คืนนั้น หลังจากที่ศิษย์พี่ทั้งสามผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายามและหลับใหลไปแล้ว เหลือเพียงเิเหยียน (เร็นไซ) ที่ยังคงลืมตาโพลงท่ามกลางความมืด แสงจันทร์เลือนรางส่องลอดผ่านหมู่ไม้ลงมาอาบไล้บริเวณที่พักแรมชั่วคราวของพวกเขา เสียงแมลงกลางคืนขับขานกล่อมพงไพร แต่ในใจของยอดนักดาบเฒ่ากลับไม่ได้สงบนิ่งตามบรรยากาศภายนอก
เขานั่งขัดสมาธิอยู่เงียบๆ ห่างจากกองไฟที่มอดลงเหลือเพียงถ่านแดงๆ เล็กน้อย พิงแผ่นหลังกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง กระบี่เหล็กวางอยู่บนตัก เขากำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่ประสบพบเจอในรอบวันที่ผ่านมา ทั้งอสูร (妖兽 - เยาโซ่ว) ประหลาด พลังงานลึกลับที่เหล่าศิษย์ใช้ และที่สำคัญที่สุดคือ ร่างกายใหม่ที่อ่อนแอเกินทนของ "เิเหยียน"
'หากปล่อยไว้เช่นนี้ ร่างกายนี้คงไม่อาจรองรับวิถีดาบของข้าได้อย่างเต็มที่ การต่อสู้เมื่อกลางวันเป็เครื่องยืนยันได้ดี เพียงแค่ประยุกต์ใช้หลักการ 'จิริน' (地輪) และ 'ซุยริน' (水輪) อย่างผิวเผิน ก็แทบจะสูบเรี่ยวแรงทั้งหมดไปแล้ว ช่างเป็สภาพที่น่าอึดอัดนัก การฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายนี้ คือภารกิจเร่งด่วนที่สุด' เร็นไซสรุปกับตนเอง
เขาเหลือบมองไปยังศิษย์พี่หลิวที่กำลังหลับสนิท แม้จะาเ็ แต่ดูเหมือนว่าหลังจาก "โคจรพลังงาน" บางอย่าง ร่างกายของเด็กหนุ่มคนนั้นก็ฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนปกติทั่วไปนัก พวกเขากำ "ก้อนหินเรืองแสง" ที่เรียกว่า "ศิลาปราณ" (灵石 - หลิงสือ) เพื่อช่วยในการฟื้นฟู
'พลังงานที่พวกนั้นเรียกว่า 'พลังปราณ' (灵气 - หลิงชี่) จากศิลา...ดูเหมือนจะเป็กุญแจสำคัญของโลกนี้ วิถีห้าจักรวาลในหนึ่งจิต (五輪一心法 - โกะริน อิชชินโป) ของข้าเดิมทีเน้นการขัดเกลาจิต (心 - ชิน) และความเข้าใจในพลังพื้นฐานทั้งห้าของจักรวาล ไม่ได้เน้นการสะสมพลังงานจากภายนอกโดยตรง แต่ในโลกใหม่นี้ ทุกสิ่งดูจะเชื่อมโยงกับ 'พลังฟ้าดิน' (天地之力 - เทียนตี้จือลี่) นี้อย่างแยกไม่ออก บางที...วิถีของข้าอาจจะสามารถ 'ปรับตัว' ให้สอดรับกับกฎเกณฑ์ของที่นี่ได้เช่นกัน ไม่จำเป็ต้องพึ่งพาวัตถุภายนอกเสมอไป การเข้าถึงแก่นแท้ของพลังงาน ย่อมเหนือกว่าการพึ่งพิงสิ่งของชั่วคราว' เขานึก
ในโลกเก่า การฝึกฝนของเขาคือการทำความเข้าใจธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม และความว่าง เพื่อควบคุมพลังงานรอบตัวอย่างเป็ธรรมชาติ แต่ที่นี่ "พลังงานรอบตัว" หรือ "พลังฟ้าดิน" นั้นหนาแน่นและ "มีตัวตน" กว่าที่เขาเคยรู้จักมากนัก
'หากข้าสามารถทำความเข้าใจธาตุทั้งห้าในบริบทของโลกนี้ได้อย่างลึกซึ้ง ร่างกายนี้อาจจะสามารถ 'รับรู้' และ 'ดึงดูด' พลังฟ้าดินเ่าั้เข้ามาเสริมสร้างตนเองได้โดยตรง การพึ่งพาตนเองย่อมเป็หนทางที่มั่นคงและนำไปสู่ความเข้าใจที่แท้จริงเสมอ'
เร็นไซหลับตาลง เขาเริ่มทำสมาธิ ปรับลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ สม่ำเสมอ จากนั้น เขาลองระลึกถึงหลักการของ "ห่วงแห่งปฐี" (地輪 - จิริน) เขาจินตนาการว่าร่างกายของเขากำลังหยั่งรากลึกลงไปในผืนดินใต้ร่าง ััถึงความหนักแน่น ความมั่นคง และพลังงานอันแฝงเร้นของผืนปฐี คราวนี้เขาไม่ได้แค่ "รู้สึก" แต่เขาลอง "เปิดรับ" พลังฟ้าดินส่วนที่เป็ธาตุดินนั้นผ่านการเชื่อมโยงทางจิต
ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจางๆ ที่ไหลซึมจากผืนดินเข้าสู่ฝ่าเท้าและร่างกายส่วนล่างอย่างช้าๆ มันเป็ความรู้สึกที่แ่เบามาก แต่ก็มีอยู่จริง!
ไออุ่นนั้นไม่ได้รุนแรงหรือเป็ประกายแสงเหมือนที่เหล่าศิษย์แสดงออกมา แต่มันค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกทีละน้อย
'นี่มัน...น่าสนใจ ร่างกายนี้...มันตอบสนองต่อการฝึก 'จิริน' ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป มันกำลังดูดซับพลังฟ้าดินจากปฐีธาตุจริงๆ แม้จะเชื่องช้า แต่ก็เป็ไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเป็ธรรมชาติกว่าการใช้ศิลาปราณนั่นนัก นี่คือการฝึกฝนจากภายใน สู่ภายนอกอย่างแท้จริง' เร็นไซประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความเยือกเย็นไว้
เขาโคจรลมหายใจไปตามครรลองที่คุ้นเคย พยายามให้จิตผสานกับ "ดิน" ในขณะที่เปิดรับพลังงานนั้น ร่างกายรู้สึกหนักแน่นขึ้น แต่ก็เป็ความหนักแน่นที่เปี่ยมด้วยพละกำลัง ไม่ใช่ความอ่อนล้า
ครู่ต่อมา เขาลองเปลี่ยนไปทำสมาธิกับ "ห่วงแห่งวารี" (水輪 - ซุยริน) จินตนาการถึงการไหลเวียนของสายน้ำภายในร่างกาย การชำระล้างสิ่งติดขัด และการปรับตัวให้เข้ากับทุกสภาวะ พร้อมกันนั้น เขาก็ลอง "ัั" ถึงพลังฟ้าดินส่วนที่เป็ธาตุน้ำ ซึ่งล่องลอยอยู่ในอากาศยามค่ำคืน อันน่าจะหนาแน่นในป่าหมอกชื้นแห่งนี้
เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นบางเบาที่ค่อยๆ ถูก "ดึงดูด" เข้ามาผ่านลมหายใจและิั ไอเย็นนั้นไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำให้ความเมื่อยล้าจากการเดินทางและการต่อสู้เมื่อกลางวันบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด เซลล์ในร่างกายราวกับถูกปลุกให้ตื่นตัวและสดชื่นขึ้น
'น่าอัศจรรย์...' เร็นไซอุทานในใจ 'วิถี 'โกะริน อิชชินโป' ของข้า เมื่อมาอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วย 'พลังฟ้าดิน' เช่นนี้ กลับสามารถปรับเปลี่ยนเป็การดูดซับและสะสมพลังงานได้โดยตรง ผ่านการทำความเข้าใจธาตุแต่ละชนิด! ราวกับว่าแก่นแท้ของวิชามิได้เปลี่ยนแปลง แต่ 'ผลลัพธ์' ของมันถูกขยายใหญ่ขึ้นด้วยสภาพแวดล้อมของโลกใหม่! ไม่จำเป็ต้องมี 'เคล็ดวิชา' หรือ 'พิธีกรรม' ซับซ้อนอย่างที่พวกเด็กๆ นั่นอาจจะพยายามฝึกฝน เพียงเข้าใจถึง 'แก่น' และ 'หลักการ' ก็เพียงพอแล้ว วิถีแห่งเต๋าย่อมเรียบง่ายเสมอ'
เขายังไม่กล้าลองฝึก "ห่วงแห่งอัคคี" (火輪 - คาริน) หรือ "ห่วงแห่งวายุ" (風輪 - ฟูริน) ในตอนนี้ 'พลังฟ้าดินส่วนที่เป็ธาตุเ่าั้อาจรุนแรงเกินไปสำหรับร่างกายที่ยังอ่อนแอและยังไม่ได้ปรับตัวนี้ การผลีผลามอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ต้องค่อยเป็ค่อยไป สร้างรากฐานแห่ง 'ดิน' และ 'น้ำ' ให้มั่นคงเสียก่อน จึงจะสามารถรองรับความรุนแรงของ 'ไฟ' และความผันผวนของ 'ลม' ได้' แต่เขาก็มั่นใจว่าหากฝึกฝนต่อไป ร่างกายนี้จะค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น และการดูดซับพลังฟ้าดินจากธาตุต่างๆ ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วน "ห่วงแห่งสุญญตา" (空輪 - คูริน) นั้นยังคงเป็เป้าหมายสูงสุด 'เป็สภาวะที่อาจจะทำให้ข้าเข้าใจการไหลเวียนของ 'พลังฟ้าดิน' ทั้งหมดในจักรวาลนี้ได้อย่างแท้จริง และนั่นคือหนทางสู่ความเป็ 'เทพเซียน' ที่ข้าแสวงหา ความเข้าใจที่แท้จริงย่อมอยู่เหนือกว่าพลังที่ฉาบฉวย และจะนำไปสู่การหลุดพ้นอย่างแท้จริง'
เร็นไซลืมตาขึ้น มองดูฝ่ามือเล็กๆ ของตนเอง แม้จะยังไม่เห็นประกายแสงพลังปราณใดๆ เหมือนเหล่าศิษย์ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึง "พลัง" ที่เพิ่มพูนขึ้นภายในร่างกายอย่างชัดเจน มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกทางจิตใจอีกต่อไป แต่เป็พลังงานที่จับต้องได้ซึ่งกำลังหล่อเลี้ยงร่างกายนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นทีละน้อย
'วิถีของข้า...มันใช้ได้ผล! และดูเหมือนจะ 'เหนือกว่า' วิธีการของคนในโลกนี้อยู่หลายขั้น ไม่ใช่การสะสมพลังอย่างผิวเผิน แต่เป็การหลอมรวมกับแก่นแท้ของธรรมชาติโดยตรง นี่อาจจะเป็หนทางที่์มอบให้ข้า เพื่อที่จะยืนหยัดในโลกใบนี้อีกครั้ง...และบางที อาจจะเพื่อไปให้ถึงจุดที่สูงส่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ เป็การทดสอบความเข้าใจใน 'คูริน' ของข้าในรูปแบบใหม่' เขานึกด้วยความยินดีที่แฝงความทะเยอทะยานและความสงบอยู่ลึกๆ
แม้จะยังไม่รู้ว่าพลังฟ้าดินที่ดูดซับเข้ามานี้จะเทียบเท่ากับ "พลังปราณ" ที่เหล่าศิษย์ฝึกฝนกันอย่างไร และจะแสดงออกมาในรูปแบบใดเมื่อใช้ในการต่อสู้ แต่สำหรับโคงาคุ เร็นไซแล้ว นี่คือก้าวแรกที่สำคัญยิ่งบนเส้นทางแห่งการฟื้นฟูพลังและปรับตัวเข้ากับโลกใหม่
แสงจันทร์ยังคงสาดส่องลงมาอย่างเงียบงัน เิเหยียนหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้เพียงแค่โคจรลมหายใจตามหลักการแห่งห้าจักรวาล แต่เขากำลัง "ดูดซับ" พลังฟ้าดินจากธรรมชาติรอบตัวอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ท่ามกลางความไม่รู้และความไม่แน่นอน แต่ในใจของเขากลับมีความหวังที่สว่างไสวและชัดเจนยิ่งขึ้น...ความหวังที่จะได้กุมดาบคาตานะคู่ใจ (สักวันหนึ่ง) และยืนหยัดด้วยวิถีแห่ง "โกะริน อิชชินโป" ที่ถูกตีความใหม่ในโลกใบนี้
(จบตอนที่ 6)