เมื่อ เซียวเฉิน ได้ยิน ซู่เสี่ยวเิ พูด หัวใจก็เริ่มเต้นแรง พวกเธอหนีออกมาจากตระกูลซู่อย่างงั้นเหรอ?
มันจะต้องเกิดเื่ภายในขึ้นอย่างแน่นอน ไม่อย่างงั้นในตอนที่ ซู่เสี่ยวเิ พูดเื่ตระกูลซู่ขึ้นมาก็คงไม่เกิดปฏิกิริยาแบบนี้หรอก!
เป็เื่ของความแค้นภายในตระกูล? หรือว่าเป็เื่อื่นกัน?
แต่ไม่ว่าจะเป็เื่ไหน ในเมื่อเขาอยู่ที่นี่ เขาจะเป็คนปกป้องพี่น้องตระกูลซู่สองคนนี้เอง ใครคิดจะทำร้ายพวกเธอต่อให้เทพหรือปีศาจหน้าไหนก็ตาม มันจะต้องข้ามศพเขาไปก่อน!
ทันใดนั้นเขาก็นึกไปถึงจดหมายข่มขู่และเครื่องดักฟัง ของเหล่านี้มันเกี่ยวข้องกับตระกูลซู่ด้วยงั้นเหรอ? หรือว่า ซู่ฉิง รู้เื่ของพวกนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังปล่อยให้พวกมันมาจับตาดูตัวเอง?
เขาอยากจะถามรายละเอียดทั้งหลาย แต่ก็ได้ยิน ซู่เสี่ยวเิ พูดด้วยเสียงเย็นเยียบว่า “ซู่หยุนเฟย ช่างใจร้ายจริง ๆ น้องสาวของตัวเอง กำลังเจอปัญหาแต่เขาก็ยังไม่ยอมกลับมา!”
เซียวเฉิน ได้ยินดังนี้เลยขมวดคิ้ว “เสี่ยวเิ เธออย่าพูดจากับพี่ชายเธออย่างนี้สิ.. เขาต้องอยากกลับมาแน่ แต่อาจจะติดภารกิจของกองทัพ เพราะเป็ทหารจึงต้องคอยปกป้องรักษาประเทศเอาไว้ เขาจึงไม่สามารถกลับมาได้...”
“ปกป้องประเทศงั้นเหรอ? แค่น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ แล้วจะไปปกป้องประเทศได้ยังไง? เหอะ นายไม่คิดว่ามันไร้สาระไปหน่อยรึไง?” ซู่เสี่ยวเิ หัวเราะเสียงเย็น
“เสี่ยวเิ เป็ทหารจะต้องเชื่อฟังคำสั่ง เธอเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้างไหม? แม้ว่าเขาจะกลับมาไม่ได้ แต่เขาก็ยังเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอกับพี่สาวอยู่นะ เพราะอย่างงั้นเขาถึงได้ส่งให้ฉันมายังไงล่ะ...”
“ถ้าเขาเป็ห่วงฉันกับพี่สาวจริง ๆ เขาก็ควรจะออกจากทหาร! ในปีนั้นเขาไม่ควรออกไปในเวลาที่ฉันกับพี่สาว้าเขามากที่สุด เขาออกไปจากหลงไห่เพื่อไปเป็ทหาร!” ดวงตา ซู่เสี่ยวเิ แดงก่ำ เธอพูดออกมาด้วยความคับแค้น
เซียวเฉิน เงียบลงไปสักพัก เขาพอจะเข้าใจว่าทำไม ซู่เสี่ยวเิ ถึงเกลียดพี่ชายของตัวเองมาก!
แต่ว่าเด็กสาวคนนี้ยังไม่รู้ว่าพี่ชายของตัวเองตายไปแล้ว จึงไม่อาจจะกลับมาที่หลงไห่นี้ได้อีกต่อไป... ในเมื่อคนก็ตายไปแล้ว ความผิดพลาดที่เคยทำ ก็น่าจะหายไปด้วยไม่ใช่รึไง?
ในใจเขาอยากจะพูดเื่นี้ออกไป แต่เขาก็ไม่กล้าเพราะเื่นี้มันโหดร้ายเกินไป...
เขาส่ายหน้า แล้วสลัดความคิดนี้ทิ้งไป ก่อนอื่นต้องคิดว่าวิธีแก้ปมที่อยู่ในใจของเด็กสาวคนนี้ให้ได้ก่อน!
อีกอย่างตอนที่ ซู่หยุนเฟย พูดถึงเด็กคนนี้ น้ำเสียงของเขาค่อนข้างอึดอัดใจ บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็พี่ชายที่ดีสำหรับเธอเท่าไหร่
บางที นี่อาจจะเป็ปมในใจของเขาด้วยเหมือนเกิน หากเขาสามารถช่วยคลายปมในใจของพี่ชายและน้องสาวนี้ออกได้ ซู่หยุนเฟยที่อยู่อีกโลกหนึ่งจะพอใจไหมนะ?
เมื่อนึกถึงเื่นี้ เซียวเฉิน ก็ถอนหายใจออกมา เด็กสาวคนนี้เป็คนที่ค่อนข้างดื้อรั้น นอกจากจะบอกข่าวการตายของพี่ชายให้เธอฟัง การจะคลายปมในใจของเธอก็คงเป็เื่ที่ยุ่งยากและยาวนานแน่นอน!
“เอาละ เสี่ยวเิ อย่าเพิ่งไปพูดถึงเื่ของพี่ชายเธอดีกว่า” เซียวเฉิน มองเห็นดวงตาแดงก่ำของ ซู่เสี่ยวเิ แล้วก็รู้สึกปวดใจ เขาจึงเปลี่ยนเื่คุย “ที่พี่สาวเธอเจอกับปัญหาในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็ไปได้ว่ามาจากตระกูลซู่ ก่อนหน้านี้ก็มีคนส่งจดหมายข่มขู่มาถึงพี่สาวเธอด้วย...”
“จดหมายข่มขู่?” สีหน้าของ ซู่เสี่ยวเิ เปลี่ยนไป “ใครกัน?”
“ตอนนี้ยังไม่รู้ เมื่อกี้พี่สาวของเธอพูดในโทรศัพท์ว่า อีกฝ่ายส่งจดหมายมาอีกฉบับ…”
“แล้วเครื่องดักฟังที่อยู่ในบ้าน ก็เป็ฝีมือของมันด้วยใช่ไหม?” ซู่เสี่ยวเิ คิดถึงบางอย่างแล้วถามขึ้น
เซียวเฉิน แอบยกย่องเธอ ไม่เสียแรงที่เป็สุดยอดหัวกะทิที่จงใจสอบให้ทุกวิชาให้ได้ 60 คะแนนทุกวิชา ต้องมีความฉลาดมากพอถึงจะสามารถคิดถึงเื่นี้ได้อย่างรวดเร็ว!
“ก็ไม่แน่ ตอนนี้อีกฝ่ายยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนออกมา! หากว่ามันเผยตัวออกมาก็เป็เื่ดี แต่ถ้าไม่...ก็อาจอธิบายได้ว่าคนที่จับตาดูพี่สาวของเธอ ไม่ได้มีอยู่แค่กลุ่มเดียว!”
สีหน้าของ ซู่เสี่ยวเิ เปลี่ยนไปอีกครั้ง ใครกันแน่ที่คอยจับตาดูพี่สาวของเธอ? ตระกูลซู่งั้นเหรอ? หรือว่ายังมีศัตรูที่คอยซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีก?
“เสี่ยวเิ เธอคิดว่านี่เหมือนกับการลงมือของตระกูลไหม?” เซียวเฉิน ครุ่นคิดสักพักก็เอ่ยถามประโยคนี้ออกมา
“ไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่ หากว่าตระกูลซู่้าจะเล่นงาน มันจะต้องเล่นในที่แจ้ง… พวกมันย่อมไม่ลงมือในที่มืดเพราะพวกมันเกลียดการกระทำแบบนี้!”
เซียวเฉิน พยักหน้า เดิมทีเขาอยากจะถามว่าทำไมพวกเธอถึงแยกออกมาจากตระกูลซู่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้ เขาก็เก็บมันกลับลงไป รอไว้มีโอกาสเขาค่อยถาม ซู่ฉิง เองดีกว่า
ซู่เสี่ยวเิ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เธอเม้มริมฝีปากสีเชอรี่ มองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังคิดเกี่ยวกับสิ่งใดอยู่ ตอนนี้บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบสงบ
หลังจากผ่านไปประมาณ 10 นาที รถมาเซราติก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารทะเลแห่งหนึ่ง
“เสี่ยวเิ อย่าคิดมากไปเลย มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่มีใครทำอันตรายพวกเธอได้!”
เซียวเฉิน ลงจากรถไป เดินไปเปิดประตูให้ ซู่เสี่ยวเิ แล้วเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม
ซู่เสี่ยวเิ มองเห็นรอยยิ้มของ เซียวเฉิน หัวใจของเธอเริ่มสั่นไหว นี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด...จนเกิดเป็ความรู้สึกประทับใจอยู่บ้าง
“ลงรถเถอะ! วันนี้ฉันเลี้ยงเอง ไม่ต้องเกรงใจ อยากกินอะไรสั่งได้เลย!” เซียวเฉิน พูดเสียงดัง
“งั้นเหรอ? ฉันอยากกินกุ้งล็อบสเตอร์ขนาดสัก 2 กิโลครึ่ง ยังมีคิงแครป...” ซู่เสี่ยวเิ จงใจพูดออกมา “เอาละ อะไรที่ร้านนี้มี ฉันจะกินให้หมดเลย!”
ทั้ง 2 คนเดินเข้าไปในร้านอาหารทะเลเพื่อจะได้กินอาหาร เซียวเฉิน อยากจะได้ห้องส่วนตัว เขาจึงะโเรียกพนักงาน “ที่นี่มีกุ้งล้อบสเตอร์ขนาดา 2 กิโลกรัมครึ่งมั้ย? ฉันอยากได้แบบที่เกิดเองตามธรรมชาติ ไม่เอาแบบที่เพาะเลี้ยงนะ!”
“เอ่อ คุณครับขนาด 2 กิโลกรัมครึ่ง น่าจะไม่มีครับ”
“เสี่ยวเิ ถ้าเล็กกว่านี้หน่อยได้ไหม?” เซียวเฉิน หันไปถาม ซู่เสี่ยวเิ
“ฉันแค่ล้อเล่นเอง แค่ได้กินก็ดีแล้ว ” ซู่เสี่ยวเิ ส่ายหน้า ความจริงเธอก็ไม่ค่อยมีอารมณ์กินเท่าไหร่
“คุณครับ พวกเรามีกุ้งล็อบสเตอร์ขนาดแค่กิโลกรัมครึ่ง เป็แบบที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ...” พนักงานบริการรีบพูดขึ้น
“ได้ งั้นเอาแบบกิโลกรัมครึ่ง ละก็ขอคิงแครปด้วยมีไหม? ยังมี...” เซียวเฉิน เปิดปากสั่งอาหารทะเลออกไปอีก 6-7 อย่าง จากนั้นก็ให้พนักงานบริการออกไป
ในไม่ช้าอาหารทะเลทั้งหลายก็ค่อย ๆ ทยอยส่งออกมาเรื่อย ๆ เดิมที ซู่เสี่ยวเิ ยังอยากจะลองดื่มเบียร์ดู แต่ก็ถูกเซียวเฉินห้ามเอาไว้ เขารู้ว่าทำให้เธออารมณ์ไม่ดี!
“เสี่ยวเิ เดี๋ยวอีกสักพักเราต้องไปที่บริษัทเพื่อไปรับพี่สาวเธออีกนะ ถ้าให้ซู่ฉิงได้กลิ่นเหล้าจากตัวเธอ พี่สาวเธอคงจะไม่พอใจแน่”
ซู่เสี่ยวเิพยักหน้า ไม่คิดอยากจะกินเบียร์แล้ว เธอจึงกินกุ้งล็อบสเตอร์ไปอย่างเงียบ ๆ … ตอนแรกกุ้งล็อบสเตอร์ก็อร่อยดี แต่ตอนนี้เหมือนกับว่ารสชาติมันกลับจืดชืด ในหัวของเธอกำลังครุ่นคิดว่าจะช่วยพี่สาวของเธอยังไง
“เสี่ยวเิ พี่สาวของเธอไม่ให้บอกอะไรเธอ เพราะไม่อยากจะให้เธอต้องกังวล ดังนั้นเธอก็ไม่จำเป็จะต้องกังวลเกี่ยวกับเื่พวกนี้...หากว่าเธออยากให้พี่สาวเธอมีความสุขจริง ๆ งั้นการสอบครั้งต่อไปเธอก็อย่าจงใจสอบให้ได้แค่ผ่านซิ!”เซียวเฉิน ค่อย ๆ แทะขาคิงแครป แล้วก็หันไปพูดกับ ซู่เสี่ยวเิ
ซู่เสี่ยวเิ นิ่งอึ้ง เธอหันหน้าไปมอง เซียวเฉิน แล้วพูดขึ้น “นายรู้ได้ยังไง?”
“ฮ่าๆ ครั้งล่าสุดที่พี่สาวของเธอพูด ในมุมมองของฉัน การที่จะได้คะแนน 60 ในทุก ๆ ครั้ง มันยังยากกว่าที่จะได้คะแนนเต็มอีกนะ...”
“แล้วพี่สาวฉันรู้ไหม?” ซู่เสี่ยวเิ รีบถาม
“อืม”
“.....”
“พี่สาวเธอไม่ได้โง่นะ เธออาจจะปิดบังได้สักพัก แต่ก็ไม่สามารถปิดบังไปได้ตลอดหรอก ไม่ช้าก็เร็วพี่สาวเธอก็รู้อยู่ดี” เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น มองไปที่ใบหน้าบู้บี้ของ ซู่เสี่ยวเิ “แต่ฉันสงสัยมาก ทุกคนต่างต่อสู้ที่จะให้ได้เรียนห้องเรียนระดับท็อป แต่ทำไมเธอที่อยู่ในห้องระดับท็อป แต่จงใจอยากจะเรียนในห้องแย่ ๆ กัน?”
ซู่เสี่ยวเิ เปิดปากถอนหายใจออกมา “เฮ้อ อยู่ในยุทธภพ ไม่อาจกระทำตามใจตนเอง ”
“..........”
เซียวเฉิน ไร้คำพูด เ้าเด็กคนนี้ อยู่ในยุทธภพ ไม่อาจกระทำตามใจตนเองอะไรกัน?