เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 75 เงินหมดแล้วหาใหม่ได้

            หลังจากที่ร้านขายของชำของอู๋ซิ่วเปิดกิจการ มันกลับขายดีจนน่าตกใจดีกว่าช่วงที่ฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งขายเต้าหู้เสียอีก

            หลังผ่านช่วงเที่ยงไปก็แทบไม่มีคนมาซื้อเต้าหู้อีกฮั่วเสี่ยวเหวินจึงมีเวลาแวะไปดูร้านของอู๋ซิ่วด้วยความสนใจ

            เธอคิดว่าร้านขายของชำจะเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตที่เคยเห็นนอกโรงเรียนในชาติที่แล้วแบบที่ด้านในมีของกินของใช้หลากหลายประเภทตอนนั้นเธอชอบชวนเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปเดินซื้อของที่สุดแล้ว

            แต่ไม่ใช่แบบนั้นร้านขายของชำของอู๋ซิ่วมีขนาดเล็กมากตัวร้านขนาดหนึ่งห้องถูกคั่นแบ่งด้วยชั้นวางของสองตู้ ด้านในมีพวกสบู่บุหรี่ราคาถูกและของต่างๆ วางอยู่กระจัดกระจาย ส่วนอาหารก็มีไม่มากนัก

            ฮั่วเสี่ยวเหวินตะลึงงันเมื่อเดินเข้ามา ‘นี่มันจะเล็กเกินไปแล้ว’ ร้านเล็กขนาดนี้เธอจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าเหตุใดจึงมีคนจำนวนมากแวะเวียนมาซื้อของทุกวัน

            อาจเพราะเป็นของใหม่กระมังก็เหมือนอย่างตอนที่เธอเริ่มขายเต้าหู้ สองสามวันแรกมีลูกค้าเยอะแต่จากนั้นกลับค่อยๆ ลดน้อยลง

            “เสี่ยวเหวิน” อู๋ซิ่วแปลกใจมาก “ขายเต้าหู้เป็นอย่างไรบ้าง?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินส่ายหน้า “ได้เงินมาไม่มากนักค่ะ”

            ถึงอย่างไรก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินเป็นแบบนี้อู๋ซิ่วอดนึกถึงตัวเองในอดีตที่คอยคิดจะหาเงินเป็นกอบเป็นกำจากการค้าขายเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้

            เมื่อก่อนเธอเคยทำธุรกิจขนาดเล็กมาก่อนแต่ละครั้งได้เงินมาไม่น้อยแต่สุดท้ายก็ต้องเลือกหาเงินโดยการรับจ้าง

            เธอลูบศีรษะของฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยความสงสารพลางพูดปลอบใจว่า “ไม่เป็นไร ถ้าทำไม่ไหวจริงๆ ก็มาหาป้าได้”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้าพูดขอบคุณอย่างขอไปทีคิดในใจว่าร้านเล็กๆ แบบนี้จะทำเงินได้สักเท่าไรกันเชียว?

            ตั้งแต่ที่บังเอิญได้ยินอู๋ซิ่วพูดว่า ‘เหตุใดต้องให้ค่าแรงเธอด้วย’ ฮั่วเสี่ยวเหวินพลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเวลาเห็นอู๋ซิ่วทำดีกับตัวเองจะมองว่าอีกฝ่ายเสแสร้งแกล้งทำอยู่เสมอ

            ทว่าเธอก็ได้เข้าใจเมื่อได้มาเห็นร้านขายของชำ เพราะหากหักต้นทุนออกแล้วแต่ละวันมันทำกำไรได้แค่ไม่กี่หยวน

            หากต้องให้ค่าจ้างฮั่วเสี่ยวเหวินอีกคงไม่เหลือกำไร อีกอย่างร้านเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเสียที่ไหน?

            เธอซื้อสบู่หนึ่งก้อนแล้วเตรียมกลับบ้านแต่อู๋ซิ่วดึงให้อยู่ต่อ บอกว่าเธอกลับไปก็ไม่มีอะไรทำอยู่คุยเป็นเพื่อนป้าดีกว่า

            ไม่รู้ว่าอู๋ซิ่วไปเอาเรื่องราวมาคุยจากไหนเยอะแยะทั้งสองคุยกันไปสามชั่วโมงกว่า โดยอู๋ซิ่วเป็นคนพูดเป็นหลัก

            “แม่ ผมหิวแล้ว” เสียงของเจ้าอ้วนลอยมาจากไกลๆตั้งแต่ยังไม่เข้าประตู เขาคงวิ่งมาที่นี่ทันทีที่เลิกเรียน

            ในร้านมีของกินไม่เยอะเพราะแบบนี้นี่เองฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะร้องไห้ไม่ออก คุณป้าอู๋คงคาดเดาเรื่องราวได้ล่วงหน้า

            เจ้าอ้วนวิ่งเข้ามาเร็วมาก จังหวะที่กำลังจะหาของกิน เขาดันเหลือบไปเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินที่ยืนอยู่ด้านข้างเสียก่อน

            “เสี่ยวเหวิน ไม่เจอกันนานเลย” เจ้าอ้วนเดินมาหาด้วยความดีใจ ปากพูดจ้อไม่หยุด ลืมเรื่องที่ตัวเอง ‘หิว’ ไปสนิท

            จากนั้นก็วิ่งไปหาของกินเข้ามา เขากินอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับชักชวนเธอว่า “อันนี้อร่อย เธอรีบกินดู”

            กว่าจะผละตัวออกมาสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่ายฮั่วเสี่ยวเหวินปวดหัว สมแล้วที่เป็นครอบครัวเดียวกัน กระตือรือร้นและพูดมากเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก

            “แม่ อนาคตผมจะแต่งงานกับเสี่ยวเหวิน” เสียงเด็กน้อยของเจ้าอ้วนลอยเข้าหูฮั่วเสี่ยวเหวินทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เธอยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีเจ้าอ้วนร้องไห้อย่างรุนแรงเมื่อเธอปฏิเสธ

            ไหนบอกว่าเด็กๆ ลืมง่าย? เหตุใดผ่านมาหลายวันขนาดนี้แล้วเขายังไม่ลืมเรื่องนี้อีก?

            “ได้ รอลูกโตแล้วค่อยแต่งงานกับเสี่ยวเหวิน” เสียงตอบกลับของอู๋ซิ่วมีความตามใจลูก นี่เป็นแค่คำพูดหลอกเด็กฟังดูห่างไกลแต่ก็ดูหมายความตามนั้นเจ็ดส่วน

            ในเวลามื้อเย็นจางเจียหมิงกินน้อยมากเสียงพูดอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง เขาเป็นแบบนี้มาสักพักแล้วฮั่วเสี่ยวเหวินสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก

            พระอาทิตย์ขึ้นนานแล้วแต่จางเจียหมิงยังไม่ยอมลุกจากเตียงฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งสังเกตเห็นว่าหน้าของเขาแดงระเรื่อ เมื่อลองเอื้อมมือไปแตะก็พบว่าหน้าผากร้อนรุ่มจนน่าตกใจ

            เธอประมาทเกินไปจริงๆทั้งที่เมื่อคืนรู้สึกว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาสูงมากแต่เธอกลับคิดว่าเป็นเพราะเตียงอิฐ

            เธอรีบหาเสื้อผ้าหนาๆ มาให้ จางเจียหมิงตื่นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้กำลังลุกขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

            เธอยื่นเสื้อให้เขา “พี่เจียหมิงรีบสวมเสื้อตัวนี้ พวกเราต้องไปสถานีอนามัยประจำหมู่บ้าน”

            แต่จางเจียหมิงไม่ยอมไป ยืนกรานว่าตัวเองสบายดี และบอกว่าใกล้ไปทำงานสายแล้ว

            “พี่คิดว่าอดทนแล้วจะหายป่วยได้เองหรือ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินโมโห “ถ้าพี่เป็นแบบนี้ฉันจะทำงานอย่างสบายใจได้อย่างไร?”

            ฤดูกาลนี้เป็นหวัดกันได้ง่ายที่สุดหลายคนในหมู่บ้านต้องมาสถานีอนามัย หมอหลิวช่วยจับชีพจรให้เขาด้วยความรอบคอบถามว่าช่วงนี้ไม่สบายตรงไหนหรือไม่

            โรงพยาบาลเป็นสถานที่แห่งการผลาญเงิน ต่อให้เป็นแค่สถานีอนามัยก็ไม่ได้ราคาถูกเลยฉีดยาหนึ่งเข็มกับจ่ายยาอีกแค่เล็กน้อยก็ต้องจ่ายเงินสิบกว่าหยวนแล้ว

            เห็นฮั่วเสี่ยวเหวินจ่ายเงินปึกใหญ่ในมือออกไป จางเจียหมิงพลันแย่งยาคืนให้กับหมอหลิว “ผมไม่เอายาแล้ว คุณลุงช่วยคิดเงินให้ใหม่ด้วยครับ”

            หลายคนในหมู่บ้านเสียดายค่ายาไม่ต่างจากเขาหมอฉู่ไม่รู้สึกแปลกใจ เกลี้ยกล่อมแบบที่เคยเกลี้ยกล่อมตามปกติ “ต่อให้ไม่เอายาก็จ่ายน้อยลงไม่มาก สุขภาพสำคัญกว่านะ”

            เมื่อรับยาออกจากที่นี่ สีหน้าของฮั่วเสี่ยวเหวินก็จมลง “ในสายตาพี่มีแค่เงินอย่างเดียวหรือ? เห็นเงินแค่นี้สำคัญกว่าชีวิต”

            จางเจียหมิงไม่ได้พูดอะไรเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดเขารู้สึกเกลียดตัวเอง และเกลียดที่ร่างกายตัวเองไม่เอาไหน

            ฮั่วเสี่ยวเหวินใจอ่อนลง เธอเดินเข้ามาช่วยประคองเขาทั้งพูดอย่างอ่อนโยนว่า “พี่เจียหมิง พี่ไม่ต้องเสียดายเงิน ตอนนี้พวกเราหาเงินได้ทั้งคู่วันหน้ามีแต่จะหาได้มากขึ้นไปอีก”

            “หาเงินได้มากขึ้นไปอีก” จางเจียหมิงอดนึกถึงคืนวันนั้นไม่ได้วันนั้นฮั่วเสี่ยวเหวินหาเงินจากการขายเต้าหู้ได้เยอะมากเธอพูดกับเขาด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า “พี่เจียหมิงไว้ฉันมีเงินเยอะกว่านี้ พวกเรามาเปิดโรงงานขนาดย่อมกันถึงเวลาจะได้หาเงินได้เยอะขึ้น”

            คืนนั้นพวกเขาคุยกันเยอะมาก จางเจียหมิงคอยจำสิ่งที่เธอพูดเขาไม่รู้ว่า ‘การสร้างธุรกิจ’ ที่เธอพูดถึงคืออะไร และไม่รู้เช่นกันว่าการเปิดโรงงานขนาดย่อมจะหาเงินได้เยอะจริงหรือไม่

            แต่นี่คือความฝันของเธอ เขาอยากช่วยให้กลายเป็นจริงทว่าการล้มป่วยวันนี้กลับทำให้เธอต้องสูญเงินที่หามาสิบกว่าวัน เขาตำหนิตัวเองว่า “พี่ผิดเอง วันนี้ใช้เงินไปตั้งขนาดนี้ เธอจะ ‘สร้างธุรกิจ’ อย่างไร?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินผงะ คืนนั้นเธอแค่พูดไปอย่างนั้นนึกไม่ถึงว่าเขาจะจำได้ ที่แท้เขาเสียดายเงินขนาดนั้นก็เพราะเธอ

            นึกถึงว่าเมื่อครู่นี้เธอโมโหใส่เขา ฮั่วเสี่ยวเหวินพลันรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม

            เธอกอดจางเจียหมิงเบาๆ “พี่เจียหมิงพี่ไม่ต้องห่วง เงินหมดแล้วหาใหม่ได้ ฉันต้องการเพียงให้พี่ปลอดภัยดี”

            จริงอยู่ที่เธออยากรีบหาเงินมาสร้างธุรกิจแต่หากจางเจียหมิงเป็นอะไรไป การมีเงินมากมายเช่นนั้นจะมีความหมายอะไร?

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247