หลังทานมื้อเย็น
เฉินตงขับรถกลับพร้อมกับลู่อันเหมือนทุกที ระหว่างทางหวนนึกถึงคำพูดของลู่ซูลี่ก่อนที่จะแยกทางกลับ
หญิงสาวส่งที่อยู่บางอย่างให้เฉินตงพลางถามว่า "รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไร"
เฉินตงพยักหน้า แล้วเดินตามลู่อันไปที่รถ
ปัจจุบัน ชายหนุ่มหันมองคนที่นั่งกอดกระเป๋าอยู่ข้าง ๆ
เด็กหนุ่มคนนั้นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดอะไร สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ แต่กลับดูเศร้าอย่างน่าประหลาด
"เป็อะไรหรือเปล่า?" เฉินตงถาม
ลู่อันส่ายหน้า "ผมสบายดีครับ"
แค่ฟังจากน้ำเสียงเฉินตงก็รู้ว่าลู่อันโกหก
รถหรูจอดลงหน้าอะพาร์ตเมนต์ ลู่อันก้าวลงจากรถ เฉินตงเดินตามมาแล้วบอกว่า
"วันนี้ฉันไม่อยู่ห้องนะ"
เท้าเล็ก ๆ คู่นั้นหยุดชะงัก ลู่อันหันกลับมา "จะไปไหนหรือครับ?"
"ต้องทำงานให้ซูลี่น่ะ" เฉินตงตอบตามความจริง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม "เดินทางไกล อาจจะกลับพรุ่งนี้...อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม?"
"อย่าพูดเหมือนเราอยู่ด้วยกันสิครับ" ลู่อันทำหน้าบึ้ง "อีกอย่าง ผมไม่ใช่เด็กแล้ว"
เฉินตงลูบศีรษะของลู่อันด้วยความเคยชิน ทุกครั้งที่เขาทำแบบนั้นลู่อันจะดูผ่อนคลายลงเสมอ
"รู้แล้ว ๆ ถ้ามีอะไรก็โทรมานะ"
ตอนที่เดินขึ้นบันได ลู่อันยังหันมาโบกมือให้เฉินตง เขายืนมองกระทั่งเด็กคนนั้นกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง แล้วจึงกลับขึ้นรถ
เฉินตงนั่งเฉย ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้
เขามั่นใจว่าลู่อันจะต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างกับผู้ปกครองคนนั้นแน่นอน
ตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกัน เฉินตงอยากจะเอ่ยถามออกไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่กลับไม่มีความกล้ามากพอ เขากลัวว่าความอยากรู้อยากเห็นของตนจะทำร้ายลู่อัน
เฉินตงพ่นลมหายใจ คาดเข็มขัดแล้วขับรถออกไป
...ทางเดียวที่จะได้คำตอบของเื่นี้ คือเขาต้องไปถามผู้ปกครองคนนั้นด้วยตัวเอง...
ขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปตามที่อยู่ของผู้ปกครองคนนั้นตามที่ลู่ซูลี่ส่งให้ หญิงสาวส่งข้อความเสียงมาโวยวาย
ประมาณว่าเธอถูกคุณตาของเธอใช้ให้ไปเจรจาต่อรองธุรกิจที่ต่างประเทศ ทำให้เธอไม่สามารถไปร่วมวงกับเฉินตงได้
เขาไม่โทษเธอ ที่จริงลู่ซูลี่ไม่มาก็ดี เขาไม่อยากให้เธอมาเห็นเขาในมุมก้าวร้าวเสียเท่าไร
รถหรูยังคงทะยานไปตามท้องถนน
ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการเดินทางออกจากเมืองเทียนเหมิน
เฉินตงขับรถตามระบบนำทางของแผนที่ เขาหลงอยู่หลายครั้ง ดีที่มันยังไม่ดึกมาก เขาอาศัยถามทางคนแถวนั้นกระทั่งมาถึงที่หมาย
บัดนี้ รถของเฉินตงหยุดอยู่หน้าบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง ในบ้านยังคงมีแสงไฟส่องสว่าง
ความรู้สึกขุ่นมัวไม่สบอารมณ์ก่อกำเนิดขึ้นในใจ
คนพวกนี้ดูมีฐานะอยู่ไม่น้อย แล้วเพราะอะไรพวกเขาถึงปล่อยให้ลู่อันที่ยังเรียนไม่จบไปอาศัยอยู่คนเดียว แถมยังไม่มีการส่งเสียเลี้ยงดูใด ๆ อีก
เฉินตงลงจากรถ เดินไปกดกริ่งที่หน้าประตู
คนที่ออกมาต้อนรับคือหญิงสาวร่างบาง เธอน่าจะอายุพอ ๆ กับเฉินตง ใบหน้าหวานสวยงาม เส้นผมสีเข้มมัดเป็หางม้าหลวม ๆ เสื้อผ้าของเธอมีเพียงสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นทับด้วยเสื้อคลุมบาง ๆ เท่านั้น
เมื่อเข้าไปใกล้หล่อน เฉินตงถึงกับหยุดหายใจ เพราะกลิ่นเครื่องสำอางที่ลอยออกมาจากตัวของเธอทำให้เขารู้สึกแสบจมูก
"ใครคะ?" หญิงสาวเอ่ยถาม
"ขออภัยที่รบกวนตอนดึกนะครับ" เฉินตงยิ้มตามมารยาท "ที่นี่ใช่บ้านของคุณ ลู่ฉือ หรือเปล่าครับ?"
"ใช่ค่ะ" หญิงสาวตอบ ั์ตาหวานเยิ้มคู่นั้นไม่อาจละไปจากชายหนุ่มหล่อเหล่าเบื้องหน้า นิ้วมือและเล็บยาวไล้ไปตามริมฝีปากแดงจนถึงคางเรียว
"คุณ...มีธุระอะไรหรือคะ พอดีว่าเขาไม่อยู่บ้าน คุณจะฝากฉันไปบอกก็ได้"
"ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร และเป็อะไรกับคุณลู่ฉือหรือครับ?"
"ฉันชื่อเจียวจิ้น ฉันเป็..." หญิงสาวครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตอบว่า "เป็ลูกสาวของลู่ฉือ..."
"ออ..."
หญิงสาวคนนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมา "ถ้าเป็เื่สำคัญ คุณแลกเบอร์ติดต่อกับฉันก็ได้ เดี๋ยวเขากลับมาแล้วฉันจะโทรบอก..."
เฉินตงจับสังเกตความผิดปกติได้
ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้แลกเบอร์กับหญิงคนนั้น ก็มีเสียงะโจากชายสูงอายุคนหนึ่ง
"นี่ มาทำอะไรหน้าบ้านคนอื่น!"
ชายคนนั้นลงจากรถจักรยานยนต์ เขาสวมเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเหมือนเพิ่งกลับจากไซต์งานก่อสร้าง
เขาชี้นิ้ว "ออกให้ห่างจากเมียฉันเลย!"
เฉินตงหันขวับมองเจียวจิ้น
หญิงสาวคนนั้นกระชับเสื้อคลุมของเธอ สายตาที่มองเฉินตงเปลี่ยนไปจากตอนแรกราวกับเป็คนละคน
หล่อนเดินเข้าไปกอดชายสูงอายุที่เดินมาหาเฉินตงอย่างเอาเื่
"เขาบอกว่ามาหาคุณค่ะที่รัก"
"เขาไม่ได้แตะต้องเธอใช่ไหม?"
หญิงสาวส่ายหน้า ออดอ้อนสามีของเธอ
ขนาดยังไม่ได้เริ่มเจรจา เฉินตงก็พอจะรู้แล้วว่าทำไมลู่อันถึงไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้
ลู่ฉือก้าวมาข้างหน้า "้าอะไร แล้วแกเป็ใครล่ะเนี่ย!"
เฉินตงพยายามฝืนยิ้ม "ผมเป็เพื่อนของลู่อันครับ"
ทันทีที่เอ่ยชื่อนั้น ดวงตาของลู่ฉือเบิกกว้าง เขาะโเสียงดังด้วยความเดือดดาล
"ไอเด็กเวรนั่นมันทำไม! ยังคิดจะมายุ่งวุ่นวายอะไรกับเมียของฉันอีกเรอะ!"
"ครับ?" เฉินตงแสร้งทำเป็ใสซื่อเพื่อเค้นข้อมูลให้มากกว่านี้ "เขาทำอะไรผิดหรือครับ?"
"ก็ไอเด็กเวรนั่นมันพยายามจะทำเื่ทุเรศกับเจียวจิ้นของฉันน่ะสิ!" ลู่ฉือโวยวาย "ฉันอุตส่าห์ให้ที่ซุกหัวนอน ให้อาหารตั้งสองมื้อต่อวัน แถมยังส่งมันเรียนจนถึง ม.ปลาย แต่มันกลับคิดเื่สกปรกกับเมียของฉัน"
เฉินตงไม่มีทางเชื่อ
เด็กคนนั้นเข้าใกล้ผู้หญิงไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะ...
เมื่อนึกถึงเื่นั้น นำมาบวกกับเื่ราวที่ลู่ฉือเล่าออกมา เฉินตงพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมลู่อันถึงมีอาการหวาดกลัวผู้หญิง
"แต่ลู่อันที่ผมรู้จักไม่ใช่คนที่จะทำเื่แบบนั้นเลยนะครับ" เฉินตงกล่าว
ลู่ฉือโมโห "แกจะไปรู้อะไร ฉันทำงานเหน็ดเหนื่อยแต่กลับต้องมาเห็นภาพที่ไอเด็กเวรนั่นจับกดเมียของฉัน ไร้ยางอาย!"
เจียวจิ้นใช้นิ้วก้อยปาดน้ำตา ซบอกแข็งแกร่งของสามี "อย่า อย่าพูดถึงเื่นี้อีกเลยค่ะ"
น้ำเสียงอ่อนหวานนั้นทำเอาเฉินตงอยากขย้อนมื้อเย็นออกมา
"เราเข้าบ้านกันเถอะค่ะ" เจียวจิ้นกระซิบ พยายามลากแขนสามีของเธอเข้าบ้านก่อนที่จะถูกเฉินตงที่ได้เห็นธาตุแท้ของเธอแฉความจริง
"ได้สิที่รัก" ลู่ฉือหันมาโบกมือไล่เฉินตง "ไสหัวไปซะ! บอกไอ้เด็กนั่นด้วย ว่าอย่าคิดกลับมาที่นี่อีก ไม่งั้นฉันจะกระทืบมันอีกครั้ง จนกว่ามันจะตาย!"
...ไอ้แก่นี่ ทำร้ายลู่อันด้วยงั้นหรือ?...
เฉินตงพยายามแล้ว เขาพยายามอดทนฟังคนพวกนี้พูดถึงลู่อันแบบเสีย ๆ หาย ๆ แต่ตอนนี้เขาไม่อยากทนอีกแล้ว
ในที่สุดเฉินตงะเิเสียงหัวเราะออกมา
"หัวเราะอะไรหา?!" ลู่ฉือหันมาหาเื่ด้วยความไม่พอใจ
"ที่รักงั้นเหรอ?" เฉินตงพึมพำ เงยหน้าขึ้นมองสองคนตรงหน้าด้วยความเกลียดชัง "เมื่อครู่ ผู้หญิงคนนั้นยังบอกว่าเธอเป็ลูกสาวของคุณอยู่เลย"
ดวงตาของเจียวจิ้นสั่นไหว เธอถลึงตาใส่เฉินตง ราวกับจะสั่งให้เขาหยุดพูด
แต่ขอโทษเถอะ...เฉินตงไม่คิดจะทำตามความ้าของผู้หญิงแพศยาคนนั้น ต่อให้เธอคุกเข่าขอร้อง เขาก็จะเหยียบมันให้จมดิน
"แก แกพูดว่าอะไรนะ?"
"อย่าไปฟังเขานะคะ!" เจียวจิ้นกอดแขนสามีของเธอแน่น ใช้มารยาล่อลวงลู่ฉือเอาไว้ "เขาเป็เพื่อนกับเด็กคนนั้น ไม่แน่อาจถูกส่งมาก่อกวนพวกเราก็ได้"
"เหอะ...ต้องได้รางวัลนักแสดงดีเด่นแล้วล่ะมั้ง" เฉินตงประชด "ไม่สิ ต้องได้รางวัลนักเขียนบทด้วย...ั้แ่เกิดมา ผมยังไม่เคยเห็นใครแต่งเื่โกหกเก่งเท่าคุณมาก่อนเลย"
ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นกลายเป็สีแดงด้วยความโกรธและอับอาย
แต่เฉินตงไม่คิดจะหยุดอยู่แค่นี้
ก่อนที่ลู่ฉือ ชายผู้หน้ามืดตามัวอยู่กับหญิงสาวข้างกายจะเริ่มโวยวายอีกครั้ง เฉินตงหยิบโทรศัพท์ออกมา กดหยุดบันทึกเสียงบนหน้าจอ ก่อนจะเปิดเสียงการสนทนาทั้งหมดที่อัดไว้ั้แ่ลงจากรถให้ชายผู้โง่เขลาคนนั้นฟัง
ลู่ฉือยืนช็อกในขณะที่หญิงสาวคนนั้นพยายามเขย่าแขนสามีของเธอ
"ไม่ใช่นะคะที่รัก! มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!"
เฉินตงกระตุกยิ้มพอใจ เขาพอจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
ลู่ฉือเป็คนยังไง ชายที่มีนิสัยขี้โมโหทำร้ายร่างกายหลานแท้ ๆ ของตัวเองด้วยเื่เข้าใจผิด ทว่าครั้งนี้เฉินตงมีหลักฐานชัดเจน เจียวจิ้นไม่มีทางหนีรอดไปได้
...ผู้ชายคนนั้นทำร้ายลู่อันได้ ก็ทำร้ายหล่อนได้เหมือนกัน...
เฉินตงไม่อยู่ดูการทะเลาะวิวาทของสองผัวเมีย เขารายงานเื่นี้ถึงลู่ซูลี่โดยเร็ว ก่อนจะขับรถกลับเข้าเมืองเทียนเหมิน
สิ่งที่เฉินตงอยากทำที่สุดในตอนนี้ คือกลับไปอยู่ข้างกายลู่อัน และพูดอย่างเต็มปากว่า
...ฉันเข้าใจนายแล้ว...นายไม่ได้ผิดอะไรเลย...