บทที่ 27 บทของพระเอกกับตัวประกอบ
ท่าทางผิดปกติของยูเมะกับชีอานั้นถูกเมโลดี้สังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วทำให้รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจนแทบจะไม่สังเกตเห็น
แต่มีหรือที่มันจะรอดพ้นสายตาของยูเมะไปทำได้เขาจึงยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความพึงพอใจที่ได้เห็นแฟนสาวของตัวเองแสดงอาการหึงหวงออกมาแบบนี้
เมโลดี้ที่เห็นแบบนั้นก็ค้อนใส่ยูเมะไปวงหนึ่งก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะออกมาเบาๆ
การโต้ตอบของยูเมะกับเมโลดี้นั้นตกอยู่ในสายตาของชีอาทั้งหมดทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกกับบรรยากาศของคู่รักที่ทำราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเรา
แต่หลังจากตระหนักถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองเธอก็เหมือนจะโล่งใจเล็กน้อยอยู่ลึกๆ ในใจจนอดไม่ได้ที่จะมองทั้งสองสลับกันไปมาอยู่อีกครู่หนึ่ง
ขณะที่ภายในใจก็ลอบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คิดถึงความรู้สึกหงุดหงิดหัวใจของเธอ ก่อนจะยิ้มออกมาแบบฝืนๆให้กับความรู้สึกพ่ายแพ้
‘เพราะแบบนี้เขาถึงได้ไม่สนใจเราเลยสินะมีแฟนสาวที่สวยขนาดนี้อยู่แล้วทั้งคน มันคงไม่แปลกสินะ’
แม้ว่าชีอาจะไม่มีความตั้งใจที่จะทำความรู้จักกับยูเมะมาั้แ่แรก แต่ในฐานะของหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามเธอจึงมีความมั่นใจในตัวเองอยู่ไม่น้อยด้วยเหตุนี้การแสดงออกที่เฉยชาจนเรียกได้ว่าเมินเฉยของยูเมะนั้นจึงทำให้เธอเกิดความไม่พอใจขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ด้วยเหตุนี้ชีอาจึงเมินยูเมะไปโดยไม่รู้ตัวและต่อต้านการทำความรู้จักเขาเพราะความไม่พอใจที่แม้แต่ตัวเธอเองก็มองไม่เห็น
แต่หลังจากได้รู้เื่ของยูเมะกับเมโลดี้ความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ก็คล้ายกับจะสลายหายไปโดยไม่รู้ตัวทำให้มุมมองของเธอที่มีต่อยูเมะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
“นี่ทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อนแล้วสินะคะ”
เมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มของตัวเองกับเพื่อนสาวคนใหม่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมเมโลดี้ก็ผ่อนคลายลงและเริ่มทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง
คำถามนี้จึงไม่มีเจตนาแฝงเร้นอะไรซ่อนอยู่แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชีอาหายวิตกกังวลทั้งนี้ก็เพราะเธอเพิ่งจะรู้จักเมโลดี้ได้ไม่นานนักเธอจึงกลัวว่าเมโลดี้จะเข้าใจผิด
ผิดกับยูเมะที่ตอบกลับไปโดยไม่คิดอะไรเลยเนื่องจากเขารู้จักเมโลดี้เป็อย่างดีและมองออกว่าเธอไม่ได้สงสัยอะไร
“ครับเมล พวกเรารู้จักกันมาก่อนพูดไปแล้วก็น่าอายอยู่บ้าง แต่ผมเพิ่งจะรู้ชื่อของคุณชีอาเมื่อไม่กี่วันนี้เอง”
พูดแล้วยูเมะก็อธิบายเพิ่มอีกเล็กน้อยจนเมโลดี้เข้าใจทำให้เธอรู้ว่าพวกเขาเป็เพียงคนคุ้นหน้าที่พบเจอกันบ่อยๆ แต่ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก
ชีอาที่ได้ยินแบบนั้นก็เกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายใจหนึ่งเธอก็โล่งใจ แต่อีกใจก็อดไม่ได้ที่จะนึกหงุดหงิดยูเมะเล็กๆ ที่ตอบคำถามได้โดยไม่มีความรู้สึกผิดปกติใดๆ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ายูเมะไม่ได้มีความคิดเชิงชู้สาวกับเธอแม้แต่น้อยด้วยเหตุนี้ชีอาจึงรู้สึกทั้งโล่งใจและอิจฉาในเวลาเดียวกันที่เมโลดี้มีแฟนหนุ่มที่ซื่อสัตย์อย่างยูเมะ
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ค่อยๆทำความรู้จักกันอย่างช้าๆ ยูเมะถึงได้รู้ว่าเมโลดี้กับชีอานั้นรู้จักกันเมื่อวาน
ส่วนสาเหตุนั้นเขาแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดก็เดาได้ดูได้จากสายตาของลูกค้าผู้ชายส่วนใหญ่ที่มองมาทางเมโลดี้ด้วยสายตาที่ร้อนแรง
มีแม้กระทั่งคนที่ทำท่าทางเหมือนอยากจะเข้ามาทำความรู้จักแต่คนส่วนใหญ่ที่ทำแบบนี้ก็มักจะล้มเลิกความคิดไปเมื่อเห็นชีอาอยู่ด้วยส่วนคนที่ไม่ยอมละสายตาไปง่ายๆ ก็จะถูกสายตาเ็าของชีอาตวัดใส่ทำให้ใจนต้องหลบสายตา
สุดท้ายก็เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังแอบมองมาแบบไม่ให้ชีอารู้ตัวไม่ก็คนที่พยายามแอบฟังอย่างใครบางคนที่นั่งหันหลังให้พวกเขา
พอเห็นแบบนั้นยูเมะก็เข้าใจชีอามากขึ้นเล็กน้อยและตระหนักว่าเธอมีชื่อเสียงในศูนย์ฝึกแห่งนี้มากกว่าที่เขาคิดเอาไว้
“แล้ววันนี้คุณเมโลดี้มีแผนอะไรเป็พิเศษไหมคะ ถ้าไม่มีละก็ฉันให้คำแนะนำได้นะคะ”
“แผนหรือคะ เื่นั้น..”
เมื่อคุยกันมาจนถึงเื่ของแผนการออกกำลังกายของวันนี้ เมโลดี้ก็หันมาทางยูเมะเพื่อขอความคิดเห็นทั้งนี้ก็เพราะเธอตั้งใจจะมาออกกำลังกายเป็เพื่อนเขา ดังนั้นจึงต้องอิงตามแผนการของเขาเป็ธรรมดา
“วันนี้หรือครับ วันนี้ผมตั้งใจว่าจะลองหัดมวยไท่เก๊กดูได้ยินว่ามันช่วยฝึกสมาธิดีมาก ผมคิดว่าฝึกไว้น่าจะมีประโยชน์แต่ก่อนหน้านั้นผมคิดว่าจะออกกำลังกายแบบง่ายๆ เป็การอบอุ่นร่างกายก่อน”
“มวยไท่เก๊กหรือคะ”
ชีอาอุทานออกมาด้วยความแปลกใจเนื่องจากมวยไท่เก๊กนั้นไม่ใช่สิ่งที่ได้รับความนิยมนักในกลุ่มวัยรุ่นแม้ว่าปัจจุบันผู้คนในยุคนี้จะมีมุมมองต่อศิลปะการต่อสู้ที่ต่างออกไปจากในอดีตแต่มวยไท่เก๊กนั้นก็ยังถูกมองว่าเป็ท่าบริหารร่างกายมากกว่าศิลปะการต่อสู้
ด้วยเหตุนี้มวยไท่เก๊กจึงไม่ได้ถูกจัดสอนในเขตต่อสู้แต่จัดสอนอยู่ในเขตออกกำลังกาย โดยสอนอยู่ในพื้นที่เดียวกับการออกกำลังกายแบบโยคะ
“ถ้าจะออกกำลังกายเพื่อฝึกสมาธิละก็ทำไมไม่ลองเล่นโยคะดูละคะ”
“เื่นั้น..มันก็น่าสนใจนะครับ แต่ผมคิดว่ามวยไท่เก๊กน่าจะสนุกกว่า”
ได้ยินแบบนั้นชีอาก็อดประหลาดใจไม่ได้ แต่พอคิดถึงรูปร่างของยูเมะเธอก็คล้ายกับจะเข้าใจเหตุผลบางอย่าง
่เวลานั้นชายหนุ่มร่างกำยำที่กำลังยกเวทอยู่ด้านหลังของพวกเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะสบถออกมาด้วยความดูถูก
“ขยะเอ๋ย! ทำไม่ได้ก็บอกกันตรงๆสิวะ มาอ้างว่าแบบนั้นน่าสนุกกว่า! น่าขำจริงๆ”
เสียงสบถนั้นค่อนข้างดัง แต่ก็ไม่ดังจนคนอื่นได้ยินมันฟังดูเหมือนกับกำลังพูดกับตัวเอง หรือสบถออกมาขณะที่ดูอะไรบางอย่างซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆเพราะมีคนไม่น้อยที่ชอบดูวิดีโอไปพร้อมกับการออกกำลังกาย
จากท่าทางของชายหนุ่มคนนั้นก็ให้ความรู้สึกว่าเป็แบบนั้นแต่สำหรับยูเมะ เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจงใจดูถูกเขาและก็ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่คิดแบบนั้น
เมโลดี้เองก็คิดแบบเดียวกันสายตาของเธอจึงเย็นเยียบลงจนััได้ชีอาเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรู้สึกรังเกียจ
แต่ก่อนที่สองสาวจะได้พูดหรือแสดงท่าทีใดๆยูเมะก็ส่ายหน้ายิ้มๆ เพราะสำหรับเขาแล้วเื่พวกนี้เป็เื่เล็กน้อยที่ไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ
ท่าทางของยูเมะทำให้เมโลดี้ใจเย็นลงเล็กน้อยและทำให้ชีอามองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป
ทว่าหนุ่มร่างกำยำดูเหมือนจะไม่ได้คิดแบบนั้นไม่รู้ว่ามันมองเห็นเขาตอนที่ส่ายหน้าหรือไม่ แต่ทันทีที่เขาส่ายหน้าและทำให้สองสาวสงบลงมันก็สบถออกมาอีกครั้ง
“ไอ้ขี้ขลาด! นี่แกยังเป็ลูกผู้ชายอยู่อีกไหม!”
เสียงสบถของหนุ่มร่างกำยำในครั้งนี้ดังกว่าครั้งก่อนมากทำให้ลูกค้าคนอื่นๆ เริ่มหันมามอง จนเริ่มมีคนสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น
ทว่ายูเมะก็ยังคงนิ่งเฉยเขายิ้มน้อยๆ ราวกับไม่ได้ยินอะไร ทั้งยังชวนเมโลดี้และชีอาคุยต่อก่อนจะพากันไปออกกำลังกายยังอุปกรณ์ที่ตั้งใจเอาไว้
ก่อนที่ทั้งสามจะจากไปเสียงสบถของหนุ่มร่างกำยำก็ดังขึ้นเป็ครั้งที่สามทำให้สายตาของเมโลดี้เย็นเยียบลงจนน่ากลัว
“สวะ! เป็แค่หมูริอาจจะมากินเนื้อหงส์ไม่รู้จักประมาณตนเสียเลย!”
สิ้นเสียงสบถในครั้งนี้สายตาของลูกค้าโดยรอบก็มองมายังยูเมะและเมโลดี้ทันทีทุกคนดูเหมือนจะเข้าใจความหมายของคำพูดประโยคนี้และเข้าใจได้ในทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือการหาเื่
ทว่ายูเมะก็ยังนิ่งเฉยมีเพียงสายตาที่เย็นเยียบลงเล็กน้อย ก่อนจะจูงมือเมโลดี้ให้จากไป
แต่การที่ยูเมะทนได้นั้นไม่ได้หมายความว่าเมโลดี้จะทนได้ เธอจึงหันกลับไปมองด้วยสายตาที่เ็า
“คุณซุนต้าหู่ เื่ในวันนี้ฉันจะจำไว้ค่ะ!”
เมื่อถูกเรียกชื่อหนุ่มร่างกำยำก็เหยียดยิ้มมันดูไม่แปลกใจที่เมโลดี้จำมันได้ อีกทั้งยังหันกลับไปมองด้วยสีหน้าประหลาดใจทำราวกับไม่เข้าใจว่าเมโลดี้้าพูดอะไร
“โอ๊ะ! ก็คิดอยู่ว่าใครที่แท้คุณหนูเมโลดี้นี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
ท่าทางที่ดูเสแสร้งของหนุ่มร่างกำยำนั้นทำให้สายตาของเมโลดี้เย็นเยียบขึ้นไปอีกทำให้เธอสูญเสียความอดทนที่จะรักษามารยาทที่ควรมีไป
“กรุณาหุบปากด้วยค่ะ!”
น้ำเสียงของเมโลดี้เย็นเยียบถึงขีดสุดแล้ว ทำให้หนุ่มร่างกำยำเหยียดยิ้มออกมาและทำท่าทางเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็แตกตื่น
ชั่วขณะนั้นเมโลดี้ก็เค้นเสียงออกมาอย่างเ็าแล้วหันกลับมายิ้มให้ยูเมะและชีอาก่อนจะพากันจากไป ทิ้งให้หนุ่มร่างกำยำยื่นนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แต่อึดใจต่อมามันก็สบถออกมาอย่างหยาบคายและเริ่มหอบหายใจหนักๆด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
ท่าทางของหนุ่มร่างกำยำเต็มไปด้วยความโกรธแต่คงจะมีเพียงตัวมันเองเท่านั้นที่รู้ว่าความโกรธนี้เป็เพียงการเสแสร้งเพื่อปิดบังความหวาดกลัวเท่านั้น
คนอื่นย่อมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมีเพียงมันที่รู้ว่าในวินาทีที่เมโลดี้บอกให้มันหุบปากนั้นมันตั้งใจที่จะตอบกลับไป แต่มันก็ต้องพบว่ามัน ‘ไม่’ สามารถอ้าปากได้
ไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่สามารถอ้าปากได้ ทำให้มันเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาแม้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียวแต่ก็ยังทำให้มันกลัวจนไม่กล้าไล่ตามทั้งสามไป
อีกด้านหนึ่งยูเมะที่ถูกเมโลดี้จูงมือเดินไปนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆเพราะเขาไม่ได้เห็นเมโลดี้โกรธถึงขนาดนี้มานานแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็เพราะรู้ตัวหรือเป็เพราะอารมณ์เย็นลงแล้ว เมโลดี้ที่เดินไม่หยุดมาั้แ่เมื่อครู่ก็หยุดลงและหันกลับมามองด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิด
“ขอโทษนะคะยูเมะคุง เพราะเมลแท้ๆ เื่แบบนี้ถึงได้เกิดขึ้น..”
“ไม่หรอก เมลไม่ต้องขอโทษหรอก มันไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไรอีกอย่าง..ผมว่ามันน่าสนุกดีออก”
สีหน้าของเมโลดี้กับชีอาดูแปลกไปเล็กน้อยตอนที่ยูเมะบอกว่าน่าสนุกยิ่งเห็นรอยยิ้มและแววตาที่แสดงให้เห็นถึงความชอบใจด้วยแล้ว สองสาวก็ยิ่งรู้สึกประหลาด
“ไม่คิดว่ามันน่าสนุกบ้างหรอเมล สำหรับผมนะ..หมอนั้นก็เหมือนตัวประกอบที่ออกมาให้พระเอกในนิยายตบเล่นนั่นแหละ”
ท่าทางของยูเมะในตอนนี้แปลกไปจากทุกทีอย่างเห็นได้ชัดมันทำให้เมโลดี้นิ่งอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงใสเพราะคำพูดของยูเมะนั้นไม่ต่างอะไรจากการบอกว่าตัวเองเป็พระเอก
แม้กระทั่งชีอาก็ยังอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆแล้วมองดูยูเมะด้วยสายตาแปลกๆ
“ตัวประกอบเนี่ยนะ..นี่นายจะบอกว่าตัวเองเป็พระเอกหรือไงกัน!”
“นั่นสินะ บางทีผมอาจจะเป็พระเอกก็ได้ ฮะๆ ไม่เคยอ่านนิยายหรอปกติพระเอกก็ต้องเจออะไรประมาณนี้แหละ ยิ่งตอนอยู่กับนางเอกแสนสวยด้วยแล้ว”
คำชมของยูเมะนั้นทำให้เมโลดี้หน้าแดงน้อยๆ ด้วยความขัดเขิน ก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับเบาๆ
“จริงด้วยค่ะยูเมะคุง แบบนี้ถ้าซุนต้าหู่เข้ามาหาเื่อีกยูเมะคุงจะจัดการเลยไหมคะ”
“เื่นั้น..ถ้าเขายังเข้ามาวุ่นวายไม่เลิกละก็..ก็คงต้องจัดการละนะ”
คิดแล้วยูเมะก็ยิ้มออกมา ทำให้เมโลดี้ยิ้มหวานเป็การตอบรับ ผิดกับชีอาที่เบิกตากว้างจ้องมองคู่รักตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“นายนี่มัน..ไม่รู้จะพูดยังไงดีจริงๆนึกไม่ถึงเลยนะว่านายจะเป็คนแบบนี้”
“เื่นั้นมันก็ช่วยไม่ได้นี่ครับ ใจจริงผมเองก็อยากจะอยู่แบบสงบๆ เหมือนกันแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมให้คนอื่นมาทำให้แฟนของผมต้องเสียใจสักหน่อย”
ยิ่งพูดรอยยิ้มของยูเมะก็ยิ่งอ่อนโยนทำให้ใบหน้าของเมโลดี้แดงระเรื่อด้วยความขัดเขินและมีความสุข ขนาดชีอาเองก็ยังแอบเขินเพราะคำพูดของยูเมะเลย
‘ให้ตายเถอะ! ตาบ้านี่! ทำเอาเราเขินขึ้นมาเลย!! แต่นายจะประมาทหมอนั่นเกินไปแล้วซุนต้าหู่คนนั้นไม่ได้ดีแต่ปากหรอกนะ’
ชีอาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ กับท่าทีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของยูเมะมันทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าหากเกิดเื่แบบนั้นขึ้นมาจริงๆ จะเป็ยังไง
คิดแล้วเธอก็ตัดสินใจว่าจะช่วยสักครั้งเพราะเห็นแก่หน้าของเมโลดี้ที่น่ารัก
หลังจากตัดสินใจได้ชีอาก็ติดตามยูเมะกับเมโลดี้ไปตลอดทั้งวันทั้งสามออกกำลังกายกับอุปกรณ์ที่ไม่ยุ่งยากนัก ออกกำลังกายแบบเบาๆเป็การอบอุ่นร่างกาย
พวกเขาออกกำลังกายจนได้เหงื่อกันพอสมควรก็หยุดพักครู่หนึ่ง พลางดูเวลา จนกระทั่งได้เวลาของคลาสเรียนมวยไท่เก๊กใน่บ่ายพวกเขาจึงเข้าไปในห้องเรียน
เมื่อไปถึงห้องเรียนมวยไท่เก๊กยูเมะก็แอบผิดหวังเล็กน้อย เนื่องจากจำนวนคนที่มีน้อยจนเกือบจะเรียกได้ว่าร้างจะมีก็เพียงผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืดกล้ามเนื้อกันอย่างช้าๆพลางพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ที่หน้าห้องเรียนมีชายหนุ่มที่ค่อนข้างผอมยืนหลับตาทำสมาธิรออยู่อย่างสงบ
ชายหนุ่มไม่ได้เงยหน้ามองใครไม่ได้สนใจเสียงพูดคุยใดๆ แม้กระทั่งตอนที่ยูเมะกับสองสาวเดินเข้ามาในห้องก็ไม่ได้สนใจราวกับไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสิ้น
ท่าทางของชายหนุ่มคนนี้ทำให้ยูเมะประหลาดใจเล็กน้อยจนอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปสังเกตอย่างใกล้ชิดเขายืนมองอยู่เงียบๆ นานหลายนาที ชายหนุ่มก็เหมือนจะรู้สึกตัวจึงลืมตาขึ้นมาครั้งหนึ่ง
พอเห็นว่าอีกฝ่ายลืมตายูเมะก็ยิ้มน้อยๆ เป็เชิงทักทาย ชายหนุ่มนั้นดูเหมือนจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นคนหนุ่มแบบยูเมะในห้องนี้แต่ก็พยักหน้ารับตามมารยาท
“นี่เป็วิธีฝึกสมาธิรูปแบบหนึ่งหรือครับ”
ชายหนุ่มที่ถูกถามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและอึ้งไปชั่วขณะราวกับนึกไม่ถึงว่าจะถูกถามอะไรแบบนี้ พอได้สติก็พยักหน้ารับด้วยสีหน้าตื่นๆทำให้เมโลดี้กับชีอาเริ่มสนใจจนเดินเข้ามาร่วมวงด้วย
เมื่อสังเกตเห็นสองสาวสีหน้าของชายหนุ่มก็ยิ่งแตกตื่น ใบหน้าขาวๆ แดงระเรื่อขึ้นมาทันที ผู้สูงอายุที่อยู่ด้านหลังก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาทันที
“ดูสิดูสิ เห็นไหมๆ เ้าหนูนั่นหน้าแดงใหญ่เลย”
“จริงด้วยเฒ่าหลี่ เ้าหนูนั่นเขินใหญ่เลย ฮะๆ”
“ไม่เอาน่า อย่าไปล้อเด็กมันแบบนั้นสิ เดียวมันก็เขินจนรำไม่ออกพอดี”
เสียงหัวเราะของเหล่าผู้สูงวัยทำให้ชายหนุ่มถึงกับหน้าแดงก่ำจนต้องหลบสายตาของเมโลดี้กับชีอาทำให้ยูเมะไม่กล้ารบกวนอีกต่อไป เขาจึงพาสองสาวไปรอห่างๆ ทำให้ชายหนุ่มสงบลงได้ในที่สุด
หลังจากถอยกลับมายูเมะก็นึกทบทวนท่าทางของชายหนุ่มก่อนหน้านี้อย่างตั้งใจเพราะเขารู้สึกว่าท่ายืนของอีกฝ่ายมีอะไรมากกว่าการยืนตามปกติ
ทว่ายูเมะก็คิดไม่ออกเขาจึงพยายามเลียนแบบด้วยการยืนหลับตาทำสมาธิและถือโอกาสทำสมาธิไปในตัว
การเฝ้ารอไม่ได้นานนักยูเมะจึงไม่ได้มีโอกาสทำความเข้าใจกับความลับของท่ายืน แต่อย่างน้อยเขาก็ประสบความสำเร็จในการทำสมาธิท่ามกลางเสียงพูดคุยของผู้สูงวัยทำให้เขาเข้าสู่สมาธิได้แม้จะถูกรบกวน
พัฒนาการนี้นับเป็พัฒนาการที่น่าพอใจสำหรับเขาทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาบางๆ
โดยไม่รู้ว่าขณะที่ยูเมะพยายามเลียนแบบท่ายืนของชายหนุ่มนั้นชายหนุ่มก็กำลังสังเกตเขาอยู่เช่นกัน
‘แปลกคน แต่ก็..น่าสนใจ’