หลังจากจ้องหุบเหวที่เกิดจากการปะทะกันของกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมกับคลื่นดาบสายลมครู่หนึ่งเหล่าผู้มีรอยประทับพลันมองขึ้นไปกลางอากาศเบื้องหน้าที่อยู่ห่างไปประมาณหกกิโลเมตร
ถ้าเป็คนทั่วไปมองก็จะเห็นเป็จุดสีดำเล็กๆ ทว่าสำหรับผู้มีรอยประทับระดับเมืองขึ้นไปกลับเห็นสิ่งนั้นชัดเจน
ร่างกำยำสูงประมาณสามเมตรั้แ่ส่วนคอลงมามีลักษณะเหมือนร่างกายมนุษย์แต่หัวกลับเป็แพะใบหน้าดุร้ายกลางศีรษะมีรอยประทับสีดำเขาแพะขนาดพอประมาณสีแดงขดม้วนสองชั้นโดยมีปลายแหลมสีดำชี้มาด้านหน้า ทั่วร่างปกคลุมด้วยขนสั้นเตียนสีแดงอ่อนที่ลำตัวพาดสายซึ่งทำมาจากหนังสัตว์เฉียงจากไหล่ขวาลงมาสะโพกซ้ายมีฝักดาบขนาดใหญ่สีดำติดอยู่ที่สายหนังด้านหลัง
สัตว์ร้ายซึ่งสามารถสลายกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมของกาเวนได้ตนนี้ยกแขนขวาซึ่งถือดาบขึ้นให้ปลายดาบชี้ไปยังกลุ่มมนุษย์ที่เหาะอยู่
ดาบทั้งเล่มมีสีขาวเหมือนสีของกระดูกใบดาบทั้งสองด้านมีรอยสีดำขีดเขียนอยู่ดูแล้วคล้ายรอยประทับอย่างยิ่ง
สัตว์ร้ายที่มีศีรษะเป็แพะแต่ร่างกายเป็มนุษย์กำดาบแน่นเล็บมือสีดำแหลมสั้นกดเข้าในฝ่ามือเล็กน้อยแต่ไม่มีเืไหลมันแสยะปากให้เห็นฟันแหลมเรียงตัวแน่นแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“นามของข้าคือคา-ปราจงจำไว้ซะเหล่ามนุษย์ตัวน้อย”
แม้เหมือนสัตว์ร้ายที่แนะนำตัวเองว่าชื่อคาปรานี้จะพูดด้วยความดังปกติแต่ด้วยระยะหกกิโลเมตรทุกคนกลับได้ยินเสียงของมันชัดเจน
ทุกคนอึ้งตะลึงเล็กน้อยตอนได้ยินคาปราซึ่งเป็สัตว์ร้ายพูดภาษามนุษย์แต่ก็ได้สติมาในพริบตาเพราะได้รับข้อมูลมาก่อนแล้วว่าในป่าวงกตมีสัตว์ร้ายระดับทวีปตนหนึ่งที่พูดภาษามนุษย์ได้
ดังนั้นทุกคนจึงสรุปว่าคาปราคือสัตว์ร้ายระดับทวีปที่เสี้ยวิญญาของกลาซิสบอกพวกการินไว้
แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้คิดว่าควรทำยังไงต่อไปคาปราได้พุ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วสูงแล้ว
กาเวนพุ่งออกไปแทบจะเวลาเดียวกันฝ่ามือขวากางออก กลางฝ่ามือชายวัยกลางพลันปรากฏดาบที่ควบแน่จากสายลมกาเวนกำดาบสายลมแน่นฟันเฉียงลง
คาปราหวดดาบจากล่างขึ้นบนปะทะกับดาบสายลมของกาเวน
อากาศรอบตัวทั้งสองปั่นป่วนวุ่นวายหากมีใครเข้าไปใกล้ร่างต้องแหลกเหลว
สัตว์ร้ายระดับอาณาจักรทั้งห้าตัวพุ่งไปทางกลุ่มของการินซึ่งยังอยู่หน้าประตูเมืองกำแพงกลาซิส
อลิสเป็คนแรกที่พุ่งออกไปหญิงสาวมุ่งไปทางกอลิล่าเขี้ยวอสูร ชัดเจนว่า้าสานต่อการสู้จากครั้งก่อน
ริน่าพุ่งไปทางแรดสีเงินบรรยากาศรอบตัวหญิงวัยกลางคนซึ่งยังคงงดงามเย็นะเืลง
อเดลลอยไม่เร็วไม่ช้าไปทางวัวหน้าขน
ร่างการันกระพริบเพียงเสี้ยววินาทีร่างของชายหนุ่มก็ไปปรากฏอยู่ด้านหน้าเหยี่ยวขาวสายฟ้าควบแน่เป็หอกพุ่งเข้าใส่เหยี่ยวที่บินมาด้วยความเร็วสูง
ฟารอนรอบตัวล้อมรอบด้วยสายลมร่างของชายชราเคลื่อนที่เข้าหาม้าทมิฬด้วยความพลิ้วไหวราวสายลม
ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรและระดับเมืองคนอื่นๆ ไปต่อสู้กับสัตว์ร้ายระดับเมืองที่เหลืออยู่สองร้อยกว่าตัวส่วนสัตว์ร้ายระดับหมู่บ้านและระดับทั่วไปที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดต่างแตกกระเจิงกับไปนานแล้ว
มีเพียงการินที่ยังนิ่งอยู่กับที่ชายหนุ่มมองไปทางการต่อสู้ระหว่างกาเวนกับคาปรา เขาขมวดคิ้ว สายตามีความแปลกใจและไม่เข้าใจ
ในความคิดของการินท่ากรงเล็บเสือขาวผสานสายลมที่ท่านพ่อของเขารวบรวมพลังแล้วปล่อยออกไปนั้นถึงสัตว์ร้ายหรือผู้มีรอยประทับระดับทวีปจะไม่ตายจากการโจมตีนั้นแต่ก็ไม่ควรสลายการโจมตีของกาเวนได้ง่ายดายขนาดนี้เพราะท่ากรงเล็บเสือขาวผสานสายลมเกิดจากการรวมกับของพลังจากรอยประทับสองอัน
การินจ้องมองการต่อสู้ระหว่างกาเวนกับคาปราที่ะเืฟ้าสะท้านดินต่อไปเงียบๆ ก่อนจะจับสังเกตบางอย่างได้
ทุกครั้งที่ดาบสายลมของกาเวนปะทะเข้ากับดาบกระดูกของคาปราพลังในดาบสายลมจะอ่อนลงหนึ่งส่วนเป็เหตุให้กาเวนต้องใส่พลังเข้าไปเพื่อคงสภาพดาบสายลมไว้
แต่ทางด้านดาบกระดูกของคาปราทุกครั้งที่ปะทะกับดาบสายลมของกาเวนรอยขีดเขียนสีดำคล้ายรอยประทับบนใบดาบจะส่องสว่างวูบขึ้นเล็กน้อยและกลับไปเป็เหมือนเดิมในเสี้ยววินาทีถัดมา
การินสูดลมหายใจลึกบินไปทางการต่อสู้ระหว่างกาเวนและคาปรา
กาเวนแปลกใจเมื่อเห็นการินมุ่งมาทางนี้เพราะต่อให้เป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรเมื่อเข้ามาในการต่อสู้ระหว่างระดับทวีปก็ต้องรู้สึกหายใจติดขัดไม่สบายตัวอย่างยิ่งแต่ชายวัยกลางวัยกลางคนไม่มีเวลามาคิดมากเพราะเชื่อใจลูกชายคนรองว่าต้องมีแผนอะไรแน่นอนเขาเหวี่ยงดาบสายลมเข้าใส่คาปราที่ชะงักไปเล็กน้อยหลังจากเห็นการิน
คาปรายกดาบใหญ่ในมือขึ้นมากันเกือบไม่ทันระหว่างนั้นมันเหลือบมองไปยังตำแหน่งที่การินอยู่เมื่อครู่แต่กลับพบว่าชายหนุ่มหายไปแล้วคาปราพลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีรีบลอยถอยหลังไปอย่างรีบร้อน
เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากคาปราถอยหนีไปร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นจากความว่างด้านข้างจุดที่คาปราลอยอยู่ก่อนหน้านี้พร้อมปล่อยหมัดที่สามารถแหวกเมฆบนท้องฟ้าให้แยกออกจากกันได้
การินที่ต่อยพลาดลอยไปหยุดอยู่เคียงข้างกาเวน
“ท่านพ่อครับดาบนั่นดูเหมือนจะมีรอยประทับเป็ของตัวเอง”
กาเวนทำหน้าคล้ายนึกอะไรออกจึงพยักหน้า
“ดูเหมือนจะจริงอยู่ที่ลูกพูดทุกครั้งที่ดาบสายลมปะทะกับดาบกระดูกนั่นพลังจะหายไปหนึ่งส่วนตอนแรกพ่อคิดว่ามันหายไปเพราะถูกพลังของเ้าคาปราสลายไปแต่ทุกครั้งที่พลังในดาบสายลมสลายไปพลังในดาบกระดูกดูเหมือนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละนิดดูจากที่ดาบกระดูกนี่มีรอยประทับแสดงว่าต้องมีสักวิธีที่ช่วยให้ผนึกรอยประทับให้เข้าไปอยู่ในสิ่งของได้เมืองกลาซิสเรามีเอกสารเกี่ยวกับรอยประทับเหลือน้อยเกินไปคงมีความรู้หลายอย่างที่หายไปหลังจากถูกสัตว์ร้ายบุกเมื่อหนึ่งพันปีก่อน”
การินพยักหน้าไม่พูดอะไร
คาปรามองการินอย่างแปลกใจมันแสยะปากเห็นฟันแหลมแล้วกล่าวเสียงแหบ
“เ้าหนูเห็น ๆอยู่ว่าแกมีแค่ระดับอาณาจักรแต่การโจมตีเมื่อกี้ต่อให้ระดับทวีปโดนเข้าไปก็ต้องเจ็บหนักแกทำได้ยังไง? เป็เพราะรอยประทับ?”
การินทำหน้างุนงงเอามือป้องหูไปทางคาปรา
“แกว่ายังไงนะ?ขอโทษด้วยฉันฟังภาษาสัตว์ร้ายไม่ออก”
คาปราแยกเขี้ยวพายุหมุนขนาดั์เริ่มก่อตัวจากท้องฟ้า
กาเวนสะบัดมือหนึ่งครั้งพายุหมุนที่เพิ่งเริ่มก่อตัวหมุนช้าลงเรื่อย ๆ ก่อนจะสลายไปอย่างสมบูรณ์
คาปราคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่กาเวนกับการินมันใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามดาบแน่นแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะจากนั้นจึงฟันลงมาคลื่นดาบสีขาวถูกปล่อยออกมาในแนวตั้ง
การินรู้สึกถึงความกดดันร่างของชายหนุ่มไปโผล่ห่างจากจุดเดิมหลายกิโลเมตร
กาเวนใช้ท่ากรงเล็บเสือขาวผสานสายลมสองครั้งติดต่อกันถึงสามารถสลายคลื่นดาบนี้ได้กาเวนมองไปยังตำแหน่งที่คาปราอยู่เมื่อครู่แต่กลับพบว่ามันหายไปแล้ว!
ชายวัยกลางหันไปทางด้านหนึ่งทันทีเห็นเพียงว่าคาปราพุ่งปรี่เข้าใกล้การินในพริบตา สัตว์ร้ายระดับทวีปตัวนี้ยกดาบขึ้นเหนือศีรษะแล้วฟันเข้าใส่การิน
...
หลังจากอลิสพุ่งเข้าใส่กอลิล่าเขี้ยวอสูรเธอได้ควบแน่นหอกเพลิงขึ้นมาสี่เล่มหอกเพลิงสีแดงอ่อนพุ่งเข้าใส่กอลิล่าเขี้ยวอสูร
กอลิล่าเขี้ยวอสูรคำรามอุณหภูมิโดยรอบเย็นเยียบลงพื้นดินในรัศมีสามกิโลเมตรพลันถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง เดิมทีมันคิดว่าอลิสต้องได้รับผลกระทบจากไอเย็นบ้างทว่าหญิงสาวกลับยังคงมีท่าทีสบาย ๆหอกเพลิงที่พุ่งมาซึ่งควรถูกแช่แข็งกลับยังร้อนแรงดังเดิม
ถ้าสังเกตดูให้จะเห็นว่ารอบหอกเพลิงไม่ได้แผ่ไอความร้อนแต่แผ่ไอความเย็น
หลังจากได้รอยประทับอันใหม่มาอลิสสามารถควบคุมความเย็นได้เธอจึงควบคุมให้ไอเย็นไม่เข้าใกล้หอกเพลิงได้
กอลิล่าเขี้ยวอสูรที่ไม่รู้หลบหอกเพลิงช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีแขนขาทั้งสี่ของมันถูกหอกเพลิงปักลงไปจนต้องร้องโหยหวนออกมาด้วยความเ็ปมันคำรามอีกครั้งด้วยเกรี้ยวกราด
ูเาน้ำแข็งถูกควบแน่นกลางอากาศพุ่งตกลงมายังอลิส
หญิงสาวใบหน้าเรียบเฉยยกมือข้างหนึ่งขึ้นชี้ไปยังูเาน้ำแข็ง
ไอเย็นควบรวมกันเป็ูเาน้ำแข็งอีกลูกแล้วพุ่งขึ้นใสู่เาน้ำแข็งที่กอลิล่าเขี้ยวอสูรสร้างขึ้น
ูเาน้ำแข็งทั้งสองแตกกระจายออกก้อนน้ำแข็งจำนวนมหาศาลร่วงหล่นลงพื้น
อลิสกางมืออีกข้างไปทางกอลิล่าเขี้ยวอสูรที่เพิ่งล้มตึงลงบนพื้นเพราะแขนขาถูกเจาะเป็รูจากหอกเพลิงของอลิสทำให้มันไม่สามารถยืนหยัดได้อีก
บนท้องฟ้าพลันปรากฏบอลเพลิงสีแดงอ่อนขนาดใหญ่บอลเพลิงพุ่งลงใส่กอลิล่าเขี้ยวอสูรจนเกิดการะเิเป็วงกว้าง
ควันหนาเริ่มจางหายแต่ก็ยังมีควันลอยขึ้นอยู่เรื่อยๆ พื้นที่ที่บอลเพลิงพุ่งใส่ถูกเผาใหม่จนดำเกรียมร่างของกอลิล่าเขี้ยวอสูรหายไปแล้วเหลือเพียงโครงกระดูกสีขาวขนาดมหึมาที่บางส่วนถูกเผาจนดำเกรียม
...
ริน่าสร้างหอกน้ำแข็งหกเล่มพุ่งเข้าใส่แรดสีเงิน
แรดสีเงินคำรามออกมาบรรยากาศโดยรอบร้อนระอุขึ้นจนต้นไม้แถบนั้นลุกไหม้เป็เถ้าถ่านในพริบตาหอกน้ำแข็งของริน่าเริ่มละลายกลายเป็ไอ
“พลังเกี่ยวกับไฟ?ขอจบในพริบตาเลยแล้วกัน”
ริน่าพึมพำจากนั้นเธอค่อย ๆ กางแขนทั้งสองข้างออก
แรดสีเงินที่ทั่วร่างยังคงร้อนระอุพุ่งเข้าใส่ริน่าหมายจะเอานอแหลมอันร้อนระอุแทงอีกฝ่ายที่ตายคาที่ทว่าเมื่อเข้าใกล้ริน่าในระยะห้าร้อยเมตรการวิ่งของมันพลันช้าลง
ั์ตาริน่ากลายเป็สีฟ้าเข้ม
แรดสีเงินเข้ามาในระยะร้อยเมตรจากริน่าก็พลันหยุดนิ่งไอความร้อยรอบตัวหายไปไม่มีเหลือ
รัศมีสามร้อยรอบตัวริน่ากลายเป็น้ำแข็งรวมถึงแรดสีเงินด้วย
อาณาเขตน้ำแข็งแท้จริง!
แรดสีเงินและพื้นดินโดยรอบกลายเป็น้ำแข็งโดยสมบูรณ์ไม่ใช่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งเหมือนพลังน้ำแข็งของอลิสกับกอลิล่าเขี้ยวอสูร
ั์ตาริน่ากลับมาเป็สีน้ำตาลเข้มตามเดิมใบหน้าอ่อนแรงลงชัดเจนว่าท่าอาณาเขตน้ำแข็งแท้จริงคงใช้พลังในรอยประทับไปเกือบหมด