ผมเคยคิดว่า เกมที่ได้รับรางวัลจากกรรมการนั้นมีความเป็ธรรม ไม่ว่าตัวเกมจะเป็เเนวไหน หรือ เเบบใด ถ้าองค์ประกอบสำคัญในเกม เช่น เนื้อเื่ บทสนทนา คุณภาพเสียง งานภาพ เเละเกมเพลย์ ได้รับกระแสบวกจากผุ้เล่นส่วนมาก มันก็การันตีถึงความสนุก เเต่ผมกลับมีความสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ผมพยายามคิดเชิงบวก เเละไม่อคติ เเต่ผมกลับไม่รู้สึกถึงความเพลิดเพลินจากการเล่นเกมประเภทนี้เลย…
{ลิเลีย เธอคิดอย่างไร กับภาพของเหล่าประชาชนที่กำลังดื่มด่ำกับความสุขหลังาอันยาวนานได้สิ้นสุดลง…}*
ฝ่าามิลมิเลี่ยนจ้องมองเหล่าผู้คนที่สัญจรอยู่ในตัวเมืองอย่างมีความสุข รอยยิ้มอันเเสนอ่อนโยนของเขา ทำให้หัวใจของฉันเต้นไม่เป็จังหวะ ดวงตาสีฟ้าของเขาช่างงดงามจนมิอาจละสายตาได้
คุณได้ปลดล็อกฉากจบลับ เ้าชายผู้ตระหนักถึงคุณค่าของราษฎร จงบรรจงถ้อยคำเพื่อเป็การนำไปสู่ฉากจบที่เเท้จริง
{ภาพตรงหน้านี้ช่างแสนวิเศษงดงาม คุ้มค่ากับสิ่งที่ท่านทุ่มเทมาโดยตลอดเพื่อพวกเรา ยังไงก็ตามพวกเรายังคงไว้ใจกับอนาคตไม่ได้ ฉันจะคอยช่วยฝ่าา ทำให้อาณาจักรเเห่งนี้รื่นรมย์ สงบสุข และมีเเต่ความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป}
{ลิเลีย}
{ฉันสาบานว่าจะเป็ดาบให้ท่านตราบเท่าชีวิตจะหาไม่ค่ะ!}
ดวงตาของหญิงสาวที่มุ่งมั่นจับจ้องไปยังองค์ชาย รอยยิ้มอันเเสนบริสุทธิ์ของหญิงสาวเปรียบเหมือนกำลังใจ มือของเธอกำลังกุมมือองค์ชายผู้เสียสละทำเพื่อประชาชนเสมอมา
{ขอบใจนะ ลิเลีย ที่คอยอยู่ข้างฉันเสมอมา เเต่ฉันไม่มีทางให้เธอมาเป็ดาบของฉันเด็ดขาด}
{ฉันไม่คู่ควรเหรอคะ? }
{ไม่ใช่ เธอมีค่ามากกว่านั้น เเทนที่เธอจะเป็ดาบเพื่อคอยปกป้องฉัน ฉันอยากถวายชีวิตนี้ให้กับเธอ}
{ฝ่าา้าสื่อเช่นใด? }
องค์ชายคุกเค่าลง เเละจุมพิตบนฝ่ามือขวาของลิเลียของอ่อนโยน ความรู้สึกดีใจทะลักออกมาจนเธอควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เธอปิดปากด้วยมือซ้ายกลบเสียงสะอึ้น น้ำตาเเห่งความสุขหลั่งออกมาไม่รู้ตัว
{ฉันคงเป็กษัตริย์ที่ดีไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ คนที่เปรียบเสมือนเเสงสว่า--}
“น้ำเน่าฉิบหายรีบจบได้เเล้ว!”

ผมเกิดอาการความหงุดหงิดฉับพลัน ได้ถูกกลืนกินสติ เเละกระทำสิ่งเลวร้ายต่อผู้เล่นสายเนื้อเื่โดยการกดปุ่มข้ามต่อเนื่องเพื่อตัดจบฉากโรเเมนติกทันที
True end (ฉากจบที่เเท้จริง)
สูดดดด~
เสียงสูดลมหายใจเข้าออกดังกระทบจอยทำให้รู้ถึงไออุ่น มุมปากที่เคยบึ้งตึงได้ฉีกขยายออกดีใจจนถึงขีดสุด ม่านตาขยายออกพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องออกมาสุดปอด
“เยส เยส เยส!!!!! เล่นจบสักที!”
ผมลุกจากพื้น เเละกำหมัดด้วยความสะใจ ะโอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า ผ่านไปสักพักภาพหน้าจอก็เปลี่ยนเป็สีดำปรากฎบรายชื่อผู้พัฒนาเกมเมื่อจบเกม พอผมได้เห็นผมก็ได้กดเมนูหน้าต่างทันที เเละเลื่อนปุ่มไปตรงออกเกม
“ซาโยนาระนะ ไอ้เกมเฮงซวย!”
ผมไม่ลังเลกดปุ่มออกเกมโดยไม่สนข้อมูลเื้ัจากจัดทำ ก่อนที่จะหันหลังไปหาเตียงที่หวนหา เเละะโนำหน้าซุกลงเตียงด้วยความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
“เห้อ ชาตินี้ขอไม่เล่นอีกล่ะ เกม AA หลอกตาพรรคนี้เด็ดขาด”
ผมนั่งถอนหายใจบ่น เเละมองจอยที่ทรุดโทรม เเละเต็มไปด้วยคราบเหงื่อจากการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะทำใจได้ เเละลุกขึ้นไปเก็บกวาดห้องให้เป็ระเบียบเรียบร้อย
“Unpredictable love fantasy ทำไมถึงยกให้เกมนี้เป็ AA นักรีวิวคิดอะไรอยู่”
หลังจากผมปิดเครื่องเล่นเกม เเละจัดเก็บเเผ่นเกมไว้ในกล่อง ผมก็จ้องมองกล่องเกมสุดหายากของ Unpredictable love fantasy ด้วยความไม่สบอารมณ์ ชื่อย่อ Ulofan (ยูโลเเฟน) เป็เกมอันเลื่องชื่อจากค่าย Razrel ซึ่งมีนโยบายทำเกมอินดี้เเบบไม่เหมือนใคร การกลับมาในรอบปีนี้คือ Project U ซึ่งเป็เกมเเนวจีบหนุ่มเสมือนจริงโดยมีการร่วมมือกับผู้สร้างเกมเเนว JRPG อันโด่งดัง Square Unit ร่วมให้กำเนิดการจีบหนุ่มเเนวกลยุทธ์อย่าง Ulofan ขึ้นมา
โดยตัวเกมจะให้เรารับบทเป็ เด็กสาวสามัญชนจากเเดนไกล เธอตั้งเป้าหมายในการเข้ามาเรียนที่เมืองใหญ่ ทำความรู้จักกับผู้คนมากมาย เเละเรียนรู้ความเป็มาของโลกใบนี้ ซึ่งวิธีการเล่นของเกมคือ การพัฒนาตัวละครของเราให้เเข็งเเกร่งขึ้นเพื่อสามารถรับมือกับอุปสรรคในอนาคตเหมือนเกม JRPG ทั่วไป ผสมผสานการมีตัวละครหนุ่มที่สามารถจีบได้มาเป็ตัวเลือกในจบกับใคร ที่พิเศษสุดคือ ระบบ Nss (No saved scenes) ซึ่งจะบังคับให้ผู้เล่นไม่สามารถย้อนกลับไปในเซฟในอดีตได้ ทำให้เมื่อเราจะจีบตัวละครใหม่ ผู้เล่นต้องกลับไปเริ่มต้นเล่นใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็ความยากอันทรงเสน่ห์ของตัวเกมที่ทรมาณต่อผู้เล่นมาก กดพลาดครั้งเดียว ต้องเริ่มเล่นใหม่เพื่อฉากจบเดียว
สิ่งที่เลวร้ายกว่า คือ เกมนี้มีตัวละครเอกถึง 9 คน ซึ่งเเบ่งออกเป็ ฉากจบเเบบหายนะ เเละบริบูรณ์ รวมทั้งสิ้น 19 ฉากจบ เเละฉากจบลับที่มาพร้อมกับ True ending อีก 9 เเบบ ผู้พัฒนาเกมได้ทำการท้าทายผู่เล่นว่า ใครก็ตามที่สามารถหาฉากจบลับครบเจอ ผู้เล่นจะได้รางวัลเป็การพิมพ์อะไรก็ได้กับตัวละครที่ชอบในฉากจบ เเต่เราไม่สามารถพิมพ์อะไรตามใจได้ สาเหตุคือ ตัวละครหนุ่มในเกมนี้ค่อนข้างมีมิติ ถ้าเกิดพิมพ์ไม่ถูกกับสถานการณ์ เกมจะถูกบังคับจบทันที เราก็ต้องเริ่มเล่นใหม่ตั้งเเต่ต้น จึงทำให้น้อยคนมากที่จะหาฉากจบลับครบ อีกทั้งผู้เล่นเซียนเกมจีบหนุ่มก็ได้คำนวณเเล้วว่าดารไปถึงฉากจบของเเต่ละตัวละครใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 9 ช.ม. ลองคิดดดูว่าเราได้กลับไปเริ่มเล่นใหม่คงต้องท้อ เเละเสียใจอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้พัฒนาเกมจึงได้ตั้งรางวัลสำหรับใครก็ตามที่สามารถหาฉากจบลับทั้ง 9 เเบบ พวกเขาจะได้รับรางวัลสุดพิเศษที่มีเพียง 10 ชิ้น ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีใครได้รางวัลไป จึงทำให้ไม่มีใครทำไกด์บอกวิธีการได้ฉากลับสักคน
“ทำไปได้ไงวะ 9 ฉากจบลับ…โคตรบ้าเลย”
ผมนั่งเพ้อกับตัวเองที่เหลือเเรงกายไม่มากจากการเล่นเกมมาราธอน การเคลียร์ฉากลับทั้งหมดของเกมเเบบเร่งรีบเหมือนกับคนบ้า ทำให้ผมก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง พอนึกย้อนไปว่า ตัวเองได้นอนเเค่วันละ 2 ช.ม.ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มันก็คือการส่งตัวเองไปเกิดใหม่ดีๆ นี่เอง
“กับเเค่เงิน 1000 บาทเอามาเติมเกมกาชา เราถึงต้องลงทุนถึงขนาดนี้เลยเหรอ..?”
ผมเอนหลังนอนลงบนพื้นห้อง หลับตา พักสายตาชั่วคราว ผมย้อนนึกถึง ภาพของพี่สาวที่ดึงดันอยากได้ ของพิเศษจาก Ulofan ใจจะขาด เป็คนมุ่งมั่น รักในการเรียน เเละหลงรักในเกมนี้ เธอยอมเพิ่มเวลาอ่านหนังสือให้ตัวเอง เพื่อให้ได้เล่นเกมนี้มากขึ้น จนเเทบไม่มีเวลานอน เเต่ก็ยังทำหน้าสดใสไม่รู้ร้อนรู้หนาวบอกกับผมว่า สบายๆ ไม่ต้องห่วง พอได้เห็นภาพนั้น ผมก็ทึ่งมากับความพยายามของเธอ ถ้าเป็ผมคงใช้เวลาเล่นเกมมากกว่าการอ่านหนังสือเเทน
ในวันที่เธอต้องไปเข้าค่ายติวสอบปิดเทอม ผมจึงให้ข้อเสนอเธอไปว่า ผมจะเล่นเกมนี้ เเละหาฉากจบลับทั้งหมดให้เธอเอง ซึ่งค่าจ้างผมคิดเพียง 1000 บาท เท่านั้น ถึงเเม้เธอจะทำหน้าไม่เชื่อในตัวผม เเต่ก็ยอมจ้างผมเเบบไม่เต็มใจ ซึ่งตอนเเรกผมก็ไม่คิดหรอก ว่าเธอจะให้เงินผม ผมเเค่พูดปากเปล่าไปเท่านั้น เเต่สุดท้ายผมก็ต้องมาลงเอ่ยกับการเล่นเกมนี้เเบบไม่ห่างจอ 20 ช.ม. ในเเต่ละวัน
(เป็การลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเหนื่อยเลย)
พอเทียบความคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป คำนวณค่าจ้างต่อชั่วโมงการเล่น โดยรวมกว่า 100 ช.ม. มันก็น้อยมาก ถ้าผมเอาเวลาที่เสียไปทำอย่างอื่นคงได้เงินมากกว่านี้ เเต่พอผมได้เห็นสีหน้าของพี่สาวที่ไม่นึกว่าจะเล่นเกมเป็ ได้มีความสุขกับการเล่นเกมนี้ ผมคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อตัวเห็นพี่สาวชื่นชอบในการเล่นเกมเหมือนกัน มันทำให้ผมพลอยอยากเห็นสีหน้าอันดีใจของเธอ ตอนได้รับของขวัญสำหรับซูเปอร์เเฟนในงานวันเกิดที่ใกล้จะถึง
กรึ้ง~
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋ากางเกง ผมนั่งลงบนเตียง เเละเปิดดูข้อความใหม่ เเละเมื่อกดเข้าไปอ่าน มันก็ทำให้ผมโล่งใจจนยิ้มออกมา
[คุณเป็คนเเรกที่ได้รับของรางวัล Super exclusive สำหรับ Ulofan พวกเราประทับใจในความสามารถของคุณอย่างมาก อย่าลืมกรอกชื่อที่อยู่ เเละเตรียมรอรับของรางวัลด้วยล่ะ]
ผมเช็กที่อยู่อีเมล เเละโลโก้บริษัทที่มีหน้าตาเป็หญิงสาวบนดวงจันทร์ ผมก็มั่นใจว่านี่เป็ของจริงเเน่นอน ผมได้รับรางวัลสุดหายากอย่างไม่ต้องสงสัย
(ดีใจด้วยนะ ยัยพี่บ้า)
ผมกรอกข้อมูลของพี่สาวที่เเอบไปสืบมาลงในอีเว็บเเล้วส่งกลับ ก่อนที่ผมจะปิดหน้าจอโทรศัพท์ เเล้วไปนอนพักผ่อนลงบนเตียงอย่างสบายใจ ในที่สุดผมก็ได้หลุดพ้นจากความทรมานสักที…
“ห้าว~”
ผมตื่นขึ้นมาด้วยความสะลึมสะลือ ลุกขึ้นมาบิดตัวอย่างี้เี เมื่อผมหันไปมองนาฬิกาดิจิทัลที่วางไว้บนโต๊ะคอมพบว่า ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงคืนเเล้ว
“ได้เวลากินข้าวเเล้วสินะ”
กรดในกระเพาะที่ว่างเปล่ากำลังโจมตีผมด้วยความหิวโหย น้ำลายของผมไหลออกมานึกถึงอาหาร ผมเดินออกจากห้องนอนลงบันไดไปชั้นล่าง ผมเดินเข้าในห้องครัว เเละเปิดตู้เย็นในห้องครัวเพื่อดูว่ามีอาหารอะไรหลงเหลือบ้าง
“จะทำอะไรกินดีนะ สเต๊กน่าจะเข้าท่า”
ผมนึกภาพอาหารในหัวตลอดทางเดิน สิ่งที่โผล่ขึ้นมาในหัวอันดับเเรกคือ สเต๊กเนื้อชุ่มฉ่ำ ที่ปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ (มีเดียมเเรร์) พร้อมซอสพริกไทยดำ เเละสลัดผักสด
“ซวยล่ะ มีเเต่น้ำเปล่า เเละน้ำอัดลม เนื้อ ผัก หรืออาหารสำเร็จรูปก็ไม่มี เเบบนี้ได้แห้งตายเเน่ นี่เราเล่นเกมบ้านั้นมากไปจนลืมซื้อของไว้ทำอาหารเลยเหรอเนี่ย!”
ในตู้เย็นมีเเต่น้ำ เเละน้ำอัดลม ไม่มีอาหารสำหรับเวลาหิวเลย ผมรู้สึกท้อเเท้ เเละหันไปเปิดลิ้นชักที่ปรกติเก็บอาหารสำเร็จรูปไว้เพื่อหวังว่า อย่างน้อยก็มีอะไรเติมลงท้องก็ยังดี
“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังไม่มีสักกล่อง? เเย่เป็บ้า!”
เเม้เเต่อาหารยามฉุกเฉินก็ยังไม่มีกิน ปรกติผมจะทำอาหารกินเอง เพราะมันอร่อยกว่า ไม่เคยคิดจะััอาหารเหล่านี้เลย มีเพียงพี่สาวคนเดียวที่ชอบกินเป็ประจำ เพราะเธออยากจะใช้เวลาอ่านหนังสือ เเละเล่นเกมมากกว่าการเลือกรับประทานอาหาร ผมลองเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาส่องสารรูปตัวเอง หน้าของผมนั้นโทรม เเละทุเรศตามาก
“ตาก็เเพนด้า ร่างกายก็ผอมโซ เห้อ เเบบนี้ถ้าเล่นเกมอื่นต่อ คงไปไม่ถึงฝั่ง…”
ตาของผมดำเเบบไม่ต่างกับหลินปิง (เเพนด้า) ในสวนสัตว์ เเถมร่างกายผอมเเห้งจนเเปรารถนาเห็นกระดูกติดิั สีผิวก็ซีดจางจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ สภาพผมตอนนี้ไม่ต่างจากคนอดอาหารเลย
“เเบบนี้คงต้องไปร้านสะดวกซื้อเเทน”
ปรกติผมจะนั่งรถประจำทางไปซื้ออาหารที่ห้างสรรพสินค้าไว้ทำอาหารในทุกสัปดาห์ เเต่ในเมื่อตอนนี้นั้นมันดึกมากเเล้ว เเถมยังอันตรายอีก ผมจึงตัดสินใจที่จะข้ามถนนไปซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่หน้าหมู่บ้าน
“ขอสาบานเลยว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเกมนี้อีก ไม่ว่ายังไงก็ตาม”
ผมเกาหัวด้วยความหงุดหงิด เเละเตรียมตัวอาบน้ำเพื่อออกไปด้านนอก เพียงเเค่เกมจีบหนุ่มบ้าๆ ทำให้ผมสูญเสียเวลาอันมีค่าไปกับเกมที่ผมควรจะเล่น เเถมยังอดกินอาหารเย็นดีๆ อีก ไม่น่าไปให้คำข้อเสนอโง่ๆ กับพี่สาวเลยโดยเงินเพียง 1000 บาทเลย
----
ผมเดินออกจากบ้านพร้อมกับโทรศัพท์ หูฟัง เเละกระเป๋าเงินที่มีเงินไปจำนวนหนึ่งไว้ใช้สำหรับซื้ออาหารมื้อเย็น เเละ่เช้า ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยเเสงไฟจากเพื่อนบ้านทำให้บรรยากาศไม่น่ากลัวมากนัก อีกอย่างหมู่บ้านผมมียามเฝ้าไว้อยู่จึงไม่ต้องกลัวคนจากภายนอกเข้ามาด้านใน ปลายทางของผมคือต้องเดินออกจากหมู่บ้านข้ามถนนไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ตรงกันข้าม
“นี่เธอจะไปไหนน่ะ”
“ผมจะออกไปซื้ออาหารตรงข้ามครับ ใช้เวลาเเค่เเปปเดียว”
“มันเที่ยงคืนเเล้ว ระวังถนนดีๆ ด้วยล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
(ใจจริงก็ไม่ได้อยากข้ามไปหรอก เเต่มันไม่มีทางเลือกนี่นา)
สิ่งที่อันตรายมากที่สุดคือ ถนนที่ผมจะต้องข้ามไปหาร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากถนนนี้เป็ถนนใหญ่จึงมีรถสัญจรเยอะ ทำให้เวลาจะข้ามต้องระวังเป็พิเศษ ผมอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรจึงมีร้านอาหารจำนวนมากรอบข้าง เเต่ส่วนใหญ่ก็เปิดไม่เกิน 3 ทุ่ม ร้านสะดวกซื้อจึงเป็เพียงตัวเลือกเดียวที่จะดับความหิวโหยของผมในตอนนี้ได้
เนื่องจากไม่มีทางม้าลาย เเละเเสงจากเสาไฟข้างทางค่อนข้างสลัว การจะข้ามไปร้านสะดวกซื้อจึงจำเป็ต้องมองซ้ายขวาอย่างรอบคอบ เเละมั่นใจว่าจะไม่มีรถวิ่งตรงมาในขณะนั้น ผมเดินข้ามถนนด้วยความง่ายดาย เเละเดินตรงเข้าไปที่แผนกอาหารสำเร็จรูป เเละมองกวาดดูว่ามีเมนูไหนที่น่าสนใจบ้าง
“กินไอ้นี่ละกัน กินง่ายดี เเละที่สำคัญต้องมีโคล่าด้วย”
ผมตัดสินใจเลือกอาหารธรรมดา เช่น ข้าวผัด เป็อาหารเย็น เเละเลือกข้าวต้มไว้สำหรับมื้อเช้าพรุ่งนี้ เพราะพวกมันใช้เวลาบริโภคเเปปเดียว เเละรสชาติพอใช้ได้ ส่วนน้ำอัดลมพลาดไม่ได้เด็ดขาด ความซู่ซ่าที่ทำให้ดื่มเเล้วรู้สึกสดชื่นจากอาการเหนื่อยล้า เป็เคล็ดลับความอร่อยในทุกมื้อของผม
หลังจากที่ผมเลือกอาหาร เเละเครื่องดื่มเสร็จก็ไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ เเล้วออกมาข้างนอกนั่งประทานอยู่เก้าอี้หน้าร้านสะดวกซื้อ
“เงียบจริงนะ”
ผมกินข้าวเล่นโทรศัพท์ดูพวกเกมลดราคาในร้านค้าไป เเละพลางมองทิวทัศน์รอบตัวด้วยความเงียบสงบ ณ ตอนนี้เป็เวลาเกือบตี 1 ไร้ซึ่งผู้คนเดินผ่าน มันช่างเงียบมากจนผมนึกถึงสิ่งใกล้ตัวในทุกวัน
“เหมือนที่บ้านไม่ผิด…”
ผมหยุดวางช้อนจุ่มลงบนข้าวสวย เเละจ้องมองท้องฟ้าที่ไร้ดาวย้อนนึกถึงเวลาที่ตัวเองอยู่บ้านคนเดียว ผมอยู่กับพี่สาวเพียงสองคนภายในบ้านที่พ่อเเม่ซื้อไว้ในหมู่บ้าน พ่อเเม่นั้นทำงานอยู่ที่เมืองใหญ่ซึ่งไกลจากบ้านอย่างมาก พวกเขาคอยส่งเงินค่าเรียน เเละค่าอยู่ให้พวกเราตลอดทุกเดือน เเละจะกลับมาเยี่ยมทุกปีใหม่ ผม เเละพี่สาวเคยอาศัยอยู่กับตาก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีที่เเล้วใน่ที่ผมเริ่มขึ้นมัธยมต้น
พวกเราสองพี่น้องคอยช่วยกันดูเเล เเละช่วยเหลือกันมาโดยตลอดตั้งเเต่ตาจากไป เเต่เมื่อพี่ต้องไปค่ายติวบ่อยขึ้น ผมจึงต้องอยู่คนเดียวเป็ประจำ กินข้าวคนเดียว เล่นเกมคนเดียว จนผมชินกับความโดดเดี่ยวนี้ เเต่ไม่เป็ไรหรอก ขอให้พี่สาวสามารถเรียนได้อย่างเต็มที่ ผมก็พอใจเเล้ว
หลังจากผมใช้เวลากินข้าวไปประมาณหนึ่ง ผมก็ไปทิ้งเศษอาหาร เเละถุงพลาสติกตรงที่ทิ้งขยะข้างเก้าอี้เพื่อเตรียมตัวกลับ ทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงโวยวายเสียงดังบริเวณถนนที่ติดกับร้านสะดวกซื้อ
“ลงไปเลย! ไม่ต้องตามมารังควาน เพราะเธอรู้ไหมฉันเกือบตายเเล้ว!”
“อย่ามานอกเื่ ทำไมคุณถึงไปสุมหัวกับนางนั่น! คุณกำลังนอกใจใช่ไหม! สารภาพมาดีๆ!”
มีชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งดูจากการเเต่งตัวเเล้ว ฝ่ายชายที่ใส่สูทกำลังจับเเขนฝ่ายหญิงใส่ชุดเดรสกำลังจะใช้ฝ่ามือฟาดใส่หน้าเขา ทั้งสองทะเลาะกันเสียงดังจนพนักงานในร้านเริ่มซุบซิบกัน
“เออ! เออ! ใช่เเล้ว ชั้นนอกใจเอง! อยากบอกเลิกกับเธอมานานเเล้ว! เเต่เธอมันคนเห็นเเก่ตัว ชั้นพยายามทำงานหนักแทบตายเเต่เธอไม่ก็เคยสนใจเลย เวลาคุยกัน เธอก็พยายามชอบเปลี่ยนเื่ ไม่สนใจสิ่งที่ฉันอยากจะพูด เพราะเเบบนี้ไง ชั้นถึงไปหาเขา คนที่เข้าใจฉันมากกว่าเธอ!”
“คำหนึ่งก็นังนั่น อีกคำก็นังนั่น คนที่เข้าใจคุณมากที่สุด คือชั้นต่างหาก ชั้นคอยตักเตือนคุณ เเละให้คำเเนะนำอยู่ตลอด เเล้ว…เเล้วทำไมถึงไปมีนังนั่นล่ะ ทำไมนายถึงไม่บอกเลิกชั้น ตอบชั้นสิ! ทำไมต้องให้ชั้นเป็คนไปเจอ ภาพที่คุณกับหล่อนจูบกันในสถานที่เป็เดทเเรกของเรา!!!”
เมื่อเเรงที่จับท่อนเเขนอันบอบบางแ่ลง ฝ่ายหญิงจึงใช้มือเรียวงามของเธอตบที่หน้าของฝ่ายชายจนดังถึงหูผม ฝ่ายชายไม่ได้พูดอะไร มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาอันโศกเศร้าของเขา
“ใช่ ขอโทษที่ชั้นมันขี้ขลาดเหมือนเด็ก…เเต่ชั้นก็ทนต่อไปไม่ไหวเเล้ว ชั้นล้มเหลวมาโดยตลอด ทั้งถูกไล่ออก ถูกเพื่อนหักหลัง เเละเสียน้องชายจากอุบัติเหตุ ชีวิตชั้นมันเเย่ ไม่มีอะไรดีเลย เเค่คิดชั้นก็สิ้นหวังเเล้ว เเต่เเทนที่เธอจะคอยคนที่ให้กำลังใจชั้น เธอกลับทำมันเเย่ลงกว่าเดิม เธอไม่เคยให้กำลังใจชั้น คอยเเต่ด่าชั้น ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ชั้นพยายามมา แม้แต่งานศพน้องชายชั้น เธอยังคิดว่ามันไม่ใช่เื่ที่ควรเสียเงิน! สรุปเธอเห็นเงินฉัน หรือฉัน สำคัญกว่ากัน ตอบมาสิ!”
ฝ่ายชายกัดฟันร้องไห้ไม่หยุด เขย่าเเขนของฝ่ายหญิงด้วยฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยหยาม เธอที่เห็นดังนั้นจึงร้องไห้ออกมา
“ข-ขอโทษ…ขอโทษ! ได้โปรดยกโห้ฉันเถอะ ชั้นก็เเค่อยากให้ชีวิตของพวกเราไปด้วยดี มีีการงานที่มั่นคง เเละเลี้ยงลูกด้วยกันอย่างมีความสุข ชั้นบอกคุณไปเพราะฉันอยากให้คุณเป็คนที่ดีกว่าเดิม เพราะในตอนนี้คุณก็ตกอยู่ในสภาวะลำบาก เงินทองก็น้อยลง ถ้าคุณยังฝืนใช้เงินโดยไม่คิดอีก ต่อไปคุณคงไม่เหลืออะไรเเล้ว เพราะฉะนั้น…ทุกสิ่งที่ชั้นทำ ชั้นทำด้วยความหวังดีจริงๆ ดังนั้นได้โปรดเรากลับมา…ได้ไหม…”
ฝ่ายหญิงเข้าไปกอดฝ่ายชายด้วยใบหน้าที่โชกน้ำตา ฝ่ายชายที่พยายามจะลูบหลังเธอ เขาได้กำหมัด เเละหยุดมัน เเล้วเลือกที่จะหันหน้าหนีไม่มองเธอที่มองตรงมาที่เขา
(ภาพคู่รักทะเลาะกันอีกเเล้ว น่ารำคาญจัง)
ผมไม่อยากยุ่งเื่ของทั้งสอง เลยหยิบหูฟังออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อจะปกปิดเสียงทะเลาะกัน เเต่ทันใดนั้นก็มีคำพูดหนึ่งไปสะดุดหูของผมเข้า
“ตลอด 5 ปีนี้ ขอบใจสำหรับทุกอย่างนะ เเต่ความสำคัญที่เรามีให้ต่อกัน ดูเหมือนจะไม่ไปยังทิศทางเดียวกัน ต่อไปนี้กลับเป็เเค่เพื่อนกันเถอะ” "
ฝ่ายชายดึงเธอออกจากตัวเขา เเละหันหลังหนีเธอ เเต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอม เธอได้สวมกอดเขาจากด้านหลังอย่างดื้อรั้น ส่วนผมที่ได้ยินคำพูดนั้น มือที่กำลังจะเสียบหูฟังเข้าหูก็หยุดนิ่งลง ภาพในความทรงจำปรากฏขึ้นมาในหัวพร้อมเสียงที่คุ้นเคย
เราเป็เพื่อนกันจริงใช่ไหม โนวมอล?
ใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่มผมทองผิดธรรมชาติกำลังจ้องลงมามองผมพร้อมน้ำตาท่ามกลางสายฝน ภาพของเพื่อนชายที่ไม่อยากหวนคิดถึงผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง ผมไม่อยากเเม้เเต่คิดถึงใบหน้าของเขาด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้ผมนึกเเค้นจนกำโทรศัพท์เเน่น
“ไม่เอา ไม่เอา ฉันเข้าหานายมาตั้งเเต่ม.ปลาย นายจะให้เื่ของเราจบลงเเค่นี้จริงเหรอ!!!!”
“ได้โปรด…พอเถอะ เราควรจบกันได้เเล้ว ฉันไม่สามารถมองเธอในฐานะคนรักอีกเเล้ว”
ฝ่ายหญิงดึงดัน ในขณะที่ฝ่ายชายพยายามนำเเขนเธอออกจากอ้อมอกเขา ไม่นานนักผมก็เริ่มได้ยินเสียงของรถบรรทุกหนึ่งซึ่งมีเสียงอันเป็เอกลักษณ์ดังเข้าใกล้เรื่อยๆ
(เื่มันจะจบเเบบนี้จริงเหรอ..?)
เเม้มันจะฉีกทุกเหตุผลที่ควรคิดได้ เเต่ผมกลับเชื่อว่าภาพต่อไปข้างหน้าจะเกิดขึ้นจริง เเม้ว่ามนุษย์จะทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด เเต่ความรักมักจะบดบังตรรกะ เเละใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ผมควรทำยังไงดี
ทำไมนายถึงไม่ช่วยกันล่ะ ทั้งที่นายสามาถช่วยได้เเท้ๆ!
“เกลียดเป็เป็บ้า!”
ผมะโออกมาด้วยความหงุดหงิด เเเอ๊ยปล่อยหูฟัง เเละโทรศัพท์ลงพื้นโดยไม่ใส่ใจกับการสูญเสียของมีค่า ร่างกายที่เคยผ่านการฝึกในวัยเด็กได้กลับมาใช้งานเต็มที่อีกครั้ง เท้าขวาก้าวออกมาเหยียบพื้นเต็มเเรง เเละถีบเร่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว นี่คงเป็การวิ่งสุดเเรงเกิดตั้งเเต่ที่ผมเคยทำมา
“ได้…งั้นเรามาจบด้วยกันเถอะ”
ฝ่ายหญิงใช้เเรงทั้งหมดของเธอผลักฝ่ายชายไปด้านหน้าพร้อมกับเธอ เเสงไฟมหึมากำลังจะมาเยือนทั้งสองในไม่ช้า เเต่ทันใดนั้นร่างของชายคนหนึ่งก็ได้กระชากไหล่ของฝ่ายชาย เเละสละตนพุ่งตัวออกไปด้านหน้าเเทน
“อย่ามาตายด้วยเื่โง่ๆ เเบบนี้สิ!”
เอี๊ยดดดด!!!! ตุ้ม!!!!!
นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่ร่างของผมจะปลิวไปไกลเป็หลายเมตร ม่านตาของผมค่อยๆ รูดลง ภาพเริ่มหมองมัว ความรู้สึกเจ็บถึงตายโถมเข้ามาจนผมเเทบเป็บ้า
“ทำบ้าพวกเเก!!!”
“กรึ้ดดดดดด..อ๊า..อา!”
“หยุดร้องได้เเล้ว น้องชาย เธอไม่เป็ไรใช่ไหม! นี่ๆ ตอบสิ!”
(สุดท้ายก็จบเเบบนี้จนได้ตัวเรา…)
ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เห็นได้เเต่เพียงเืที่ไหลออกมาจากตัว เเละความโกลาหลรอบตัว คนขับรถโวยวายไปทั่ว ผู้หญิงร้องไห้เสียงดัง เเละฝ่ายชายที่พยายามหาทางช่วยผม เเต่ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากลุกลี้ลุกลนไปมา
“พวกเธอหลีกไปเลย ไม่เป็ไรใช่ไหม! รอก่อนนะ ฉันกำลังเรียกรถพยาบาล ทำใจดีๆ เข้าไว้!”
“นี่พวกเธอ ถ้าจะอยู่ทำตัวไร้ประโยชน์เเบบนี้ ไปหาผ้าพันเเผลมาห้ามเืเขาเร็ว”
“ครับ/ค่ะ!”
ลุงยามเดินข้ามถนนมาอย่างรีบร้อน เเละพยายามดูอาการโดยเลี่ยงการััตัวผม เขาพยายามสกัดกั้นคู่รัก เเละคนขับรถที่คุมสติไม่ได้ เเละสั่งให้พวกเขาทำอะไรสักอย่างที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
(เจ็บ…โว้ย…เจ็บจะตายเเล้ว…ทำไมไม่เจ็บเเล้ว…เสียงก็หายไป…เเบบนี้มันสุดยอดไปเลย)
ความเ็ปทั่วร่างกายหายไปทันทีที่นึกได้ เสียงที่เสียงดังหนวกหูก็กลับเงียบสงบ เเต่มันยังคงมีความรู้สึกอึดอัดใจ จนผมต้องขยับปากพูดเป็ครั้งสุดท้าย
“ฝา.กบอกครอ..บครัวของผ..มด้วยนะครับว่า ขอ..บคุ.ณที่เลี้ยงดูคนเเบบผมมาโดยตลอด..”
“!!!!!!!!”
สีหน้าของลุงยามสิ้นหวังพร้อมน้ำตา ผมที่ไม่อยากให้พวกเขาเศร้าจึงพยายามฝืนยิ้มก่อนจะหลับตาลง ถ้าผมขับน้ำตามาได้หน่อยก็จะเป็ภาพที่สมบูรณ์เเบบน่าดู
(มีเเค่เราตาย…ก็ดีเเล้ว…)
นั่นคือสิ่งที่ผมคิดก่อนที่ทิวทัศน์ที่เห็นจะกลายเป็สีดำ ผมไม่รู้สึกถึงอะไร ไม่ได้ยินเสียง ไม่สามารถขยับตัวได้ นี่คงเป็สิ่งที่เรียกว่า ความตาย
-----
อย่าพึ่งรีบตายสิ นายน่ะ
ผมได้ยินเสียงของใครบางคนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมเห็นตัวเองอยู่ในพื้นที่มืดมิดไร้ซึ่งเเสงสว่าง มีร่างของคนคนหนึ่งที่ห่อไปด้วยเเสงจนไม่เห็นหน้าตาตรงหน้า
(นายเป็ใคร ยมทูต หรือเทพธิดาที่จะพาฉันไปเหรอ?)
เพ้อเจ้ออะไรของนาย เสียงผู้ชายเเบบนี้ใครเขาคิดว่าเป็เทพธิดากัน
ผมรู้สึกงุนงงกับคำตอบของเขา ถูกอย่างที่เขาบอกว่า เสียงผู้ชายเเบบนี้ไม่ควรหาว่าเขาเป็เทพธิดา เเต่ทำไมผมกลับไม่รู้สึกว่าเขาจะนำพาผมไปในภพใหม่เลย
นายน่ะ ช่วยฉันหน่อยได้ไหม?
(ช่วยอะไร?)
เขายื่นมือมา้าความช่วยเหลือ ผมไม่รู้ว่าถ้าผมจับมือเขาเเล้วจะเกิดอะไร เเละผมก็ไม่รู้จุดประสงค์ที่เเท้จริงของเขาเช่นเดียวกัน
ช่วยทำให้คำปราณนาของฉันเป็จริงเถอะ ได้โปรด!
เขาคุกเข่าขอร้องผม จนผมทำอะไรไม่ถูก เเม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นสีหน้าของเขา เเต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
(เเล้วฉันจะได้อะไรตอบเเทน?)
…คือ..
(ถ้าฉันช่วยนายก็ไม่ได้อะไรหรอกจากสร้างภาระให้ฉัน อีกอย่างฉันอยากที่จะไปอย่างสงบมากกว่า หรือว่านายสามารถช่วยฉันกลับไปมีชีวิตอีกครั้งได้?)
ขอโทษ ฉันทำไม่ได้…
(งั้นก็ไม่มีค่าอะไรให้ทำ)
ผมไม่เห็นประโยชน์อะไรที่ผมต้องช่วยเขา เขาก็เเค่โยนความรับผิดชอบให้ผมโดยใช่เหตุ ผมไม่อยากที่จะทำมัน เเละอยากจากไปอย่างสงบมากกว่า
ขอร้องล่ะ ฉันอยากทำให้พวกเขาภูมิใจ ที่มีคนไม่เอาไหนอย่างฉันเป็ลูก อยากให้น้องชายดีใจที่มีฉันเป็พี่ชาย เพราะฉะนั้นได้โปรดทำความปรารถนาของฉันให้เป็จริงเถอะนะ ได้โปรด…ฉันอยากให้ทุกคนยอมรับฉัน! อยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีกว่านี้!
(ครอบครัว…)
ยิ่งเขาส่งเสียงอันเเรงกล้ามากเท่าไหร่ ร่างของเขาก็ยิ่งสูญสลาย ผมควรที่จะเมินเขาเเล้วก็ไปสู่สุคติ เเต่เพียงคำว่า ครอบครัว มันก็บีบรัดหัวใจผมจนทรมาณ
(นายบอกอยากให้ทุกคนยอมรับ เเต่นายสามารถเชื่อไอคนที่เล่นเกมไปวันๆ ไม่ได้เก่งอะไรเหมือนคนอื่นได้เหรอ? ถ้านายบอกว่าตัวไหนคือความไม่เอาไหน ฉันก็ไม่ต่างกัันหรอก ไม่! ฉันน่ะเเย่กว่านายเสียอีก!)
ผมไม่อยากให้เขามาเชื่อใจผม ผมเคยทำเื่ผิดพลาดมากมาย คนอย่างผมเหมาะสมกับคำว่า ล้มเหลว มากกว่าเขาเสียอีก
นายน่ะ ทำได้เเน่นอน นายทั้งเก่ง เเละมีความพยายาม ไม่มีใครจะยอมทำเพื่อคนอื่นเท่านายเเล้ว
(ทำเพื่อคนอื่น? มันก็เเค่นิสัยเสียเพื่อตอบสนองต่อความเห็นเเก่ตัวของตัวเองเท่านั้นเเหละ)
อุตส่าห์ชมนายเเท้ๆ ทำไมชอบคิดลบจัง ถ้างั้น...
ร่างเเสงไร้หน้าตาเขาลุกขึ้นมองผมตรงหน้า เเม้ผมไม่เห็นรอยยิ้มภายใต้เเสงสว่างนั้น เขายื่นมืออันสว่างสไหวมาทางผมแสดงให้เห็นถึงความเชื่อใจของเขา
ไม่ว่านายจะผิดพลาดหรือจนมุม ยามที่นายไม่จมอยู่ในหลุมที่ไม่สามารถออกไปได้ ฉันจะเป็คนดึงเเขนนายออกจากหลุมนั้นเอง!
(ฟังดูดี เเต่สัญญาปากเปล่าฉันไม่รับหรอกนะ)
ขอสาบานด้วยชื่อ ด้วยเกียรติของตระกูลฉัน! ถ้าฉันผิดสัญญาขอให้พระเ้ามอบบทลงโทษที่โหดร้ายที่สุดเเก่ฉันได้เลย
(พระเ้าเหรอ? งมงายจังนะ)
ถึงนายจะไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้ เเต่คำสาบานของฉันเป็สิ่งที่เที่ยงเเท้อย่างเเน่นอน
เพราะอะไรกันนะ ผมถึงยังคงเชื่อในคำพูดของเขาอยู่ เขาดูเป็คนที่ไม่น่าโกหกได้เลย มีเเนวโน้มเป็คนดีมากกว่าผมหลายเท่า หรือว่า เสแสร้งก็ไม่รู้
(นายชื่ออะไร?)
เอลเดล นอล ส่วนนายชื่อ โนวมอลสินะ
(รู้มาก่อนเเล้วเหรอ)
ก็คอยตามดูนายมาโดยตลอดไงล่ะ
(อ่า)
เเม้เเต่ชื่อยังมีความคล้ายกัน ถ้าตอบว่า โชคชะตามีจริง จะเป็ความคิดที่ผิดไหมนะ ยิ่งได้รู้จักเขา ผมก็สงสัยในเจตนาของเขามากขึ้น
“ขอถามครั้งสุดท้าย ทำไมนายถึงเลือกฉัน? ไม่ใช่ว่ามีคนอื่นเหมาะสมมากกว่าฉันเหรอ?”
เพราะฉันเชื่อว่า นายมีความสามารถที่เปลี่ยนเเปลงโลกใบนี้ได้ยังไงล่ะ ฉันตอบไม่ได้ เพราะมันอยู่ในข้อห้ามอยู่ เเต่ฉันรับประกันว่า นายจะได้โอกาสครั้งใหม่อย่างเเน่นอน
“เป็คำพูดที่ล่อซื้อจังนะ”
ฉันไม่ได้พูดโกหกเเน่นอน
เเสงสว่างของชายปริศนากำลังค่อยๆ หลุดลอยไปในห้วงเเห่งความมืด เขาจับคอทำท่ากังวลก่อนจะยกกำปั้นขวาขึ้นตรงมาด้านหน้าผม
เวลาของฉันเหลืออีกไม่นานเเล้ว ถ้านายไม่ตัดสินใจตอนนี้ ฉันก็คงต้องสูญสลายไปเเล้วล่ะ
“เฮ้อ ยุ่งยากจังเลยนะ เอ้า!”
ผมถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนที่จะชกหมักเข้าหากำปั้นของเขา เขาสะดุ้งเล็กน้อยก็จะดันกำปั้นกลับเป็การตอบสนองต่อผมที่กำลังยิ้มอยู่
ปฏิเสธไม่ได้เเล้วนะ นายเเน่ใจเเล้วเหรอ?
“ก็นะเเทนที่จะตายไปเเล้วมากังวลเื่นาย ฉันขอตายไปเเบบไม่มีอะไรมาติดค้างดีกว่า”
ขอโทษด้วยละกัน เเละก็ขอบคุณนะ
ร่างของเขาสลายกลายเป็ละอองเเสงห่อหุ้มตัวผม ความมืดปกคลุมวิสัยทัศน์แตกสลายหายไป ความอบอุ่น เเละเเสงสว่างที่เเสบจ้าเข้ามาทดเเทนทันที
“เขาตื่นเเล้ว คุณ!”
“พระเ้า เขารอดมาจากความตายได้ น่าเหลือเชื่อ!”
“อ่า….ใครนิ เเล้วนี่คือ…อึก!”
“อย่าพึ่งขยับตัว!”
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
ผมมองไปรอบตัวเห็นเเต่ใครที่ไม่รู้จัก หลังจากนั้นผมจึงจะขยับตัวเพื่อไปสังเกตดูรอบๆ เเต่ทันทีที่ผมตัดสินใจเเบบนั้น บาดเเผลตามร่างกายของผมก็ฉีกขาด เเละได้รับความเ็ปที่ยิ่งกว่ารถชนเสียอีก…