เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 32 ปีใหม่แล้ว (2)

            ทิงเสวี่ยหวังว่าตัวเองจะสามารถเป็นเพื่อนเล่นของฉินหยวนเฟิงในหมู่บ้านต้าเหอได้ แบบนั้นเขาจะได้ไม่เปล่าเปลี่ยวอีกต่อไป     

        พวกเขายังเด็กนัก การเป็นเพื่อนเล่นที่ดีต่อกันนั้นไม่ได้มีเรื่องความแตกต่างระหว่างเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเพราะสามารถเล่นด้วยกันได้ และอยากจะเล่นด้วยกันสองคน

        โดยไม่รู้ตัว ทิงเสวี่ยก็เดินมาถึงบ้านคุณปู่หวงแล้ว

        เธอได้ยินเสียงคนแปลกหน้าดังมาจากในบ้านของผู้สูงอายุทั้งสองแต่ไกล เสียงพูดคุยของพวกเขาค่อนข้างดังและไม่ค่อยเป็นมิตรนัก ดูเหมือนกำลังโต้เถียงอะไรกันอยู่ ทิงเสวี่ยจึงไม่ได้เดินเข้าไปทันที แต่หาที่เหมาะๆแอบสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยเข้าไป     

        ในขณะนั้น ที่บ้านคุณปู่หวงมีคนนอกอยู่จริงๆ แต่ก็ไม่นับว่าเป็นคนนอกเสียทีเดียว คนเหล่านั้นคือหวงควน ลูกบุญธรรมของสองผู้เฒ่า และภรรยาของเขา

        คุณปู่หวงเป็นลูกคนโตในบรรดาพี่น้องชายสี่คน มีเพียงท่านเท่านั้นที่ไม่มีลูกหลาน ดังนั้นเมื่อท่านอายุหกสิบกว่าปี น้องชายคนสุดท้อง หรือท่านผู้เฒ่าหวงที่ห้า ก็ได้ยกหวงควน ลูกชายคนเล็กของตนให้มาเป็นบุตรบุญธรรมของท่านผู้เฒ่า ตอนนั้นหวงควนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว

        หวงควนกลายมาเป็นบุตรบุญธรรมของลุงใหญ่ ตามธรรมเนียมของชนบท ในอนาคตเขาไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่จะต้องดูแลลุงใหญ่และป้าใหญ่ของตนเอง เลี้ยงดูท่านทั้งสองยามแก่เฒ่าและจัดงานศพให้ แน่นอนว่ามรดกทั้งหมดของสองผู้เฒ่าก็จะตกเป็นของเขา

        ตามหลักแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาน่าจะสนิทสนมกันมาก แต่ในความเป็นจริง ความสัมพันธ์กลับเฉยชามาก

        ผู้สูงอายุทั้งสองอายุมากแล้ว แม้จะไม่ต้องการคนคอยรับใช้ข้างกาย แต่ในฐานะบุตรบุญธรรมของสองผู้เฒ่า การแวะมาเยี่ยมเยียนเป็นระยะๆ ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ หรือต่อให้ไม่มีสถานะบุตรบุญธรรมนี้ ในฐานะหลานชายของสองผู้เฒ่า การที่หวงควนแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่สองสามีภรรยาหวงควนกลับไม่เคยมาเหลียวแลผู้สูงอายุทั้งสองเลย

        กลับกัน ครอบครัวของหลินกั๋วผิงซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด กลับแวะมาเยี่ยมเยียนดูแลสองผู้เฒ่าอยู่เสมอ

        บ้านเดิมของฝ่ายแม่คุณย่าหวงกับบ้านเดิมของฝ่ายแม่คุณย่าหลินผู้ล่วงลับนั้นอยู่ที่เดียวกัน และต่างก็เป็นเจ้าของที่ดิน เพียงแต่ฐานะทางบ้านเดิมของฝ่ายแม่คุณย่าหวงไม่ได้ร่ำรวยเท่าบ้านเดิมของฝ่ายแม่คุณย่าหลินเท่านั้น หลังการปลดปล่อยเมื่อมีการต่อสู้กับเจ้าของที่ดิน ทั้งสองครอบครัวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ต่อมาในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมนั้น ทั้งสองคนที่แต่งงานมาอยู่ที่หมู่บ้านต้าเหอแล้วก็ถูกประจานและต่อสู้ด้วยกัน เนื่องจากสามีของคุณย่าหวงเคยเป็นทหาร รบกับพวกญี่ปุ่น ท่านจึงได้รับการปกป้องจากสามีทำให้ทนทุกข์ทรมานน้อยกว่า ส่วนคุณย่าหลินนั้นแตกต่างออกไป ในตอนนั้นทั้งหมู่บ้านก็มีเพียงคุณย่าหวงที่หัวอกเดียวกันและมาจากบ้านเกิดเดียวกันคอยดูแล

        บุญคุณครั้งนั้น คุณย่าหลิน หลินกั๋วผิง และหลินกั๋วอัน จดจำไว้ในใจเสมอ

        สมัยที่คุณย่าหลินยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองครอบครัวก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด เมื่อคุณย่าหลินจากไปแล้ว พี่น้องหลินกั๋วผิงและทิงเสวี่ยก็ยังคงผูกพันกับสองผู้เฒ่าตระกูลหวงเหมือนเดิม

        “ลุงใหญ่ ป้าใหญ่ อย่าลืมสิว่าฉันกับควนจื่อถึงจะเป็นครอบครัวเดียวกับพวกท่านนะ หลินกั๋วผิงกับลูกสาวของเขาวิ่งแจ้นมาที่นี่บ่อยๆ มันหมายความว่ายังไง? ทำบุญคุณเล็กๆ น้อยๆ เพื่อซื้อใจคนแก่อย่างพวกท่านสองคน หรือว่าคิดจะหวังสมบัติของพวกท่านกันแน่?” คนที่พูดคือภรรยาของหวงควน

        จากนั้นเสียงของหวงควนก็ดังตามมา “ใช่แล้ว หลินกั๋วผิงกับลูกสาวตัวเล็กของเขาวิ่งมาที่นี่บ่อยๆ มันหมายความว่ายังไงกัน? ลุงใหญ่ ป้าใหญ่ พวกท่านอย่าแก่จนเลอะเลือนไปหน่อยเลย”

        คุณปู่หวงไอแห้งๆ อย่างแรง แล้วพูดกับสองสามีภรรยาหวงควนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกแกอย่ามาพล่ามไร้สาระแถวนี้ ถ้าจะพล่ามก็กลับไปพล่ามที่บ้านตัวเองโน่น ฉันยังไม่ตาย พวกแกก็รีบร้อนอยากจะเป็นใหญ่ในบ้านแล้วรึ?”

        ภรรยาของหวงควนพูด “ลุงใหญ่คะ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะคะ ในเมื่อท่านกับป้าใหญ่รับควนจื่อบ้านเรามาเป็นลูกบุญธรรมแล้ว พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน พวกท่านเอาแต่ไปสนิทสนมกับคนนอกมันหมายความว่ายังไงกัน? ทำแบบนี้จะไม่ให้เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงชี้หน้าด่าว่าพวกเราอกตัญญูได้ยังไง?”

        คุณย่าหวงยิ้มเย็นเล็กน้อย “พวกเธอยังรู้จักสถานะของตัวเองด้วยเหรอ? ยังรู้จักรักษาหน้าตาด้วยเหรอ? เมื่อหลายวันก่อนตอนที่ลุงของเธอตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกแล้วหกล้มหัวฟาด พวกเธอทำไมไม่คิดว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันล่ะ? เป็นพี่น้องกั๋วผิงกั๋วอันต่างหากที่พาลุงของเธอไปส่งคลินิก ตอนที่บ้านเราไม่มีฟืนจะหุงข้าว พวกเธอทำไมไม่คิดว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันล่ะ? ฟืนในลานบ้านนี่กั๋วผิงเพิ่งเอามาส่งเมื่อกี้นี้เอง ถ้าพวกเธอสองคนทำให้พวกเราสองคนตายายพึ่งพาได้ พวกเราก็คงไม่ไปพึ่งพาคนนอกหรอก แต่พวกเธอสองคนทำให้พวกเราพึ่งพาได้ไหมล่ะ?”

        ยังไม่ทันที่คุณย่าจะพูดจบ คุณปู่ก็พูดขึ้นอีก “ถ้าพวกแกสองคนยังจะมาหาเรื่องไร้สาระกับฉันที่นี่อีก ฉันจะฉีกเอกสารรับรองการเป็นบุตรบุญธรรมทิ้งเดี๋ยวนี้แหละ”

        พอผู้สูงอายุพูดว่าจะฉีกเอกสารรับรองการเป็นบุตรบุญธรรม สองสามีภรรยาหวงควนก็ตกใจกลัว ไอ้เอกสารที่ว่านั่นไม่ว่าในสังคมชนบทที่คนรู้จักกันทั่วถึงหรือในทางกฎหมายก็มีผลบังคับอยู่พอสมควร ตราบใดที่เอกสารนั้นยังอยู่ หวงควนก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมของผู้สูงอายุ ดังนั้นหลังจากที่สองผู้เฒ่าเสียชีวิตไปแล้ว หวงควนก็มีสิทธิ์รับมรดก หลานชายคนอื่นๆ ก็อย่าหวัง แต่ถ้าเอกสารรับรองการเป็นบุตรบุญธรรมนั้นถูกทำลายไป ท่านผู้เฒ่าไม่ยอมรับแล้ว บุตรบุญธรรมที่เรียกว่าหวงควนคนนี้ก็จะไม่ได้รับการยอมรับ เขาก็จะไม่มีสิทธิ์รับมรดกของผู้สูงอายุ

        ก่อนที่คุณปู่หวงจะเกษียณ เขาเป็นตำรวจโรงพัก ทั้งยังเคยเข้าร่วมสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามปลดแอก หลังเกษียณรัฐบาลจะจ่ายเงินบำนาญให้ท่านเดือนละสองสามร้อยหยวน

        เงินสองสามร้อยหยวนในช่วงต้นทศวรรษ 90 สำหรับหลายครอบครัวในหมู่บ้านต้าเหอถือเป็นรายได้ทั้งปีเลยทีเดียว

        เป็นธรรมดาที่สองสามีภรรยาหวงควนจะกลัวคนอื่นเข้ามาใกล้ชิดสองผู้เฒ่า การที่ครอบครัวหลินกั๋วผิงมาช่วยสองผู้เฒ่าอยู่เสมอ ทำให้สองสามีภรรยาหวงควนและคนอื่นๆ ที่ชอบยุแยงอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาหวังเงินของผู้สูงอายุ คงเป็นเพราะผู้สูงอายุให้ผลประโยชน์อะไรบางอย่างแก่พวกเขาแล้วแน่นอน

        หลังจากสองสามีภรรยาหวงควนเดินจากไปไกลแล้ว ทิงเสวี่ยถึงได้ออกมาจากมุมที่เธอแอบอยู่ เธอได้ยินทุกอย่าง

        ตอนที่ทิงเสวี่ยเดินเข้ามา ผู้สูงอายุทั้งสองยังคงมีท่าทางโกรธอยู่ แต่พอเห็นเด็กหญิง สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนจากบึ้งตึงเป็นสดใสทันที

        “คุณปู่หวง คุณย่าหวง นี่ยาค่ะ ทั้งหมดสี่หยวนสามเหมา ทอนมาเจ็ดเหมาค่ะ” ทิงเสวี่ยเอายาและเงินทอนวางไว้บนโต๊ะ

        คุณย่าหวงหยิบเงินเจ็ดเหมานั้นขึ้นมาใส่มือทิงเสวี่ย “เด็กดี เอาไปซื้อขนมกินนะ”

        ทิงเสวี่ยรีบส่ายหน้า แล้วคืนเงินให้คุณย่าหวง “คุณย่าคะ หนูไม่เอาค่ะ”

        ทุกครั้งที่ซื้อของให้ผู้สูงอายุ พวกท่านมักจะให้เงินทอนกับทิงเสวี่ยเสมอ และทุกครั้งทิงเสวี่ยก็ไม่เคยยอมรับ ครั้งนี้เธอยิ่งไม่ยอมรับเด็ดขาด

        เห็นเด็กหญิงไม่ยอมรับเงิน คุณย่าก็แกล้งทำเป็นไม่พอใจพูดว่า “เสวี่ยน้อย ถ้าหนูไม่รับเงินนี้ ย่าจะโกรธจริงๆ นะ ต่อไปหนูกับพ่อก็ไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว”

        ทิงเสวี่ย “…”

        ทิงเสวี่ยพูด “คุณย่าคะ หนูไม่เอาจริงๆ ค่ะ อีกอย่างหนูกับพ่อช่วยคุณปู่คุณย่าก็เป็นความตั้งใจของคุณย่าหนูเอง แล้วที่ผ่านมาคุณปู่กับคุณย่าก็ช่วยครอบครัวหนูมาเยอะเหมือนกัน พวกเราก็แค่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หนูแค่ไม่คิดว่าการที่หนูกับพ่อทำแบบนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้คุณปู่คุณย่า เมื่อกี้คำพูดของลุงควนกับป้าสะใภ้หนูได้ยินหมดแล้วค่ะ”

        สองผู้เฒ่าไม่คิดว่าทิงเสวี่ยจะได้ยินคำพูดเหลวไหลเหล่านั้นของสองสามีภรรยาหวงควน ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นคุณปู่หวงก็พูดกับทิงเสวี่ยอย่างหนักแน่นและเป็นธรรมว่า “เด็กน้อย คิดซะว่าเมื่อกี้ได้ยินคนบ้าสองคนพูดกันก็แล้วกันนะ อย่าไปคิดมากเลย ลูกกับพ่อแล้วก็อาสามของลูกก็ไม่ต้องหลีกเลี่ยงข้อครหาอะไรทั้งนั้น ครอบครัวเราสองฝ่ายจะไปมาหาสู่กันยังไงก็ทำเหมือนเดิม รู้ไหม?”

        คุณย่าหวงรับคำสามี “คุณปู่ของลูกพูดถูกแล้ว เสวี่ยน้อย ลูกกับพ่อแล้วก็อาสามของลูกต่างก็ประพฤติตนอย่างสุจริต ย่ากับคุณปู่ของลูกก็ยังไม่ได้แก่จนเลอะเลือน พวกเราแยกแยะออกว่าใครดีใครร้าย คำพูดที่ลูกได้ยินเมื่อกี้ กลับไปก็ไม่ต้องบอกพ่อกับอาสามของลูกหรอกนะ เดี๋ยวพวกเขาจะคิดมากไปเปล่าๆ”

        ทิงเสวี่ยพยักหน้าเบาๆ ให้สองผู้เฒ่า แล้วพูดอย่างจริงจัง “ตราบใดที่คุณปู่คุณย่าไม่รังเกียจพวกเรา พวกเราก็จะมาเยี่ยมเหมือนเดิมค่ะ หนูจะไม่เอาคำพูดที่ได้ยินเมื่อกี้ไปบอกพ่อกับอาสามหรอกค่ะ ตอนคุณย่าหนูยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยบอกว่าคำพูดของคนน่ากลัว แต่ถ้าเราไม่ใส่ใจคำนินทาว่าร้ายเหล่านั้น และประพฤติตนอย่างสุจริต คำพูดเหล่านั้นก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอกค่ะ”

        คุณย่าหวงพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วลูบผมนุ่มสลวยของทิงเสวี่ยเบาๆ “คุณย่าของลูกนี่สมกับเป็นคนเคยเรียนหนังสือจริงๆ คำพูดแต่ละคำช่างลึกซึ้งและถูกต้องจริงๆ”

        หลังจากกลับถึงบ้าน ทิงเสวี่ยไม่ได้เล่าเรื่องแย่ๆ ที่ได้ยินมาให้พ่อกับอาสามฟัง เธอรู้ดีว่าถ้าพวกเขาทั้งสองรู้ว่าสองสามีภรรยาหวงควนไปอาละวาดที่บ้านคุณปู่หวง พวกเขาจะต้องหลีกเลี่ยงข้อครหาแน่ๆ พวกเขาเองจะไม่ไปบ้านคุณปู่หวงอีก และคงจะไม่ให้เธอไปด้วย พวกเขาไม่ต้องการถูกตราหน้าว่าหวังจะฮุบสมบัติของผู้สูงอายุที่รัฐดูแล

        พ่อกับอาสามเกิดและเติบโตที่หมู่บ้านต้าเหอ มุมมองชีวิตของพวกเขาแคบเท่าขอบฟ้าของหมู่บ้านต้าเหอ เป็นธรรมดาที่จะหวาดกลัวคำนินทาว่าร้าย แต่ทิงเสวี่ยไม่กลัว เพราะจิตวิญญาณของเธอผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มุมมองของเธอกว้างใหญ่กว่าท้องฟ้าของหมู่บ้านต้าเหอมากมายนัก

        จากนั้นทิงเสวี่ยก็ช่วยพ่อกับอาสามยุ่งอยู่กับการเตรียมงานปีใหม่

        ปีนี้เพราะไม่มีคุณย่าแล้ว บ้านจึงเงียบเหงาเป็นพิเศษ ปีใหม่นี้ก็เลยไม่คึกคักเท่าที่ควร ยิ่งเทศกาลยิ่งคิดถึงคนในครอบครัว ยิ่งใกล้สิ้นปี ทิงเสวี่ยก็ยิ่งคิดถึงคุณย่า

        เธอหวังเหลือเกินว่าตัวเองจะเกิดใหม่ในช่วงที่คุณย่ายังไม่จากไป ถ้าเป็นแบบนั้น เธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางโชคชะตาของคุณย่าได้หรือไม่? จะสามารถทำให้คุณย่ามีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี

        การไม่ได้พบหน้าคุณย่าผู้เป็นที่รักอีกครั้ง คือความเสียใจที่สุดของทิงเสวี่ยหลังจากการเกิดใหม่ครั้งนี้

        เด็กๆ ในวัยเดียวกับทิงเสวี่ยต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยปีใหม่ ในช่วงต้นทศวรรษ 90 ชนบทส่วนใหญ่ยังคงขาดแคลนสิ่งของต่างๆ

        เด็กๆ หวังว่าปีใหม่จะได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ ได้กินลูกอมน้ำตาลปั้น ลูกอมนม และเมล็ดแตงโมมากมาย แล้วก็เวลาไปสวัสดีปีใหม่ผู้ใหญ่อาจจะได้รับเงินแต๊ะเอียด้วย

        เนื้อหมูในบ้านก็มีมากกว่าปกติมาก

        ในช่วงปีใหม่ อารมณ์ของพ่อแม่ก็จะดีเป็นพิเศษกว่าปกติ ตราบใดที่ไม่ทำตัวเหลวไหลก่อเรื่องใหญ่ ก็จะไม่ถูกดุหรือถูกตีแน่นอน

        เด็กผู้ชายตั้งตารอให้ที่บ้านซื้อประทัด ซื้อของเล่นให้ ส่วนเด็กผู้หญิงก็ตั้งตารอที่จะได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ซื้อยางรัดผมกับดอกไม้ติดผมใหม่ๆ

        ทิงเสวี่ยเองก็ตั้งตารอปีใหม่เช่นกัน แม้ว่าจิตวิญญาณของเธอจะอยู่ในวัยกลางคนแล้ว แต่ร่างกายของเธอยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ

        เธอหวังว่าตัวเองจะโตเร็วๆ แบบนั้นเธอจะได้หาเงินเลี้ยงครอบครัว ทำให้พ่อกับอาสามมีชีวิตที่ดีขึ้นได้

        ในช่วงปีใหม่ ทุกๆ บ้านจะทอดมันหัวไชเท้า รากบัวสอดไส้ทอด ลูกชิ้นหมูทอด ลูกชิ้นปลาทอด และลูกชิ้นเต้าหู้ทอด

        บ้านของทิงเสวี่ยก็เช่นกัน

        ส่วนผสมของของทอดเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือการปรุงของทิงเสวี่ยเอง แป้งที่ใช้ชุบทอดเธอก็เป็นคนผสมเอง ตอนผสมแป้งเธอใส่ไข่ลงไปด้วย ทำให้ของทอดออกมาฟูนุ่มเป็นพิเศษ ประกอบกับการควบคุมอุณหภูมิน้ำมันตอนทอดได้ดี ของทอดที่ออกมาจึงดูน่ากินสีสันชวนน้ำลายสอ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159