ้งหยวนเข้าหมู่บ้านมาก็แยกย้ายกับอาสามเจิ้งและตำรวจนายอื่นๆ แล้วอาสามเจิ้งต้องพาตำรวจไปหาผู้รับผิดชอบกองหยางหลิวที่สำนักงานกองเพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบก่อนส่วนเจิ้งหยวนหันหลังเลี้ยวไปบ้านลุงใหญ่เจิ้งแทน
ลุงใหญ่เจิ้งไปทำงานแล้วงานที่คนสูงอายุอย่างเขาทำย่อมเบาสบายที่สุด ในกองหยางหลิวมีป่าผลไม้แห่งหนึ่งมีทั้งแอปเปิล แอปริคอต พุทรา ลูกแพร และอื่นๆเมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นป่าผลไม้ของเจ้าของที่ดินมาก่อน ต่อมาเกิดการปฏิรูปที่ดินจึงตกเป็นของกองหยางหลิวแทน มีผลไม้ขึ้นทุกชนิดตลอดทั้งปียกเว้นฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิพอถึงช่วงผลไม้สุกงอมเลยมักจะมีนกบนฟ้าบินโฉบแอบขโมย ยังไม่รวมพวกเด็กๆที่มาแอบฉวยไปทุกที ดังนั้นในกองจึงให้พ่อเฒ่าแม่เฒ่าอายุมากทำงานไม่ไหวคอยช่วยเฝ้าป่าไว้
ความจริงหากไม่ใช่เพราะป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งบ่นไม่หยุดปากตลอดเวลาช่วงนี้ลุงใหญ่เจิ้งก็ไม่อยากออกจากบ้านสักนิดเพราะทันทีที่ออกมาจะมีพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านมาสอบถามและถึงไม่ถามก็ยังใช้สายตาแฝงความนัยมองเขา น่าอึดอัดไปหมด
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งยังพูดเรื่องหาแม่หมอให้เทียนหู่อยู่ตลอดจนพวกเขาสองสามีภรรยาทะเลาะกันไปเมื่อคืนวานไม่ว่าป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งจะพูดเช่นไร ลุงใหญ่เจิ้งก็ไม่ยินยอมทำเอาป้าสะใภ้ใหญ่โกรธแทบจะลงไม้ลงมือกับสามี
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งเพิ่งล้างจานเสร็จเจิ้งหยวนก็มาถึงพอดี เธอสะบัดน้ำบนมือและเช็ดตามตัวครั้นหันหน้ามาแล้วเห็นหลานชัง สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนไม่สบอารมณ์ทันที“เจิ้งหยวนเหรอ มาทำอะไรล่ะ?”
เจิ้งหยวนตอบด้วยการถามกลับ“พี่เทียนหู่ตื่นหรือยังคะ?”
เจิ้งหยวนมามือเปล่าป้าสะใภ้ใหญ่ก็ไม่พอใจยิ่งกว่าเดิมเธอแสยะยิ้มขณะว่า “โอ้โฮ มาเยี่ยมพี่เทียนหู่ของเธอเหรอ? มาเยี่ยมทั้งอย่างนี้เลยเนี่ยนะ? เธอไม่รู้หรือไงว่าพี่เทียนหู่เขาตกใจกลัวจนป่วยแล้ว? ยังไม่รู้จักนำของมาบำรุงพี่เทียนหู่เขาอีกเหรอ?”
เจิ้งหยวนหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยแสร้งเป็นคนโง่เขลาคิดไม่ถึง ทว่าวาจาเสียดสีไม่น้อย “ตายจริง ดูฉันสิใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ลืมนึกถึงสภาพร่างกายตอนนี้ของพี่เทียนหู่ไปเสียแล้วป้าสะใภ้ไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะกลับไปตัดกุยช่ายสักสองสามกำมาให้พี่เทียนหู่ ปีนี้ปลูกขึ้นในแปลงผักบ้านฉันไม่น้อยเลย”
กุยช่ายช่วยเสริมหยางเจิ้งเทียนหู่โดนผีสาวดูดพลังหยางไปต้องกินกุยช่ายบำรุงสักหน่อยสิป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งสำลักคำพูดของเจิ้งหยวนแทบกระอัก เธอชี้หน้าด่าเจิ้งหยวน“แกมันนังเด็กบ้าไร้ยางอาย ผู้ชายของแกต่างหากที่ต้องเสริมธาตุหยาง!”
เจิ้งหยวนขมวดคิ้วแล้วถามด้วยน้ำเสียงติดจะกำกวม “อุ๊ย ป้าสะใภ้ ฉันไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำป้าสืบมาได้ยังไงน่ะ? ป้าใส่ใจร่างกายผู้ชายของฉันถึงเพียงนี้เลยเหรอคะ? มัน… ไม่ค่อยดีเท่าไรมั้งคะ?”
เกือบจะโยนคำว่า‘ไม่เคารพคุณธรรมหญิง’ ใส่หน้าป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งโต้งๆ แล้วพอได้ยินวาจาถากถางเช่นนี้ ป้าสะใหญ่เจิ้งโกรธจนหน้าแดงเถือกทันตา
เจิ้งหยวนคิดในใจป้าสะใภ้เธอคนนี้ก็เหลือเกินเลยนะทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเอาเปรียบจากเธอไม่ได้ก็ยังฮึดสู้พูดจายั่วยุทุกทีที่เจอหน้าเธออยู่นั่นแหละ
“ป้าสะใภ้ฉันเข้าไปเยี่ยมพี่เทียนหู่แล้วนะคะ”เจิ้งหยวนเบี่ยงหน้าเดินเข้าบ้านไปไม่สนใจป้าสะใภ้ใหญ่อีก
เจิ้งเทียนหู่นอนอยู่บนเตียงเขาได้รับทั้งความหวาดกลัว ทั้งความหนาวเหน็บ อุณหภูมิร่างกายผันผวนขึ้นๆ ลงๆตอนนี้เลยยังอ่อนเพลียมาก ไม่มีเรี่ยวแรงสักนิดเมื่อได้ยินเสียงแม่เขาคุยกับใครบางคนท่ามกลางสติอันเลือนรางจึงฝืนเปิดเปลือกตาขึ้นมองและเผชิญกับใบหน้าตึงเครียดของเจิ้งหยวนพอดี
เชิงอรรถ
[1] ผูซงหลิง หมายถึงนักประพันธ์ในสมัยราชวงศ์ชิง ผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่องประหลาดในห้องหนังสือรวมเรื่องสั้นภูตผี 431 เรื่อง