ย่าหลินรีบก้าวไปขวางหน้าจางกุ้ยเฟิน"กุ้ยเฟินเอ๊ย ในห้องเก็บข้าวสาลีมีแขกอยู่อย่าเข้าไปรบกวนเขาเลย"
การที่ย่าหลินขวางไม่ให้เข้าไปในห้องเก็บข้าวสาลีก็ทำให้จางกุ้ยเฟินไม่พอใจอยู่แล้วพอได้ยินว่ามีแขกอยู่ข้างใน จางกุ้ยเฟินก็ยิ่งอยากเข้าไปดูให้เห็นกับตา
"คุณป้า แขกที่อยู่ในนั้นเป็นใครคะ? ถึงกับต้องปิดบังไม่ให้หนูเข้าไปดูเลยเหรอ?"
เมื่อเห็นจางกุ้ยเฟินไม่รู้จักมารยาทเช่นนี้สีหน้าของย่าหลินก็บึ้งตึงทันที "ก็ลูกสาวคนโตของบ้านฉางหมินเขากำลังใช้จักรเย็บผ้าอยู่เธอกำลังยุ่งๆ อย่าเข้าไปรบกวนเลย"
พอจางกุ้ยเฟินได้ยินว่าคนที่อยู่ในห้องคือลูกสาวคนโตของบ้านหูฉางหมินเธอก็เบ้ปากทันที "นึกว่าใครที่แท้ก็คุณหนูจากในเมืองที่กลับมาอยู่บ้านนอกของบ้านหูฉางหมินนี่เองคุณหนูใช้จักรเย็บผ้าเป็นด้วย น่าเหลือเชื่อจริงๆ!"
พอรู้ว่าใครอยู่ในนั้นจางกุ้ยเฟินก็ยิ่งอยากเข้าไปดูให้เห็นกับตา
จางกุ้ยเฟินเหยียดแขนยาวๆของเธอออก อ้อมผ่านตัวย่าหลินไปผลักประตูที่ปิดอยู่ให้เปิดออก
ตอนนี้หูหลันเยวี่ยกำลังร้อยด้ายเข้าเข็ม
มีแค่ประตูกั้นอยู่เสียงที่ดังมาจากข้างนอกเหล่านั้น เธอจึงได้ยินอย่างชัดเจน
หูหลันเยวี่ยรู้สึกว่าพวกอาสะใภ้คุณย่า และป้าใหญ่ของเธอก็ยากที่จะรับมือพอตัวแล้วแต่เมื่อเทียบกับป้าใหญ่ของหลินซือหย่วน คนพวกนั้นก็กลายเป็นธรรมดาไปเลย
ในเมื่อจางกุ้ยเฟินเข้ามาในห้องแล้วย่าหลินก็ทำได้แค่ตามเข้ามา
"เยวี่ยเยวี่ย นี่คือป้าใหญ่ของพี่ซือหย่วน หนูก็เรียกเธอว่าป้าใหญ่สิ"
หูหลันเยวี่ยรีบวางสิ่งที่อยู่ในมือลงลุกขึ้นแล้วยิ้มบางๆ ให้จางกุ้ยเฟิน "สวัสดีค่ะป้าใหญ่"
"จ้าๆ" จางกุ้ยเฟินกลอกตามองสำรวจหูหลันเยวี่ย"ลูกสาวที่กลับมาจากในเมืองนี่ นอกจากจะพูดเก่งแล้วหน้าตาก็ยังสดใสมีน้ำมีนวลด้วยสินะ"
พูดจบจางกุ้ยเฟินก็ทำเสียงซู้ดปาก
"กุ้ยเฟิน เราออกไปกันเร็วเข้าเถอะ อย่าเสียเวลาทำงานของหนูเยวี่ยเลย"ย่าหลินเร่ง
จางกุ้ยเฟินทำเหมือนไม่ได้ยินเธอหันไปที่บริเวณหน้าต่างด้านหลังทันที ตรงนั้นมีไหขนาดใหญ่วางอยู่สองใบ
จางกุ้ยเฟินเปิดไหใบหนึ่งออก"คุณป้าคะ ข้าวสาลีเก่าครึ่งไหนี้ ขอยืมให้บ้านหนูหน่อยได้ไหม?ถ้าแม่ของอีกฝ่ายเห็นว่าต้าเผิงบ้านหนูมีข้าวสาลีเก่าพวกนี้คงจะดีใจแน่ๆ"
ย่าหลินพูด"กุ้ยเฟินเอ๊ยหย่วนจื่อบ้านฉันก็ถึงวัยที่ต้องหาเมียแล้วเหมือนกันถ้าพ่อแม่ว่าที่ภรรยาของหลานมาเยี่ยมบ้านครั้งแรก แล้วเปิดไหดูข้าวสารฉันจะทำยังไง?"
ถึงแม้ว่าย่าหลินจะรังเกียจอย่างมากที่จางกุ้ยเฟินยืมแล้วไม่คืนแต่เธอก็รู้ ถ้าพูดว่าไม่ให้ยืมออกไปตรงๆ จางกุ้ยเฟินจะต้องตามติดไม่เลิกแน่ๆ
ย่าหลินคิดว่าการยกเหตุผลที่ว่าหลินซือหย่วนก็กำลังจะแต่งงานขึ้นมาจะทำให้จางกุ้ยเฟินยอมถอยไปเอง
แต่เธอประเมินความหน้าด้านของจางกุ้ยเฟินต่ำเกินไป
จางกุ้ยเฟินตอบ"คุณป้าคะ หนูบอกไปตั้งนานแล้วให้หย่วนจื่อแต่งกับเกาลี่บ้านอาของต้าเผิงสิ เกาลี่เป็นเด็กผู้หญิงที่ดีขนาดไหนนิสัยใจคอของพ่อแม่เธอก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วถึงในไหบ้านป้าจะไม่มีข้าวสาลีเก่าสักเม็ด พวกเกาลี่ก็ไม่รังเกียจหรอกค่ะ"
พูดจบจางกุ้ยเฟินก็เอามือล้วงเข้าไปในไหแล้วเอานิ้วแหวกข้าวสาลีดูท่าทางเหมือนอยากจะกินข้าวสาลีเก่าครึ่งไหเข้าไปในท้องให้ได้
เดิมทีหูหลันเยวี่ยไม่อยากจะพูดอะไรเธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอก
แต่พอเห็นจางกุ้ยเฟินได้คืบจะเอาศอกและย่าหลินก็สู้เธอไม่ได้ หูหลันเยวี่ยก็ไม่สามารถนั่งเงียบต่อไปได้
หูหลันเยวี่ยลุกขึ้นมองไปทางย่าหลินที่มีสีหน้าไม่พอใจ "คุณย่าคะข้าวสาลีเก่าครึ่งไหนี้ ไม่ได้จะให้บ้านหนูยืมแล้วเหรอ? มันก็ต้องมีก่อนมีหลังสิคะว่าไหม?"
ย่าหลินชะงักไปก่อนจะเข้าใจในทันที"ดูสิความจำฉันนี่แย่จริงๆ กุ้ยเฟินเอ๊ยไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากจะให้ยืมข้าวสาลีครึ่งไหนี้ไปนะแต่ฉันรับปากน้องฉางหมินของเธอไปแล้วว่าจะให้เขายืมข้าวสาลี"
จางกุ้ยเฟินดูไม่ออกว่าทั้งสองคนกำลังเล่นละครเธอนึกว่าย่าหลินให้บ้านหูฉางหมินยืมข้าวสาลีไปจริงๆ
จางกุ้ยเฟินไม่ได้ล้มเลิกความคิดที่จะเอาข้าวสาลีครึ่งไหนั้นไปแค่เพราะได้ยินย่าหลินพูดว่าให้คนอื่นยืมแล้ว "ข้าวสาลีเก่าให้คนอื่นยืมไปแล้วงั้นบ้านเราขอยืมข้าวสาลีใหม่หน่อยสิคะ"
พูดจบจางกุ้ยเฟินก็เปิดไหอีกใบที่อยู่ข้างๆทันที ในนั้นบรรจุข้าวสาลีใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในปีนี้ เมล็ดข้าวทุกเมล็ดอวบอ้วนมองแล้วดูน่ากิน
พอย่าหลินได้ยินว่าจางกุ้ยเฟินจะมาเอาข้าวสาลีใหม่สีหน้าของเธอก็มืดครึ้มยิ่งกว่าเก่า "อีกไม่กี่วันก็ต้องส่งผลผลิตให้รัฐแล้วที่บ้านมีเงินไม่พอใช้ฉันยังคิดอยู่เลยว่าไปส่งผลผลิตเสร็จจะขายข้าวสาลีใหม่ไปอีกสักหน่อย"
"คุณป้าคะ ในเมื่อป้าเสียดายที่จะให้ยืมข้าวสาลีใหม่งั้นก็ให้ยืมข้าวสาลีเก่าสิคะ" จางกุ้ยเฟินวกกลับไปที่ข้าวสาลีเก่าครึ่งไหอีกครั้ง
ย่าหลินเริ่มหมดความอดทน"ก็บอกไปแล้วไงว่าข้าวสาลีเก่าฉันยกให้บ้านหลันเยวี่ยไปแล้วบางทีบ่ายนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้เช้า น้องฉางหมินของเธอก็จะมาเอาข้าวสาลีไปแล้ว"
พอจางกุ้ยเฟินได้ยินว่าคุณย่าจะให้สกุลหูยืมข้าวแทนที่จะให้เธอก็โมโหขึ้นมาทันที"คุณป้า หมายความว่ายังไง? พวกเราเป็นญาติกันแท้ๆป้าไม่ให้พวกเรายืม แต่กลับให้คนนอกยืม มันคืออะไรคะ?"
พอเห็นจางกุ้ยเฟินขึ้นเสียงใส่ย่าหลินหูหลันเยวี่ยก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว "หนูจะบอกป้าใหญ่ให้นะคะทุกอย่างมันต้องมีก่อนมีหลังค่ะ บ้านหนูมาขอยืมข้าวสาลีก่อน คุณย่าก็ตกลงแล้วแน่นอนว่าข้าวสาลีครึ่งไหนี้ก็ต้องเป็นของบ้านหนู ถ้าป้าอยากจะยืมก็ต้องรอให้บ้านหนูเอาข้าวสาลีที่ยืมไปมาคืนให้คุณย่าก่อน แล้วค่อยมาขอยืมสิคะ"
การถูกเด็กสาวคนหนึ่งพูดจาเหน็บแนมแบบนี้จางกุ้ยเฟินเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกในชีวิต
เพราะโกรธเกินไปคิ้วที่ค่อนข้างบางของจางกุ้ยเฟินก็ตั้งชันขึ้นมา "หูหลันเยวี่ย เธอเป็นอะไรกับบ้านผู้เฒ่าหลินกัน? เธอมาพูดจาไร้สาระอะไรตรงนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
"หนูกับบ้านสกุลหลินที่ความสัมพันธ์เป็นเพื่อนบ้านยังดีกว่าญาติห่างๆ ค่ะความสัมพันธ์ที่พอบ้านหนูทำของอร่อยๆ ก็จะเอามาให้คุณย่าชิมเป็นคนแรกไงคะป้าก็แค่อาศัยเรื่องที่ให้นมหลินซือหย่วนไม่กี่เดือนมาทวงบุญคุณสิ่งที่ป้าเอาไปจากบ้านตระกูลหลินตลอดหลายปีมานี้ มันก็ชดเชยบุญคุณเมื่อก่อนหน้านี้ไปนานแล้ว"หูหลันเยวี่ยเท้าเอวข้างหนึ่ง ดูผ่าเผยมาก
ย่าหลินรู้ว่าหูหลันเยวี่ยพูดเก่งแต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้
แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าการให้เด็กสาวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่
จางกุ้ยเฟินถูกเด็กสาวคนหนึ่งเถียงจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่พอหายใจคล่องแล้ว เธอก็ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่หูหลันเยวี่ยต่อแต่กลับมาพุ่งเป้าไปที่ย่าหลินอีกครั้ง
"คุณป้า ฉันถามป้าคำเดียว ข้าวสาลีนี้ป้าจะให้บ้านฉันยืมหรือว่าจะให้บ้านเหล่าหูยืมคะ?"
ย่าหลินตอบโดยไม่ลังเล"ฉันรับปากว่าจะให้บ้านเหล่าหูยืมไปแล้ว ผิดคำพูดไม่ได้"
จางกุ้ยเฟินโกรธจนปลายนิ้วสั่นระริก"คุณป้า บ้านเหล่าหูให้ผลประโยชน์อะไรกับป้ากันแน่? ป้าอย่าลืมนะว่าตอนนั้นที่น้องสาวฉันคลอดหย่วนจื่อแล้วตายไปป้าทำยังไงถึงมาขอร้องจนฉันให้นมหย่วนจื่อได้?"
พอได้ยินจางกุ้ยเฟินเอาเรื่องในอดีตขึ้นมาพูดอีกครั้งย่าหลินก็ไม่ได้แค่รำคาญ แต่ยังโกรธด้วย "กุ้ยเฟินถ้าเธอคิดว่าบ้านเราตอบแทนบุญคุณยังไม่พอสู้พวกเราไปหาคนที่มีตำแหน่งมาคำนวณดูไหมว่าน้ำนมหกเดือนต้องใช้เงินเท่าไหร่ตอบแทนพอคำนวณออกมาแล้วฉันจะขายหม้อขายไหเอาเงินมาคืนให้หลังจากนั้นพวกเราก็ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกันอีก"