ไม่นานนัก วงล้อมที่กำลังชุลมุนก็แหวกออก เสลี่ยงจากฝ่ายในหามสตรีสูงศักดิ์นางหนึ่งออกมา ร่างระหงของเยว่โมเลียงปรากฏกายขึ้น นางนุ่งผ้าอาภรณ์ลายนาคดำเช่นชาวพื้นเมืองสุวรรณโคมคำ สวมสร้อยลูกปัดแก้วสีมีค่า พันผ้าเคียนอกทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว ไม่เหมือนสตรีทั่วไปที่เปลือยท่อนบนจนเดินกันเต้าโยน
หากคนใดมั่งคั่งสูงส่ง ก็จักมีลูกปัดหินแก้วแลทองคำ หากเป็นชาวบ้านทั่วไป ไม่คล้องกระดูกก็คล้องลูกปัดดินเผา แม้นางจะดูแต่งกายแปลกตา แต่ความงามกลับโดดเด่นเหนือผู้ใด พ่อค้าชาวเตียนเมื่อเห็นว่าเป็นเพียงสตรีตัวเล็ก ๆ แถมยังแต่งกายอย่างคนพื้นถิ่น ก็ชักสีหน้าดูหมิ่น พลางพ่นคำสบถเป็นภาษาเตียนที่ฟังดูไม่เป็นมิตรออกมา
โมเลียงหาได้นำพาต่อท่าทีนั้น นางเดินเข้าไปหาขุนนางตรวจสินค้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะยื่นมือออกไป "ส่งรายการสินค้ามาให้ข้า"
หลังจากกวาดสายตามองม้วนหนังในมือเพียงครู่เดียว นางก็หันไปเผชิญหน้ากับพ่อค้าชาวเตียน แทนที่นางจะพูดภาษาพื้นเมืองสุวรรณโคมคำ นางกลับเปล่งวาจาด้วยสำเนียงของคนเตียนอย่างฉะฉานและทรงพลัง
"ข้าจำเป็นต้องขึ้นเรือของเจ้า เพื่อตรวจดูว่าสินค้าที่ขอผ่านทางทั้งหมดนั้น ถูกต้องตามรายการที่แจ้งมาหรือไม่ หากมีสิ่งใดซ่อนเร้นปะปน อย่าหวังว่าเรือลำนี้จะได้ออกจากท่าน้ำสุวรรณโคมคำ ไปยังเมืองอื่นได้อีกเลย"
สิ้นคำกล่าว พ่อค้าผู้นั้นถึงกับนิ่งอึ้ง ปากที่เคยขยับด่าทอกลับปิดสนิท แววตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและเกรงขาม นางไม่เพียงแต่พูดภาษาของเขาได้ แต่ถ้อยคำและบารมีที่แผ่ออกมานั้น ยังข่มขวัญจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาของนาง ทำได้แค่ถอยหร่นหลีกทาง แลน้อมก้มหัวให้สตรีตรงหน้าด้วยความจำนนใจ
เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของขุนหลวงอินทร์ถวายโดยตลอด จากที่เคยประทับนั่งอย่างเย็นชาและไม่ใคร่สนใจในตัวสตรีชาวเยว่ผู้นี้ บัดนี้ แววตาของพระองค์กลับเปลี่ยนไป...ทรงจ้องมองแผ่นหลังของโมเลียงด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
‘เห็นที...ข้าคงต้องทบทวนเรื่องของนางเสียใหม่ โมเลียง...เจ้าเองก็มีดีมากกว่าที่ข้าคิดไว้’
เหตุการณ์ตรงหน้า แลคำสอนตักเตือนจากพระมารดาในยามเช้า ทำเอาเจ้ามหาชีวิตขุนอินทร์ถวาย จ้องมองเยว่โมเลียงด้วยความสนใจ ในเมื่อตนไม่สามารถทำตามใจคิด มีเมียเพียงหนึ่งเดียวได้เช่นที่ใจหมาย เช่นนั้นหากต้องมีเมียมากหลาย เมียทุกคนก็ควรมีดีต่างกันไป เจ้าซอมพอมีดีในแบบตน โมเลียงก็เช่นกัน
บรรยากาศภายในพิมานตำหนักยามค่ำคืนเปลี่ยนจากความร้อนระอุ เป็นความเงียบสงัดที่แฝงด้วยมนต์ขลัง กลิ่นดอกมะลิหอมกรุ่นที่อยู่รายรอบตำหนัก ปะปนกับกลิ่นกำยานหอมที่ถูกจุดไว้ตามทางเดิน เพื่อไล่แมลงกลางคืนที่มักแอบเข้ามายามหัวค่ำ หมายเจาะดูดกินเลือดคน แสงไต้จากคบเพลิงวูบไหว สะท้อนกับเครื่องทองบนเพดานแลหัวเสาของ พิมานตำหนัก สถานที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้ามหาชีวิตอินทร์ถวาย
ขุนหลวงอินทร์ถวายประทับเอนกายลงบนตั่งไม้แกะสลัก นอกจากกระดานชนวนในมือที่กำลังคำนวนหาฤกษ์ยามอันดีออกคล้องช้างเผือก สายพระเนตรก็ยังแอบชำเลืองจับจ้องไปยังทางเดินที่ทอดยาวอยู่เป็นระยะ จนกระทั่งปรากฏร่างของคุณท้าวบัวแก้ว ที่กำลังเดินนำทางสตรีผู้ที่พระองค์เพิ่งเรียกหาเป็นคราแรกให้เดินตามเข้ามา พระองค์จึงวางกระดานชนวนลง เพื่อหันมาสนใจนาง
เยว่โมเลียงก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยความสงบ นางยังคงความสง่างามเยี่ยงสตรีชั้นสูง นางก้มกราบลงแทบพระบาทตามธรรมเนียมแห่งสุวรรณโคมคำ ท่วงท่าที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลังนั้น ทำให้ขุนหลวงเผลอจ้องมองนานกว่าทุกครั้ง
“น้องหญิง...เจ้าคงรู้ว่าที่พี่เรียกเจ้ามาในยามนี้ เพราะภาพที่พี่ได้เห็นเมื่อยามกลางวัน" ขุนหลวงอินทร์ถวายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความจริงจัง
"ขอบพระทัยเจ้าข้า ที่พระองค์ทรงเมตตาชายตาแลข้าเจ้า" โมเลียงทูลตอบ นิ่งสงบเสียจนขุนหลวงอินทร์ถวายต้องขยับกายเข้าใกล้นาง
"พี่มีกิจสำคัญจักมอบหมายให้เจ้า" พระองค์เริ่มเข้าประเด็น "พ่อค้าชาวเตียนพวกนั้น ยังต้องติดค้างอยู่ที่เมืองเราอีกหลายเดือน กว่าหน้าน้ำเหนือจักไหลหลาก จนข้ามเกาะแก่งไปยังเวียงซัวได้ พี่ต้องการให้เจ้าไปเจรจา...พี่มิได้ต้องการเพียงแค่ภาษีหรือสินค้าหายาก แต่พี่ต้องการแบบเรือแลวิชาสร้างเรือของพวกมัน"
สายพระเนตรของขุนหลวงเป็นประกายด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล "สุวรรณโคมคำจักรุ่มรวยเพียงเพราะเป็นทางผ่านมิได้ เราต้องมีกองเรือสินค้าเป็นของตนเอง ล่องขึ้นเหนือถึงแดนเตียน ล่องใต้ถึงปากสมุทร หากน้องนางทำสำเร็จ…พูดจนคนเถื่อนเหล่านั้นยอมถ่ายทอดวิชา แลสร้างเรือต้นแบบให้เรา..."
พระองค์เว้นจังหวะ ก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร "พี่ก็จักประทานตำแหน่งพระชายาให้แก่เจ้า ต่อแต่นี้เจ้าจักมิใช่เพียงสตรีที่มาพึ่งพิงสุวรรณโคมคำ แต่เจ้าจะเป็นเมียรักที่พี่ยกย่องให้เกียรติ ให้สมกับความตั้งใจของเยว่อ๋องขุนม้าเหล็ก ที่ทรงมอบน้องนางให้พี่มา...เจ้าจะรับงานนี้หรือไม่ โมเลียง?"
คำว่าเมียรักที่หลุดออกมาจากพระโอษฐ์ของผู้ที่เคยเฉยชาวางตนห่างเหิน ราวกับหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนหัวใจที่แห้งผากของนาง โมเลียงนิ่งไปเพียงครู่หนึ่ง นางมิได้แสดงอาการตื่นเต้นจนเกินงาม หากแต่ในแววตานั้นกลับมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้ามากกว่าเดิม
"ข้าเจ้าขอรับใส่เกล้า" นางทูลตอบด้วยน้ำเสียงกังวาน "หากเป็นความประสงค์ของพระองค์ ข้าเจ้าจักทำให้พวกพ่อค้าแดนเตียนเหล่านั้น น้อมเกล้าถวายทั้งเรือและวิชาให้แก่สุวรรณโคมคำ…ขอพี่ท่านอินทร์ถวาย โปรดวางพระทัย ข้าเจ้าจักทำการนี้ให้สำเร็จพระเจ้าข้า"
ขุนหลวงอินทร์ถวายยกยิ้มที่มุมปาก ความรู้สึกสนใจในตัวสตรีผู้นี้ทวีขึ้นจนพระองค์เองยังแปลกใจ ท่ามกลางแสงไฟสลัวในตำหนักคืนนี้ ปมในใจที่เคยปิดกั้นต่อสตรีชาวเยว่เริ่มคลายลง พร้อมกับความคาดหวังใหม่ที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่
ท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันยางที่วูบไหวในพิมานตำหนัก ขุนหลวงอินทร์ถวายทอดพระเนตรสตรีเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พระองค์ทรงลุกขึ้นจากตั่งไม้แกะสลัก ก้าวเข้าหานางอย่างช้า ๆ จนกลิ่นร่ำหอมอ่อนจากวรกายของพระองค์อบอวลอยู่ใกล้ ๆ ตัวนาง
"เจ้าคือชาวเยว่...เยว่นี้แปลว่าพระจันทร์หรือไม่ ข้าไม่รู้ แล้วโมเลียงนี้เล่าแปลว่าอะไร”
“แสงดาวเพคะ ส่วนเยว่นั้น เป็นคำเรียกจากคนทางตอนบน ที่ใช้เรียกพวกเราอันเป็นกลุ่มชนพื้นเมืองทางใต้ของลุ่มแม่น้ำแยงซีลงไป คนเยว่คือคนแห่งลุ่มน้ำและภูเขาเพคะ”
ขุนหลวงตรัสพลางพิจารณาดวงหน้าเนียนละเอียด "เช่นนั้น พวกเจ้าก็ไม่ต่างกับชาวเราลุ่มน้ำของ ชื่อเดิมของเจ้าไพเราะนัก แต่มันช่างห่างไกลดั่งแสงดาวบนฟ้านภาที่คนเมืองนี้ มิอาจเอื้อมถึง"
ขุนหลวงเว้นจังหวะ ทรงยื่นพระหัตถ์ไปเชยคางของเจ้าร่างระหงให้มองสบดวงเนตรของพระองค์
"ในเมื่อน้องนางหมายใจต้องการมาเป็นสตรีข้างกายพี่ เป็นคนของสุวรรณโคมคำ...พี่จักประทานนามใหม่ให้เจ้า ให้คล้องกับนามเดิมที่เจ้าถือติดตัวมาแต่เมืองหนานเยว่"
"จันทร์ผกา...ต่อไปนี้ใครต่อใครในสุวรรณโคมคำ จักเรียกขานเจ้าด้วยนามนี้ นามนี้แปลว่าไม้หอมและดอกไม้แห่งดวงจันทร์...ให้มันเตือนใจเจ้าว่า แม้เจ้าจะมาจากแดนไกลเสมือนดั่งดวงดาราบนฟากฟ้า แต่บัดนี้เจ้าคือไม้หอมมีค่าสำหรับสุวรรณโคมคำ"
เยว่โมเลียงหรือที่บัดนี้ก็คือจันทร์ผกา รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของตน ความเย็นชาที่พระองค์เคยมีต่อนางมาเนิ่นนานบัดนี้ได้พังทลายลงแล้วด้วยคำว่า 'สตรีข้างกายพี่' เพียงคำนี้คำเดียว สตรีชาวเยว่ก็น้อมใจก้มลงกราบแทบพระบาทอีกครั้ง ด้วยความตื้นตันใจ
"ข้าเจ้าจันทร์ผกา...ขอน้อมรับนามนี้ด้วยหัวใจเจ้าข้า" นางเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมกล้าที่อ่อนแสงลงให้แก่นาง ไม่คิดว่าเพียงความสามารถอันน้อยนิดของตน จะชนะใจที่แข็งแกร่งราวหินผาของเจ้ามหาชีวิตผู้นี้ลงได้ ทางรอดของชาวเยว่มาถึงแล้ว หากนางวางตนให้เป็นที่พอพระทัยได้ ความสงบของผู้คนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น ก็จะบางเบาลงในใจนาง
อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH