สาวเ้าของร้านพอเห็นเขาก็พูดยิ้มๆ “สุดหล่อมาแล้วหรือคะ”
หลิงหานถูกคนเรียกว่าสุดหล่อจนเคยชินพยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย “ไม่กี่วันนี้ยุ่งมากน่ะโหลผมเสร็จหรือยังครับ”
“เสร็จนานแล้วค่ะกำลังรอคุณรับกลับไปอยู่เลยค่ะ” สาวเ้าของร้านสวมชุดประจำชาติยิ้มหวานพาหลิงหานไปหยิบโหลบนชั้นวาง
ไม่นานนักสาวเ้าของร้านอุ้มโหลเซรามิกสีดำขนาดประมาณฟักทองออกมาโหลเซรามิกฐานกว้างคอแคบ สีดำเงาทั่วทั้งใบ ดูเรียบง่ายและมีเสน่ห์ไร้เดียงสา
หลิงหานอุ้มมันเหมือนอุ้มลูกชายที่เพิ่งคลอดของตัวเอง ตัดใจส่งมันให้คนอื่นไม่ได้เขาในชาติก่อนบวกกับชาตินี้ยังไม่มีของรักอย่างนี้สักชิ้นเลย
เขาอุ้มกลับบ้าน มองแล้วมองอีก ลูบแล้วลูบอีก วางไว้บนตู้หัวเตียงนอนหลับไปด้วยกันคืนหนึ่งหลังจากหลิงหานตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็จัดการตัวเองให้เรียบร้อย วางโหลเซรามิกใส่ลงไปในกล่องของขวัญที่ซื้อมาแล้วห่ออย่างระมัดระวังอุ้มอย่างมีความสุขไป GMG
ถามแผนกต้อนรับด้านหน้าให้แน่นอนถึงชั้นและห้องที่ลู่ซือหยวนอยู่เขาก็อุ้มโหลเซรามิกขึ้นไปชั้นเจ็ด หลังจากขึ้นมาถึงชั้นเจ็ด จู่ๆ เขาก็มีปฏิกิริยาตอบสนองโดยฉับพลันกับตำแหน่งห้องที่แผนกต้อนรับบอกเหมือนว่าจะเป็ห้องทำงานที่ตัวเขาเองเคยอยู่
หลิงหานชะงัก ข่มอารมณ์อ่อนไหวแล้วอุ้มโหลเซรามิกต่อมาถึงห้องมุมสุดยกมือเคาะประตูครู่หนึ่ง ประตูห้องเปิดออก ฉินหย่งที่สวมสูทผูกเนกไทปรากฏตัวตรงหน้าประตูใบหน้าแสดงความแปลกใจ
“หลิงหานหรือ” ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของหลิงหานจะสร้างความแปลกใจอย่างมาก
หลิงหานกวาดสายตามองในเข้าไปภายในห้องอย่างรวดเร็วเห็นลู่ซือหยวนนั่งอยู่ปลายด้านหนึ่งของโซฟาที่ทำจากหนังแท้สีดำ มีผู้ชายอีกคนนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของโซฟาหลิงหานรู้สึกคุ้นหน้าชายคนนี้มาก เฉิงรุ่ย ดาาายที่เคยอยู่สังกัด GMG ด้วยกัน เหมือนทั้งสองคนกำลังคุยกัน
สองขาเรียวยาวของลู่ซือหยวนไขว้ทับกันอย่างสบายๆ เอนตัวกึ่งพิงโซฟามือข้างหนึ่งเท้าศีรษะไว้อย่างี้เี
สีหน้าของเขาดูห่างเหินไม่แยแสใครเช่นเคย ให้ความรู้สึกเ็าเข้าถึงยาก ผิวขาวเรียบเนียนละเอียดเหมือนเครื่องเคลือบััความเย็นฉ่ำลอยละล่องไปทั่ว สองั์ตาสีดำที่มองมาเต็มไปด้วยความเ็า
เจอสายตาเย็นเหยียบทิ่มแทงมองมา หลิงหานก็ชะงักเล็กน้อย แต่ก็กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็วเมื่อก่อนเขากับลู่ซือหยวนเป็จักรพรรดิจอเงินที่ดังพอๆ กัน แม้ตอนนี้ตัวตนของเขาเกิดเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันแต่อำนาจก็ไม่ได้อ่อนแอลง
“ขอโทษที ผมไม่รู้ว่าพวกคุณกำลังยุ่งมารบกวนแล้ว” เขาพูด
ฉินหย่งพูดยิ้มๆ “คุณมีธุระอะไรหรือ”
หลิงหานพูดกับลู่ซือหยวน “ครั้งก่อนคุณช่วยชีวิตผมไว้ ผมยังไม่ทันได้แสดงความขอบคุณวันนี้เลยเอาอันนี้มาให้...”
เขาชะงัก เห็นลู่ซือหยวนไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นจึงวางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะไม้วอลนัตที่คุ้นเคยข้างๆ กวาดสายตามองไปโดยรอบการตกแต่งห้องทำงานเปลี่ยนไปจากตอนก่อนที่เขาจะตายไม่มากนักกระทั่งตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ขยับ ถ้าหากไม่ใช่ว่าผู้คนดูแปลกไปหลิงหานคงคิดว่าตัวเองยังคงเป็จักรพรรดิจอเงินไป๋ผู้รุ่งเรืองดั่งพระอาทิตย์กลางท้องฟ้า
“ให้อะไรหรือ” เสียงผู้ชายที่คุ้นเคยฟังดูนิดๆทำให้หลิงหานได้สติ พบว่าเฉิงรุ่ยที่เดิมทีนั่งบนโซฟาได้ยืนขึ้นแล้ว กำลังประเมินกล่องของขวัญบนโต๊ะอย่างอยากรู้อยากเห็นระคนเย้ยหยัน
“เปิดดูได้ไหม” เขาหันไปถามลู่ซือหยวน
ลู่ซือหยวนพยักหน้าเบาๆ
เฉิงรุ่ยเปิดกล่องของขวัญอย่างส่งเดช ด้านในปรากฏโหลเซรามิกสีดำ จึงพูดขึ้นอย่างแปลกใจ “นี่คืออะไร โหลหรือ”
หลิงหานรู้ว่าเฉิงรุ่ยคนนี้มีปัญหา ความฉลาดทางอารมณ์ไม่สูงนัก แม้เขาจะอยู่ในจุดที่ไม่มีอะไรดีพอจะวิจารณ์คนอื่นก็เถอะ แต่ก็ทำให้เส้นทางดาราของเขาไม่ราบรื่นนักใน่สั้นๆ ก็เป็คนไม่ค่อยจะดี ทั้งไม่มีอะไรเหนือกว่าเป็พิเศษ จึงอยู่แบบงั้นๆมาตลอด
“เป็วัตถุโบราณสมัยไหนล่ะ” เฉิงรุ่ยถามอย่างสงสัย
หลิงหานบอก “ไม่ใช่วัตถุโบราณเพิ่งเผาเสร็จ”
“ไม่ใช่วัตถุโบราณหรือ” เฉิงรุ่ยนึกไม่ถึง “คุณชายใหญ่หลิง ซือหยวนช่วยคุณขนาดนั้น คุณให้เขาแค่โหลพังๆใบเดียวหรือ”
วงการบันเทิงที่หรูหราแต่เปลือกนอกจะให้ไข่มุก ให้อัญมณีเป็ของขวัญกันเป็เื่ปกติแต่ให้โหลใบหนึ่งมันน่าเกลียดเกินไปแล้ว
คนทั่วไปโดนว่าร้ายขนาดนี้ต้องรู้สึกละอายใจแน่ แต่หลิงหานไม่ใช่คนทั่วๆ ไปเขาเป็คนที่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างล้นเหลือ ในใจของเขา ของที่เขาทำด้วยมือของตัวเขาเองมีค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้จึงพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจมากๆว่า “นี่เป็ของชิ้นแรกที่ผมทำขึ้นด้วยมือของตัวเองพิเศษมากๆ หวังว่าคุณลู่จะชอบ”
นึกไม่ถึงเลยว่าจะใช้คำว่า ‘พิเศษมากๆ’ สี่คำนี้ หน้าหนาเกินไปหรือเปล่า
เฉิงรุ่ยโดนตอกหน้าหงายจากท่าทางการพูดที่สุดจะมั่นใจในเหตุผลของเขา หันหน้าไปมองลู่ซือหยวนอย่างช่วยไม่ได้
ใบหน้าลู่ซือหยวนปรากฏความสนใจ “หา นายทำหรือ”
“ใช่สิ” หลิงหานตอบเสียงดังก้อง
“โหลนี้ใช้ทำอะไร”
เอ๋ ไม่ใช่เป็ของตกแต่งหรอกหรือ ลู่ซือหยวนไม่ชอบของตกแต่งแบบนี้หรอกหรือ
สีหน้าลู่ซือหยวนยังคงเรียบเฉย ไม่มีท่าทีดีใจใดๆ แต่ก็ไม่มีการดูถูกหลิงหานไม่เข้าใจท่าทางของเขา
“ฉันจะใช้โหลทำอะไร” ลู่ซือหยวนถาม
เอ๊ะ
“จะเอาไปทำอะไรก็ได้แล้วแต่เลย” หลิงหานคิด แล้วตอบอย่างรวดเร็ว “เป็ของประดับก็ได้ ปักดอกไม้ก็ได้ใส่ผลไม้ก็ได้ หรือจะเก็บไว้ส่วนตัวก็ได้”
ฉินหย่งหลุดเสียงหัวเราะ เฉิงรุ่ยเบิกตากว้าง ลู่ซือหยวนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
หลิงหาน “...”
คำพูดไม่อาจหวนคืน “เอาละ ฉันรับของขวัญนี่ นายไปได้แล้ว”
หลิงหานถอนหายใจยกใหญ่ รับของขวัญไปแล้วก็ดี หนี้ติดค้างในใจลดลงไปหลายส่วนเขาเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่นานนักหรอก พยักหน้าให้ฉินหย่งแล้วเดินจากไป
“ตอนนี้วิธีเลียแข้งเลียขายิ่งโบราณขึ้นทุกทีให้โหลพังๆ แล้วอยากไต่ระดับความสัมพันธ์ จากนี้ไปจะช่วยใครก็ต้องระวังหน่อยโดนเกาะติดแล้วจะสะบัดไม่ออกเอา”
เพิ่งออกจากห้องก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมตามหลังมาถึงได้บอกว่าความฉลาดทางอารมณ์และความคิดของเฉิงรุ่ยคนนี้ คาดว่าชั่วชีวิตนี้อย่าได้เผยความคิดออกมาดังๆเลย
พลันได้ยินเสียง ปัง ตามมา เหมือนมีอะไรตกแตก
ในห้องนั้นนอกจากโหลเซรามิกที่เพิ่งให้ไปก็ไม่มีอะไรที่จะตกแตกอีกได้แล้ว
หลิงหานหยุดเดิน นิ่งงันอยู่ที่เดิม
เขา...ไม่ชอบหรือ
ข้าใช้เวลาตั้งนานกว่าจะทำออกมาได้นะ!
ภายในใจรู้สึกโกรธเป็ที่สุด หลิงหานอยากจะพุ่งกลับเข้าไปเก็บเศษซากที่แตกแต่สุดท้ายเขาก็สงบสติอารมณ์ได้ เดินต่อไปเหมือนไม่ได้ยินอะไร
ของที่ให้ไปแล้วไม่ใช่ของตัวเขาเองแล้ว ใครจะจัดการยังไงมันก็เื่ของเขา
ที่จริงเขาก็ดูออกั้แ่อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ลู่ซือหยวนไม่ชอบตัวเขาเองเลยสักนิดถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นมันมืดมองเห็นได้ไม่ชัดเกรงว่าลู่ซือหยวนคงไม่ลากตัวเองขึ้นมาจากแม่น้ำ
ทางนี้มัวแต่คิดว่าอยากตอบแทนเขาอย่างไร แต่ลู่ซือหยวนกลับไม่้าเลยด้วยซ้ำ!
หลิงหานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินไปที่ลิฟต์อย่างใจเย็นระหว่างทางเจอชายหญิงหลายคนเดินหัวเราะเข้ามา ขณะที่เดินสวนกันหนุ่มน้อยรูปงามหนึ่งในนั้นพลันจ้องเขาอย่างตื่นตระหนก สีหน้าใกลัว
“ฉังฮวนนายมองอะไรน่ะ” คนข้างๆ ถาม
“หลิงหานคุณคือหลิงหานหรือ” หนุ่มน้อยหน้าตาดีสวมเสื้อคลุมเบสบอลรีบเดินเข้ามาหา
หลิงหานมีความว้าวุ่นในใจเต็มไปหมด จึงไม่ทันสังเกตคนกลุ่มนั้นพลันมีคนเรียกชื่อเขาจากทางด้านหลังสติถึงได้กลับคืนมา
หรือเมื่อก่อนเป็คนคุ้นเคยกันนะ
หลิงหานไม่กล้าพูดอะไรมาก ยืนเงียบๆ อยู่ที่เดิม
“คุณ คุณไม่เป็ไรใช่ไหมครับ” หนุ่มน้อยหน้าตาดีถาม ใบหน้าซีดเผือด
หลิงหานจับท้ายทอย ยิ้มน้อยๆ ให้เขา “ไม่เป็ไรแล้วครับ”
“ฉังฮวน ไปกัน”
คนที่รออยู่ตรงนั้นะโเรียก ฉังฮวนรีบร้อนขอตัวจากไป
หลิงหานก็ไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งขึ้นลิฟต์ถึงได้รู้สึกว่า เสียงของฉังฮวนฟังดูคุ้นหูเป็อย่างมากเคยได้ยินที่ไหนกันนะ
ความคิดนี้เข้ามาเพียงแวบเดียว หลังจากเขาเห็นอาคุนก็ลืมมันไปอย่างรวดเร็วหลังจากเกิดเหตุ อาคุนจับตามองเขาอย่างเข้มงวดมาก พอเจอเขาก็ถามว่าเขาไปไหนมาหลิงหานตอบไปตามความจริง
หน้าอาคุนยิ้มแย้มขึ้นมาทันที “ที่แท้ไปเจอจักรพรรดิจอเงินลู่มานี่เองฉันนึกว่านายอยากทำตัวเป็นักบุญจริงๆ เสียอีก ไม่เลวนี่ ดูเหมือนไม่กี่วันนี้จะคิดได้ทะลุปรุโปร่งแล้วสินะ”
หลิงหานไม่ได้ตอกกลับคำพูดของอาคุน อาคุนหลงคิดว่าเขาวิ่งเข้าหาลู่ซือหยวนให้เขาคิดอย่างนี้ไปก่อนเสียหน่อยเถอะ อย่างไรก็ไม่ได้เสียหาย แต่ลู่ซือหยวนนั้นเขาไม่อยากไปเจออีกเป็ครั้งที่สองแล้วเขาไม่ได้ทำให้ตัวเองอับอายขายหน้าเป็งานอดิเรกหรอกนะ
สถานที่ถ่ายทำ MV คือสตูดิโอตงหนาน ไกลจาก GMG อยู่มาก วันถัดมาหลิงหานตื่นั้แ่ตีห้าไม่ถึงหกโมงก็ขับรถไปยังจุดหมาย อาศัยประสบการณ์ในชาติก่อนของตัวเองเส้นทางจราจรไปสตูดิโอตงหนานดูวุ่นวาย โดยเฉพาะ่เวลาเร่งด่วนรถติดอยู่เป็ครึ่งชั่วโมงบ่อยๆ เวลานั้นไม่ว่าจะขับรถสามล้อหรือเฟอร์รารี ก็ขยับไปไหนไม่ได้เหมือนกัน
หลิงหานตื่นค่อนข้างเช้า มาถึงสตูดิโอตงหนานอย่างราบรื่นไม่ติดขัดตอนถึงสตูดิโอเพิ่งจะแปดโมงเท่านั้น แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจคือ ฟูจิอิ โทรุ ผู้กำกับMV มาถึงแต่เช้าแล้ว กำลังสั่งทีมงานของตัวเองจัดสถานที่ แก้ไขรายละเอียดอยู่
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302