บทที่ 45 จูบ
“พี่กลัวที่เราขู่แล้ว พี่ไม่นอกใจหรอกนะ แล้วปลายฝนล่ะ...จะนอกใจพี่ในอนาคตหรือเปล่า” ต้นหนาวเอ่ยถามน้องน้อยที่มองอย่างอาฆาตอยู่ เมื่อถูกคำถามนี้ ปลายฝนก็เงียบแล้วคิดเล็กน้อย
“ผมก็ยังไม่รู้เลย”
“หืม? หมายความว่ายังไง” ต้นหนาวหรี่ตามองน้องชายอย่างจับผิด ทั้งๆที่ห้ามเขานอกใจ แต่ทำไมตัวเองถึงบอกว่าไม่รู้กันล่ะว่าจะนอกใจเขาหรือไม่น่ะ
“ก็ถ้าพี่ทำตัวไม่น่ารัก ผมจะนอกใจพี่”
“ไม่น่ารักยังไง” คนอายุมากกว่าถามเสียงเข้ม
“เช่นพี่ไม่รักผมเหมือนเดิม พี่ไม่ดูแลผม พี่ไม่ให้ผมกินขนม พี่ทิ้งผมให้อยู่คนเดียว หรือว่าพี่หลอกผมว่านอนแต่แอบลุกไปทำงานอีกครั้งน่ะ”ปลายฝนกอดอก พูดเรื่องที่เขาไม่ชอบออกมา
“...............” ต้นหนาวรู้สึกไปไม่เป็น แม้ว่าบางครั้งเขาจะทำอย่างที่อีกฝ่ายว่าเรื่องที่หลอกว่านอนแต่แอบไปทำงานน่ะ กระนั้นมันก็เป็นแค่บางครั้งเท่านั้น บางครั้งตอนที่งานยุ่งมากๆ บางครั้งตอนที่งานมีปัญหา
หรือว่า....น้องชายของเขาแอบดูเขาอีกแล้ว?
“นั่นแหละ ถ้าพี่ยังดื้อกับผมนะ ผมจะไม่รักพี่ หนีไปรักคนอื่นแล้ว” ปลายฝนพูดอย่างจริงจัง คล้ายกับเลียนแบบท่าทางของต้นหนาวอยู่อย่างไรอย่างน้น
“งั้นหรอ....”
“ครับพี่ ผมจริงจังนะ”
“อื้ม นั่นสินะ....แต่ปลายฝนที่คิดจะหนีพี่ไปรักคนอื่นน่ะ คิดว่าจะหนีพี่ไปได้จริงๆน่ะหรอ” ต้นหนาวเอ่ยเสียงราบเรียบ เขาไม่คิดว่าคำพูดของน้องชายเป็นเรื่องตลกเลยแม้แต่น้อย อีกอย่างคำขอของปลายฝนก็เป็นอะไรที่เขาไม่อาจจะสัญญาได้เลย
เรื่องไม่รักเจ้าตัวนั่นมันจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ แต่ไอ้เรื่องที่ว่าเขาจะไม่แอบออกมาทำงานกลางดึกหลังจากที่น้องนอนแล้วล่ะ มันเป็นเรื่องที่สัญญาไม่ได้จริงๆ และเขาก็ไม่ต้องการให้ปลายฝนเอาเรื่องนี้มาอ้างกับเขาในอนาคตเหมือนกัน
“พี่....” เด็กน้อยที่ประหลาดใจกับท่าทางของพี่ชายซึ่งเปลี่ยนไปอย่างกระทันหันนั้นเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาสักคำสองคำ ทว่าริมฝีปากของเขาก็ถูกช่วงชิงมันไปอย่างรวดเร็ว
จูบ
ใช่ พวกเขาสองคนกำลังจูบกัน
ริมฝีปากของปลายฝนถูกคนเป็นพี่ชายช่งวชิงอิสระภาพไป คนแทบจะอยากกลืนกินมันเข้าไปทั้งหมด แม้ว่าเด็กน้อยจะต่อต้านในตอนแรกด้วยการไม่ยอมเปิดปากของเขา ทว่าต้นหนาวก็เผด็จการพอที่จะบังคับให้คนแย้มกลีบปากของตนเองออก เปิดให้เขาเข้าไปชิมรสชาติที่หอมหวาน
ลิ้นอุ่นของต้นหนาวนั้นเข้าไปตรวจทุกซอกทุกมุมในโพรงปากของน้องชาย กวาดกินน้ำหวานในปากของปลายฝนอย่างหื่นกระหาย นี่คือการล้วงเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของปลายฝนเป็นครั้งแรก และมันก็เป็นการกระทำที่ยาวนานเหลือเกิน
จวบจนลมหายใจของน้องชายเริ่มต้นขัด ใบหน้าของเขาแดงก่ำเพราะหายใจไม่ทัน ความผิดปกตินี้ทำให้ต้นหนาวต้องยอมปล่อยน้องชาย ริมฝีปากของพวกเขาค่อยๆแยกจากกัน แต่ยังมีหยาดน้ำเชื่อมสายใยระหว่างพวกเขาตามมา ดูเหมือนว่าคนอายุมากกว่าจะเสียดายมันมาก เขากระทั่งกลับมาประกบจูบน้องชายอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นการละเลียดเอาน้ำแสนอร่อยกลับเข้าไปในปากของเขาจนหมด ทว่ามันก็ทำให้ปลายฝนกลั้นลมหายใจของเขาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกของปลายฝนจริงๆ เขาเพิ่งเคยจูบแบบนี้กับคนอื่นเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะเคยเข้ากเลิฟซีนมาก่อน แต่เพราะหน้าตาของเขามันไม่เหมาะกับลุคแบดบอย ดังนั้นละครส่วนใหญ่จึงเป็นรักใสๆที่จุ้ปปากกับนางเอกธรรมดาๆ
ครั้งนี้ร่างกายของเขาจึงแข็งทื่อไป นั่งนิ่งงันเหมือนไม่รู้ว่าจะต้องตอบสนองกับสถานการณ์นี้อย่างไรดี เพียงนั่งจ้องตากับพี่ชายของตนเองเท่านั้น
“รังเกียจพี่หรือเปล่า” ต้นหนาวเห็นคนเงียบไป เขาก็เอ่ยถามออกมา แม้ว่าน้ำเสียงจะเรียบสงบ แต่ปลายฝนก็รับรู้ได้ถึงร่องรอยความกังวล หลังจากที่เขาได้รุกล้ำเข้าไปในร่างกายของน้อง เขาก็รับรู้ได้ว่าคืนนี้เขาไม่มีทางปล่อยน้องเป็นอิสระแน่ๆ กระนั้นถ้าน้องเกิดรังเกียจการสัมผัสของเขาขึ้นมาล่ะ...
“ผะ ผม ผม...” ปลายฝนที่เหมือนจะเพิ่งได้สติ พยายามเรียกความคิดของตนเองกลับมา แต่หัวที่ขาวโพลนของอดีตนักแสดงชั้นนำกลับไม่ทำให้ปลายฝนควบคุมตัวเองได้เลย ยิ่งรสสัมผัสที่หิวกระหายของพี่ชายเมื่อครู่ด้วยแล้ว ปลายฝนก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาถูกหลอมละลายเพราะความสุขที่ได้รับ
ทำไม เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้รอเวลานี้มาเนิ่นนาน นานจนความรู้สึกอยากได้ของเขามันถูกฝังเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ....
“ปลายฝน รังเกียจพี่...หรือเปล่า” ต้นหนาวถามน้องชายอีกครั้ง ย้ำคำถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเครียด
“ไม่ ไม่ครับ” ปลายฝนไม่กล้าบอกในตอนแรก เขาก้มหน้าลงก่อนจะส่ายหน้าออกมา
“ไม่รังเกียจแล้วหลบหน้าพี่ทำไม” ต้นหนาวเชยคางน้องน้อยให้สบตาตนเอง เขาต้องชะงักไปเล็กน้อยเพราะหน้าของเจ้าหนูน้อยของเขาตอนนี้มันแดงก่ำ มีหยาดน้ำตาเล็กๆที่หางตาของเจ้าตัว ดูแล้วเหมือนกระต่ายน้อยที่สมควรจะถูกย่ำยีจริงๆ
“อื้อ! ผมไม่อยากคุยกับพี่แล้ว” ปลายฝนที่เห็นใบหน้าตกใจของพี่ชายก็ยกมือขึ้นปิดแก้มของตนเอง ลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปที่บ้านหลังใหญ่ที่เห็นอยู่ไม่ไกลนั้นทันที
เห็นน้องชายเขินอายจนหน้าแดงแบบนั้นแล้ว หัวใจของต้นหนาวรู้สึกว่าเขาได้รับการเติมเต็ม
น้องไม่ได้รังเกียจเขาจริงๆ
“ประธานครับ ผมว่ารีบตามไปเถอะครับ คืนนี้รีบกินรีบนอนดีกว่า ถ้าเป็นไปได้...เที่ยงคืนของวันนี้ ประธานก็ปลุกคุณชายรองมาเลยดีกว่าครับ เพราะถ้ารอคืนพรุ่งนี้ เกรงว่าคุณชายรองจะไปเล่นจนเหนื่อยเสียก่อน” เชษที่มองดูเวลาซึ่งผ่านไปเป็นสิบนาทีแล้ว แต่นายของเขาก็ยังนั่งยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่ที่หาดทรายคนเดียวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนออกมา
ตามที่นัดแนะไว้ ประธานให้เขาจองเที่ยวบินให้มาถึงที่นี่ช้าหน่อย จะได้ไม่มีเวลาให้คุณชายรองวิ่งเล่น เขาได้เปลี่ยนจากการเผด็จศึกวันพรุ่งนี้เป็นคืนนี้หลังเที่ยงคืนเลย เพราะรู้ดีว่ารอถึงพรุ่งนี้ เจ้าตัวน้อยก็จะไม่สามารถใช้เวลาไปกับเขาได้อีก เพราะคนจะต้องวิ่งเล่นจนเหนื่อยแรงแน่ๆ
“มันจะดีจริงๆ? ปลุกมาทำกลางคืนแบบนั้นอาจจะทำให้มีภาพจำที่ไม่ดีหรือเปล่า”
“ไม่หรอกครับ ก็ทำตามที่วางแผนไว้ไงครับ ปลุกให้ตื่นเพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิด แล้วก็ค่อยสร้างบรรยากาศ” เชษพูดไปก็ส่งสายตาเอือมระอาออกมาด้วย
ให้ตายเถอะ!
ประธานคนนี้ที่กำลังจะเผด็จศึกว่าที่ภรรยา กลับให้คนที่ไม่รู้จักกระทั่งความรักอย่างเขามาแนะนำอะไรแบบนี้เนี่ยนะ กว่าเขาจะระดมความคิดจากพวกบอดี้การ์ดแล้วช่วยกันวางแผนออกมาได้ คิดว่าต้องใช้เวลาขนาดไหนกันล่ะ แล้วตอนนี้ยังมาทำเป็นลังเลอีก
ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป ไม่ใช่ว่าอนาคตจะต้องมาสั่งให้พวกเขาคิดวางแผนใหม่อีกหรอกนะ เรื่องโรงแรมที่เป็นแผนแรกก็พังไปไม่มีชิ้นดีครั้งหนึ่งแล้ว! ยังจะมีวี่แววว่าแผนนี่จะพังอีกหรอ
“อืม” ต้นหนาวที่ได้รับความมั่นใจกลับคืนมา ลุกขึ้นเดินตามร่างเล็กที่คาดว่าน่าจะเข้าไปในบ้านแล้วเป็นที่เรียบร้อย
ปลายฝนที่เข้ามาก่อน เขาเดินตามหัวหน้าแม่บ้านประจำคฤหาสถ์นี้ไปด้านใน ข้างในมีการตกแต่งอย่างดี บนเพดานนั้นจะทำให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน มีแบบจะเปิดหลังคาหรือปิดมันให้ทึบก็ได้ แต่ความประทับใจแรกที่ได้เห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าในขณะที่อยู่ในตัวเมืองไม่ได้เห็นนี่ทำให้เขามีความสุขจริงๆ เหมือนกับว่าตัวเองนั้นเป็นเจ้าชายจากอาณาจักรใหญ่ๆเลย
“คุณชายรองจะรับอาหารอะไรดีคะ นี่เป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ค่ะ” แม่บ้านแนะนำอย่างสุภาพ ปลายฝนรับมันมาถือไว้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือประเทศอะไร รู้แค่ว่าเมนูในรายการนี้ก็ค่อนข้างแปลกอยู่ไม่น้อยเลย
“เอ่อ เอาอันนี้มาลองก็ได้ครับ” เขาสั่งมา 1 อย่าง หน้าตาของมันเหมือนกับสเต็ก ทว่ากลับมีเครื่องเทศที่ไม่รู้จัก และเนื้อก็เป็นเนื้อของปูราคาแพงอีกด้วย
“ได้เลยค่ะ เชิญคุณชายรองพักผ่อนรอก่อนนะคะ หากต้องการเรียกใช้งาน คุณชายรองสามารถใช้กริ่งเรียกได้เลยค่ะ”
“อ่า ขอบคุณครับ” เขารับคำด้วยรอยยิ้ม ใช้เวลาไม่นาน พี่ชายก็มาถึง ต้นหนาวสั่งอาหารง่ายๆไป 1 อย่างขณะเดินเข้ามานั่งข้างๆเขา
“สั่งอาหารแล้วใช่ไหม”
“ครับ” ปลายฝนรับคำ แต่แก้มของเขาก็ยังขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเห็นพี่ชายที่ได้จูบตนเองไปก่อนหน้า เมื่อต้นหนาวเห็นน้องเป็นแบบนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าอีกฝ่ายนั้นเว้นระยะห่างกับตนเองเกินไปหน่อย ถึงจะเป็นเพราะเจ้าหนูกำลังเขินอายก็เถอะ ทว่าคืนนี้เขามีบางอย่างที่จะทำมากกว่านี้อีก ถ้าไม่ทำให้น้องเคยชิน ไม่แน่ว่าคืนนี้อาจจะล้มไม่เป็นท่าก็เป็นได้
“เป็นอะไร หืม?” ต้นหนาวเกลี่ยผมที่ข้างหูน้องชายไปมา คนตัวเล็กชะงักไปคล้ายกับต้องการขยับหนี แต่ต้นหนาวเร็วกว่า เขาคว้าแขนของน้องชายแล้วใช้แขนอีกข้างยกช้อนตัวขึ้นมานั่งบนตักของตนเองทันที
“อ๊ะ พี่!” ปลายฝนตกใจมาก เขาหันหลังไปเหมือนกับต้องการต่อต้าน ทว่าก็ต้องชะงักไปเมื่อเจอสายตาอันตรายของคนเป็นพี่
“ไหนบอกว่าไม่ได้รังเกียจ” ต้นหนาวเอ่ยถามอีกครั้ง
“มะ ไม่ได้รังเกียจครับ”
“ถ้างั้น ก็พิสูจน์ให้พี่รู้หน่อยสิ”
“พิสูจน์?”
“จูบพี่สิ” ต้นหนาวเอ่ยคำสั่งของตนเอง เด็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองถูกรังแก ใบหน้าของเขาราวกับถูกไฟลวก มือไม้ที่เคยจัดวางอย่างดี ตอนนี้ก็เหมือนกับไปไม่เป็น
“ทำไม? ไม่อยากจูบ?”
“มะ ไม่ใช่..”
“งั้นจูบพี่สิ” ต้นหนาวย้ำอีกครั้ง เด็กน้อยก้มหน้าหงุด คนเขากำลังเขินอาย แต่พี่ชายคนนี้กลับมาพูดให้เขาจูบๆอยู่ได้!
ตั้งแต่ตอนที่ก้าวมาเป็นนักแสดงชั้นนำ ปลายฝนก็ไม่เชื่อว่ามีการแสดงอะไรที่ยากเกินความสามารถของเขาอีกแล้ว ไม่ว่าจะบทบาทอะไรเขาก็ทำมันได้ทั้งหมด แต่เขาลืมไป...บทรักที่เร่าร้อนนี่ เขาจนปัญญาจริงๆ!
แม้จะวางแผนอ่อยเหยื่อพี่ชายของตนเองมาหลายเดือนแล้ว ทว่าพอคนเขาจะเอาขึ้นมาจริงๆ ปลายฝนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป ตอนที่วางแผนว่าจะเสร็จพี่ชายคนนี้ด้วยลักษณะท่าทางแบบไหน จะทำให้พี่ชายประทับใจเขาจนถอนตัวไม่ขึ้นอย่างไร ทุกอย่างถูกคิดเอาไว้หมดแล้ว เพียงแต่พอหน้างานจริงๆ....ปลายฝนกลับรู้สึกว่าไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้เลย แม้แต่มือที่สั่นเทาของเขา ก็ไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติได้
ต้นหนาวเห็นน้องน้อยเขินอายกว่าจะเริ่มทำได้ ดังนั้นเขาจึงค่อยๆช้อนตัวปลายฝนขึ้นจากตักแล้วหมุนอีกฝ่ายให้มานั่งคร่อมตัวเขา เนื่องจากต้นหนาวตัวเล็กมาก การทำเช่นนี้จึงไม่นับว่าเป็นเรื่องยากอะไร คนเป็นพี่ใช้มือข้างหนึ่งดันเอวของน้องให้เข้าหาตัวเขา อีกข้างใช้ช้อนคางของน้องไม่ให้หนีตัวเองไปไหน
บรรจงจูบลงไปที่ริมฝีปากอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เขานั้นค่อยๆไล่ชมริมฝีปากบางไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน บดจูบเนิ่นนานที่ริมฝีปากบาง คอยเม้มมันบ้างเพราะความนุ่มที่น่ากิน กระนั้นก็ยังมีช่วงผ่อนคลายให้น้องชายได้ผ่อนลมหายใจเข้าออก เมื่อสถานการณ์ของน้องเริ่มดีขึ้น อีกฝ่ายสามารถหายใจเข้าออกได้ ต้นหนาวก็ค่อยๆใช้ลิ้นของตนเองแทรกเข้าไปในปากของปลายฝนอีกครั้ง
ปลายฝนเหมือนจะต่อต้านเล็กน้อยในตอนแรก ทว่าต้นหนาวนั้นใจเย็นมากพอ เขาค่อยๆเลียฟันขาวของน้องชายอย่างต้องการหยอกล้อ ไม่ได้รุกหนักด้วยความต้องการกลืนกินอีกฝ่ายเหมือนก่อนหน้า ปลายฝนเหมือนกับได้เรียนรู้ตามขั้นตอน เริ่มจากที่เขาถูกชิมริมฝีปาก ตอนนี้ก็ไล่เข้ามาในกำแพงชั้นแรก เขาเองก็เริ่มที่จะผ่อนคลายแล้วอยากจะรับรู้ขั้นตอนต่อไปแล้วเหมือนกัน
ปากของปลายฝนไม่ได้เม้มแน่นเหมือนเดิมอีก เขาค่อยๆผ่อนคลายและเผยอปากของตนเอง ปล่อยให้ต้นหนาวได้ค่อยๆคืบคลานเข้าไปด้านใน ก่อนที่เขาจะได้หยอกล้อกับลิ้นของน้องชายที่พยายามจะหนีตนเองในช่วงแรก
คนเป็นพี่ไม่ได้รุกไล่ในครั้งเดียว เมื่อน้องหนีไป เขาก็ใช้ลิ้นของเขาชิมไปตามส่วนต่างๆของโพรงปากปลายฝนแทน กระทั่งน้องเริ่มที่จะปล่อยตัวมากขึ้น เขาจึงค่อยๆไล่แตะไปที่ลิ้นเรียวของน้อง ท้ายที่สุดก็กระหวัดเข้าด้วยกัน ลิ้มรสชาติของกันและกันอย่างมีความสุข
ถึงว่าเขาจะทำอย่างเป็นขั้นตอนและใจเย็นมากแล้ว แต่ท้ายที่สุดเมื่อเขาเมามันกับรสสัมผัส เขาก็ทำให้ปลายฝนตามลมหายใจไม่ทันอยู่ดี น้องที่รู้สึกเหมือนกับกำลังถูกดูดลิ้นไปนั้นเริ่มประท้วงด้วยการตีที่อกของพี่ชายเบาๆ นี่ทำให้ต้นหนาวต้องปล่อยน้องเป็นครั้งที่สอง
แม้ว่าจะละออกจากปากของน้องแล้ว ความกระหายของต้นหนาวก็ไม่ได้หมดไป เขาเคลื่อนไปที่ลำคอขาวที่เมื่อก่อนได้แต่แอบมองและจินตนาการถึงมัน ครั้งนี้เขาค่อยๆสูดดมแก้มนิ่ม ไล่ไปที่ซอกคอของน้องชาย ซุกไซ้มันอย่างมีอารมณ์
เขาต้องการ
เขาไม่รู้ว่าการที่ไม่รอให้น้องอายุ 18 ในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้จะมีความผิดหรือไม่ แต่ตอนนี้เขาต้องการจริงๆ!
...............................