ตอนที่ 9 ผู้หญิง เธอช่างใจกล้านัก (2)
ความใส่ใจในตอนนี้สำหรับกู้อันซินถือว่าสำคัญมาก เธอมีอดีต่หนึ่งที่ไม่ค่อยสดใสนัก คนที่ทำดีด้วยโดยไม่สนใจอดีตของเธอ ล้วนดูมีออราอ่อนโยน
กู้อันซินจ้องเฉินหลงเฟย “บอกอเฉิน คุณไม่สนใจคำลือของพวกเขาเหรอคะ”
เฉินหลงเฟยชะงัก มีหรือที่เขาจะไม่ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเรือนจำ ก่อนหน้านี้เขาก็ลังเลอยู่เนิ่นนาน
แต่เห็นกู้อันซินถามแบบนี้ ทันใดนั้นเฉินหลงเฟยก็ยืดอกตอบอย่างชายชาตรี “ผมไม่สนใจ!”
ทันใดนั้นดวงตากู้อันซินก็มีน้ำตาคลอ เธอพยายามเงยหน้า ในที่สุดก็กลั้นอยู่ หันหน้าไปปรับสีหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปพูดกับเฉินหลงเฟย “งั้นดีค่ะ รบกวนบอกอเฉินไปส่งฉันที่บ้านด้วยค่ะ”
เฉินหลงเฟยยิ้มดีใจจนหน้าย่น “ได้เลย ผมจะไปเอารถเดี๋ยวนี้ คุณรอผมอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวมา ต้องรอผมนะ!”
ดูร่างเฉินหลงเฟยที่วิ่งไปเอารถ ทันใดนั้นกู้อันซินก็ตระหนักได้ว่าตัวเองก็ถึงวัยที่ผู้หญิงควรแต่งงานแล้ว
บางที อนาคตเธออาจแต่งงานกับผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งอย่างเฉินหลงเฟย ใช้ชีวิตเรียบง่าย สิ่งที่สำคัญก็คือ ผู้ชายคนนั้นไม่สนใจอดีตของเธอ
ระหว่างทางที่เฉินหลงเฟยไปส่งกู้อันซินกลับ ก็คอยหยอกให้กู้อันซินร่าเริง แต่น่าเสียดาย กู้อันซินเพียงอมยิ้มให้เขาตามมารยาท เธอยิ้มไม่ออกจริงๆ
“ถึงแล้ว” รถจอดใต้ตึกที่พักของกู้อันซิน กู้อันซินลงจากรถจะบอกลาเฉินหลงเฟย
เฉินหลงเฟยกลับลงรถตามไป อีกทั้งยังดับไฟรถด้วย
“อันซิน ผมว่าท่าทางคุณดูไม่ค่อยดี ให้ผมขึ้นตึกไปคุยเป็เพื่อนไหม”
ความสัมพันธ์สายฟ้าแลบของชายหญิงสมัยนี้เป็เื่ที่เห็นได้ปกติไปแล้ว กู้อันซินไม่รู้ว่าเฉินหลงเฟยมีความคิดคืนนี้จะนอนที่ค้างบ้านเธอหรือเปล่า เธอรู้เพียงว่าตัวเองไม่มีความคิดแบบนั้นเลย จึงส่ายหน้า “ดึกมากแล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรอยากจะคุยด้วยค่ะ”
นี่เป็การปฏิเสธแบบชัดเจนมากแล้ว ทว่าเฉินหลงเฟยยังคงเดินอ้อมรถไปยืนข้างเธอแล้วยิ้ม “งั้นคุณ...จะเชิญผมขึ้นไปดื่มชาสักถ้วยคงได้อยู่นะ ผมไม่มีเจตนาอื่น จริงๆ นะ แค่อยากรู้จักบ้านคุณ บ้านของคุณต้องทำให้คนรู้สึกสบายใจเหมือนคุณแน่ คุณก็รู้ ตอนนี้ผมก็ตัวคนเดียว กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ น่าเบื่อมาก”
เฉินหลงเฟยยกเหตุผลมากมายที่ดูเหมือนไม่อาจปฏิเสธได้ออกมาในคราวเดียวว่าอยากกลับบ้านกับเธอ ถ้าหากที่ห้องไม่มีพี่สามอยู่ละก็ บางทีเธออาจพิจารณาจริงๆ อย่างไรเสียบก.เฉินในตอนนี้ก็ดูไม่เหมือนคนเลวเลย
แต่ที่บ้านมีผู้ชายเื่มากทั้งยังนิสัยไม่ค่อยจะดี กู้อันซินไม่อาจให้เฉินหลงเฟยขึ้นตึกได้จริงๆ
เห็นกู้อันซินยืนกรานขนาดนี้ ปฏิเสธเขาขึ้นตึกไปดื่มชา เฉินหลงเฟยก็จนปัญญาเป็อย่างมาก ทำได้แค่พยักหน้า “ไม่เป็ไร งั้นคราวหน้าไว้คุณยอมแล้วผมค่อยขึ้นไปดู”
“ค่ะ” กู้อันซินพยักหน้า
เฉินหลงเฟยบอกว่าต้องดูเธอขึ้นตึกไปถึงจะวางใจ กู้อันซินเลยได้แต่ขึ้นตึกไปอย่างอึดอัดใจพร้อมสายตาที่ตามไปส่งของเฉินหลงเฟย
เธอเปิดประตูห้องออก ทันใดนั้นสายตาเ็าก็จ้องมา หลิงเย่ว์มองเธอั้แ่หัวจรดเท้าไม่น้อยกว่าห้ารอบ
“นาย...ทำอะไร จ้องฉันขนาดนั้นทำไม” กู้อันซินถูกเขาจ้องจนเริ่มไปไม่เป็
“กลับมาไวกว่าที่คิดไว้” หลิงเย่ว์พูด
“อืม ไม่ได้อยู่กินมื้อเย็น” กู้อันซินวางกุญแจ แล้วไปเข้าห้องน้ำ ไม่ได้บอกหลิงเย่ว์ถึงเื่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นระหว่างปีนเขาวันนี้
แต่หลิงเย่ว์มองออกได้ชัดเจนว่าเธออารมณ์ไม่ดี ปกติผู้หญิงที่ออกไปเที่ยวทั้งวัน หลังกลับบ้านไม่ควรซึมแบบนี้
ในตอนนั้นเอง อยู่ๆ ด้านนอกก็มีคนเคาะประตู
กู้อันซินที่อยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง เธอเดาว่าคนที่เคาะประตูตอนนี้ น่าจะเป็คุณย่าถังไม่ก็ถังเมิ่งที่อยู่ข้างห้อง เลยเรียกให้หลิงเย่ว์ไปเปิดประตู
หลิงเย่ว์ค่อยๆ ไปเปิดประตู สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผู้ชายคนหนึ่ง
หลิงเย่ว์มองแวบเดียวก็จำได้ ผู้ชายคนนี้คือผู้ชายที่มารับกู้อันซินในตอนเช้า ทั้งยังคิดไม่ซื่อต่อกู้อันซิน
เขาจ้องผู้ชายที่อยู่นอกห้อง แววตาแข็งกร้าวในชั่วพริบตา แฝงไปด้วยแววสำรวจ