ตอนที่ 7 เคารพผู้ใหญ่รักเอ็นดูเด็ก
เก้าน้อยได้ยินเสียงก็กลอกตาดำ นางเห็นนายท่านใหญ่ นายท่านใหญ่เอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าอย่างดีใจสุดขีด “เห็นไหมๆ หลานข้าสนิทกับข้า ข้าเรียกนางก็หันมาแล้ว!”
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ตอนนี้เก้าน้อยมองอะไรไม่ชัดทั้งนั้นแหละ ไหนเลยจะรู้จักเ้า” แม้จะเอ่ยเช่นนี้ แต่ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงยิ้มตาหยีร้องเรียกเก้าน้อย “เก้าน้อยๆ ข้าคือย่า ดูย่าสิ!”
ม่อไท่เหวินก็อดใจไม่ไหวอยากร้องเรียกเก้าน้อยให้ดูตัวเองเช่นกัน แต่เพิ่งจะอ้าปาก เขาก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้ารีบร้อนดังมาจากข้างนอก ทันใดนั้น ม่อผิงถิงก็พาสี่พี่น้องม่อผิงชูวิ่งตึงตังเข้ามา
เมื่อวานตอนที่สวีจิ้งเหนียงเริ่มมีอาการ พวกเขาก็ถูกส่งกลับไปยังที่พักของตัวเอง เช้าวันนี้รู้ว่าน้องสาวเกิดออกมาแล้ว ก็รีบวิ่งมาอย่างอดทดรอไม่ไหว
เหล่าเด็กน้อยไม่กล้าเบียดแทรกนายท่านใหญ่กับฮูหยินผู้เฒ่า แต่ก็อยากเห็นน้องสาว ดังนั้นจึงแอบส่งสัญญาณซึ่งกันและกัน แล้วเบียดแทรก ม่อไท่เหวินกับสวีจิ้งเหนียง พุ่งตัวไปที่หน้าเตียงของเก้าน้อย
ม่อไท่เหวินมองด้านหน้าเตียงของเก้าน้อยที่ถูกห้อมล้อมแ่าอย่างรวดเร็ว เด็กหลายคนทยอยกันพรั่งพรูร้องเรียกนางไม่หยุด ตัวเองได้แต่ยืนอยู่ด้านข้าง แม้แต่โอกาสแทรกเข้าไปในรอยร้าวยังไม่มี อดที่จะเศร้าโศกสุดกู่ไม่ได้
นางเป็บุตรสาวของข้าแท้ๆ พวกเ้าเกี่ยวอะไรกันนี่
ม่อไท่เหวินรู้ซึ้งจากใจจริง ให้กำเนิดบุตรชายไม่ดีจริงๆ ตอนเด็กแย่งภรรยากับตัวเอง พอโตแล้วก็แย่งบุตรีกับตัวเอง เมื่อเป็บุตรสาวก็ดีสิ โตไปต้องสนิทกับพ่อแน่
ม่อไท่เหวินเอียงหัวจินตนการว่าเมื่อเก้าน้อยโตไปจะต้องติดหนึบกับตัวเอง อารมณ์ก็ดีขึ้นมาก
(แต่แน่ใจนะว่าในอนาคตเก้าน้อยจะติดเ้า ไม่ใช่พวกพี่ชายที่อ่อนเยาว์กว่าเ้าหล่อเหลากว่าเ้าน่ะ)
ม่อไท่อู่กลับมาแต่เช้า เมื่อเห็นภาพแบบนี้ เขาก็อดถอนหายใจล้ำลึกไม่ได้ คนที่ต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในท้องพระโรงรับไม่ได้ มาสายไปแล้ว!
ม่อไท่อู่ยืนอยู่ด้านหลังนายท่านใหญ่อย่างไม่ตัดใจยอมแพ้ แต่กำแพงหัวของกลุ่มคนด้านหน้าแ่าเกินไป เขาเพ่งมองด้านล่างก็เห็นแค่มุมเครื่องนอนของเตียงเล็ก ม่อไท่อู่มองนายท่านใหญ่ เอ่ยเสียงเบา “พ่อ ให้ข้าดูสักหน่อยสิ”
นายท่านใหญ่ตอบโดยไม่แม้แต่หันหน้ามา “ดูอะไร ไปอีกด้านไป รู้จักเคารพผู้ใหญ่รักเอ็นดูเด็ก อะไรต้องมาก่อนมาหลังหรือเปล่า”
หนึ่งประโยคทำให้ม่อไท่อู่เคืองจนกลอกตา ทันใดนั้นเขาจ้องลูกชายของตัวเองม่อผิงถิงที่กำลังเรียกเก้าน้อยอย่างกระตือรือร้น เขาก็อดที่จะยกเ้าเด็กนี่ออกไปไม่ได้ แล้วตัวเองก็แทรกตัวเข้าไปแทนที่
ม่อผิงถิงมองม่อไท่เหวินที่ยืนเหม่ออยู่อีกด้าน แล้วมองม่อไท่อู่ท่านพ่อที่ยกตัวเองออกมาอีกที เขาก็อดไปร้องทุกข์กับอวี๋ซูเจินหน้าเศร้าไม่ได้ “ท่านแม่ ข้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่านพ่อแน่เลยใช่ไหม”
อวี๋ซูเจินมองลูกโง่ของตัวเองอย่างไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี น้องสาวเกิดออกมาแล้ว ได้มองมากหน่อยน้อยหน่อยจะเป็อะไรไป
แต่เื่นี้เป็เื่อย่างใหญ่หลวงในสายตาของผู้ชายสกุลม่อ กล่าวกันว่า เด็กที่เพิ่งเกิดมาเห็นใครมากกว่า โตมาก็จะเหมือนคนนั้น
ดังนั้น ทุกคนจึงแทบเอาเก้าน้อยแนบชิดกับใบหน้าตัวเอง ให้นางมองเพียงข้า แล้วก็มองข้า
ม่อผิงชูเหยียดหยามเื่นี้ เขาหน้าตาดีอย่างนี้ก็พอว่า แต่ปู่ ลุงและพ่อแก่หงำแล้วยุ่งอะไรด้วย เก้าน้อยโตอย่างไรก็ไม่มีทางเป็แบบนั้นเหมือนพวกเขาหรอก
น่าเสียดาย ความน่าเกรงขามของรุ่นาุโ ทำให้ม่อผิงชูไม่กล้าบ่นไม่กล้าเอ่ยปาก ได้แต่ทุ่มแรงสุดตัวไปยังเบื้องหน้าของเก้าน้อยแล้วหาจังหวะเหมาะ เก้าน้อยๆ อนาคตเ้าต้องโตมาหน้าตาดีขนาดนี้เหมือนพี่ชายจึงจะดีนะ!
ไม่รู้หรือว่าคนเยอะหนวกหูเยอะหรือว่าอย่างไร เก้าน้อยหมดความอดทนแล้ว มือน้อยโบกหลายที ปากขมุบขมิบ ตาปิด อ้าปากกว้างร้องไห้จ้าขึ้นทันที!
จิ๊ๆ! เสียงนั้นทำคนโดยรอบใสะดุ้งโหยง
นายท่านใหญ่เอ่ยอย่างภูมิใจ “ฟังสิเสียงของเก้าน้อยกังวานมีพลังมาก! นางได้ข้ามา!”
อวี๋ซูเจินทนไม่ไหวแล้ว เดินเข้าไปแล้วเอ่ย “คือว่า ท่านพ่อ ข้าเกรงว่าคนเยอะเกินไปแล้ว เก้าน้อยอึดอัดนะ ทุกคนแยกย้ายกันก่อน ให้แม่นมมาดูหน่อยเถอะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าดึงนายท่านใหญ่ไว้แล้วออกคำสั่งให้ทุกคนแยกย้าย แม่นมอุ้มเก้าน้อยขึ้นมาตบเบาๆ ไม่นานเก้าน้อยก็หาว ปิดตาหลับไปแล้ว
ทุกคนมองเก้าน้อยตาไม่กะพริบ เพิ่งตัวเล็กแค่นั้น แต่กลับหาวได้แล้ว ท่าทางกำกำปั้นน้อยๆขณะหลับ ทำคนใจละลายหมดแล้ว
แต่แค่คืนเดียว ข่าวที่สกุลม่อให้กำเนิดบุตรสาวก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงในชั่วพริบตา แต่ละบ้านในเมืองหลวงแทบอยากมาเยี่ยมเยียนใจจะขาด แต่สกุลม่ออ้างว่าสวีจิ้งเหนียงจำเป็ต้องพักผ่อน ไม่เหมาะต้อนรับแขก
ด้วยเหตุนั้น ทุกคนในเมืองหลวงจึงได้แต่รอวันพิธีสี่ซาน ตามประเพณีของเมืองหลวง หลังทารกเกิดครบสามวัน ครอบครัวญาติสนิทต้องจัดงานเลี้ยงเชิญมิตรสหายมา ให้อาบน้ำทารกเพื่ออวยพร ถึงตอนนั้น สกุลม่อก็คงจะอุ้มเด็กน้อยออกมาให้ทุกคนได้ยลกระมัง
วันพิธีสี่ซานมาถึงอย่างรวดเร็ว พิธีสี่ซานจัดขึ้นในตอนบ่าย แต่ตอนเช้าตรู่ ครอบครัวฝั่งของสวีจิ้งเหนียงก็รีบมากันมาแล้ว
แม่สวีเห็นบุตรสาวและหลานสาวต่างสบายดีทั้งคู่ ก็มีความสุขมาก จ้องมองเก้าน้อยอย่างไรก็มองไม่พอ ทำเอาพ่อสวีอดบ่นไม่ได้ “เ้าขยับไปหน่อย ข้ายังมองไม่เห็นหน้าเลย”
แม่สวีเอ่ยโดยไม่แม้แต่เงยหน้า “ดูอะไรมิทราบ เ้าค่อยดูทีหลัง ให้ข้าดูนางดีๆ ก่อนค่อยพูด!” พ่อสวีกับบุตรชายสวีชิ่งซูมองหน้ากันและกันอย่างจนปัญญา ไม่รู้จะทำเยี่ยงไรดีกับแม่สวี
กระทั่งแม่สวีดูจนพอใจแล้วจึงค่อยหลีกทางให้ นางนั่งข้างเตียงของสวีจิ้งเหนียง มองม่อไท่เหวิน กวักมือเบาๆ เรียกอีกฝ่าย “ไท่เหวิน มานี่ซิ ข้าถามอะไรเ้าหน่อย”
ม่อไท่เหวินอดใจสั่นไม่ได้ คิดในใจว่าตัวเองทำผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า ทำอะไรให้แม่ภรรยาไม่พอใจ บ้านภรรยานี้ของเขา พ่อตาเป็บัณฑิตของสำนักฮั่นหลิน เป็คนยึดมั่นในคุณธรรมและมีอัธยาศัยดี พูดจาดี พี่ชายของภรรยาก็มีนิสัยแบบเดียวกัน แต่แม่ยายกลับเป็คนความสามารถสูงส่ง อีกทั้งในบ้านพูดหนึ่งไม่มีสอง เป็นิสัยของภรรยาเขานี่เอง อยู่ต่อหน้าท่านแม่ของนางต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้เป็ดีที่สุด
ดังนั้น ทันทีที่ได้ยินว่าท่านแม่ภรรยาจะพูดกับตัวเอง ม่อไท่เหวินก็ หัวใจเต้นรัวขึ้นมา
แม่สวียิ้มตาหยีมองม่อไท่เหวิน เอ่ยถามเสียงเบา “ไท่เหวิน ทำไม จิ้งเหนียงคลอดกำหนดได้เล่า ข้าได้ยินว่าใช้ยาเร่งคลอดด้วย มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ เ้าลองอธิบายให้ข้าฟังซิ”
ม่อไท่เหวินตื่นเต้นกังวลยิ่งขึ้นไปอีก เขาถูมือ ก้มหน้าเล่าความจริงหนึ่งรอบ ไม่กล้าปกปิดแม้แต่เสี้ยวเดียว
ได้ยินม่อไท่เหวินเล่าจบ แม่สวีก็นิ่งเงียบไม่พูดจาสีหน้ายากบรรยาย ม่อไท่เหวินรู้สึกไม่สบายใจเหมือนแมวข่วนฉับพลัน ตอนที่ทนไม่ไหวกำลังจะยอมรับความผิดว่าตัวเองดูแลสวีจิ้งเหนียงไม่ดีเอง แม่สวีก็เอ่ยปาก “ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ เกรงว่าหนูน้อยคงใจร้อน ถึงอยากจะออกมาเร็วขนาดนี้ ถึงจิ้งเหนียงจะทรมานอยู่บ้าง แต่โชคดีที่ทุกอย่างราบรื่น ข้าก็วางใจแล้ว!”
ม่อไท่เหวินโล่งใจโดยไม่รู้ตัว ทว่ากลับได้ยินแม่สวีกล่าว “แต่ ไท่เหวิน ข้ายังมีเื่ต้องบอกเ้า อย่างไรปีนี้สวีจิ้งเหนียงก็ไม่เยาว์แล้ว คลอดลูกติดต่อกันห้าคน สูญเสียสุขภาพไปมาก หลังคลอดหนึ่งเดือนนี้ต้องต้องดูแลให้ดี เ้าอย่าลืมภรรยาเพราะได้บุตรสาวแล้วเชียว…”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2