เสียงนั้นเลือนหายไปจากห้วงคำนึงของหลินฉางชิงในชั่วพริบตา
ทว่าในยามนี้ หลินฉางชิงกลับไม่ได้สงสัยในความเป็จริงของมันเลยแม้แต่น้อย เพราะในชั่วขณะที่เสียงนั้นสลายไป หลินฉางชิงััได้อย่างชัดเจนว่าในหัวของเขามีความรู้มากมายที่ไม่เคยมีมาก่อนเพิ่มพูนขึ้นมา
ความรู้เ่าั้หลอมรวมและเชื่อมโยงกันภายในสมองของหลินฉางชิง จนในที่สุดก็รวมตัวกันเป็รูปลักษณ์ดั้งเดิมของเคล็ดกระบี่เมฆคราม
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!"
หลินฉางชิงใเป็อย่างยิ่ง เพราะเขาเพียงแค่จ้องมองป้ายศิลาจารึกอยู่ครู่หนึ่ง กลับสามารถบรรลุตำราวิชาเล่มหนึ่งจากมันได้เชียวหรือ?
"ความเข้าใจระดับสูงสุด..." หลินฉางชิงพึมพำ
อย่างไรเสียเขาก็เป็ผู้ที่ทะลุมิติมา เมื่อรวมกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาจึงเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เมื่อััได้ถึงเคล็ดกระบี่ที่เพิ่มเข้ามาในหัว หลินฉางชิงก็รู้สึกยินดีเป็อย่างมาก หากเขาเดาไม่ผิด บางทีขอเพียงแค่เขาเฝ้าสังเกตป้ายศิลาจารึกเหล่านี้ เขาก็จะสามารถบรรลุตำราวิชาจากมันได้
"หรือว่าสิ่งที่สามารถบรรลุได้จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ป้ายศิลาจารึกเหล่านี้..." หลินฉางชิงคาดการณ์
เพิ่งจะบรรลุเคล็ดกระบี่เมฆครามเพียงครั้งเดียว ข้อสันนิษฐานเหล่านี้ย่อมต้องรอให้เวลาผ่านไปจึงจะพิสูจน์ได้
ทว่าในตอนนี้ เสียงของชายชราดังขึ้นที่ข้างหูของหลินฉางชิง
"เ้าจะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม? ยังไม่รีบตามมาอีก" เสียงของชายชรายังคงแหบพร่า และดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินฉางชิงก็ไม่กล้าหยุดรอนานแล้วรีบก้าวเท้าตามชายชราไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากเมื่อครู่ ในยามนี้ภายในใจของหลินฉางชิงไม่มีความหม่นหมองเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
หากเขาสามารถเกิดความหยั่งรู้ต่อป้ายศิลาจารึกเหล่านี้ได้จริง ๆ การก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนสำหรับเขาก็เป็เื่ที่ง่ายดายยิ่ง!
เขาตัดสินใจว่าเมื่อถึงเวลาที่ไม่มีคน เขาจะต้องศึกษาเคล็ดกระบี่เมฆครามที่เพิ่งบรรลุมาให้ดี
"เ้าหนู มีเื่หนึ่งที่ข้าลืมเตือนเ้า จุดประสงค์เดิมของป้ายศิลาจารึกคือการใช้พลังปราณของบรรพชน เพื่อสะกดไอปีศาจในสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นพลังที่แฝงอยู่ภายในจึงไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างเ้าหรือข้าจะรับไหว"
ชายชราหันกลับมามองหลินฉางชิงและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความหมายบางอย่าง เขาเฝ้าสังเกตหลินฉางชิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นว่าตอนนี้หลินฉางชิงไม่มีสิ่งใดผิดปกติ จึงกล่าวต่อไป
"ยิ่งเป็คนที่อ่อนแอก็ยิ่งโหยหาพลังที่แข็งแกร่ง พลังปราณในป้ายศิลาจารึกเหล่านี้ สำหรับคนที่มีพลังบำเพ็ญน้อยอย่างเ้าและข้าแล้ว มีแรงดึงดูดที่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็เพราะเหตุนี้ หากความสามารถของเ้าอ่อนแอเกินไปและขาดความระมัดระวังเพียงนิดเดียว ก็จะถูกป้ายศิลาจารึกกลืนกินกลับคืนได้"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ สายตาของชายชราก็พลันเปลี่ยนเป็เฉียบคมขึ้นมาทันที เขาจ้องมองหลินฉางชิงอยู่อีกพักใหญ่ และสายตานั้นก็ทำให้หลินฉางชิงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"ดูจากท่าทางของเ้าเมื่อครู่ เกรงว่าคงถูกพลังปราณในป้ายศิลาจารึกดึงดูดจนเกือบจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ วันหลังเวลาเช็ดถูป้ายศิลาจารึกต้องระวังให้มาก ยังดีที่ครั้งนี้ข้าสังเกตเห็นได้ทัน... หากมีครั้งหน้า จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครบอกได้"
ในดวงตาที่ฝ้าฟางของชายชรากลับปรากฏประกายแววตาแห่งการเตือน
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินฉางชิงก็พยักหน้าซ้ำ ๆ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดตนเองถึงถูกดึงดูดให้เข้าไปอ่านป้ายศิลาจารึกโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เพียงแค่เหลือบมองโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นเป็เพราะร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป จึงถูกพลังปราณในป้ายศิลาจารึกดึงดูดได้อย่างง่ายดาย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินฉางชิงรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บที่ลามจากแผ่นหลังขึ้นมาถึงลำคอจริง ๆ
"หากข้าไม่มีความสามารถในการหยั่งรู้ มิใช่ว่าข้าจะถูกป้ายศิลาจารึก่ชิงสติสัมปชัญญะไปจริง ๆ หรือ?!" หลินฉางชิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวย้อนหลัง
ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกโชคดีอีกครั้งที่ตนเองมีตัวช่วยวิเศษ ทั้งยังช่วยชีวิตเขาไว้ได้ครั้งหนึ่ง!
"ผู้น้อยน้อมรับคำชี้แนะขอรับ" หลินฉางชิงประสานมือคำนับ
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับและเดินมุ่งหน้าไปยังหอคอยผนึกมารต่อ และหลินฉางชิงเองก็เดินตามหลังไป
ในระหว่างทางที่เหลือ ชายชราได้อธิบายสั้น ๆ ให้หลินฉางชิงฟังถึงวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างที่นี่กับภายในสำนักชูซาน
"เนื่องจากสะพานโซ่เหล็กถูกตัดขาด หากหอคอยผนึกมารเกิดความผิดปกติขึ้นมาจริง ๆ เ้าต้องใช้มุกิญญาส่งข่าวแจ้งไปยังภายในสำนักชูซาน แน่นอนว่าในชีวิตประจำวันหากพบปัญหาใด ๆ ก็สามารถใช้มันได้เช่นกัน เพียงแต่อย่าใช้บ่อยจนเกินไป" ชายชรากล่าวเช่นนั้น
หลังจากนั้นก็เป็เื่จุกจิกเล็กน้อยที่ไม่สำคัญนัก ซึ่งหลินฉางชิงก็จดจำไว้ทั้งหมด เขารู้สึกว่าแม้เื่เหล่านี้จะดูยุ่งยาก แต่ไม่แน่ว่าอาจจะเป็ประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในภายหน้าของเขา
ขณะที่พูดคุยกัน ทั้งสองคนก็เดินมาถึงหน้าประตูหอคอยผนึกมาร
เมื่อยืนอยู่ใต้หอคอย หลินฉางชิงตระหนักถึงความต่ำต้อยของตนเองอีกครั้ง หากมองจากระยะไกลจะรู้เพียงว่าหอคอยผนึกมารแห่งนี้สูงเสียดฟ้า แต่เมื่อมายืนแหงนมองหอคอยทั้งหลังในตอนนี้ หลินฉางชิงกลับดูเล็กจ้อยจนไม่มีนัยสำคัญ
แม้แต่อักขระโบราณเพียงตัวเดียวบนหอคอยผนึกมาร ก็ดูเหมือนจะใหญ่กว่าร่างกายของหลินฉางชิงเสียอีก...
ชายชรายืนอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ที่ดูหนักอึ้ง มือข้างหนึ่งยันประตูไว้แล้วหันมากล่าวกับหลินฉางชิง
"พลังของผู้ฝึกตนทั่วไป ไม่สามารถเปิดประตูบานนี้ได้ ต้องใช้พลังปราณเฉพาะตัวของสำนักชูซานเท่านั้น จึงจะสามารถคลายผนึกบนประตูได้"
เมื่อชายชรากล่าวถึงตรงนี้ สายตาที่มองหลินฉางชิงก็เริ่มเปลี่ยนเป็แปลกไป ร่างกายของหลินฉางชิงก็เกร็งขึ้นเช่นกัน เพราะเขาเห็นแววตาแห่งความระแวดระวังจากชายชรา
"เ้าในตอนนั้นก็ใช้วิธีการเช่นนี้ ปล่อยปีศาจสาวภายในหอคอยผนึกมารออกไปจนสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับสำนักชูซาน ข้าหวังว่าเื่ทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเป็ครั้งที่สอง มิฉะนั้นแล้ว จะไม่มีใครช่วยเ้าได้" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ก่อนที่หลินฉางชิงจะมาที่นี่ ผู้าุโใหญ่ของสำนักชูซานได้บอกเล่าเื่ราวเื้ัของหลินฉางชิงให้ชายชราฟังแล้ว
แม้ว่าจะถูกทำลายพลังบำเพ็ญจนสิ้นซาก แต่ในตอนนี้ชายชราก็ยังไม่ได้ไว้วางใจหลินฉางชิงอย่างเต็มที่ ซึ่งเื่นี้หลินฉางชิงเองก็เข้าใจได้
"โปรดวางใจเถิดท่านาุโ เื่เดิมจะไม่มีวันเกิดขึ้นเป็ครั้งที่สองอย่างแน่นอนขอรับ" หลินฉางชิงให้คำมั่น
เมื่อทำผิดก็ต้องยอมรับ ในจุดนี้หลินฉางชิงยังรู้จักตนเองดี
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราจึงพยักหน้าด้วยความพอใจ
"เช่นนั้นก็ดี" พูดจบ เขาก็ถอนมือออกจากประตูหอคอยผนึกมารแล้วชี้ไปยังทิศตะวันออก
"นั่นคือที่พักที่เตรียมไว้ให้เ้า ต่อไปเ้าจงพักอยู่ที่นั่น หากมีเื่อะไรให้ไปหาข้าที่บ้านบนยอดเขา"
หลังจากชายชรากล่าวจบ เขามองหลินฉางชิงเป็ครั้งสุดท้ายแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้หลินฉางชิงยืนอยู่ที่เดิมด้วยความรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
"เป็คนที่แปลกจริง ๆ " เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
เมื่อเห็นเงาร่างของชายชราหายไปตามทางเดินบนูเา หลินฉางชิงก็ไม่รั้งรออยู่นาน รีบหันหลังเดินไปยังกระท่อมน้อยหลังนั้น
มันเป็บ้านมุงจากที่เรียบง่าย ภายในห้องมีเพียงเตียงหนึ่งหลัง เก้าอี้และโต๊ะอย่างละหนึ่งตัว พื้นที่คับแคบมาก แต่สำหรับหลินฉางชิงในตอนนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา
ยามนี้เมื่อชายชราจากไป เหลือเพียงเขาคนเดียวที่นี่ ความคิดของหลินฉางชิงจึงมุ่งเน้นไปที่เคล็ดกระบี่เมฆครามที่เพิ่งได้รับมา
"ขอลองดูหน่อยเถิดว่าเคล็ดกระบี่ที่บรรลุมานี้ จะเป็อย่างไรกันแน่?" หลินฉางชิงกล่าวพลางนั่งขัดสมาธิลงที่ริมเตียง
เขาเลียนแบบท่าทางการฝึกตนที่เคยเห็นมาก่อน แล้วเริ่มค้นหาข้อมูลของเคล็ดกระบี่เมฆครามภายในห้วงคำนึง