ย้อนกลับไปทางด้านสำนักธาราเหมันต์ ที่ตั้งอยู่ในแคว้นหวง
เมื่อแม่นางสุ่ยหนิงเซียนได้เดินทางมาถึงสำนักธาราเหมันต์นางก็ได้ตรงเข้าไปหาท่านปู่ของนางที่เป็ถึงผู้าุโของสำนัก ทันทีแล้วก็แจ้งเื่ที่ตระกูลสุ่ยโดนทำลาย พร้อมกับเล่าเื่ที่นางและลูกได้รับการรักษาจากท่านเซียนให้กับท่านปู่ของนางฟัง
" มีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ " ปู่ของแม่นางสุ่ยหนิงเซียนหรือก็คือ สุ่ยถงเจี้ยน ผู้าุโ 3 ของสำนักธาราเหมันต์เอ่ยขึ้น
" จริงเ้าค่ะท่านปู่ ตอนนี้ลูกๆ ของข้าทั้งสองคนก็ได้ท่านประมุขพรรคดาราทมิฬท่านประมุขฉีดูแลเ้าค่ะ "
" เ้าหมายความว่าหลานทั้งสองคนของข้าปลุกพลังธาตุได้แล้วงั้นรึและประมุขพรรคดาราทมิฬรับเป็ศิษย์ด้วยงั้นรึ "
สุ่ยถงเจี้ยน เอ่ยถามขึ้นอย่างใ
" ใช่เ้าค่ะ " สุ่ยหนิงเซียนตอบ
" แล้วท่านเซียนที่ช่วยรักษาให้เ้ามีนามว่าอะไรงั้นรึ "
" เขามีนามว่าไป๋ชิงเ้าค่ะท่านปู่ "
" แล้วคนที่ชื่อไป๋ชิงผู้นี้มีความแข็งแกร่งถึงขั้นไหนงั้นหรือ "
สุ่ยถงเจี้ยนถามอีก
" ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันเ้าค่ะท่านปู่เพราะข้าไม่สามารถััระดับการบ่มเพาะและพลังธาตุของเขาได้ แต่ข้าคิดว่าเขาต้องเป็ท่านเซียนในคำเล่าลือแน่นอนเ้าค่ะท่านปู่เพราะเขาสามารถรักษาพิษมารในตัวของข้าและลูกๆ ข้าให้หายได้ภายในพริบตาแถมยังทำให้ข้าสามารถเลื่อนระดับมาถึงระดับเทวะขั้น 4 ได้ในทันทีด้วยเ้าค่ะ "
" ว่ายังไงนะ! "
สุ่ยถงเจี้ยนร้องะโขึ้นมาด้วยความใอีกครั้ง
" ขนาดข้าที่อยู่ในระดับเซียนราชันย์ยังไม่สามารถทำได้อย่างเขา ข้าว่าคนที่เ้าพบคงจะไม่ได้เป็แค่เซียนธรรมดาแล้วน่าจะเป็เทพมากกว่า "
สุ่ยถงเจี้ยนพูดออกไปน้ำเสียงสั่น
" ว่ายังไงนะเ้าคะ " สุ่ยหนิงเซียนร้องออกมา
" นะนี้ข้าได้พบกับเทพหรือเ้าคะ "
" ใช่ มีทางเป็ไปได้แค่ทางเดียว คนที่มีความสามารถสามารถเพิ่มระดับให้กับคนอื่นได้ไม่ใช่ความสามารถที่คนที่อยู่ในระดับเซียนจะทำได้ ถึงแม้จะอยู่ในระดับเซียนเทวะก็เถอะ เซียนเอ๋อบอกปู่มาได้หรือไม่ว่าตอนนี้เทพท่านนั้นอยู่ที่ใด "
สุ่ยถงเจี้ยน ถามขึ้นมาอีกอย่างร้อนรน
" ตะตอนนี้ข้าถ้าคิดว่าเขาจะอยู่ที่สำนักดาราทมิฬเ้าค่ะ"
สุ่ยหนิงเซียนตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก
" ไม่ได้การละข้าต้องรีบแจ้งให้กับท่านประมุขทราบโดยเร็ว "
สุ่ยถงเจี้ยน ว่าแล้วก็วิ่งออกไปทันที
กลับมาปัจจุบัน
หลังจากที่บรรพบุรุษของตระกูลฉีได้กลับไปแล้ว
" ท่านมีอะไรจะพูดกับข้าหรือไม่ท่านผู้าุโ 5 "
ผมถามออกไป เมื่อเห็นท่าทางของผู้าุโ 5 แห่งสำนักเทพกระบี่ที่ทำท่าเหมือนว่าอยากจะพูดอะไรสักอย่าง
" เอ๋อคือข้าอยากจะให้ท่านช่วยชี้แนะเพลงกระบี่ชุดที่ท่านได้ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ทั้งสองคนของข้าให้ข้าด้วยนะขอรับ"
ผู้าุโ 5 ตอบอย่างตะกุกตะกักเพราะแรงกดดันเมื่อกี้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวคนตรงหน้าเป็อย่างมาก
" อย่าได้เรียกข้าว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่เลย ข้ามีนามว่าไป๋ชิง เรียกข้าว่าไป๋ชิงเถอะ " ผมพูดออกไป
" ขอรับท่านไป๋ชิง " ผู้าุโ 5 รับคำ
" ส่วนเพลงกระบี่ที่ท่านหมายถึงคงจะเป็เพลงกระบี่ที่ข้าได้ถ่ายทอดให้กับสองพี่น้องตระกูลหลิงใช่หรือไม่ มันไม่ใช่เพลงกระบี่สำคัญอะไรหรอกเป็แค่วิชาที่ข้าคิดขึ้นเล่นๆ เท่านั้น "
ผมพูดออกไปพร้อมกับแอบเอานิ้วมือไขว้กันไว้ด้านหลังหุหุหุ พูดมาได้ว่าเป็วิชาที่คิดค้นขึ้นเองเล่นๆ ทั้งที่ไปเอาของเขามาทั้งนั้น
เมื่อผู้าุโ 5 และ 2 พี่น้องตระกูลหลิงรวมไปถึงฉีิที่ได้เคยเห็นไป๋ชิง ใช้กระบี่มาแล้วก็ตกตะลึงเป็อย่างมาก
" แค่คิดขึ้นมาเล่นๆ ก็เป็เพลงกระบี่ที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้นี่มันจะร้ายกาจเกินไปแล้ว "
ทุกคนต่างคิดขึ้นในใจ
ผมที่มองทุกคนที่กำลังทำหน้าตกตะลึงนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้านี่ถ้าพวกเขาเห็นผมใช้ทักษะิญญายุทธกระบี่พวกเขาจะไม่ใจนคุกเข่าลงคำนับผมเลยหรอเนี้ย
" งั้นท่านจงดูให้ดีพวกเ้าทั้งสองคนด้วยข้าแสดงให้ดูครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้าย "
ผมพูดขึ้นพร้อมกับเรียกกระบี่ออกมาจากนั้นก็เริ่มร่ายเพลงกระบี่ทันที
ฟิ้วว ฟี้ดด พรึบ ชิ้งงง
พรึบบ ชิ้งง ฟิ้ววว พรึบ
...ชิ้งง ฉีบบ
เมื่อผมร่ายเพลงกระบี่จบ จึงได้พาฉีิแยกตัวออกมาทันที ปล่อยให้คนที่ได้เห็นเพลงกระบี่ที่ผมใช้ออกนั้นยืนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงอยู่อย่างนั้น
และหลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น เหตุการณ์ นั้นก็ถูกเล่าลือไปทั่วแคว้นฉีทันที ว่าคนของตระกูลมู่ไปรบกวนท่านผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งจนทำให้บรรพบุรุษของราชวงศ์ออกมาไกล่เกลี่ย
และเมื่อสำนักเทพกระบี่ได้ทำการทดสอบรับลูกศิษย์เสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้วจึงได้พากันเดินทางกลับ พร้อมกับผมที่ได้บอกลาคนตระกูลหลิงแล้วได้ออกเดินทางไปพร้อมกับเหล่าลูกศิษย์และผู้าุโของสำนักเทพกระบี่ โดยที่ฉีิเองก็ตามมาด้วยเช่นกัน
และด้วยความนึกสนุกผมจึงได้ขอให้ผู้าุโ 5 จดรายชื่อผมลงไปในรายชื่อของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกของสำนักเทพกระบี่ เพราะว่าอายุของคนรุ่นเยาว์ที่ผ่านการคัดเลือกนั้นมีอายุเท่าๆ กันกับผม และนั่นสร้างความใให้กับผู้าุโ 5 และ 2 พี่น้องตระกูลหลิงเป็อย่างมาก แต่กับฉีินั้น ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความซุกซนของคนตัวเล็ก
ทางฝั่งของพวกพรรคมาร
" ตอนนี้เหตุการณ์เป็ยังไงบ้าง "
เสียงของประมุขพรรคมารเอ่ยถามลูกน้องของตน
" เรียนท่านจอมมารตอนนี้พวกเราได้รวบรวมกำลังพลไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้วครับและยังมีคนของตระกูลใหญ่ในแต่ละเเคว้น เข้าร่วมกับพวกเราด้วยขอรับ "
" และตอนนี้ทางแคว้นฉู่มีข่าวลือว่ามีเซียนอยู่ในป่าเทวะทมิฬด้วยขอรับและเซียนในป่าเทวะทมิฬนั้นได้มอบความรู้เกี่ยวกับเื่ลูกวัชพืชที่อยู่ในป่าว่ามันสามารถกินได้ขอรับ"
" และในทางแคว้นฉีได้มีข่าวลือว่ามีเทพผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวขึ้นเช่นกันขอรับ "
" นี่มันเื่อะไรกันมีเซียนมีทั้งเทพ พวกเ้าจงไปสืบมาให้ละเอียด แล้วนำกลับมารายงานข้าโดยเร็ว "
ประมุขพรรคมารเอ่ยขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์
ถ้าไป๋ชิงมาได้ยินคำพูดนี้คงจะต้องะโออกมาดังๆ ว่าไอ้เซียนกับเทพที่พวกเ้าพูดถึงน่ะมันผมคนเดียวกันโว้ยย
ก่อนที่ประมุขพรรคมารจะพูดกับลูกน้องออกไปว่า
" ข้าได้ยินมาว่าสำนักเทพกระบี่ ได้ส่งเหล่าผู้าุโบางส่วนมาทำการทดสอบรับลูกศิษย์ในเมืองหลวงของแคว้นฉีและตอนนี้พวกมันกำลังเดินทางกลับสำนัก คาดว่ากลับไปพวกมันต้องมีการทดสอบเข้าสำนักรอบที่ 2 เป็แน่ "
" และข้ารู้มาว่าการทดสอบรอบที่ 2 ของสำนักเทพกระบี่นั้นพวกมันจะปล่อยให้ศิษย์ใหม่ทุกคน เอาตัวรอดในป่าอสูรเทวะเป็เวลา 3 วันถึงจะได้เป็ศิษย์ของสำนักเทพกระบี่อย่างเต็มตัว "
" หึ พวกเ้าจงไปเตรียมคนให้พร้อม แล้วก็จงไปคอยจัดการลูกศิษย์ของพวกมันเวลาที่พวกมันทดสอบในป่าอสูรเทวะซะ "
" ขอรับท่านประมุข " เหล่าลูกสมุนรับคำก่อนจะลุกออกไป
ทางฝั่งของสำนักธาราเหมันต์
" ท่านพูดจริงหรือผู้าุโ 3 "
ประมุขสำนักธาราเหมันต์เอ่ยถามผู้าุโของตนด้วยความใ
" จริงขอรับท่านประมุข หลานสาวข้าสุ่ยหนิงเซียนเป็พยานได้ เพราะนางและลูกๆ ได้รับการรักษาจากท่านเทพขอรับ "
" ข้าได้ยินข่าวมาว่าที่แคว้นฉู่ มีเพียงเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬเท่านั้นไม่ได้มีเทพอย่างที่ท่านพูดเลยนะ "
" และเมื่อกี้ข้าก็ได้ข่าวมาว่าในแคว้นฉีมีผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นสามารถเพิ่มระดับให้ผู้ที่ฝึกฝนได้ ท่านว่าจะใช่คนเดียวกันหรือไม่ "
" ข้าว่าน่าจะเป็คนคนเดียวกันขอรับท่านประมุข เพราะข้าเองก็ได้ยินมาว่าท่านเซียนในป่าเทวะทมิฬนั้นก็ได้รักษาพิษให้กับบุตรเกอของตระกูลจางแห่งแคว้นฉู่ และยังได้ปลุกพลังธาตุให้กับเขาด้วยเป็พลังธาตุเหมันต์ซึ่งเป็พลังธาตุหายาก "
" และเหลนชายทั้งสองคนของข้าเอง ก็ได้ท่านเทพปลุกพลังธาตุให้ด้วยเช่นกันเป็พลังธาตุหายากทั้งคู่นั่นก็คือพลังธาตุหยินและพลังธาตุหยาง ขอรับท่านประมุข ซึ่งตอนนี้ได้ฝากตัวเข้าเป็ศิษย์ของสำนักดาราทมิฬแล้ว "
" ว่ายังไงนะ! ถ้าเป็อย่างนั้นก็น่าจะเป็คนคนเดียวกัน
ช่างหน้าอิจฉาสำนักดาราทมิฬนักที่ได้คนที่มีพลังธาตุพิเศษไปเป็ลูกศิษย์หากว่าสำนักเราได้บุตรเกอตระกูลจางมาเป็ลูกศิษย์คงจะดีไม่น้อย "
ประมุขสำนักธาราเหมันต์เอ่ยขึ้นอย่างใและเสียดายก่อนที่จะได้ถามออกไปว่า
" แล้วท่านเทพท่านนั้น มีนามว่าอะไรงั้นรึ "
" เขามีนามว่าไป๋ชิงขอรับ " ผู้าุโ 3 ตอบออกไป
" ดีหากมีโอกาสเราควรเชิญเขามาเยือนสำนักธาราเหมันต์สักครั้ง "
ประมุขสำนักธาราเหมันต์เอ่ยขึ้นอย่างมุ่งมั่น