มีดของนายพรานจำเป็ ถูกชักออกมาจากฝั่ง กำลังจะแลกเนื้อหมู แต่ซานหลงร้องห้ามเอาไว้เสียก่อน
“อย่าเพิ่งท่านพ่อ!”“หือ ทำไมเหรอลูก!”“ถ้าต้องการทุกส่วนของมันท่านพ่อ หนังนี่ และก็เครื่องในด้วย” เขาพูดขึ้น บิดาขมวดคิ้วด้วยความฉงน“เจ้าจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร มันกินไม่ได้”“กินได้สิท่านพ่อ ข้ามีวิธีกินมัน” ซานหลงพูดออกมาด้วยความมั่นใจ ก่อนจะอธิบายวิธีจัดการกับหมูป่าคนโบราณ เมื่อล่าหมูป่ามาได้ พวกเขาจะถลกหนังที่มีขนของพวกมันทิ้งไป เอาแต่เนื้อและไขมันที่ท้อง เครื่องในตับไตไส้พุง ถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี แม้แต่หัวของหมูป่า ก็ไม่เป็นที่นิยม มักจะถูกทิ้งอย่างไรค่า“ขั้นแรกต้องต้มน้ำร้อนเสียก่อน ท่านพ่อ ท่านเอาหมูไปวงไว้ตรงแผ่นหินข้างๆ ลำธารนั้นให้ข้าก่อน” ซานหลงก่อไฟขึ้นต้มน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบถังน้ำเดินลงลำธาร บิดาเอาหมูไปวางตรงจุดที่เขาต้องการ ซานหลงตักน้ำมาล้างตัวหมูจนสะอาด น้ำร้อนที่ตั้งไฟเอาไว้เดือดจัดพอดี“น้ำร้อนแล้วทำยังไงต่อ” มารดาถามขึ้น“ลูกจะลวกน้ำร้อนแล้วก็ขูดขนของมันออก” ซานหลงตอบ พร้อมกับเอากระบวยตักน้ำร้อน ราดบริเวณที่มีขนหนาๆ ของมัน แล้วใช้มีดขูดขนของมันออก เมื่อเห็นท่าทาง เก้ๆ กังๆ ของลูกชาย ซานหูก็อาสาช่วยทันที เด็กน้อยยังป่วย ร่างกายยังไม่แข็งแรงดีนะ จึงทำงานหนักไม่ได้“มาให้ข้าทำเอง เจ้าคอยบอกข้าก็แล้วกันว่าต้องทำยังไง” เด็กน้อยพยักหน้า ยื่นมีดคืนให้บิดาโดยที่ตัวเขาเองทำหน้าที่ ราดน้ำร้อนลงไปบนส่วนต่างๆ ของหมู บิดาจัดการกับขนของมันอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่นาที หมูตัวขาวสะอาดก็ปรากฏต่อสายตาของทั้ง 3 คนหัวหมูบิดาตัดออกอย่างรวดเร็ว เครื่องในของมัน ถูกนำออกมาจากท้องจนหมดเหลือไว้เพียงแค่ไต นักวิจัยพันธุ์พืช คอยกำกับการตัดชิ้นส่วนของหมูตามที่เขาต้องการ บิดาก็ตัดให้ตามใจเขาอย่างแม่นยำ หลายนาทีต่อมา ชิ้นส่วนของหนูถูกแยกออกเป็นส่วนๆ กล่องแยกกันไว้ เครื่องในถูกเด็กน้อยฉันหลงนำไปล้างในแม่น้ำ แล้วลวกน้ำร้อนอีกครั้งปกติมารดาของเขาจะเอาเนื้อหมูที่แล่เสร็จ ไปขายในหมู่บ้านทันที ที่นี่ยังไม่มีวิธีการถนอมอาหาร นอกจากการตากแดด การทำเนื้อแห้งเป็นที่นิยมของชาวบ้าน ในการเก็บเนื้อไว้กินตอนหน้าหนาวซานหลงเลือกเอาเนื้อส่วนที่เขาต้องการกับเครื่องในและหัวหมูส่วนที่คนอื่นไม่กิน เพื่อนำไปทำเป็นอาหาร เนื้อชินอื่นๆ มารดาจะนำเข้าไปขายในหมู่บ้าน เขาก็ไม่คัดค้านอะไรเช้าวันนี้ อาหาร เป็นผัดกะเพราเนื้อหมูป่า และผัดผักบุ้งไฟแดง ซานหลงเป็นคนลงมือรังสรรค์มันขึ้นมาก ด้วยฝีมือการทำอาหารของเขา ทำให้คู่สามีภรรยาแปลกใจมาก จนไม่อาจบรรยายความอร่อยออกมาเป็นคำพูดได้อาหารรสชาติแปลกใหม่ แต่มันเต็มไปด้วยความกลมกล่อม ทั้งสองคน ถูกอาหารมื้อนี้เติมเต็มกระเพาะ อย่างอิ่มหนำสำราญ“ท่านพ่อ ข้าได้ยินท่านแม่เล่าว่า ช่วงหน้าหนาวเนื้อจะหายากมาก เราต้องหาเนื้อมาตุนเอาไว้วมากๆ นะขอรับ”“เฮ้อ! เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ช่วงนี้ไม่มีแดดทำเนื้อแห้งไม่ได้ ถึงจะล่าได้เยอะ มันก็ไม่มีประโยชน์” บิดากล่าว“ไม่จำเป็นต้องตากแดดเสมอไปหรอกท่านพ่อ ข้ามีวิธีทำให้เนื้อของเราเก็บไว้ได้นานเป็นปีเลยละ” ซานหลงพูดขึ้น“จริงเหรอ! ทำไมบิดาของเจ้าที่เป็นถึงขุนนางเก่า ไม่เคยรู้ว่ามีวิธีอื่นด้วย” ซานหูมองลูกชายอย่างไม่เชื่อถือนัก“ฮ้าๆๆ ท่านพ่อไม่ต้องมองข้าอย่างนั้นหรอก ข้าเพียงแต่มีเวลาว่างมากๆ จึงไปเที่ยวเล่นที่ร้านเปาเป่า ของอาหู่ และเรียนทำอาหารจากพ่อครัวที่นั่นมา เรื่องการเก็บเนื้อนี่ก็เหมือนกัน ข้ารู้มาโดยบังเอิญตอนเรียนทำอาหารในครัวของร้าน” ข้ออ้างของเขาฟังดูดีเลยทีเดียว สองสามีภรรยาไม่มีทางจับได้แน่นอน ก็ตอนนี้ ทั้งครอบครัวถูกเนรเทศมาอยู่ในหมู่บ้านทุรกันดาร ห่างไกลจากร้านอาหาร ที่เขาอ้างมากนักบิดามองหน้าลูกชายอย่างฉงน เขาทำงานจนไม่มีเวลาดูแลลูกถึงเพียงนี้เชียวหรือ เด็กน้อยใช้ชีวิตอย่างไร วันๆ ทำอะไรบ้าง เขาแทบจะไม่รู้เลยจริงๆ เขากลายเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องโดยที่ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยมารดาก็มองหน้าลูกชาย ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขอโทษ เธอเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน กิจการร้านรวงของบ้าน เธอต้องเป็นคนดูแลเองทั้งหมดจนไม่มีเวลาว่างเลยสักนิด พอคิดถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่ทั้งคู่ทุ่มเททำมาตลอด กลับไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย มีเพียงลูกชายที่ถูกปล่อยปละละเลย เหลืออยู่เป็นสมบัติของทั้งสองเมื่อเห็นบิดาและมารดาเงียบไป นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อย ก็เห็นความผิดปกติอะไรบางอย่าง“ท่านพ่อ ท่านแม่ ฉันไม่ต้องคิดมาก ถ้าเขาใจดี ที่ผ่านมา พวกท่านทำมาตลอด ก็เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเราทั้งนั้น เสียงถอนหายใจยาวของทั้งคู่ดังออกมาก่อนจะตามมาด้วยคำถามของบิดา“เอ้อ! ...แล้วลูกคิดจะทำยังไง”“ทำเนื้อรมควันขอรับ วิธีการนี้ลูกยังไม่เคยบอกใคร มันเป็นความลับ ลูกมั่นใจว่าเราจะสามารถ หาเงินได้จากเนื้อรมควันของเราในหน้าหนาวที่ใกล้จะมาถึงนี้” นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อย ตาเป็นประกายขึ้น เมื่อพูดถึงเรื่องลู่ทางการหาเงินเขาปฏิญาณกับตัวเองตั้งแต่วันที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก ว่าเขาทำให้ครอบครัวให้หลุดพ้นจากชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากแบบนี้ให้เร็วที่สุด“แต่ก่อนอื่น เราต้องซ่อมบ้านของเราเสียก่อน ดูจากสภาพตอนนี้ หน้าหนาวที่จะถึงเราคงลำบากมากแน่ๆ” ทันทีที่ลูกชายพูดขึ้น บิดามองไปรอบๆ ทันที“โอ้! ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลย” เสียงอุทานดังขึ้น เขาลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ มัวแต่เข้าป่าล่าสุด จนลืมคิดเรื่องสำคัญไปเสียได้หน้าหนาวที่นี่รุนแรงทุกปี พายุหิมะเข้าปกคลุมทุกหมู่บ้าน เป็นเวลานานไม่ต่ำกว่า 2 เดือน บางปีนานถึง 3 เดือน ดูจากสภาพบ้านเก่าๆ ดังนี้คงไม่สามารถป้องกันความหนาวได้แน่นอน หลังคาที่ผุพัง ผนังบ้านที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวมารดานั่งฟังสองพ่อลูกคุยกันไป เธอไม่ได้ออกความเห็นใดๆ เพียงแค่นั่งฟังเงียบๆ เท่านั้น“แต่เรา....” บิดาหยุดพูดก่อนจะ หันหน้าไปหาซานยี่ ทั้งคู่ก้มหน้าลงอย่างหมดหนทาง“ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรอกขอรับ เพียงแค่มีแรง เราก็สร้างบ้านได้” ซานหลงพูดออกมาด้วยความมั่นใจ บิดามองลูกชายด้วยแววตาเปล่งประกาย“เจ้าไปอ่านตำราอะไรมาอีก”“ฮ้าๆๆ ท่านพ่อ ตำราที่ข้าอ่านมากมายนักและที่สำคัญข้าไปขลุกอยู่ร้านช่างไม้หลายเดือน การสร้างบ้านไม้ไม่ได้ยากเลยท่านพ่อ”“นอกจากไม้แล้วก็ยังมีวัสดุอีกหลายอย่างที่เราหาได้ฟรีๆ และที่สำคัญ เราไม่ได้สร้างใหม่ เพียงแค่ซ่อมและต่อเติมบ้านหลังนี้เท่านั้น” แนวทางในการ modify บ้านปรากฏขึ้นในหัวของเขาแล้ว รับรองเลย หน้าหนาวนี้เขาจะไม่รู้สึกหนาวสัก ไม่อยู่ในบ้านหลังใหม่ที่ modify เขาวางแผนจะทำห้อง แยกออกไปจากตัวบ้าน สำหรับเก็บเนื้อรมควันนักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อย จัดการบอกกล่าวแผนงานทั้งหมดให้บิดาและมารดาฟัง พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอน และรายละเอียดต่างๆ อีกเล็กน้อย ก่อนจะจัดแจงแจกจ่ายงานของแต่ละคน มารดาทำหน้าที่ไปตัดไม้ไผ่ ตามจำนวนที่ลูกชายต้อง มารดา เอาเนื้อเข้าไปขายในหมู่บ้าน และตัวเขาเอง ต้องเข้าหมู่บ้านด้วยเช่นกันเพื่อหาซื้ออะไรบาง พี่จำเป็นต้องใช้ในความทรงจำของร่างเดิม บ้านเรือนในยุคสมัยนี้ ทำจากไม้ขัดแตะเป็นส่วนใหญ่ หากเป็นบ้านขุนนางหรือคนมีเงิน ก็จะสร้างจากไม้ทั้งหลัง หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาแต่ในหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านทุกหลังรางทำจากไม้ขัดแตะ แล้วพอกด้วยโคลน ผสมยาแห่ง อยากให้กำแพงหนาขึ้นเพื่อกันความหนาวเท่านั้นบ้านหลังสวยๆ ที่เขาอยู่ เป็นบ้านที่ทำจากดินโคลนเหมือนกัน เจ้าของบ้านเดิม เอาดินโคลนมาพอกไม้ขัดแตะทำให้กำแพงบ้านมีความ ป้องกันลมหนาวได้ดี แต่ตอนนี้ มันผุพังไปมากแล้ว เพราะว่าหลังคาที่ ทำไมน้ำฝนลงมาชะล้างเอาดินออกบางส่วนออกไปตามแผนการของเขา เขาจะใช้ไม้ไผ่เป็นโครงสร้างภายใน แล้วพอกดินโคลนให้กำแพงบ้านให้หนาขึ้นอีก 50 เซนติเมตร สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ จอบ เสียม ขวาน ถังขนาดเล็กอีก 3-4 ใบ ทั้งคู่เดินมาถึงร้านตีเหล็ก ยายแก่เจ้าของร้านก็ถามขึ้น“อ้าว! ฮูหยินซานมาขายเนื้อเหรอ”“ค่ะ ข้าพาลูกชายมาซื้อของด้วย กาหลงมีท่านลุงติงเจ้าของร้านตีเหล็ก” มารดาแนะนำชายแก่ให้เขารู้จัก“สวัสดีครับท่านลุงติง” โอ้..เด็กน้อย ดีๆ เจ้าดูดีทีเดียว หน้าเหมือนแม่ไม่มีผิด ชายแก่พยักหน้าชม 2-3 ครั้ง“แล้วต้องการอะไรล่ะ” ลุงติงถามขึ้น“ถ้าต้องการจอบ เตรียม ขวาน แล้วก็ถังไม้เล็กๆ อีก 3-4 ใบ” ฉันหลงบอกสิ่งที่เขาต้องการไป“อ่าได้ รอข้าสักเดี๋ยว” ชายแก่เดินเข้าไปในร้านหยิบของทั้งหมดออกมาให้เขา“ทั้งหมด 10 ตำลึงทอง” มารดาของเขาจ่ายเงินทันที ทั้งคู่มุ่งตรงไปยังโรงเตี้ยม ของหมู่บ้านเพื่อขายเนื้อหมูเนื้อหมูเกือบ 40 กิโลของสองแม่ลูกถูกขายไปในราคา 16 ตำลึงทอง กับอีก 40 เหรียญทองแดง ซานหลงก็เข้าใจพื้นฐานของที่นี่ดี ตอนนี้เป็นหน้าฝน การล่าสัตว์ทำได้ง่าย เนื้อสัตว์จึงมีราคาถูกมากว่าปกติ