เป็นยอดยุทธด้วยระบบ

    ระบบยอดยุทธตอนที่ 40

            เพียงไม่นานหลินฝานก็ได้เดินทางมาถึงเขตที่ 10 และเรียกประชุมหัวหน้าเขตทั้งหมดในทันที โดยที่ให้เหตุผลเป็นเรื่องด่วนและพิเศษเป็นอย่างมาก เพียงไม่นานหัวหน้าเขตทั้งหมดก็ได้เดินทางมาถึงห้องประชุมที่หลินฝานอยู่ในตอนนี้


            “เอาละเจ้าหนุ่มเจ้ามีอะไรจะบอกพวกเรากันแน่ หากเรื่องที่บอกไม่สำคัญละก็ เจ้าต้องรับผิดชอบ” หัวหน้าเขตที่ 9 กล่าวออกมา แต่หลินฝานก็ไม่ได้สนใจอะไร


            “ที่ข้าเรียกพวกท่านทั้งหมดมาในวันนี้ ข้ามีเรื่องจะบอกอยู่ 2 เรื่อง เรื่องที่ 1 สัตว์อสูรทั้งหมดที่ออกมาจากรอบแยกมิติ ข้าได้สังหารพวกมันไปหมดแล้ว” หลินฝานกล่าวเรื่องที่ 1 ออกมา ทั้งห้องเกิดความวุ่นวายในทันที


            “เจ้ากล่าวว่าอะไรนะ เจ้านะหรอสังหารสัตว์อสูรทั้งหมด เป็นไปไม่ได้” หัวหน้าเขตเกือบทั้งหมดกล่าวออกมา มีเพียงหัวหน้าเขตที่ 1 และ 10 เท่านั้นที่พยักหน้ายอมรับ


            “จะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของท่านข้าแค่มาแจ้งให้ทราบเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ 2 อีกประมาณ 5 เดือนข้างหน้า จะมีนิกายจากดาวดวงอื่นมารับสมัครศิษย์เข้านิกายของพวกเขา หากใครมีบุตรหรือญาติพี่น้องก็ให้เตรียมตัวสำหรับการทดสอบ หากผ่านการทดสอบ พวกเขาก็จะได้ไปยังดาวที่นิกายตั้งอยู่ หรือคนที่ไม่ผ่านก็ไม่สามารถไปได้” หลินฝานกล่าวออกมา


            ในตอนนี้ทั้งห้องประชุมเกิดความเงียบครอบงำเข้าในทันที เพราะเรื่องที่หลินฝานกล่าวออกมานั้น ไม่มีหัวหน้าเขตคนไหนเชื่อเขาเลยแม้แต่คนเดียว เพียงแต่ทุกคนกำลังตกใจจึงไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา


            “เจ้าหนุ่ม เรื่องที่เจ้ากล่าวออกมานั้นแน่ใจได้อย่างไรว่านิกายที่เจ้ากล่าวนั้นจะมารับสมัครศิษย์ที่ดาวของพวกเรา อีกอย่างเรื่องนิกายอะไรนั้นเจ้าทราบมาจากที่ใดกันแน่” หัวหน้าเขตที่ 2 กล่าวถามหลินฝานออกมา


            “เรื่องนี้ตอนที่ข้ากำลังสังหารสัตว์อสูรอยู่ ก็ได้มียานรบเข้ามาใกล้ ๆ ข้าและได้มีผู้อาวุโสคนหนึ่งเดินออกมาจากยานรบและกล่าวกับข้า และยังบอกกับข้าอีกว่า ดาวของเราจะอยู่ภายใต้เขตของนิกายแห่งแสง ที่ยิ่งใหญ่และอีก 5 เดือนต่อจากนี้จะมีนิกายต่าง ๆ มารับสมัครศิษย์จากดาวดวงนี้แน่นอน” หลินฝานเล่าเรื่องที่แต่งออกมา


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าพวกเราจะยอมเชื่อเรื่องที่เจ้าแต่งขึ้นมาหรืออย่างไรกัน คนที่ไหนจะมาจากนอกดวงดาวของเรา ไม่มีทางหรอก หากมีพวกเขาจะมาสนใจพวกเราทำไม ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ข้ายังไม่เคยได้ยินเรื่องที่เจ้ากล่าวออกมาเลยแม้แต่น้อย” หัวหน้าเขตที่ 5 กล่าวออกมา และหัวเราะออกมาในทันที หลินฝานที่มองอยู่รู้สึกไม่ชอบใจเขาในทันทีแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร


            “พวกท่านก็แค่กบในกะลา เพียงแค่นี้ก็รับรู้ได้แล้วว่าพวกท่านนั้นไม่มีความสามารถที่จะออกไปจากดาวดวงนี้ ในอดีตคิดหรือยังไงว่าไม่เคยมีใครออกจากดาวดวงนี้หรืออย่างไร และพวกท่านคิดว่าข้า ที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้น จะอาศัยอยู่ที่ดาวดวงนี้มาตั้งแต่แรกอย่างงั้นหรอ ไปสืบเบื้องหลังข้ามากันแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร ไม่ตกใจกับความสามารถของข้าบอกหรอกรึไง” หลินฝานกล่าวออกมาและมองไปยังหัวหน้าเขตที่ 10 ที่ตอนนี้ก้มหน้าไม่กล้าสู้หน้าหลินฝานอีกต่อไป


            เพราะเรื่องที่หลินฝานกล่าวออกมานั้นเป็นเรื่องจริง ที่พวกเขานั้นให้คนไปสืบประวัติหลินฝานตั้งแต่เล็กจนโต แต่กลับไม่พบเหตุผลอะไรที่หลินฝานแข็งแกร่งขนาดนี้ จนมาถึงวันนี้ที่หลินฝานกล่าวถึงดาวดวงอื่น ๆ ที่มีนอกจักรวาล


            “สรุปคือเจ้าไม่ใช่คนบนดาวดวงนี้อย่างงั้นหรือ” หัวหน้าเขตที่ 10 กล่าวออกมา


            “จะว่าใช่มันก็ใช่ จะว่าไม่ใช่มันก็ไม่ใช่ เพราะดวงจิตของข้านั้นได้เดินทางมายังดาวดวงนี้และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดาวดวงนี้ เพียงแต่ข้าไม่อยากปรากฏตัวก็เท่านั้น คิดหรือว่าพวกท่านทั้งจะสามารถกำจัดสัตว์อสูรที่ออกมาจากรอยแยกมิตินั้นได้” หลินฝานกล่าวออกมาอย่างดุดัน ทำให้หัวหน้าเขตทั้งหมดเงียบไปในทันที


            “เอาละเรื่องที่ข้าควรจะกล่าวก็กล่าวออกมาหมดแล้วที่เหลืออยู่ที่พวกท่านเชื่อหรือไม่ หากมีปัญหาขึ้นมาอย่าหาว่าข้าหลินฝานผู้นี้ไม่เคยบอกพวกท่าน และอีกเรื่องหนึ่งช่วยอย่าส่งคนไปรบกวนร้านยาของข้าด้วยหากยังมีอีกข้าจะ ส่งพวกเขากลับบ้านเก่าทั้งหมด และของคุณหัวหน้าเขตชิงเทียนที่ทำให้ข้าไม่ต้องสังหารพวกมันไป” หลินฝานกล่าวออกมาและเดินออกจากห้องประชุมในทันที


            ตัดกลับมาที่นิกายแห่งแสง หว่างโป้ได้กล่าวรายงานเรื่องของดาวดวงใหม่ที่เขาได้พบเจอ และขอให้นิกายในสังกัดไปรับสมัครศิษย์ที่ดวงดาวเพื่อหาอัจฉริยะ อีกด้วย และหว่างโป้ได้รายงานเรื่องของหลินฝาน ที่เป็นปีศาจในดวงดาวแห่งนั้น เพราะความแข็งแกร่งของหลินฝานสามารถขับไล่ปีศาจจันทราได้อย่างง่ายดาย ทำให้หว่างโป้ต้องรายงานออกไปก่อน