ภายในชั้นสามของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลนั้น มีเหล่ารุ่นเยาว์ที่สวมเสื้อผ้าซึ่งดูโอ่อ่ารวมตัวกันอยู่จำนวนหลายสิบคน เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาจากตระกูลที่มั่งคั่งอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขากำลังยกจอกเหล้าในเชิงคำนับไปยังชายหนุ่มผู้สง่างามที่นั่งอยู่ในที่นั่งหลักของชั้นสามนี้
“คุณชาย เหยา!! ดื่ม!!”
“คุณชาย เหยา!! ขอให้ข้าได้ดื่มให้ท่านสักจอก!!”
………….
เหล่ารุ่นเยาว์ที่อยู่ภายในห้องล้วนแล้วแต่ส่งเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมออกมา ขณะที่พวกเขายกจอกเหล้าขึ้นดื่มด้วยความเพลิดเพลิน ดูเหมือนว่าพวกเขาทุกคนจะได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี ซึ่งมันสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากคำกล่าว และการวางตัวของพวกเขา ขณะเดียวกันนั้น คุณชาย เหยา เองก็ได้รับการขัดเกลาในเื่นี้มาเช่นกัน นั่นทำให้มันมีความโดดเด่นเหนือกว่าคุณชายผู้อื่นที่อยู่ในที่แห่งนี้ไปมากโข
“ทุกท่านอย่าได้เกรงใจ วันนี้ขอให้ข้าได้เป็เ้าภาพสำหรับความรื่นเริงของคุณชายทุกท่านด้วยเถิด!!”
การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มผู้นี้สง่างามยิ่ง แม้แต่ในขณะที่ยกจอกเหล้าขึ้นมาดื่มก็ตาม การแสดงออกของเขาทั้งสงบ และยังแสดงถึงความเอื้อเฟื้อ ด้วยเหตุผลเช่นนี้มันจึงทำให้เขาเด่นมากที่สุดแม้ว่าจะอยู่ในหมู่คุณชายโดยรอบก็ตาม
ในเมือง ตระกูลเหยา มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีความผูกพันทางสายเืกับอ๋องฉี คุณชาย เหยา เป็บุตรชายคนโตแห่งตระกูล เหยา ในอนาคตอันใกล้มีโอกาสอย่างมากทีเดียวที่เขาจะได้รับสืบทอดตำแหน่ง และอำนาจของตระกูล เหยา ย่อมต้องเพิ่มมากขึ้นแน่นอน นั่นทำให้เขาเป็คนที่ถูกกำหนดไว้ให้กลายเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่
ดังนั้น แม้ว่านี่จะเป็ครั้งแรกที่คุณชาย เหยาเฟิง ได้เชิญพวกเขามาร่วมดื่มเป็ครั้งแรกก็ตาม แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะตอบรับคำเชิญนั้น
หลังจากแลกจอกกันแล้วนั้น บรรยากาศภายในห้องก็แช่มชื่นขึ้นอย่างชัดเจน
เหยาเฟิง นั่งอยู่ที่ที่นั่งของเขาด้วยความสงบ เขากวาดสายตามองออกไปรอบห้องพลางพยักหน้าเบาๆ ด้วยความพอใจ
วันนี้นับว่าเป็โอกาสดีสำหรับเขาอย่างมาก ด้วยชื่อเสียงของบิดา และตระกูลของเขาแล้วนั้น เหยาเฟิง ได้เชิญเหล่านายน้อยแห่งตระกูลที่มีอำนาจเหล่านี้ภายในเมืองหลวง มาร่วมดื่มกินที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล
นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้มารวมกันจำนวนมากเช่นนี้ มันจึงเป็โอกาสดีสำหรับ เหยาเฟิง ที่ได้รับการยอมรับนับถือจากพวกเขา เพื่อสร้างอำนาจบารมีของตนเองขึ้นมา ตราบใดที่เขาสามารถทำให้นายน้อยจากตระกูลทรงอำนาจเหล่านี้ยอมรับในตัวเขาได้แล้วนั้น เขาจะสามารถกลายเป็หนึ่งในผู้นำของรุ่นเยาว์แห่งเมืองหลวงได้
นอกจากนี้แล้วบิดาของเขายังได้สัญญาเอาไว้อีกว่า ตราบใดที่เขาสามารถชนะใจนายน้อยเหล่านี้ได้ ในอนาคตบิดาของเขาจะเริ่มค่อยๆ เกษียณตนเอง และส่งมอบอำนาจทุกอย่างของตระกูลให้กับเขาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คำสัญญานี้ไม่ต่างไปจากการมอบตำแหน่งผู้สืบทอดให้กับเขา
ดังนั้น การชุมนุมในวันนี้จึงเป็เื่สำคัญสำหรับ เหยาเฟิง อย่างมาก
บรรยากาศภายในการชุมนุมนั้นเป็ไปอย่างสนุกสนาน เหยาเฟิง สามารถเห็นทุกคนรื่นเริงเช่นนี้ได้ก็เบาใจยิ่งแล้ว แต่ความจริงแล้วทุกคนต่างไว้หน้าให้แก่นายน้อยตระกูล เหยา จึงกล่าวได้ว่ายามนี้ยังคงมิอาจเอาชนะใจของนายน้อยเหล่านี้
“ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็พี่น้องของข้า ไม่ว่าพวกท่าน้าสิ่งใดในภายหน้า อย่าได้ลังเลที่จะบอกแก่ข้า............!!”
“นายน้อย!! นายน้อย!! .......หม่าโจว พาคนสองคนมาที่นี่!!”
ในเวลานั้น จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน เสี่ยวเอ้อรีบวิ่งข้ามาพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยความรีบร้อน ซึ่งมันเป็คำกล่าวดังขึ้นมาขัดคำกล่าวของ เหยาเฟิง ที่เพิ่งกล่าวออกมาได้เพียงครึ่งเดียวเอาไว้
“เกิดอะไรขึ้น!? เหตุใดเ้าถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้!?”
เหยาเฟิง ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความจริงแล้วเขาไม่พอใจการกระทำของเสี่ยวเอ้ออย่างมาก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจนั้นออกมาแต่อย่างใด
“ข้าไม่ได้บอกไว้หรือว่าห้ามใครรบกวนข้าในเวลานี้!? ………บอก หม่าโจว ว่าให้เขามาพบกับข้าภายหลัง!!” เหยาเฟิง กล่าว
“ข้าน้อยบอกเขาไปแล้วขอรับ.....!!”
เสียงของเสี่ยวเอ้อหยุดชะงักไปเล็กน้อย เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกล่าวขึ้นมาอีกเขา “แต่......เขามีเื่ด่วนขอรับ!!”
ทันใดนั้น ทั่วทั้งห้องก็เงียบสงัดลง
แต่เดิมแล้ว เหยาเฟิง ก็ไม่พอใจมากพออยู่แล้ว ยามเมื่อมันได้ยินคำกล่าวนี้มันก็ทำให้โกรธขึ้นมาทันที แม้ว่าในสายตาของมันแล้ว หม่าโจว จะไม่ได้มีความสำคัญสำหรับตนก็ตาม แต่หากว่ามันมาทำลายการชุมนุมนี้ลง เหยาเฟิง ย่อมไม่ปล่อยให้ หม่าโจว รอดออกไปได้อย่างง่ายดายแน่นอน
“คุณชาย เหยา ทำไมพวกเราไม่........!!” ชายหนุ่มสวมชุดผ้าไหมพยายามจะกล่าวถาม
“ไม่จำเป็!!” อย่างไรก็ตาม ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้กล่าวถามออกมาจนจบนั้น เหยาเฟิง ก็กล่าวขึ้นมาก่อน
“ทุกๆ ท่านมีเื่ให้เสียบรรยากาศขึ้นมาเล็กน้อย ข้าต้องอภัยสำหรับความไร้มารยาทต่อคนของข้าด้วย!! ……เสี่ยวเอ้อ นำสิ่งนี้ไปให้เขา แล้วบอกกับเขาว่าข้าจะไปพบกับเขาเป็การส่วนตัวหลังจากการชุมนุมพบปะจบลง!!” หลังจากกล่าวจบ เหยาเฟิง ก็ดึงตราสีทองข้างเอวส่งให้เสี่ยวเอ้อ
โดยปกติแล้วนั้น เหยาเฟิง จะไม่ใช้ตราประจำตัวของตนถ้าไม่ใช่เื่สำคัญ หากว่า หม่าโจว ฉลาดมากพอแล้วนั้น มันจะต้องเข้าใจความหมายของตรานี้ได้ทันทีเมื่อเห็นมัน
หากว่ามันยังคงไม่กลับไป และเลือกรั้นที่จะเข้าพบให้ได้จนทำให้งานชุมนุมต้องล่มลงไปแล้วนั้น ก็อย่าได้ตำหนิว่า เหยาเฟิง ไร้ความปรานี
“คุณชาย เหยา เหตุใดท่านจะต้องลำบากเช่นนั้นด้วย!? มันจะไม่สะดวกกว่าหรือหากว่าให้พวกเราเข้าไป!!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ขณะเดียวกันนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับ หวังชง ก้าวเข้ามาภายในห้อง
“หวังชง!!”
เมื่อรับรู้ได้ว่าคนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องนั้นเป็ใคร ร่างกายของ เหยาเฟิง ก็สั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย มันไม่เคยคาดคิดแม้แต่นิดเดียวว่าคนผู้นี้จะกล้ามาเผชิญหน้ากับเขาเช่นนี้
“มีอะไรหรือ!? คุณชาย เหยา ท่านไม่ยินดีต้อนรับข้ารึ!?”
หวังชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม เขาค่อนข้างพอใจกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของ เหยาเฟิง อยู่ไม่น้อย อีกทั้งก่อนที่ เหยาเฟิง จะได้กล่าวอะไรออกมานั้น เขาก็ได้ดึงเก้าอี้ข้าง เหยาเฟิง ออกมาพร้อมกับนั่งลงไปทันที
เมื่อเห็นการกระทำของ หวังชง เช่นนั้น หางตาของ เหยาเฟิง ก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย บัดนี้มันพลันสะกดความกราดเกรี้ยวเอาไว้พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายหวังกล่าวเช่นนี้ได้เยี่ยงไรกันเล่า ทุกท่านที่มาล้วนแล้วแต่เป็แขกของข้าทั้งสิ้น ข้าย่อมไม่ปฏิบัติต่อแขกของข้าด้วยความหยาบคายอย่างแน่นอน!!”
เพราะอย่างไรแล้วทุกคนในที่แห่งนี้ก็มาจากตระกูลใหญ่ทั้งสิ้น จึงต้องยับยั้งช่างใจ และพยายามที่จะแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อใจกว้างอย่างถึงที่สุด กระทั่งบัดนี้ หวังชง เองก็ยังรู้สึกชื่นชมเขาอยู่ไม่น้อยทีเดียว
เหยาเฟิง ไม่ได้้าเป็ผู้นำเหล่ารุ่นเยาว์โดยไร้เหตุผล เพราะอย่างน้อยมันก็มั่นใจในศักยภาพของตน ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกและกิริยาต่างๆ ของมันก็โดดเด่นหาที่ใดเปรียบ
นับว่าเป็เื่น่าเสียดายอย่างมาก เหตุผลที่ หวังชง เดินทางมาที่นี่ก็เพื่อก่อปัญหาอย่างแท้จริง อีกทั้ง เหยาเฟิง นั้นไม่ได้มีตำแหน่งที่สูงส่งนักแม้แต่ในชีวิตที่แล้วของ หวังชง ก็ตาม
“หึ น้องสาวเ้าเข้ามานี่สิ!! มีหลายคนยินดีต้อนรับพวกเรา อีกทั้งที่นี่ยังมีอาหารมากทีเดียว!! เห็นไหม ว่าพี่ชายไม่ได้โกหกเ้าเลย!!”
หวังชง กล่าวออกมาโดยไม่ได้หันกลับไปมองด้านหลังของตัวเองแต่อย่างใด
“จริงหรือ!?”
เสียงใสของเด็กสาวดังขึ้น ทุกคนต่างตกตะลึงอย่างมากเมื่อเห็นใบหน้ากลมผ่าประตูเข้ามาจากด้านหลังของ หวังชง ดวงตากลมโตของนางเปล่งประกายไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่สายตาของนางจะหยุดลงที่อาหารจำนวนมากที่ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะ
“ว้าววว....!! ท่านไม่ได้โกหกจริงๆ!!”
เด็กสาวก้าวเข้ามาภายในห้องพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง หวังชง ก่อนจะคว้าน่องไก่ขึ้นมากัดกินอย่างรวดเร็ว
นางไม่ได้ให้ความสนใจต่อแขกคนอื่นๆ ภายในห้องแม้แต่นิดเดียว หลังจากที่พี่ชายของนางกล่าวว่าทำตัวตามสบายอยากทำอะไรก็ทำ นางจึงตั้งหน้าตั้งตากัดกินไปที่อาหารอย่างไม่หยุดพัก
นางไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดอีกนอกจากอาหารเบื้องหน้า
“อร่อยมาก!! อร่อยจริงๆ!!”
บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง มีความกระหายอย่างมาก นางอาจจะมีร่างกายที่เล็ก แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลต่อความจุในกระเพาะอาหารของนางแต่อย่างใด ด้วยการกัดเพียงสองถึงสามครั้งนางก็กินน่องไก่จนหมด อีกทั้งระหว่างที่กำลังลิ้มรสชาติอยู่นั้น นางยังกล่าวชมออกมาตลอดเวลา มันจึงทำให้มองเห็นกระดูกของน่องไก่ที่มีรอยฟันยื่นออกนอกริมฝีปากของนางได้อย่างชัดเจน มันเป็กระดูกที่ถูกกินเนื้อไปจนหมดจด
อาหารของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์ที่น่าหลงใหลเท่านั้น แต่รสชาติก็ยังเหมาะสมกับโรงเตี๊ยมที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็อาหารประเภทนึ่ง , ทอด , ต้ม หรือย่างก็ตาม พวกเขาล้วนสามารถปรุงมันขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ทั้งสิ้น
แม้ว่าอาหารที่นางกินเป็ปกติในตระกูลของตนนั้นจะยอดเยี่ยมเช่นกันก็ตาม แต่มันก็ยังไม่อาจเทียบได้กับอาหารฝีมือพ่อครัวของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลได้ บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง มีความสุขอย่างมากในเวลานี้ ในขณะเดียวกันนั้นนางก็รู้สึกชื่นชมในตัวพี่ชายของนางมากเช่นกัน นางได้ปลดปล่อยความอยากอาหารทั้งหมดออกมาใช้ฝ่ามือทั้งสองกอบโกยอาหารเข้าปากอย่างไม่ขาดสาย
เพียงเวลาอันสั้นนับจากที่นางก้าวเข้ามาภายในห้องนั้น จานอาหารถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยงจานแล้วจานเล่า ทั้งวิธีกิน และความรวดเร็วในการกินของนางทำให้คิ้วของ เหยาเฟิง กระตุกขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง
มันไม่ได้ใส่ใจกับความเร็วขณะที่อาหารกำลังลดลงแต่อย่างใด เนื่องด้วยด้วยฐานะของตระกูลมัน ค่าอาหารของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับตน แต่มันเห็นได้ชัดว่าการมาถึงของสองพี่น้องนี้กำลังก่อปัญหาให้กับมันอยู่
หากว่าบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง ยังคงได้รับอนุญาตให้กินต่อไปเช่นนี้ ใครจะสามารถกินอาหารได้!? นั่นไม่ได้หมายความว่าการชุมนุมครั้งนี้ได้ถูกทำลายลงหรอกหรือ ความจริงแล้ว เหยาเฟิง ก็สามารถััได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศภายในห้องกำลังย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ
โดยปกติแล้ว เหยาเฟิง ย่อมไม่แยแสเื่นี้ และปล่อยผ่านไป แต่ว่านี่เป็ครั้งแรกที่มันได้พบปะกับเหล่าคุณชายของตระกูลทรงอิทธิพลแห่งเมืองหลวงเพื่อเอาชนะใจของพวกเขา นี่นับว่าเป็เื่สำคัญสำหรับมันอย่างมาก ดังนั้นมีหรือที่มันจะปล่อยให้พี่น้องคู่นี้มาทำลายโอกาสของตนไปได้
“แม่นางน้อย เ้าน่ารักมากทีเดียว!! คุณชาย หวัง ทุกคนที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็แขกของข้า ถ้าเช่นนั้นเอาเป็ว่าข้าขอเป็เ้าภาพให้กับคุณชายอีกห้องหนึ่ง ทั้งอาหาร และของว่างทั้งหมด ข้าจะรับผิดชอบเอง!! ท่านคิดเช่นไรหรือ!?”
ใบหน้าของ เหยาเฟิง ไม่อาจบอกได้ว่าเขากำลังไม่พอใจ เขายังคงรักษาความสงบเอาไว้ได้เป็อย่างดี ขณะที่เขาพยายามเกลี้ยกล่อมสองพี่น้องอย่างสุภาพโดยไม่สนใจว่าทั้งคู่กำลังทำลายการชุมนุมพบปะของเขาอยู่
เหล่ารุ่นเยาว์คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ภายในห้องต่างรู้สึกชื่นชมในความมีน้ำใจของ เหยาเฟิง อย่างมาก พวกเขาเคยได้ยินคำกล่าวถึงลักษณะที่โดดเด่นนี้ของตระกูล เหยา อยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อพวกเขาพบเห็นด้วยตัวเองแล้วนั้น มันก็ยิ่งทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่า มีน้อยคนนักที่จะสามารถเทียบกับคนของตระกูล เหยา ได้
หวังชง สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของ เหยาเฟิง แม้ว่ามันจะเป็เพียงแค่การกระตุกเล็กๆ ของคิ้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ นั่นทำให้เขามั่นใจอย่างมากว่ายุทธวิธีของเขาได้ผล
“มันจะไม่สนุกกว่าหรือหากว่าเราดื่มด้วยกัน!! การดื่มเพียงลำพังมันจะเทียบกับการดื่มร่วมกับทุกๆ ท่านได้เช่นไร!? ข้าได้ยินมาว่าคุณชาย เหยา ขึ้นชื่อเื่ความใจกว้าง ถ้าเช่นนั้นท่านคงจะไม่รังเกียจหากว่าข้าจะขอร่วมดื่มที่นี่ด้วย!!”
หวังชง จะยอมออกไปจากที่นี่ง่ายดายได้เช่นไร!? เพราะกว่าเขาจะเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแห่งนี้ได้ก็ไม่ใช่เื่ง่าย หากว่าเขาถูกส่งออกไปได้ง่ายๆ ด้วยคำกล่าวสั้นๆ ของ เหยาเฟิง มันจะไม่ได้หมายความว่าความพยายามของเขาทั้งหมดต้องสูญเปล่าหรอกหรือ
“ข้าอยากเห็นนักว่าเ้าจะทนไปได้แค่ไหน!?”
หวังชง ยิ้มหยันขึ้นภายในใจของเขา เขาอยู่ที่นี่เพื่อยั่วยุให้ เหยาเฟิง เกิดโทสะ หวังชง จงใจที่จะทำให้ เหยาเฟิง ะเิโทสะและธาตุแท้ของมันออกมา ไม่ว่าอารมณ์ที่ดุร้ายนั้นจะอยู่ในส่วนลึกมาเพียงใด หรือมีความอดทนมากเพียงเขาก็ไม่ยี่หระที่จะต้องดึงออกมา
เมื่อได้ยินคำกล่าวของ หวังชง เช่นนั้น ใบหน้าของ เหยาเฟิง ก็เปลี่ยนแปลงไปในที่สุด มันไม่ได้คาดคิดว่า หวังชง จะเมินเฉยต่อคำชักชวนของตนเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่ยินดีที่จะออกไปจากที่นี่
“คุณชาย หวัง หากว่าข้าจำไม่ผิด ข้าว่าข้าไม่ได้เชิญท่านมาที่นี่ไม่ใช่หรือ!? ไม่ใช่ว่าข้าตระหนี่ แต่เกรงว่าข้าคงต้องเชิญท่านออกไป!!”
เหยาเฟิง กล่าวออกมาด้วยแววตาที่เผยให้เห็นถึงความโกรธ
“ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้เชิญข้า แต่ว่าข้าก็ไม่อาจปล่อยผ่านการชุมนุมครั้งนี้ได้!! เช่นนั้นมันคงจะเป็การดูิ่ไม่ให้เกียรติคุณชาย เหยา เสียเปล่าๆ!!”
หวังชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับคว้าจากเหล้าของแขกคนอื่นขึ้นดื่ม
“เหล้าดี!!”
แม้ว่า เหยาเฟิง จะได้รับการฝึกอบรมมาเป็อย่างดีก็ตาม แต่มันก็ยังช่วยไม่ได้ที่คิ้วของมันจะพลันกระตุกไปมาจากการยั่วยุของ หวังชง เช่นนี้
เ้าหมายความว่าอย่างไร ข้าไม่ได้เชิญเ้า แต่เ้าสามารถเข้ามาในงานชุมนุมนี้ได้งั้นหรือ!?
ข้า เหยาเฟิง จำเป็ต้องได้รับการยอมรับจากคนเช่นเ้างั้นรึ!?
หากไม่ได้คำนึงถึงเหล่ารุ่นเยาว์ที่ทรงอำนาจภายในห้องแล้วนั้น เหยาเฟิง ย่อมไม่อยากสนทนากับเขา และจับโยนเขาออกไปทันทีอย่างไม่ต้องสัย
“หม่าโจว ไอ้บัดซบ!! เป็เ้าที่พามันมาที่นี่!! ข้าจะทำให้เ้ามีชีวิตอยู่อย่างทรมาน!!”
เหยาเฟิง สบถลั่นในใจด้วยความโกรธ
เขารู้ดีว่าบุตรชายคนเล็กแห่งตระกูล หวัง นั้นไม่เคยพบกับมันมาก่อน ดังนั้นย่อมไม่มีทางที่ หวังชง จะรู้เื่ที่ตนจัดการชุมนุมนี้ขึ้นมา ดังนั้น มันก็หมายความว่า หม่าโจว เป็คนเปิดเผยเื่ของมันให้กับสองพี่น้องรับรู้อย่างแน่นอน
ทว่านี่ไม่ใช่เวลามาครุ่นคิดถึงเื่นี้แต่อย่างใด
“หวังชง ข้าจะถามท่านอีกครั้ง ท่าน้าจะดื่มกับข้าจริงหรือ!?”
เหยาเฟิง กล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นเยือก
เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้กล่าวออกมาอย่างสุภาพเช่นเคยอีกแล้ว ในตอนนี้มันไม่จำเป็ต้องรักษาความสุขุมอีกต่อไป เพราะบัดนี้ทุกคนสามารถมองออกอย่างชัดเจน ว่า หวังชง มาที่นี่เพื่อก่อปัญหา
“หึ!! เหยาเฟิง นี่เรียกว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน!!”
หวังชง คิดในใจพร้อมกับตบจอกเหล้าลงบนโต๊ะ จนจอกแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กๆ
สถานการณ์ในตอนนี้เข้าสู่่แตกหักอย่างไม่ต้องสงสัย
บรรยากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียด แม้แต่คนที่โง่เขลามากที่สุดก็สามารถบอกได้ว่า เป้าหมายของสองพี่น้องนั้นคือ เหยาเฟิง พวกเขาพยายามสร้างความเสียหายขึ้นโดยเจตนาอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม มันกลับมีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่อาจเข้าใจได้อยู่ สองพี่น้องคู่นี้เป็ใครกันแน่ถึงได้กล้าท้าทาย เหยาเฟิง เช่นนี้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าตระกูล เหยา มีสถานะมากเพียงใดภายในเมืองหลวง
“หวังชง!? ท่านคือคนของตระกูล หวัง แห่งเมืองหลวงใช่หรือไม่!?”
เสียงหนึ่งโพล่งขึ้นมาจากหนึ่งในกลุ่มของรุ่นเยาว์ นั่นเป็การบ่งบอกตัวตนที่แท้จริงของ หวังชง ให้กับทุกคนภายในห้องได้รับรู้
“ถูกต้อง!!”
หวังชง กล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อได้ยินคำกล่าวตอบเช่นนั้น ใบหน้าของทุกคนภายในห้องก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทันที ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสองพี่น้องคู่นี้ถึงได้กล้าท้าทาย เหยาเฟิง โดยไม่แยแสอำนาจของตระกูล เหยา นั่นเป็เพราะพวกเขาเป็คนของตระกูล หวัง
ลำพังแค่ หวังหยาน ก็สามารถทำให้อาณาจักรต้าถังยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ถึงทุกวันนี้ ยังคงมีอีกหลายเื่ราวที่คล้ายๆ กันนี้ และทุกคนภายในเมืองหลวงต่างก็รู้ดีว่าตระกูล หวัง ยังมีท่านปู่ของเขาซึ่งสร้างชื่อเสียงวีรกรรมเป็ที่โจษขาน
นั่นเป็สิ่งที่น่าเกรงขามอย่างแท้จริง
“ที่แท้ก็เป็ลูกหลานผู้สืบทอดของท่านจิ่วกง!! ขออภัยที่ไม่ได้ต้อนรับ!!”
“ไม่ทราบว่าผู้าุโเป็เช่นไรบ้างหรือ!?”
“ข้ามาจากตระกูล เว่ย แห่งเมืองหลวง ครั้งหนึ่งผู้าุโได้ช่วยเหลือท่านพ่อของข้า เว่ย หลี่ เอาไว้ ทุกวันนี้พวกเราก็ยังคงกล่าวถึงเื่นั้นกันอยู่ หากเป็ไปได้ช่วยบอกท่านพ่อของท่านด้วยว่า เว่ย หลี่ หวังจะได้พบกับท่านอีกครั้ง!!”
…………
ในเวลานี้ ทัศนคติของเหล่ารุ่นเยาว์ที่อยู่ภายในห้องต่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก พวกเขาให้ความเคารพต่อ หวังชง อย่างชัดเจน ถึงอย่างไรแล้ว จิ่วกง ก็มีจุดยืนที่ชัดเจนอย่างมากในเมืองหลวง ซึ่งมันเป็การเปลี่ยนสถานะของสองพี่น้องคู่นี้ไปอย่างสิ้นเชิง
แต่เดิมแล้วพวกเขาคิดว่านี่เป็เพียงการเล่นตลกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากว่าจิ่วกงที่ยึดมั่นในความสันโดษ้าจะจัดการกับตระกูล เหยา แล้วนั้น เื่นี้จะแตกต่างออกไปอย่างมาก
มันจะกลายเป็เื่ที่ตระกูลขุนนางทั่วๆ ไปไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้แม้แต่นิดเดียว
...................................