“อิ่มแล้วใช่ไหมเต่า”
“ก็พออิ่ม” เพทายบอกเพื่อนสาวไปทั้งที่ความจริงอาหารไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ ที่กินลงไปนะ ให้พอมีกำลังเท่านั้นคิดถึงรสชาติอาการของเฮียก้องที่สุด คนอะไรไม่รู้ ถึงจะดุไปหน่อยแต่ทำอาหารได้รสชาติดีมากเขากินจนรู้สึกว่ากางเกงมันจะพอดีกับตัวมากเกินไปเสียแล้ว สงสัยจะต้องหาเวลาไปออกกำลังกายแต่...แค่คิดว่าจะต้องฟิตร่างกายให้หุ่นเฟิร์มน้องเต่าก็เกิดความเสียดายของที่กินเข้าไปอยู่ไม่น้อยก็แหม...กว่าพ่อกับแม่เลี้ยงให้อวบน่ากอดได้ขนาดนี้ เสียเงินไปตั้งเยอะนี่น่าถ้าอย่างนั้นเขายอมกลิ้งเป็หมูไปก่อนละกัน
“ใครได้มึงเป็เมียคงต้องคิดหนัก กินจุขนาดนี้ไม่โอ่งก็หมูกลิ้งได้แล้ววะ” พฤศจิกาอดไม่ได้ที่จะเพื่อนตัวอวบที่พึมพำเสียงแ่เบาเหมือนอยู่ใกล้ๆ
“หยุดหัวเราะน้องเต่าเลยนะยอด”เพทายหันไปเล่นงานเพื่อนที่รู้ว่า...เขาพักอยู่กับใคร แต่แว่นกับหวายยังไม่รู้เพราะทั้งสองคนยังไม่เคยเห็นเขามาหรือกลับกับเฮียก้องและเขาก็ไม่กล้าบอกเื่นี้กับทั้งสองคนด้วยคือมันอาย...
“หวายก็เหมือนกัน น้องเต่าพูดหลายครั้งแล้วนะน้องเต่าเป็ผู้ชาย อยากจะมีแฟนเป็ผู้หญิง” เพทายทำเสียงดุใส่เพื่อนสาวแต่ดูเหมือนยายเพื่อนตัวดีจะไม่สนใจจะฟังยังคงนั่งยิ้มและเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวนกวนอวัยวะเบื้องต่ำเหลือเกิน ‘ใครก็ได้ ช่วยเอาหวายไปเก็บหน่อย...ได้โปรดน้องเต่าขอร้อง’
“เออ...อยากจะคิดอย่างนั้นก็ตามใจแต่ถ้าตกเป็เมียใครแล้ว ก็ช่วยเลี้ยงอาหารเที่ยงสาวสวยคนนี้สักอาทิตย์ละกันนะ”พฤศจิกาเอ่ยพลางส่ายศีรษะอย่างยอมแพ้น้องเต่าน้อยไม่รู้หรือไงว่ามีหลายคนอยากคว้าตัวเองไปแนบกาย
“ตอนนี้น้องเต่าก็จัดการของตรงหน้าหมดแล้วหวายก็บอกได้แล้วนะ...ใครคนไหนคือพี่รหัสของน้องเต่า”
“จริงเหรอหวาย...หวายแก้คำใบ้ของน้องเต่าได้แล้ว เย้!หวายเก่งที่สุดเลย”
“หยุดดีใจก่อนดีกว่าไหมน้องเต่า ตอนนี้ที่สำคัญคือมึงควรรู้ก่อนไหม พี่รหัสมึงเป็ใคร”
เพทายเกือบจะขยับเข้าไปกอดคอหวายและจูบแก้มใส ๆไปแล้วแต่ต้องหยุดเพราะคำพูดของยอดที่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังถูกคุกคามยังไงก็ไม่รู้ยิ่งพอได้เห็นใบหน้าติดกังวลของเพื่อนแล้วผมรู้สึกว่าสิ่งที่จะได้ยินมันคงจะทำให้เขาวุ่นวายไม่น้อย
“ใครเหรอหวาย พี่รหัสของน้องเต่าเป็ใครเหรอ”แต่ไม่ว่าจะเป็ใคร เขาว่านะ...ยังไงพี่เขาจะต้องใจดีแน่นอนยิ่งเห็นหน้าตาน่ารักของน้องเต่าละก็...ฮึฮึ หลงรักจนหมดหัวใจภายในไม่นาน เฮ้ย!ไม่ใช่ ๆ น้องเต่าไม่ได้หมายความว่าจะเป็แฟนนะ แค่รักแบบรุ่นน้องที่สนิท คอยช่วยเหลือซัพพอร์ตให้น้องเต่าเรียนเก่งๆ ต่างหากล่ะ อย่าไปคิดลึกนะครับ
“พี่รหัสแกคือ พี่กุลที ประดับทอง”
ดูเหมือนหวายจะพูดอย่างตื่นเต้นกึ่งกังวลแต่กุลที ประดับทองเป็ใครล่ะ น้องเต่าไม่รู้จักนี่น่า“ใครเหรอ...น้องเต่าไม่รู้จัก”
“ไอ้ลูกเต่า!”
“หวายพูดไม่เพราะอีกแล้วเดี๋ยวผมจะบอกให้พี่รหัสของหวายลงโทษ”
“หยุดคิดเื่นั้นก่อนเถอะไอ้ลูกเต่านี่มึงไม่รู้จักที่กุลทีจริง ๆ เหรอ” พฤศจิกาถามอย่างไม่เชื่อตอเต่าไปงมโข่งอยู่ที่ไหน ถึงได้ไม่รู้จักรุ่นพี่สายโหดแห่งวิศวะอุตสาหการ
“ตอเต่าสนใจมื้อเช้ากับมื้อเย็น จะมีใครทำอะไรให้กินมื้อกลางวันที่โรงอาหารมีอะไรอร่อย ๆ ให้กินบ้าง แล้วก็เตียงนอนอุ่นๆกับคนที่นอนกอดเท่านั้นแหละ”
“ยอด!”
“หือ...สองคนนี้มีอะไรปิดบังอยู่ใช่ไหม บอกมาเลยนะ”
ฮึฮึ...
เพทายหันไม่มองแว่นที่ทำตัวเหมือนกับคนไร้ตัวตนที่อยู่ดี ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุแต่มันทำให้เขาต้องหันไปมองสบตากับยอดที่น่าจะรู้สึกเช่นเดียวกัน
ความลับที่ปกปิดไว้ถูกเปิดโปง แต่คงไม่น่าจะใช่ก็เขากับยอดระวังตัวกันจะตาย ตอนเช้าก็มาเร็วเป็พิเศษตอนกลับก็นัดเฮียก้องกับพี่คายหลังรับน้องเสร็จก็เกือบจะครึ่งชั่วโมงที่ตอนนั้นแทบไม่มีใครอยู่แล้วนะ
“ไม่มี้...ไม่มี” เพทายรีบปฏิเสธเสียงสูงยิ่งทำให้พฤศจิกาไม่เชื่อ ไหนจะท่าทางลุกลี้ลุกลนอีกล่ะรวมถึงสายตาของยอดที่มองมาอย่างคาดโทษที่มันทำให้เขารู้สึกผิดอย่างมากแล้วสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือ...
“ขอโทษค้าบ”
“เออ...ช่างเถอะ จะปิดบังกันก็ได้แต่เฉพาะตอนนี้เท่านั้นนะ หลังจากนี้กูจะซักฟอกให้ขาวสะอาดเลยมึง”
เพทายได้แต่ส่งยิ้มแหย ๆให้กับยอดด้วยความรู้สึกผิดอย่างที่สุด
“ตอนนี้เอาเื่พี่รหัสแกก่อนนะตอเต่า...ดูกลุ่มที่นั่งพูดคุยและหัวเราะเสียงดังกันอยู่นะดูผู้ชายตัวเล็กที่สุดในกลุ่มนะ หน้าตาออกจะน่ารักคล้าย ๆ กับแกนี่แหละถือได้ว่าพี่รหัสแก...โดดเด่นเหมือนดอกไม้ปักอยู่บนกองขี้ควาย”ควายถึกหน้าโหดทั้งนั้น
“อย่าห้าวให้มากหวาย เดี๋ยวรุ่นพี่มาได้ยินเข้าเขาจะโกรธเอา สร้างมิตรดีกว่าสร้างศัตรูนะหวาย”ศรวัณเตือนเพื่อนที่หัวร้อนและปากเร็วให้รู้จักที่จะมีสติ ให้คิดก่อนพูดคนเราต่างพ่อต่างแม่ ต่างที่มา ไม่รู้นิสัยใจคอ อาจจะทำให้เพื่อนเป็อันตรายได้
“ฮื่อ...ขอบใจนะ จะพยายามนะ”
“เต่าไปกับหวายและแว่นก่อนนะ กูขอไปคุยโทรศัพท์แป๊บ”
“ใครโทรมาเหรอ...” หวายกระเซ้าเมื่อเห็นยอดหน้าแดงระเรื่อขึ้นทันตา ในดวงตาก็ฉายแววระยิบระยับ “แฟนใช่เปล่าแหม...มีแฟนแล้วไม่บอกเพื่อนเลยนะยอด”
“ปะ...เปล่า ๆ ไม่ใช่นะ” ถึงเขาจะปฏิเสธแต่ทำไมถึงได้รู้สึกขนลุกเพราะสายตาเหมือนจะรู้เท่าทันของหวายด้วยขืนโต้ตอบอยู่อย่างนี้ เื่ที่ปกปิดไว้คงจะแดงขึ้นมาในตอนนี้ ได้อาย...กันล่ะ
“หวายรีบไปใช่เปล่า ถ้าอย่างนั้นกูขอไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะดังไม่หยุดเลย” ศรวัณรีบหอบเอาหนังสือบนโต๊ะมุ่งเดินไปไกล ๆเพื่อนเพื่อคุยโทรศัพท์อย่างเร็ว ก่อนปลายสายจะโมโหแล้วคืนนี้เขาอาจจะเจอดีแต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับหัวใจมันแบบนี้ แต่ช่างเถอะ เขายังไม่อยากรู้คำตอบแล้ว
ศรวัณเลือกนั่งตรงเก้าอี้ไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่พร้อมกับเหลียวมองรอบบริเวณเมื่อเห็นว่าไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านก็เลยรับโทรศัพท์ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
“ทำไมรับช้า”
รับช้าแค่นิดเดียวเอง เสียงเย็นมาเชียวศรวัณกรอกสายตาไปมา “พอดีคุยอยู่กับ...ตอเต่าครับ เื่แก้ปริศนาหาพี่รหัส”ถ้าบอกคุยกับเพื่อนคนอื่น...เดี๋ยวถูกกล่าวหาว่าเห็นเพื่อนสำคัญกว่าคืนนี้ได้ถูกลงโทษอีกแน่ ๆ ไม่เอาหรอก เขาไม่ชอบความรู้สึกตอนนั้น มันหายใจไม่ค่อยทันหัวใจมันก็เต้นเร็วเกินไปจนกลัวจะะเิ
“แล้วยอดรักล่ะ”
หยุดได้ไหม หยุดเรียกผมว่า “ยอดรัก” สักทีได้ไหมได้ยินทีไรหัวใจมันก็เหมือนมีผีเสื้อบินอยู่เต็มเลย
“ผม...ผมก็แก้ปริศนาได้แล้วเหมือนกัน”ถึงจะไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ได้รู้แล้วพี่รหัสของตัวเองชื่อเรียงเสียงใด
“ทำไมน้ำเสียงถึงมีความกังวลล่ะ”
มันก็แค่คำถามธรรมดาๆ เองแต่ศรวัณก็รับรู้ถึงความห่วงใยใส่ใจที่พี่คายมีให้ อุ่นใจเป็บ้าเลยแต่จะให้ดีกว่านี้ ถ้าได้เห็นพี่คายมายืนอยู่ตรงหน้า...ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาที่อบอุ่นและอ่อนโยน
“ทำไมถึงไม่คิดในมุมกลับ สิ่งที่ให้ทำไม่ได้หนักหนาจนเราทำไม่ได้ มันจะเป็ประสบการณ์เป็การเตรียมพร้อมสำหรับที่จะอยู่ในรั้วมหา’ ลัย...เรียนจนจบ”
“ฮะ” ก็หวังว่ามันจะเป็อย่างที่พี่คายพูดนะ
“อย่าตีตนไปก่อนไข้...รู้ใช่ไหม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะอยู่เคียงข้างยอดรักเสมอ”
ตอนนี้เพียงแค่ได้ยินเสียงเหมือนจะปลอบประโลมใจที่มันหวาดหวั่นจะยังไม่เพียงพอ มันคงจะดีมากกว่านี้ถ้าตอนนี้พี่คายจะมาอยู่ตรงหน้า...กลับห้องไปเขาจะศึกษาแผนที่มหา’ ลัยให้ละเอียด จะได้รู้ว่าตึกคณะตัวเองกับคณะบริหารห่างกันแค่ไหนเผื่อวันไหนว่าง...เลิกเรียนเร็ว เขาอาจจะนึกสนุกแอบไปดูพี่คายบ้างก็ได้เห็นเพื่อน ๆ พูดกันว่าสาว ๆ คณะบริหารทั้งสวยและน่ารักกันทั้งนั้นเผื่อหน้าตาอย่างเขาจะมีเสน่ห์ดึงดูดสาวน่ารักสักคนมาสนใจ
“เครียดขนาดนี้ ได้ทานอะไรบ้างหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ พี่ละ ทานอะไรหรือยัง”มันเป็แค่การคุยธรรมดานะ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกดีเอามาก ๆ อย่างนี้ไม่รู้ เฮ้อ!ชักจะเพี้ยนหนักแล้วสิเรา
“ยังเลย นั่งทานคนเดียวไม่ค่อยอร่อยเลยถ้าจะมีใครสักคนแถว ๆ นั้นมาทานเป็เพื่อนด้วยก็คงดี”
“ฮึ...ไม่ต้องมาพูดเลย หน้าตาอย่างพี่อะนะไม่มีคนอยากนั่งทานข้าวด้วย อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อหรอกผมว่าเป็พี่มากกว่าที่เื่มาก...มีให้เลือกเยอะจนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใครมานั่งใกล้ๆ มากกว่า” แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ดีเลยพอคิดว่าจะมีผู้หญิงนั่งใกล้กับพี่คาย
“แต่คนเ่าั้ก็ไม่ใช่คนที่พี่อยากจะนั่งทานอาหารด้วยนี่น่าถ้ายอดรักมาได้คงจะดี”
หยอดเข้าไป...แค่นี้เขาละลายไม่พอหรือไงแก้มร้อนฉ่าแล้วนะนี่ “ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ผมทำอาหารให้พี่ทานละกัน” ที่ทำให้นะไม่ใช่เพราะหลงวาจาที่หยอดมาหรอกนะ เขาก็แค่อยากจะตอบแทนบุญคุณก็แหม...พี่คายรับผิดชอบเขาอยู่นี่น่า ไหนจะค่ากิน ค่าที่พัก ค่าเสื้อผ้า ไหนจะเงินที่ใช้ประจำวันอีกล่ะที่เขาทำให้ถือว่าเล็กน้อยมาก...
“ยอดรักเหนื่อยไม่ใช่หรือไง เข้ารับน้องแต่ละทีต้องใช้พลังขนาดไหน หลับั้แ่กลับบ้านยังไม่ถึงบ้านด้วยซ้ำ”
โว้ย! จะเอาเื่น่าอายของเขามาแฉทำไมนี่แค่หลับในรถแล้วถูกพี่คายอุ้มเข้าไปในห้องครั้งเดียวเอง...ครั้งเดียวเองนะแหะ...ยอมรับก็ได้ว่าั้แ่เข้ารับน้องเขาหมดแรงจนเผลอหลังในรถจนถูกพี่คายปลุกด้วยจูบก่อนจะใช้ความอ่อนเพลียของเขาเป็ข้ออ้างเพื่ออุ้มเข้าห้องและเอารางวัลโดยการนอนกอดและหาเื่จูบอยู่ตลอดเวลาเท่านั้นเองศรวัณทำแก้มป่อง ตวัดใบหน้าใส่คนปลายสาย
“เหนื่อยจนพี่แทบจะต้องอาบน้ำให้ไม่ใช่หรือไง”
อารมณ์ดีจริง ๆ ที่ได้พูดถึงเื่น่าอายของเขาชิ...
“ไป...ไปกินข้าวเที่ยงได้แล้ว ผมไม่คุยกับพี่แล้ว”ศรวัณเอ่ยปากไล่เพราะอายจนแก้มร้อนฉ่า
“คุยเป็เพื่อนพี่อีกหน่อยไม่ได้หรือไง”
“แล้วไม่เรียนหรือไง...อย่าโกหก”ก็เขาได้ยินเสียงอาจารย์กำลังสอนอยู่นี่น่า แล้วพี่คายกลับโทรศัพท์มาหาเขานี่นะเหลือเชื่อจริง ๆ แต่ทำไมเขาได้ชอบก็ไม่รู้ หัวใจก็เต้นแรงจนจะทะลุออกมาจากอกแล้ว
“พี่คิดถึงยอดรักนี่น่า”
ฉ่า...หน้าเขารู้สึกเหมือนเสียงทอดอยู่ในกระทะเลยร้อนไปหมดแล้ว
“อยากทานข้าวเที่ยงกับยอดรักจังเลย”
“เฮ้ย! ไอ้คาย มึงคุยกับใครวะ เสียงหวานเชียวอย่าบอกนะว่ามึงจะสละโสดเร็ว ๆ นี้ คนนี้ใครวะ พวกกูรู้จักไหม”
“ผมวางสายแล้วนะพี่ ค่อยเจอกันตอนเย็น”แค่นี้เขาก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ขืนฟังเพื่อนพี่คายแซวต่อไปได้อายจนต้องเอาหัวมุดพื้นแน่