ตัวอักษรย่อเอ็มทีดับเบิลยู (MTW)
ผมจำมันได้คร่าวๆ มันอยู่ในสัญญาฉบับหนึ่งที่ผมได้เซ็นตอนเข้ามาเป็นักบินผู้ช่วยของสายการบินหนึ่ง
ผมยอมรับว่าผมไม่ได้อ่านสัญญาฉบับนั้นทั้งหมด ก็นะสัญญาหนาโขขนาดนั้นผมไม่เชื่อหรอว่าจะมีคนอ่านมันทุกบรรทัด
เท่าที่อ่านคร่าวๆก็เป็สัญญาเกี่ยวกับเื่ที่ว่าหากเราเกิดอุบัติเหตุเขาจะนำร่างกายเราไปทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการทดลองการจำลองโลกเสมือน
ผมคิดว่าถ้าผมตายจริงๆ ร่างกายผมเขาจะเอาไปทำอะไรก็ช่างเถอะ ถ้าไม่เซ็นยินยอมก็ไม่ได้เข้าทำงานอยู่ดีจึงเซ็นยินยอมเอกสารทุกฉบับที่ได้รับมา
ตอนนี้ผมเริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จนกระทั้งมีคุณยายอายุประมาณห้าสิบ คุณยายดูท่าทางใจดี เธอเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา ผู้คนที่พบเห็นเองก็ต่างหลีกทางให้เธอ
“ อยู่นิ่งๆนะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวยายจะช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ”
คุณยายวางสองฝ่ามือตรงหน้าผม
“ ฟื้นฟู ”
ทันทีที่คุณยายพูดจบบริเวณฝ่ามือของเธอก็ปรากฏแสงสีเขียวสว่างจ้าขึ้นมา
ตอนนี้ผมรู้สึกเลยว่าเืหยุดไหลแล้ว อาการเจ็บก็ดีขึ้นมามากเลยทีเดียว แม้แผลของผมจะยังไม่หายดีก็เถอะ
ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้ผมอยู่ในโลกเสมือนหลังความตายจริงๆ ทุกอย่างนั้นดูสมจริงมากๆ สมจริงชนิดที่ผมไม่รู้สึกเลยว่ามันไม่จริง
คุณยายหลังจากรักษาอาการาเ็เบื้องตนเสร็จแล้ว ก็เรียกชายสองคนเอาเปลมายกผมไปที่ห้องผู้ป่วย
ระหว่างทางนั้นผมก็พึงนึกขึ้นได้ว่าภาษาที่คนกลุ่มนี้พูดนั้น ผมไม่รู้เลยว่าเป็ภาษาอะไร แต่ผมกลับเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้ง กลับกันที่ผมใช้ภาษาอังกฤษ ทุกคนที่นี้ก็เข้าใจผมหมด โลกเสมือนแห่งนี้น่าสนใจจริงๆ
ตอนนี้ผมอยู่ในบ้านไม้เล็กๆหลังหนึ่ง ในห้องนี้มีเตียงผู้ป่วยสองเตียง ผมนอนอยู่ที่เตียงแรกเพียงลำพังในห้องนี้ ในเวลานั้นเองก็มีหน้าต่างคล้ายหน้าต่างโปรแกรมเด้งขึ้นมาตรงหน้าผมอีกครั้ง
“ สวัสดีคุณวายุ คุณสามารถตรวจสอบคำแนะนำต่างๆได้โดยเรียกคู่มือช่วยเหลือ ขอให้สนุกกับโลกเสมือนของเรา ”
เมื่อผมอ่านข้อความนี้จบผมก็ลองนึกเปิดคู่มือช่วยเหลือออกมา และแล้วก็มีหน้าต่างคล้ายสมุดปรากฏขึ้นมาให้อ่าน
ในนี้เขียนรายละเอียดเบื้องต้นของโลกเสมือน ผมนั่งอ่านมันไปสักครู่ก็ต้องหยุดและปิดหน้าต่างนี้ลง เพราะตอนนี้คุณยายเมื่อสักครู่กำลังเปิดประตูเดินเข้ามา
ในมือของคุณยายมีข้าวต้มร้อนๆกลิ่นหอมชวนน้ำลายหก ความจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ผมนั้นหิวมากในตอนนี้
“ เอานี่พ่อหนุ่ม ข้าวต้มร้อนๆ ค่อยๆกินซะนะ ”
คำพูดและท่าทีของคุณยายทำให้ผมนึกถึงสมัยเด็กๆที่คุณยายทำข้าวต้มมาให้ตอนผมไม่สบาย คิดแล้วก็อุ่นใจจริงๆ
ผมรับถาดที่มีถ้วยข้าวต้มมาไว้ในมือแล้วก็พูดขอบคุณคุณยาย
“ คุณยายมีชื่อว่าอะไรหรอครับ ”
“ ยายชื่อโซเฟียน่ะ เป็หมอประจำหมู่บ้านที่นี่ นั่นสิ พ่อหนุ่มมาจากที่ไหนน่ะ ประเทศไทยหรอก ั้แ่ยายเกิดมายายยังไม่เคยได้ยินมาก่อน คงเดินทางมาจากแดนไกลสินะ ”
ผมที่รู้ความจริงแล้วว่าผมอยู่ที่ไหน และที่ที่ผมจากมานั้นก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมก็เลยตอบคุณยายไปตามที่คุณยายเข้าใจ
คุณยายอยู่ไม่นานก็ขอตัวจากออกไป แต่ก่อนจะไปก็ได้เน้นย้ำให้ผมพักผ่อนเยอะๆ อีกไม่กี่วันก็น่าจะหายดีแล้ว
ผมกินข้าวต้มในถ้วยจนหมดไม่เหลือแม้แต่ข้าวเม็ดเดียวให้ได้เห็น ่เวลาที่นอนน่าเบื่อแบบนี้ก็หนีไม่พ้นที่จะเรียกคู่มือช่วยเหลือมาอ่าน
ผมอ่านอยู่นานก็พอเข้าใจคราวๆแล้วว่าโลกนี้ก็คล้ายกับเกมแฟนตาซี่ที่เคยเล่นตอนเด็ก ที่นี่มีระบบอาชีพต่างๆ มีเลเวล ซึ่งผมเองก็ลองตรวจสอบเลเวลตนเองแล้ว ผมอยู่ที่เลเวลหนึ่ง มันก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วสิ
ผมเองก็มีค่าสถานะเื มานา พลังโจมตีกายภาพและอื่นๆ ซึ่งเลเวลและอาชีพจะพัฒนาไปตามกิจกรรมที่เราทำ เอาจริงๆตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจมาก ถึงอ่านไปก็ยังไม่เห็นภาพอยู่ดี คงต้องเอาไว้หายดีแล้วค่อยออกไปทดสอบ
สิ่งที่เห็นแล้วก็เ็ปอย่างหนึ่งที่ผมพบเจอก็คือ ตัวผมเองนั้นไม่มีเงินติดตัวมาด้วยเลย บางทีก็โหดร้ายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นหรือเปล่านะ ระบบควรจะให้อะไรมาบ้าง
ก่อนที่ผมจะนอนหลับก็นึกถึงเหตุการณ์เครื่องบินตก และนั้นก็ทำให้ผมนึกถึงเื่ความตายอีกครั้ง ผมเปิดคู่มือและเรียกหน้าคำอธิบายเกี่ยวกับการตายขึ้นมาอ่านดู
ตอนแรกผมคิดว่าในโลกเสมือนถ้าตายแล้วก็คงกลับไปเกิดใหม่เหมือนในเกม แต่เมื่อผมอ่านคำแนะนำแล้วก็ต้องถึงกับผิดหวัง
ถ้าผมเกิดตายในโลกเสมือนนี้จริงๆ นั่นก็จะแปลว่าข้อมูลของผมก็จะถูกลบและตายจริงๆในโลกเสมือนแห่งนี้ ไม่เด็ดขาด ผมอุตส่าห์ได้มีโอกาศมีชีวิตอีกครั้ง ผมคงไม่ยอมตายอีกครั้งแน่ๆ
ผมตื่นจากฝันร้ายที่เห็นเครื่องบินตกอีกครั้ง เหงื่อที่ชุ่มเต็มตัวทำให้ผมรู้สึกเหนี่ยวตัวอยู่ไม่ใช่น้อยเลย
นี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว ผมรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมามากจึงอยากออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย
สายลมเย็นๆที่พัดผ่านตัวผมมันสดชื่นมากจริงๆ แสงแดด ท้องฟ้า ทุ่งหญ้า และูเา ภาพที่งดงามตรงหน้านี้เป็โอกาศที่ผมได้รับอีกครั้งหลังจากความตาย ผมจะต้องรักษาชีวิตนี้เอาไว้และใช้มันให้คุ้มค่า
“ ตื่นแล้วหรือพ่อหนุ่ม ”
เสียงจากคุณยายโซเฟียที่ผมคุ้นเคยเรียกผม ในมือของเธอมีข้าวต้มกับเนื้อย่างที่กำลังจะเสริฟมาให้ผมที่ห้องผู้ป่วย
ผมที่เห็นอย่างนั้นก็รีบกล่าวทักทายคุณยาย ก่อนจะรีบไปรับถาดข้าวจากคุณยาย
คุณยายเดินนำผมไปยังโต๊ะไม้ใต้ต้นไม้ข้างๆห้องผู้ป่วย
“ หายดีแล้วสินะพ่อหนุ่ม แล้วจะเดินทางไปที่ไหนต่อล่ะ ”
นี่เป็คำถามที่ตัวผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตหลังจากนี้จะเริ่มจากตรงไหนดี
ผมนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบตามตรงกับคุณยายตรงๆไปว่าตัวผมเองก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อจากนี้ดี
คุณยายโซเฟียเมื่อรู้อย่างนี้ก็เสนอกระท่อมหลังน้อยที่อยู่ข้างๆบ้านคุณยายให้ผมอาศัยไปก่อน กระท่อมนั้นเคยเป็ของลูกชายมาก่อน แต่ลูกชายของคุณยายนั้นก็ได้เสียไปนานแล้ว
คุณยายโซเฟียใจดีกับผมมากๆ ถึงผมจะรู้สึกเกร็งใจแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นๆ ยังไงก็ต้องรับข้อเสนอนี้เอาไว้ก่อน แล้วค่อยหาวิธีอื่นภายหลัง
ผมขอบคุณคุณยายโซเฟีย และรีบถามหาถึงวิธีหาเงิน เงินคงจะเป็สิ่งแรกที่ผมควรจะมี อย่างน้อยก็ช่วยเหลือตัวเองให้หาอาหารให้ได้สามมื้อในแต่ละวันก่อน
คำแนะนำของคุณยายโซเฟียก็คือให้ผมเดินทางไปกลางหมู่บ้าน ที่นั้นจะมีกระดานบอร์ดที่ติดคำขอต่างๆของชาวบ้านไว้ ค่าตอบแทนอาจจะไม่ได้มากมายนักเพราะที่นี่เป็แค่หมู่บ้านเล็กๆ แต่น่าจะเพียงพอให้เลี้ยงตัวเองได้
คำแนะนำของคุณยายโซเฟียนั้นทำให้ผมรู้สึกมีทางออกขึ้นมาทันที ไม่ว่างานที่มีจะคืออะไรตอนนี้ก็ผมพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อที่ผมจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ได้อย่างมีความสุขที่โลกเสมือนแห่งนี้