"ให้ข้าสอนปรุงยา ปลูกพืชใช้พิษ หรือแม้กระทั่งชุบชีวิต ยังง่ายดายกว่าการที่เ้าคิดจะมาตามหาแก่นแกนอันเป็ของข้าเสียอีก แต่ก็เอาเถอะเื่สอนนั้นไม่ยากแต่เ้าจะเข้าใจมันลึกซึ้งมากแค่ไหนนั่นก็ขึ้นอยู่กับตัวเ้าเองแล้ว ไม่แน่ว่า 6 แต้มเต๋ากำหนดชะตา อาจจะพิสดารมากกว่าที่ข้าคิด ช่วยให้เ้ามีพร์ทางด้านนี้ก็เป็ได้"
เสียงชรายังคงใจดีเมตตาดังเช่นที่คืนวันที่ผ่านมา ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองกับการร้องขอต่างๆ ของมิเนอร์วา อาจเป็เพราะตัวแอสคลีเพียสเองก็ไม่ได้เสียอะไรเลยจากการสอนครั้งนี้นอกจากเวลา แต่ต่อให้ไม่เสียเวลาตัวมันที่อยู่ในสภาพตอนนี้มีเวลาไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทำอะไรได้ ทำได้เพียงก้มหน้ายอมไหลไปกับสายน้ำแห่งกาลเวลา
"เอาล่ะ ถ้าเ้าอยากตามหาแก่นของข้า ก็กราบข้าเป็อาจารย์ซะ เพราะการตามหาแก่นที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งอยู่ คือการใช้แก่นที่ว่านั่นร่วมกัน ผู้ที่มีแก่นระดับสูงกว่าย่อมสามารถสยบผู้ที่มีแก่นระดับต่ำกว่าได้อย่างง่ายดาย โดยปกติแล้วถ้าไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้ หรือบังเอิญมีแก่นประเภทที่คล้ายกัน แก่นของคนผู้นั้นย่อมไม่ถูกถ่ายทอดบอกออกไปโดยง่าย แต่ถ้าเ้าเป็ศิษย์ข้า นั่นก็นับเป็อีกเื่"
"ตัวข้ามิเนอร์วาร้องขอความกรุณาจากท่าน ได้โปรดขอให้ท่านเทพรับข้าเข้าเป็ศิษย์ อบรมสั่งสอนให้แก่ตัวข้าด้วย!"
มิเนอร์วาเอ่ยขอร้องแล้วกราบกรานราชันย์เทวะพิษพิสดาร ให้รับตนเองเข้าเป็ศิษย์อย่างไม่ลังเล จะมีผู้คนปกติสักกี่คนกันเชียว ที่จะมีโอกาสได้กราบเทพเป็อาจารย์ บางคนตอนนี้ยังไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าบนมหาทวีปแห่งนี้ มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเทพจริงๆ อยู่ อย่างมากก็แค่เคยได้ยินได้ฟังเื่ที่เล่าต่อๆ กันมาก็แค่นั้น
เกิดเสียงทึมทึบจากการคุกเข่าลงพื้นหินทั้งสองข้าง เด็กหนุ่มกำลังอยู่ในท่าก้มกราบทำความเคารพอย่างนอบน้อมต่างจากในยามปกติ
"ฮ่า ๆ ๆ ดีๆ เด็กน้อยต่อแต่นี้ไปเ้าคือศิษย์ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของข้า พิษพิสดารแล้ว! แน่นอนศิษย์ผู้สืบทอดย่อมแตกต่างจากการที่ข้าร้องขอแลกเปลี่ยนไปก่อนหน้านี้ ขึ้นชื่อว่าเป็ศิษย์ผู้สืบทอดของข้า ข้าย่อมมอบให้มากกว่า! ไปจัดการธุระของเ้าให้เสร็จสรรพซะ เตรียมเื 100 หยดของวันนี้มาให้ข้าด้วย และในตอนเย็นเ้าจงนำพืชที่มีพิษ และพืชสมุนไพรสำหรับรักษา มาอย่างละ 3 ต้น เย็นวันนี้พวกเราศิษย์อาจารย์จะเริ่มต้นการตามหาแก่นของข้า!"
เสียงตื่นเต้นดีใจของชายชรา ช่างเบิกบานอย่างที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน การรับมิเนอร์วาเป็ศิษย์ผู้สืบทอดในครั้งนี้ของแอสคลีเพียสนั้น เกิดขึ้นได้ก็เพราะชายชราอยากจะเห็นสิ่งที่เรียกว่าพรของ 6 แต้มเต๋ากำหนดชะตา ซึ่งมอบให้แก่เด็กหนุ่ม และทางเดินแปลกๆ ที่ตัวมันไม่เคยเห็นนี้ของเด็กหนุ่มจะไปจบลงที่จุดใด อีกทั้งด้วยนิสัยที่ซื่อๆ ดูไม่ค่อยเป็ภัยนั้น ก็ถูกใจแอสคลีเพียสเป็อย่างมาก มันจึงรู้สึกถูกชะตาอยากรับมาเป็ศิษย์
มีน้อยครั้งเป็อย่างมากที่ราชันย์เทพผู้หนึ่ง จะแยแสรับมนุษย์แสนอ่อนแอที่ไม่รู้สิ่งใดเลย แม้กระทั่งสิ่งที่ได้รับหลังจากทำลายผนึกลงมาเป็ศิษย์ผู้สืบทอด อย่างมากก็เมตตารับมาในฐานะอื่นให้ผู้อยู่ใต้อาณัติสอนแบบอย่างผ่านๆ
"ข้าจะไปเตรียมทุกสิ่งให้ท่านอาจารย์เอง โปรดพักผ่อนอย่างสบายใจ"
มิเนอร์วาไม่ถามหาเหตุผลว่าทำไมต้องเป็ตอนเย็น บอกให้เตรียมมันก็ลุกขึ้นไปเตรียม หยิบมีดสีเงินอันคุ้นเคยกรีดลงบนฝ่ามือขาวอย่างไม่สะทกสะท้าน คล้ายกับทำใจยอมรับความเ็ปนี้ได้อย่างเคยชิน หนังสือปกเขียวปรากฏกายออกมาอยู่ใต้ฝ่ามือของเด็กหนุ่มและกางออกอย่างน่าอัศจรรย์ หยดเืค่อยๆ ไหลลงบนหน้ากระดาษทีละหยดช้าๆ
เมื่อครบ 100 หยด หนังสือปกเขียวปิดตัวลงพร้อมแสงสีเขียวที่กะพริบวาบห่อหุ้มตัวมิเนอร์วา ก่อนที่าแบนฝ่ามือและหนังสือปกเขียวจะหายไปพร้อมกัน เนื่องจากเริ่มปรับตัวกับสิ่งพิสดารมากมายได้แล้ว มิเนอร์วาจึงไม่ได้แสดงอาการใอะไรออกมาอีก
เด็กหนุ่มไม่รอให้เสียเวลาจัดแจงตัวเองให้อยู่ในสภาพปกติ ทำกิจวัตรประจำวันอย่างการกินและการเรียน ตลอดทั้งวันนอกจากนั้นยังสั่งให้คนไปรวบรวมพืชทั้ง 6 ต้น และถามไถ่พูดคุยกับซูทาร์นาระหว่างมื้ออาหาร เวลาส่วนใหญ่ของเด็กหนุ่มมักหมกตัวอยู่ในห้องทำงานแตกต่างจากเด็กในวัยเดียวกันที่บางคนยังคงต้องไปโรงเรียน เที่ยวเล่นหัวเราะตามประสาเด็ก
มิเนอร์วามีนิสัยค่อนข้างเก็บตัวและไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่นมากนัก มีความคิดในแบบของตัวเอง สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เด็กหนุ่มแทบไม่ค่อยจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัวมากสักเท่าไหร่ ยามนี้ท้องนภาอาบย้อมไปด้วยแสงส้มแดงอีกครั้ง ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า ม่านแห่งราตรีกาลค่อยๆ ถูกดึงลง ท้องนภากลับไปสู่ความมืดรอให้ดวงจันทราออกมาฉายแสง
หลังจากเสร็จสิ้นการปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานเลี้ยงที่ใกล้เข้ามา เด็กหนุ่มใช้เวลาบนโต๊ะอาหารร่วมกับซูทาร์นาอย่างมีความสุข มิเนอร์วาตรงดิ่งเข้าห้องนอนทันทีที่ทานอิ่ม รีบอาบน้ำแต่งตัวและมานั่งตากอากาศมองดวงจันทร์สีนวลอยู่ที่ระเบียงห้อง รอคอยการตื่นขึ้นมาอีกครั้งของท่านอาจารย์ เพียงไม่นานหนังสือปกเขียวก็ปรากฏขึ้นมาลอยอยู่ด้านข้างของเด็กหนุ่ม
เสียงชราดังแว่วแฝงความอ่อนโยนกระทบเข้ากับโสตประสาทปลุกให้สติที่กำลังล่องลอยไปในห้วงความคิดมากมายกลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้ง
"เด็กน้อยเ้ารู้หรือไม่…พื้นฐานของแก่นแห่งพืชพันธุ์นั้นคือไม้ แล้วพื้นฐานของไม้ล่ะคือสิ่งใด? พื้นฐานของไม้ก็คือชีวิต แล้วพื้นฐานของชีวิตล่ะเป็เช่นไร? นี่คือสิ่งที่มีเพียงเ้าเท่านั้นที่จะคิดออก ถ้าเ้าค้นหาเจอก็น่าจะพอฝืนควบคุมไม้ที่ว่าได้แน่นอน"
"พื้นฐานแห่งชีวิต? ท่านอาจารย์ไม่ใช่ว่าพื้นฐานของไม้คือเมล็ดพันธุ์ที่ถูกปลูกลงดิน ผ่านกาลเวลาเติบโตจนเป็ไม้หรอกหรือ?"
มิเนอร์วามึนงงหนักยิ่งกว่าเก่าจนอดถามออกไปอย่างซื่อตรงไม่ได้ ในใจก็แอบตั้งคำถามสงสัย ทำไมพื้นฐานของไม้ถึงเป็ชีวิต? พืชพันธุ์คือต้นไม้ชนิดหนึ่งแล้วเหตุใดต้นไม้ชนิดหนึ่งถึงกลายเป็ชีวิต? แล้วพื้นฐานของชีวิตคืออะไร? ชีวิตก็น่าจะเป็ชีวิต ไม่น่าจะเป็อย่างอื่นได้ สิ่งเหล่านี้คือข้อกังขาในใจของเด็กหนุ่ม
"ฮ่าๆ ๆ ๆ บนโลกนี้ไหนเลยจะมีสิ่งที่ง่ายดายปานนั้น ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เก็บเอาไปคิดเป็การบ้านเถอะ เื่ของแก่นมันเป็เื่ละเอียดอ่อน บางคนมีพื้นฐานมานานหลายปีก็ยังไม่สามารถหาแก่นที่ว่าเจอตลอดทั้งชีวิต แล้วตัวเ้าที่ไม่รู้แม้แต่พื้นฐานของตัวเองจะกังวลไปทำไม ค่อยเป็ค่อยไปเถอะ เอาล่ะวันนี้เราจะมาเรียนเื่พืชพิษและพืชสมุนไพรกัน เลือกหยิบขึ้นมาสักต้นหนึ่งสิ"
แอสคลีเพียสไม่ได้ตำหนิลูกศิษย์ที่คิดอะไรง่ายๆ กลับกันมันมองว่าสิ่งนี้จะเป็ประโยชน์อย่างมากในบางสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนมากกว่านี้ ด้านข้างของมิเนอร์วาบนระเบียงที่ยื่นออกมาเล็กน้อยจากห้องนอน บนโต๊ะขนาดเล็กข้างตัว มีพืชหน้าตาแปลกประหลาดสภาพต่างกัน 6 ต้นวางอยู่ และในตอนนี้เด็กหนุ่มก็หยิบขึ้นมาถือ 1 ต้น
มันมีลำต้นลักษณะขดม้วนเป็วงกลมคล้ายล้อรถม้า บริเวณลำต้นมีรากจำนวนมากหลายราก ห้อยย้อยลงไปหลายจุดเมื่อวางราบไปกลับพื้นจะมองเห็นเป็ล้อรถที่มีซี่ล้อเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากรากไม้หลายซี่ถักทอกัน บนตัวล้อที่เป็ส่วนของลำต้นจะมีรูเล็กๆ ซึ่งมีจุดแดงแต้มอยู่ข้างใน 4 จุด เด็กหนุ่มเคยเห็นมันในหนังสือพืชพันธุ์แห่งเพลิออน
"ใช่แล้ว นี่คือล้อไม้ประกายแดง โดยปกติคนทั่วไปมักเอามาต้มรวมกับอาหารเพื่อใช้รักษาโรคท้องอืด แต่เ้ารู้หรือไม่ล้อรถประกายแดงนี้ถ้าใช้อย่างถูกวิธีมันจะช่วยให้ร่างกายเ้าแข็งแกร่งขึ้น แต่เื่นั้นช่างมันก่อน ในวันนี้เราจะมาศึกษาพืชชนิดนี้กันมันจะช่วยให้เ้ามีความกระจ่างในแก่นมากขึ้น จะเรียกว่าเป็หยดน้ำ ในวันที่กระหายก็ไม่ผิดนัก"
ในทางด้านการแพทย์นั้นแอสคลีเพียสย่อมต้องมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าเด็กหนุ่มอยู่แล้ว แต่จุดประสงค์ของมันในเวลานี้มีไว้ เพื่อเป็การช่วยเหลือศิษย์คนเดียวของมันให้สามารถเดินไปได้อย่างมั่นคง เทพแห่งการแพทย์ผู้นี้ย่อมไม่เสียดายกับการทุ่มเทเอาใจใส่ในการอบรมที่ยากลำบากเพราะจะอย่างไรก็ต้องอธิบายให้แก่คนที่ไม่มีพื้นฐานเลยรู้อย่างละเอียด ส่วนอีกฝ่ายจะตระหนักรู้ได้มากน้อยแค่ไหน นั่นก็ขึ้นอยู่กับตัวมิเนอร์วาเองแล้ว
"ขึ้นชื่อว่าพืช ไม่ว่าจะเป็พืชพิษ พืชสมุนไพรหรือแม้แต่พืชหญ้าธรรมดา ทั้งหมดล้วนมีที่มาที่ไป บ้างเติบโตขึ้นมาจากเมล็ด บ้างเติบโตขึ้นมาจากละอองของตัวเอง บางทีก็เติบโตขึ้นภายในร่างกายสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น นี่ยังไม่นับพวกพืชวิเศษที่เติบโตขึ้นมาจากความว่างเปล่า พืชก็เหมือนคน เมื่อรู้ที่มาที่ไปย่อมต้องรู้วิธีเติบโต เมื่อเติบโตยิ่งต้องรู้ว่าจะเติบโตไปสู่จุดสูงสุดได้อย่างไร และเมื่อเติบโตถึงจุดสูงสุดก็จะต้องค้นหาวิธีที่จะได้รับเมล็ดพันธุ์มา"
มิเนอร์วายังคงพยายามจินตนาการภาพตามที่แอสคลีเพียสอธิบายให้ฟัง แต่จนแล้วจนรอดเด็กหนุ่มยังคงจับต้นชนปลายไม่ได้อยู่ดี วลีกำกวมเหล่านี้ก็สามารถตีความหมายได้หลายทาง แต่ในหลายๆ ทางที่ว่าก็มีความเป็ไปได้ที่จะเป็จริงทั้งหมด
"แล้วทางที่เหมาะสมกับตัวข้านั้นคือทางไหน? หรือข้าต้องลองเลือกไปทีละอย่างเพื่อทดสอบดู?"
ห้วงสมองของเด็กหนุ่มขบคิดอนุมานความเป็ไปได้ในทางต่างๆ มากมาย แอสคลีเพียสยังคงเฝ้ามองอย่างเงียบงันไม่ได้ไปขัดความคิดของเด็กหนุ่ม ราวกับว่ากำลังให้เวลาได้ทำความเข้าใจรวมไปถึงเวลาในการย่อยข้อมูล แต่ในความเป็จริงที่แอสคลีเพียสไม่รู้ นั่นคือเวลานี้มิเนอร์วาไม่ได้กำลังย่อยข้อมูล แต่กลับทำในสิ่งที่แม้แต่ทวยเทพเองยังไม่อาจคาดคิด
เนื่องจากรากเหง้าทางเดินของแอสคลีเพียสคือการช่วยเหลือรักษา อีกทั้งยังเป็พื้นฐานประเภท 'ไม้' มันเข้าใจใน 'ไม้' นี้อย่างลึกซึ้งถึงขั้นที่อีกครึ่งก้าวก็จะทุบทำลายพันธนาการขั้นสุดท้ายที่คอยกัดกินพลังชีวิตของตัวมันมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งแอสคลีเพียสถูกลอบสังหารอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ในเวลานี้เสี้ยวดวงจิตของมันััได้ถึงแก่นแห่งพืชพันธุ์ อันเป็แก่นแกนที่คล้ายกันอีกอันอย่างแน่นอน ระยะห่างระหว่างพวกมันศิษย์อาจารย์ก็มีเพียงเท่านี้ ไม่มีทางที่จะสามารถทำให้ััิญญาของอดีตราชันย์เทวะผิดพลาดไปได้ แอสคลีเพียสได้แต่รำพันเงียบๆ เพียงคนเดียว
'เ้าสัตว์ประหลาดน้อยนี่มันเป็ตัวอะไรกันแน่ ข้าััได้ถึงพลังที่มาจากแก่นเกี่ยวกับพืชพันธุ์แน่ๆ เป็แก่นแห่งพืชพันธุ์ที่มีทางเดินคล้ายกับข้าแต่ก็ไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะเป็แก่นที่มีขนาดเล็กเป็อย่างมากก็ตาม ถ้าเทียบกับแก่นขนาดปกติของตัวตนระดับครึ่งเทพ แต่มันก็น่าแปลกเกินไปแล้ว ค้นหาแก่นเจอก่อนที่จะค้นหาพื้นฐานของไม้เนี่ยนะ!'
แม้แต่ตัวตนระดับราชันย์เทพก็เคยมีอดีตที่ต้องผ่าน่เวลาที่ขมขื่นยากลำบากมากมาย หนึ่งในนั้นแน่นอนคือการตามหาแก่น ตัวมันในปีนั้นที่คอยรักษาสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตในอาณาเขตหมู่เกาะแห่งเพลิออน มาั้แ่เยาว์วัยกว่าจะตระหนักได้ถึงแก่น ก็ใช้เวลาไปมากพอสมควร
ตัวมันที่มีทั้งการตระหนักรู้แห่งไม้มาแต่กำเนิดเมื่ออายุได้ 15 ปี ก็ทำลายพันธนาการชั้นแรกได้อย่างง่ายดายพื้นฐานไม้ โดยใช้เวลาทำลายเพียงแค่ 10 วัน เมื่อพื้นฐานไม้ของมันเติบโตก็กลายเป็ 'ไม้พิษ' ภายในเวลา 2 ปี มันเฝ้าฟูมฝักดูแลอยู่อีก 4 ปี จนไม้พิษได้กลายเป็ 'เถาวัลย์พิษ' หลังจากนั้นตัวมันที่อายุได้ 21 ปีเศษก็นำพาให้เถาวัลย์ทั้งหมดมีระดับพลังชีวิตที่สมบูรณ์ เปลี่ยนให้เถาวัลย์พิษออกดอก
ดอกพิษอนันต์ 7 แสง ผลิดอกได้เองภายในเวลาแค่ 10 ปี ใช่แล้วมันทำลายพันธนาการแห่งชีวิตชั้นที่ 4 ลงได้ด้วยอายุเพียงแค่ 31 ปี นับได้ว่าเป็ครึ่งเทพมากพร์ในเผ่าพันธุ์อันมากมายบนมหาทวีปแพนเจียแล้ว แต่แล้วภาพตรงหน้านี้มันคือสิ่งใดกัน
'เด็กหนุ่มอายุ 15 ปีเศษ ผู้ที่ไม่มีแม้แต่พื้นฐานของไม้กลับสามารถตามหาแก่นแกนของผู้อื่นเจอ! หรือว่านี่ก็จะเป็มหาโชคลาภจาก 6 แต้มเต๋ากำหนดชะตา? ไม่น่าจะใช่จากที่ข้ารู้มาตามตำนานโบราณที่เล่าสืบต่อกันมา ต่อให้เป็มหาโชคลาภอำนวยพรของจริงอย่างมาก'
'จอมเทพโบราณพวกนั้นอย่างมากก็อวยพรให้แค่องค์ละครั้ง นับประสาอะไรกับเต๋ากำหนดชะตาระดับราชันย์เทวะ หรือพวกนั้นี้เีรอเลยอวยพรต่อๆ กันให้มันจบๆ ไป? อาต้องเป็อย่างนี้แน่ๆ! หืม…หยุดลงแล้วสินะ ข้าก็ว่าอยู่แล้วเชียว เด็กน้อยที่ไม่มีแม้แต่พื้นฐานจะสามารถทำลายพันธนาการแห่งชีวิตระดับ 4 ได้ั้แ่ครั้งแรกได้ยังไง'
เทพแห่งการแพทย์ผู้ชรา มันตกตะลึง ดวงจิตถูกแช่แข็งอยู่ในห้วงความคิดกับสิ่งที่ได้เจอมานานแล้ว มันหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองต่างๆ นานา เพราะจะอย่างไรก็ไม่อยากยอมรับในแง่มุมพิสดารไม่คาดคิด ตัวตนระดับราชันย์เทพมีโอกาสน้อยครั้งนักที่จะรู้สึกเสียหน้า จะบอกว่าตัวตนระดับมันยังเทียบไม่ได้กับผู้มีพร์ที่พึ่งเกิดได้เพียงไม่กี่ปี? ให้ตายยังไงมันก็ทำใจยอมรับไม่ได้
'เฮ้อ…นี่สินะที่ว่ากันว่าใดๆ ล้วนอนิจจัง'
จะดีร้ายอย่างไรตัวมันที่เป็อาจารย์ก็ไม่สมควรไปอิจฉาศิษย์ ควรผลักดันส่งเสริมให้ศิษย์ได้ดี เมื่อศิษย์ประสบผลสำเร็จผู้เป็อาจารย์ย่อมได้หน้า แอสคลีเพียสผู้ชราถอนหายใจอย่างหดหู่ หลังจากสังเกตดูผ่านประสาทััิญญาของมิเนอร์วาอีกครั้ง ความตกตะลึงยิ่งปะทุฉับพลันปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
ตัวมันรู้ทันทีว่าเวลานี้เด็กหนุ่มได้เสร็จสิ้นซึ่งการรับรู้แล้ว จึงเอ่ยถามอย่างเ้าเล่ห์ใคร่รู้ ไม่รักษามาดของเทพโบราณเอาไว้แม้แต่น้อย
"ศิษย์รัก เ้าตระหนักถึงสิ่งใดบ้าง จากที่ข้าััได้ตอนนี้ััิญญาของเ้าแผ่ออกไปเป็วงกว้างเทียบเท่าพวกผู้วิเศษชั้นสูงระดับต้นเลยทีเดียว ถ้าตั้งลองสมาธิให้มั่นจะเอาไปเทียบกับพวกผู้วิเศษชั้นสูงระดับกลางก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ อีกทั้งข้ายังััได้ถึงพื้นฐานแห่งไม้อย่างเลือนราง"
ในตอนนี้มิเนอร์วามีััิญญาของผู้วิเศษที่สามารถนำมาเปรียบเทียบ และพร้อมท้าทายผู้ทำลายพันธนาการแห่งชีวิตระดับ 2 เช่นผู้วิเศษชั้นสูงได้ แต่จากที่แอสคลีเพียสััได้ ตอนนี้ภายในร่างกายของมิเนอร์วามีเพียงเสี้ยวเล็กๆ ของแก่นเท่านั้นเป็สิ่งไม่สมบูรณ์ ด้านในบรรจุไว้ด้วยพื้นฐานของไม้ที่ปรากฏขึ้นอย่างเจือจางและยังไม่เจริญเติบโตเป็พื้นฐานที่สมบูรณ์ ไม่แปลกที่แอสคลีเพียสจะอดถามออกมาไม่ได้
"ขอบคุณท่านอาจารย์ที่อบรมสั่งสอน ศิษย์อนุมานหาทางจากความเป็ได้หลายๆ ทาง จนพบเข้ากับวิธีจำกัดความโดยพิจารณาอ้างอิงจากชื่อพิษพิสดารของท่านอาจารย์ จะอย่างไรก็เป็ศิษย์ย่อมสมควรยกเอาอาจารย์เป็แบบอย่าง"
แอสคลีเพียสที่ได้ฟังเหตุผลของลูกศิษย์ก็รู้สึกปลื้มปริ่ม คิดในใจว่าตนช่างมีสายตาแหลมคมเลือกศิษย์ได้ถูกคนนัก มันมั่นใจว่าการที่มิเนอร์วาเลือกมันเป็อาจารย์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมหาโชคลาภอำนวยพร แต่เป็เพราะสายตาอันเฉียบคมของตัวมันเอง
"โอ้! นั่นเป็ความคิดที่ดี แหวกแนวหลุดออกจากกรอบสมกับที่เป็ศิษย์ข้า แล้วเ้าตีความได้ว่าอย่างไรล่ะ?"...น้ำเสียงของพิษพิสดารอ่อนโยนเมตตาช่างขัดกับชื่ออย่างชัดเจน
"พิษพิสดาร ในความหมายขอข้าก็คือ พิษจากพืชิญญาที่มีความพิสดาร ความพิสดารที่ว่าคือการใช้พิษที่มีผสมผสานปรับแต่ง จนสามารถเป็ได้ทั้งพิษที่ใช้สำหรับการรักษาหรือพิษรุนแรงที่ใช้สำหรับทำลาย และยังคงสามารถเป็พิษที่ใช้สำหรับสร้างกำแพงกั้นขวางระหว่างกลาง"
"รักษาสมดุลไม่ให้พิษฝั่งที่ใช้ทำลายเข้ากลืนกินพิษที่ใช้เพื่อรักษา กลับกันพืชที่ใช้รักษาย่อมไม่สามารถขจัดพืชพิษที่ใช้ทำลายออกได้ แต่ข้ารู้สึกได้ว่ามันยังเป็แค่เมล็ดเล็กๆ ไม่มีรากใบมันซ่อนอยู่บริเวณท้องน้อยของข้า"
มิเนอร์วาอธิบายขยายความตามสิ่งที่ได้รู้แจ้ง คงเป็การยากหากจะอธิบายให้ปุถุชนคนทั่วไปได้เข้าใจ สิ่งสามัญธรรมดาไหนเลยจะสามารถรับรู้ได้ในสิ่งที่แตกต่าง มีเพียงผู้ที่แตกต่างเท่านั้นถึงจะเข้าใจในสิ่งที่ไม่ธรรมดา
"อ้อ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ข้าก็คิดไว้แล้วว่าทำไมถึงมีความคล้ายคลึงกันกับแก่นแกนของข้าไม่ต่างกันมาก ดีๆ! เด็กน้อยแล้วพื้นฐานไม้ภายในแก่นของเ้าล่ะมันมาจากไหน?"
แอสคลีเพียสเริ่มจับต้นชนปลายได้บางส่วนแล้ว มันพอจะคาดเดาได้ว่าถ้าตัวมันแบ่งดอกพิษอนันต์ 7 แสงทั้งหมดออก ก็คงจะแบ่งได้เป็ทั้งดอกที่บานออกเพื่อใช้เป็พืชสำหรับรักษา พืชสำหรับทำลาย และดอกที่บานออกเป็พืชที่ต่อต้านทั้งรักษาและทำลาย คอยควบคุมไม่ให้สมดุลพังทลายรักษาคงรูปการก่อตัวไว้ได้ด้วยเหตุเช่นนี้
เพียงแต่แิของเด็กหนุ่มมีหนทางชัดเจนมากกว่า ที่แต่ละส่วนจะไม่ล้ำเส้นกันช่างแตกต่างกับของมันที่ทุกสิ่งผสมปนเป ตัวมันจึงอยากรู้ยิ่งกว่าเดิมว่าพื้นฐานแบบไหนกันแน่ที่จะเป็จุดเริ่มต้นของเด็กหนุ่ม
"เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์ใช้วิธีการอนุมานย้อนกลับจากดอกพิษที่ตระหนักได้ นั่นคือ ในเมื่อทั้งดอกมีส่วนทั้งสามอยู่รวมกันแต่ในบางครั้งก็เรียกว่าแยกกันอยู่ กว่าจะเป็ดอกได้ต้องมีลำต้น ในส่วนลำต้นจะโตได้ก็ต้องมีใบเลี้ยงหาอาหาร ใบใดๆ ล้วนเคยเป็ยอดอ่อน และยอดอ่อนที่โผล่ออกมาจากเมล็ดย่อมต้องพึ่งพาราก"
"รากของข้าต้องเป็รากที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันอย่างสงบ ไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆ ต่อกันอีกทั้งต่างฝ่ายจะไม่เข้าทำลายกลืนกินซึ่งกันและกัน เมื่อตระหนักได้ดังนั้นข้าก็ััได้ว่ามาถูกทางแล้ว ภายในเมล็ดจากเสี้ยวแก่นของข้าก็ปรากฏรากไม้สีเหลืองขาวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์!"
"โอ้…ที่แท้แล้วก็ยากจะหยั่งถึง ศิษย์รักลองศึกษาสมุนไพรที่เหลือพวกนั้นดู เ้าสมควรที่จะเรียนรู้ถึงการปรับให้พลังิญญาคงที่อยู่เสมอ พรุ่งนี้พวกเราค่อยลงไปเก็บของด้านล่างกัน วันนี้เ้าก็รีบพักผ่อนซะคงจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ข้าเองจะพักเช่นกัน"
แม้ปากจะบอกว่าพักผ่อน แต่ในความเป็จริงแอสคลีเพียสยังคงหลงเหลือเสี้ยวสติไว้คอยััความเปลี่ยนแปลงของมิเนอร์วาอยู่ตลอดเวลา ตัวมันที่ได้คำตอบตอนนี้ตกตะลึงไปนานแล้วจึงต้องปล่อยเลยตามเลยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป
'เด็กน้อย!! ดอก ราก ใบนั่นมันความคิดอะไรของเ้า! มันไปเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันอย่างสงบได้ยังไง? เด็กในวัยแค่นี้กลับเข้าใจอะไรที่มันลึกซึ้งเกินวัย เฮ้อ…นี่สินะที่ว่ากันว่าทุกคนย่อมมีทางเดินที่แตกต่างกัน'
แอสคลีเพียสทราบถึงความจริงเป็อย่างดี ถ้ามันบอกเล่าให้ศิษย์ของมันคนนี้ได้ฟังเกี่ยวกับการเข้าถึงแก่นแห่งพืชพันธุ์และวิธีเติบโตของตัวเอง อีกฝ่ายก็คงจะสงสัยแบบเดียวกันว่าเถาวัลย์ออกดอกนับไม่ถ้วนนั่นมันอะไรกัน! เกี่ยวกับการรักษาเยียวยาตรงไหน? อีกทั้งยังเริ่มจากการเป็ไม้พิษ แทนที่จะกลายเป็พิษกัดกร่อน ดับทำลายชีวิต แต่แล้วด้วยเหตุไฉน จึงกลับกลายเป็ว่าพิษของมันดันมีไว้เพื่อรักษาเยียวยา ช่างขัดแย้งกันเสียจริง
วันนี้มันพบเจอความประหลาดใจหลายรอบเกินไป สิ่งที่จะทำให้ผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายอย่างราชันย์เทพรู้สึกประหลาดใจบนมหาทวีปแห่งนี้นับว่ามีน้อยเป็อย่างมาก เด็กหนุ่มตรงหน้าก็นับได้ว่าเป็หนึ่งในนั้น ถ้าแอสคลีเพียสรู้ความจริงอีกอย่างว่าในระหว่างที่ตัวมันกำลังให้เวลาอีกฝ่ายย่อยข้อมูล มิเนอร์วาได้อนุมานไปแล้วมากกว่า 2,500 วิธี มันคงจะได้ตกตะลึงเพิ่มขึ้นอีกครั้งเป็แน่
ราตรีกาลยังคงดำเนินต่อไปภายใต้แสงจันทร์สลัวที่ถูกเมฆหมอกเข้าปิดบัง มิเนอร์วาที่สร้างรากฐานแห่งไม้ได้แล้ว รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเหล่าพืชตรงหน้า มีความซับซ้อนน้อยลงจนมองเห็นรายละเอียดจำนวนมากที่ไม่เคยสังเกตเห็น เห็นแม้กระทั่งรายละเอียดการกำเนิดและแตกดับของพืชทดลองทั้ง 6 ััิญญาในร่างกายที่กำลังผันผวนสงบนิ่งลงราวกับเข้าสู่สภาวะสมดุล สิ่งของทุกอย่างถูกนำไปเก็บอย่างเป็ระเบียบ
ร่างกายของเด็กหนุ่มที่กำลังอ่อนเพลียเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านข้างเตียงนอน มิเนอร์วาหันหลังให้กับเตียงนอนแล้วกางแขนทั้งสองข้างออก จากนั้นจึงทิ้งตัวลงนอนปล่อยให้ที่นอนนุ่มนิ่มเข้าโอบกอดทั่วร่างกายอย่างผ่อนคลายและหลับใหลไปกับราตรีกาลอันเงียบสงบ