ปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด

    เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด 1.10. กลิ่นธูปหลังโรงเรียน


            ทั้งสองคนเดินเลี้ยวซ้ายไปตามทางถนนปูนเก่า ๆ หลังหอคอยห้องสมุดนั้น เงาต้นสนบนพื้นโอนไหว ใบสนต้องลมโบกปลิวไปมาตามแรงลม ฝุ่นดำที่บินคล้ายบ่างดำตัวใหญ่นั้น บินกลับมารวมตัวที่กำแพงอีกด้านหนึ่ง เกาะกันเป็๞รูปนักเรียนชายเหมือนเดิม ซึ่งยิ่งมองแต่ไกล เห็นเป็๞รูปเด็กนักเรียนชายนั่งกอดเข่าดำ ๆ มืด ๆ อยู่ข้างกำแพง ทอดสายตามองมาที่หวันและกระปุก ซึ่งกำลังเดินใกล้เข้ามา

     

     

            หางตากระปุกเห็นฝุ่นดำปลิวตามลมผ่านไปแล้วกระจายออก นึกฉงนว่ากลุ่มควันดำหรือฝุ่น แต่ยังไม่ทันจะมองตามไป ก็ได้ยินหวันทักขึ้น 


            “เอ๊ะ กลิ่นธูปนี่นา ใครมาจุดธูปแถวนี้?” 

      


            กลิ่นดอกกระดังงายังลอยลมโชยมาเบา ๆ แต่กลิ่นควันธูปนั้นแรงกว่า หวันมี๱ั๣๵ั๱พิเศษในการรับกลิ่นได้ไวกว่าคนอื่น

     

       

            แต่กระปุกไม่คิดว่าฝุ่นดำนั้นเป็๲ควันธูป มองเงยไปหาฝุ่นดำที่ลมพัดผ่านไป 

     

      

            “ทางนี้กระปุก ไม่ใช่ข้างหน้า”  หวันเขย่าแขนบอกให้มองตามสายตาของหวัน พลันเห็นควันธูปลอยไปในระดับเหนือศีรษะไม่มาก มองไปข้างหน้า ปรากฏว่าเห็นลุงคมสันต์ภารโรงยืนจุดธูปพนมมือ มีดอกไม้กองอยู่บนพื้น ยืนบ่นพึมพำอยู่คนเดียว กระปุกกับหวันเดินเข้าไปใกล้ 

     

       

            หวันเอ่ยถามขึ้น “ลุงคมสันต์มาทำอะไรตรงนี้คะ?”

     

      

             ลุงคมสันต์กำลังตั้งสมาธิพึมพำอยู่ ก็สะดุ้งสุดตัว หันขวับมา สีหน้า๻๷ใ๯มาก พอเห็นเป็๞หวันและกระปุก ก็ค่อยดูสงบใจลง ตอบเบา ๆ ว่า 

      

             “ผมมาจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดน่ะครับ”

       

      

             “แล้วทำไมลุงไม่ไปไหว้ที่วัดล่ะคะ? อยู่ติดกันนี้เอง” หวันถามด้วยความสงสัย

          


              “ผมไม่อยากเดินอ้อมไปน่ะครับ มันเดินไกล เลยไหว้เอาซะที่นี่” แล้วลุงคมสันต์ก็รีบตัดบทถามกลับ “แล้วพวกคุณมาทำอะไรกันแถวนี้ล่ะครับ”

          


            “เรามาให้อาหารน้องหมาสองตัวที่หลงมาเมื่อวานนี้น่ะค่ะ ลุงคมสันต์เห็นไหม? มันน่าจะยังอยู่แถวนี้”

          

       

            ลุงคมสันต์สีหน้าพิรุธ “ผมไม่เห็นหมาสักตัวเลยนะครับ เมื่อวานนี้ไม่มี วันนี้ก็ไม่มี”

        

     

            “มีค่ะ เมื่อวานหนูยังเอาข้าวมาให้พวกมันเลย เอ... แล้วมันหายไปไหนแล้วนี่?” หวันมองไปทั่วบริเวณ และนอกรั้วก็ไม่เห็นวี่แววน้องหมาเลย

       

     

            กระปุกมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นวี่แววหมาสองตัวที่หวันพูดถึง เห็นเวลาเริ่มบ่ายคล้อยแล้ว จึงกล่าวขึ้นว่า “หวัน เราต้องไปแล้วล่ะ อาจารย์วิชชาน่าจะไปรอที่ประตูใหญ่แล้ว”

        


            หวันรู้สึกสงสารหมาสองตัวที่ไม่ได้กิน แต่มองไปมาอีกรอบ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา จึงตัดใจจากไป “ไปกันเถอะกระปุก เดี๋ยวไปทิ้งเศษอาหารข้างหน้าด้วยเลย”

       


            หวันตามกระปุกเดินเลี้ยวไปทางตึกม.ต้น ในใจยังคิดว่าอยู่หมาสองตัวมาจากไหน แล้วหายไปไหน พอดีได้ยินเสียงอาจารย์สองคนคุยกัน

     


            “ไม่รู้หมาหลุดมาจากวัดหรือเปล่านะอาจารย์สุชาติ? น่าจะมาทางรั้วประตูหลังโรงอาหาร” 

     

     

            “ผมก็คิดว่าหลงมาจากในวัด อาจารย์วิมลไม่ต้องห่วง ผมให้นายคมสันต์จัดการพาออกไปที่วัดแล้ว เดี๋ยวไปกัดถูกเด็กนักเรียนเข้าจะลำบาก” อาจารย์สุชาติตอบอาจารย์วิมลซึ่งเป็๞อาจารย์ฝ่ายปกครอง

     

     

            หวันมองหน้ากระปุกพร้อมทำหน้าประหลาดใจ “อ้าว ลุงคมสันต์นี่เองที่พาน้องหมากลับวัดไป แล้ว ทำไมบอกเราว่าไม่เห็นล่ะ?”

     

     

            “แกคงไม่อยากพูดเยอะมั้ง เลยตอบเราส่ง ๆ ไปให้จบ” กระปุกให้ความเห็น ในใจก็สงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่สนใจคิดต่อเพราะใจจดจ่อกับการมองหาอาจารย์วิชชาอยู่ และกลุ่มควันดำที่ไม่ใช่ควันสีเทาจากธูปของลุงคมสันต์ 

     


            “โน่น อาจารย์ยืนรออยู่แล้ว โน่น” หวันบอก

     


            อาจารย์เดินเข้ามาใกล้ “ไปกันเลยไหมกระปุก?”

     


            “ค่ะอาจารย์” กระปุกตอบยิ้ม พลันได้กลิ่นหอมจากเรือนกายของอาจารย์ เกิดหน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จึงก้มตาลง กระปุกใช้มือที่สั่นอยู่นั้นขยับกำสายกระเป๋าสะพายแน่นขึ้น

     


            “หวันกลับบ้านเลยหรือไง เราน่ะ?” อาจารย์หันมาถามหวัน

     


            “กลับเลยค่ะอาจารย์ เดี๋ยวจะต้องไปเก็บเสื้อผ้ารอคุณพ่อคุณแม่มารับกลับบ้านค่ะ” หวันยกมือสวัสดีลาอาจารย์

     


            “สวัสดีจ้ะ ข้ามถนนระวังรถด้วยล่ะ” ว่าแล้วอาจารย์วิชชาก็เดินไปกับกระปุก เลี้ยวเข้าไปในซอยที่ติดกับโรงเรียน ในขณะที่หวันเดินดูรถแล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม