หลายปีผ่านไป
พ.ศ. ๒๔๖๐ สยามร่วมลงนามเข้าร่วมาโลกครั้งที่ ๑
“พี่เปรมไม่ได้กลับเรือนหรอกเ้าจอม ปีนี้คงยุ่งกับการเรียนอีกหนา ไปฝึกฝนดนตรีไทยที่เรือนพ่อครูปลั่งดีไหมหือ กลับมาพี่เขาจะได้ฟัง”
“ขอรับคุณแม่ปราง”
แม้จะยิ้มตอบคุณแม่ปรางของพี่เปรมไปแบบนั้น แต่ในใจของเ้าจอมกลับห่อเหี่ยว เนื่องจากว่าจะมิได้พบเจอกับพี่เปรมที่เขาอุตส่าห์เพียรเล่าเรียนแลตั้งใจจะเล่านั่นเล่านี่ให้พี่เขาฟัง แต่เปนเช่นนี้ก็คงต้องทำอย่างที่คุณแม่ปรางกล่าวแนะนำคือตั้งใจฝึกระนาดให้คล่องเมื่อพี่เปรมกลับมาจะได้บรรเลงให้พี่เขาฟังได้
พ.ศ. ๒๔๖๑ ภายหลังยุติาโลกครั้งที่ ๑
เปรมบดินทร์กลับมายังเรือนของตนอีกครั้งหลังผ่านการเรียนอย่างหนัก ่ปิดภาคในครั้งนี้เสร็จสิ้นจากาโลกแล้ว ก็ให้ได้กลับมายังเรือนของตนอย่างสบายอกสบายใจ แลนึกประหวัดไปถึงน้องชายข้างบ้านที่ไม่ได้พบหน้าค่าตามาเสียสองปี เขาตั้งใจจะไปเรือนคุณลุงปลั่งด้วยหวังว่าจะพบเจอเด็กแสบที่นั่น และก็จริงดังคาด บัดนี้เ้าเด็กแสบหน้าแฉล้มนั่งบรรเลงเพลงระนาดอยู่กับพ่อกล้า เด็กชายในเพลานี้ย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเพราะดูจากรูปลักษณ์ในขณะนี้เ้าจอมน่าจะผ่านพิธีโกนจุกแล้วเรียบร้อย น่าเสียดายที่เปรมบดินทร์ไม่ได้เห็นเ้าจอมในวันโกนจุก เ้าเด็ก ณ เพลานี้ไม่ได้ไว้ผมจุกแล้วแต่ยังคงความน่ารักน่าเอ็นดูไว้เช่นนั้น เปรมบดินทร์เดินเข้าไปยังลานซ้อม เหล่าเด็ก ๆ รีบยกมือไหว้ผู้ใหญ่ในทันที
“ไหว้ขอรับท่านขุน”
เพราะขุนบดินทร์เดชานุชิต ได้รับบรรดาศักดิ์เปนขุนแลยิ่งทำให้ชายหนุ่มดูน่าเกรงขาม เหล่าเด็ก ๆ บางคนถึงขั้นก้มหน้าลอบมอง แต่ไม่ใช่กับเ้าจอมแสบ เพราะเ้าตัวทำตาโตแลตื่นเต้นหนักหนา ทว่ามือยังคงบรรเลงด้วยพี่กล้ายังคงไม่วางมือจากระนาดของเขา เปนเหตุให้เ้าจอมต้องตีตามอีกคนจวบจนกระทั่งจบเพลงนั่นแหละ
“พี่เปรมขอรับ” เ้าเด็กวางไม้พร้อมไหว้เรียบร้อยก็ลุกขึ้นเดินไว ๆ มาหาชายหนุ่มแว่วเสียงพี่กล้าไล่ตามหลังมาว่ายิ่งโตยิ่งเปนทโมน ก็ให้หันหน้าไปมองด้วยสีหน้างอง้ำ
“ต้องเรียกว่าขุนบดินทร์หนาเ้าจอม” พี่กล้าเอ่ยท้วง หลังเดินตามมายืนอยู่ข้าง ๆ แล้วยกมือไหว้พี่ชายที่เปนญาติของตน
“เรียกเหมือนเดิมเถิดหนา ก็แค่บรรดาศักดิ์เพียงเท่านั้นแหละพ่อกล้า”
“ขอรับ”
“บรรเลงเพลงระนาดคล่องถึงเพียงนี้แล้วเหรอเ้าจอมแสบ”
มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มที่ตัดจุกแล้วเรียบร้อย เ้าเด็กเงยหน้าส่งยิ้มแต้ให้ เ้าจอมโตขึ้น บัดนี้เ้าตัวเล็กนั้นสูงเลยเอวของเขามาแล้ว ชายหนุ่มก้มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู
“พี่กล้าสอนเก่งขอรับ จอมใกล้จะบรรเลงได้หลายเพลงแล้วขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี”
“แล้วพี่เปรมมาทำกระไรหรือขอรับ”
“มาไหว้พ่อครูปลั่งนั่นแหละหนา ประเดี๋ยวพี่มาแล้วค่อยกลับเรือนพร้อมกันหนาเ้าจอม”
ชายหนุ่มว่าแล้วปล่อยให้เหล่าเด็ก ๆ กลับไปซ้อมกันต่อ เปรมบดินทร์เดินหายเข้าไปในห้องพ่อครูปลั่ง ส่วนเ้าจอมก็กลับไปฝึกซ้อมเช่นเดิม
หลังจากล่ำลาพ่อครูปลั่งเรียบร้อยทั้งเปรมบดินทร์แลเ้าจอมก็ลากลับเรือนของคนพี่ เปรมบดินทร์เดินตามเ้าเด็กต้อย ๆ พลางฟังเื่ราวต่าง ๆ ที่เ้าเด็กแสบเล่าให้ฟังอย่างเพลิดเพลินจนกระทั่งถึงหน้ากระไดเรือน ครั้งนี้เปรมบดินทร์พาเ้าจอมขึ้นบนเรือนใหญ่ก่อนจะนึกขันเมื่อเห็นขนมแลน้ำคอยท่าอยู่ถึงสองสำรับคงรู้ว่าเ้าจอมคงจะแวะมาที่เรือนเปนแน่ เปรมบดินทร์เดินไปนั่งลงที่ตั่งกลางเรือน ก่อนจะมองเ้าเด็กค่อย ๆ นั่งลงบนพื้นกระดานด้านล่างหน้าตั่ง
“ทำกระไร”
“นั่งไงขอรับ”
ดวงตากลมแป๋วสบมองคนพี่นิ่ง เปรมบดินทร์ถึงกับลอบถอนหายใจ
“ขึ้นมาบนนี้”
“...”
“ขึ้นมาประเดี๋ยวนี้ อย่าให้ต้องเอ่ยหลายครานะเ้าจอม”
น้ำเสียงดุทำให้เด็กเล็กเบ้หน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตเงยมองคนพี่ปริบ ๆ เปรมบดินทร์นึกไปถึงลูกของอีตาลหมาท้ายสวนอีกแล้ว
“นั่งแล้วขอรับ”
เ้าตัวน้อยลุกขึ้นนั่งลงบนตั่งใกล้คนพี่ หากแต่ดวงตากลมโตก็จ้องมองขนมอาลัวในจานไม่วางตา
“หากยังดื้อเช่นนี้ เห็นทีคงมีเด็กโดนงดขนม”
“น้องไม่ได้จักไม่เชื่อฟังนะขอรับ เพียงแต่บรรดาศักดิ์ที่ท่านขุน-”
“จอม”
“เอ้อ ไม่มีกระไรแล้วขอรับ เช่นนั้นน้องชิมอาลัวในจานได้ไหมขอรับ”
เปรมบดินทร์ที่ตีหน้าดุให้พาลอ่อนอกอ่อนใจกับเ้าตัวเล็กที่บัดนี้ขยับมานั่งใกล้ชิดวางมือทั้งสองข้างลงบนหน้าขาของเขาแล้วบีบนวดไปมาราวกับกำลังออดอ้อน
“อ้าปากซี”
มือหนาหยิบขนมอาลัวชิ้นพอดีคำจ่อไปตรงปากจิ้มลิ้มของเด็กเล็ก เ้าจอมช้อนสายตาขึ้นมองหนึ่งคำรบก่อนจะยอมอ้าปากงับเอาขนมอาลัวที่ตนอยากกิน แลเมื่อความหวานซ่านลิ้นก็ให้ใบหน้าน่ารักยิ้มหวาน ส่งผลให้มือหนาใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบเข้าที่พวงแก้มกลมที่ยิ่งโตก็ยิ่งกลมยุ้ยชวนให้มันเขี้ยวอยากหยอกเอินกับความนุ่มขาวนั่น
“ดูซีกินแต่ขนมหวานจนแก้มยุ้ยถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
“อื้อ ไม่ใช่นะขอรับ”
เอ่ยปฏิเสธพร้อมกับที่ยังเคี้ยวขนมไม่หยุด เปรมบดินทร์หัวร่อเล็กน้อยกับอากัปกิริยานั้น
“กลับไปเล่าเรียนแล้วเปนอย่างไรบ้าง”
“อ่านเขียนเก่งแล้วขอรับ”
“งั้นซี”
“ขอรับ”
“ไว้อ่านให้ฟังทีหนา”
เอ่ยบอกยิ้ม ๆ พลางป้อนขนมให้ราวกับพ่อนกป้อนอาหารลูกนก เ้าเด็กก็มิมีปฏิเสธ
“พอแล้วเดี๋ยวรับสำรับเย็นไม่ได้”
เ้าจอมทำหน้าคล้ายเสียดายเต็มประดา จนคนพี่ต้องเอ่ยปลอบ
“ประเดี๋ยวจะให้พี่แป้งแบ่งใส่ขวดโหลไว้ให้ ไม่ต้องทำหน้าเสียดายถึงเพียงนั้น”
“ขอบพระคุณขอรับ”
ความที่อีกฝ่ายมียศถาบรรดาศักดิ์แล้วนั้นทำให้เ้าจอมที่ก็แสนจะรู้ความเปลี่ยนแปลงทั้งท่าทีแลไปถึงการใช้ถ้อยคำจำนรรจา เปนที่น่าเอ็นดูแก่คนพี่ยิ่ง
“ประเดี๋ยวนี้วาจาช่างน่าเอ็นดูเสียจริง”
มือหนายกขึ้นไปลูบบนกระหม่อมของคนน้อง แม้จะห่างไกลไม่ได้ปะหน้าเสียเกือบสองปีแต่เ้าตัวเล็กก็ยังคงน่ารักน่าเอ็นในสายตาของเขาเสมอ แม้จะยังคงซุกซนแก่นแก้วในบางครั้งแต่ก็ถือว่าโตขึ้นกว่าหลายปีก่อนนั่นแหละหนา
“คุณพี่เปรม เอ้ออ”
“พอเถิดหนาจะเ้ายศเ้าอย่างไปถึงไหนหือเ้าจอมแสบ เปนเช่นนี้เห็นทีพี่จะลำบากใจที่จะสนทนาด้วยแล้วหนา”
“ขอโทษขอรับ เพียงแต่น้องเห็นควรว่าหากเรียกเช่นหลายปีก่อนจักทำให้พี่เปรมเปนที่ครหาแลจะทำให้น้องกลายเปนผู้ไม่รู้ความไปด้วยนะซีขอรับ”
“ไม่เปนเช่นนั้นหรอก เ้าจอมแสบของพี่รู้ความถึงเพียงนี้แล้ว จะมีใครใคร่ว่าได้ เรียกเช่นเดิมเถอะ”
“ขอรับ”
“ดี เปนเด็กดีว่าง่ายเช่นนี้จึ่งจักน่าเอ็นดู”
เอ่ยชมน้องแล้วรอรับสำรับเย็นด้วยกันกับครอบครัวเสียจนย่ำค่ำแล้วจึ่งพาเ้าเด็กไปส่งถึงกระไดเรือน เปรมบดินทร์ทอดถอนหายใจ หลังจากนี้คงอีกหลายเพลาจึ่งจะได้ปะหน้ากันอีกหน
๒๔๖๒
ถนนแปลงนาม
ไหว้พี่เปรมขอรับ จดหมายฉบับนี้เปนจอมเองนะขอรับ ่นี้จอมใคร่อ่านเขียนเรียนคล่องขึ้นอีกโข แลสามารถเขียนจดหมายฝากพี่เปรมได้แล้วขอรับ การที่เขียนจดหมายฝากไว้กับพี่แป้งเหตุเปนเพราะการปิดภาคในเทอมนี้คงไม่ได้กลับไปเยือนเรือนฝั่งธนเช่นที่ผ่านมาขอรับ ด้วยเพราะคุณแม่ของน้องเพิ่งคลอดน้องชายตัวเล็กได้ไม่นาน เพลานี้จึ่งต้องอยู่โยงเฝ้าดูแลทั้งคุณแม่แลน้องน้อย อีกส่วนเห็นจะเปนเพราะจอมเองก็หลงในความน่าชังของน้องถึงขนาดเฝ้าหน้าหอนอนไม่ได้ห่าง เ้าตัวเล็กที่ว่านี้ดวงตากลมโตไม่ผิดเพี้ยนไปจากน้องในยามเด็ก คุณแม่กล่าวว่ามีหลายส่วนที่คล้ายคลึงกับจอมยิ่งนัก ไว้น้องโตรู้ความประสากว่านี้ปิดภาคเรียนครั้งหน้าจึ่งจะได้ไปหาที่เรือนนะขอรับ เช่นนั้นหวังว่าพี่เปรมจะสุขสบายดีนะขอรับ
เ้าจอม
เปรมบดินทร์พับกระดาษใส่ซองคงได้ตามเดิมหลังอ่านจบ เขาไม่ได้เจอน้องมาประมาณปีกว่าแล้วหลังจากวันที่พาเ้าจอมแสบไปเลือกซื้อระนาดรางหนึ่งที่ย่านบางลำพู ไว้ให้ฝึกหัดบรรเลงระนาด เหตุเพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่าน้องอาจจะไม่ได้กลับมาเรือนคุณยายจันทร์ในทุก่ปิดภาคดังก่อน
“เอ็งอ่านกระไรอยู่รึคุณเปรม” สหายสนิทที่มาพำนักอยู่ที่เรือนเล็กของคุณเปรมเอ่ยถาม เพราะตามติดมาั้แ่พระนครด้วยอยากมาัับรรยากาศท้องสวนฝั่งจังหวัดธนบุรีซึ่งบัดนี้เ้าตัวกำลังเยี่ยมหน้าเข้ามาหาแทบจะเกยไปกับไหล่ของเปรมบดินทร์เพราะขนาดตัวไล่เลี่ยกัน
“น้องชายข้างเรือน โน่น อยู่เรือนคุณยายจันทร์ที่เคยชี้ให้ดู”
“อ้อ หลานคุณยายจันทร์นั่นหรือ ใช่ว่าเปนน้องของพ่อโปเขามิใช่หรือ”
“รู้จักพี่ชายเขาด้วยงั้นซี”
เปรมบดินทร์ขมวดคิ้วสงสัยในความรอบรู้ของเพื่อน
“ข้าได้ข่าวมาว่าจะสืบทอดขึ้นเปนนายห้างแทนบิดา ชื่อเสียงพอจะเปนที่เลื่องลือไม่เบาหนา”
“คงงั้น”
“เห็นว่าไม่ใคร่สนิทกับบรรดาน้อง ๆ แลได้ยินกันว่าคนละมารดาใช่หรือไม่”
“อย่าสาวความไปเรือนผู้อื่นเช่นนั้น”
“ก็เพียงแต่ได้ยินเขาร่ำลือกันแต่เท่านั้น”
“ก็ไม่ได้จะว่ากระไร เอาหน้าออกไปไกล ๆ เสียทีไอ้คุณแสง”
“ฮ่า ๆ กระมิดกระเมี้ยนเช่นนี้ จะใคร่หาแม่หญิงได้หรือคุณเปรม”
“จักว่ากระไรก็ตามใจเถิด ข้าก็รอเอ็งต้องตาต้องใจแม่หญิงสักเรือนให้เปนบุญตาเสียก่อนก็เท่านั้น”
ตีหน้าั์ใส่สหายหากแต่น้ำเสียงกลับหยอกเย้าอยู่ในที
“บ๊ะ แล้วกระไรถึงต้องรอข้าเล่าไอ้คุณเปรม”
ชายหนุ่มที่อายุวัยใกล้ยี่สิบสามขวบปีค้อนกะหลับกะเหลือกใส่เพื่อน
“ก็คิดว่าลางทีอย่างเอ็งเนี่ย คงมิมีแม่หญิงเรือนใดตกลงปลงใจด้วย”
“วาจาไอ้คุณเปรมช่างสามหาวยิ่งนัก!”
เปรมบดินทร์ส่ายหัวช้า ๆ กับอากับกิริยาแลคำถ้อยคำจาของสหายรัก พวกเขาสนิทชิดเชื้อมากพอที่จะเล่นหัวกันได้ถึงเพียงนี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมาสงบเสงี่ยมเพราะคุณแม่ท่านเรียกหาไปรับสำรับเย็นยังเรือนใหญ่
ตกค่ำเปรมบดินทร์เขียนจดหมายตอบกลับเ้าตัวแสบจอมของตนไปหนึ่งฉบับโดยฝากไปทางคนรู้จักของเ้าตัวน้อย เดี๋ยวนี้เ้าเด็กน้อยนั่นรู้ความด้วยอายุอานามเข้าสิบห้าขวบปีแล้ว แลคงกำลังแก่นเซี้ยวน่าดู เปรมบดินทร์นึกถึงใบหน้ากลมแลแป้นแล้นของน้องแล้วพลันให้หลุดขันออกมาจนสหายข้างกายถึงกับชำเลืองมอง
“เปนบ้าไปเสียแล้ว”
“เอ็งไปทำงานซี มัวแต่มองอยู่นั่น”
เปรมบดินทร์เอ็ดเพื่อนเสียงเข้ม แต่มีหรือที่คนที่ทันกันมาั้แ่เล็กแต่น้อยจะเกรงกลัว
“ขอรับท่านขุน ไอ้แสงบ่าวคนนี้จะไปคัดตำราประเดี๋ยวนี้ขอรับ”
รับคำด้วยการแหกปากดังลั่นเรือนจนเปรมบดินทร์แทบจะหาอะไรมาอุดปากเพื่อนตัวดี
๒๔๖๕
แปลงนาม
ไหว้คุณหลวงขอรับ เหตุที่เรียนเช่นนี้เพราะได้ข่าวคราวจากคุณยายจันทร์ท่านว่า คุณหลวงได้อวยยศเปนหลวงบดินทร์เดชานุชิตแล้ว กระผมต้องขอแสดงความยินดีเปนอย่างมากนะขอรับ เพลานี้กระผมเองก็จบชั้นมัธยมตอนปลายแล้วขอรับ อีกไม่กี่เพลาก็จะเข้าเรียนอุดมศึกษา ในด้านการฝึกระนาดนั้นบัดนี้กระผมบรรเลงได้อย่างชำนาญยามเมื่อแวะไปเรือนพ่อครูปลั่งจึ่งสามารถแบ่งเบาพี่กล้าช่วยสอนเด็ก ๆ ในเรือน ไว้ปะกันคราวหน้าจะเล่นให้ฟังหนาขอรับ แลกระผมหวังเช่นเดิมว่าคุณหลวงคงจะสุขสบายดีเช่นเดิม
ปล.เพลานี้หลวงได้จัดงานกาชาดขึ้นที่ท้องสนามหลวง มีร้านค้ามากหลายเทียวขอรับ กระผมใคร่ว่าจะชวนเหล่าสหายไปเดินเล่นสักเพลา แลหวังใจว่าหากคุณหลวงได้กลับมายังธนบุรีแล้วคงพอจะหาเพลาไปเดินเล่นชมงานกาชาดด้วยกระผมนะขอรับ
ด้วยความเคารพยิ่งขอรับ
กัษษากร (จอม)
เปรมบดินทร์อ่านจดหมายจบด้วยท่าทีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เ้าตัวแสบของเขาเปนได้ถึงเพียงนี้ หากอยู่ใกล้คงได้ลงมะเหงกสักหนึ่งคำรบ ด้วยเหตุที่แทนตัวเองว่ากระผมแลเรียกยศถาบรรดาศักดิ์ ใช่ว่าเขาไม่เคยบอกเสียเมื่อใดว่าให้เรียกคงไว้เช่นเดิม เขาไม่ใช่คนเ้ายศเ้าอย่างกับสหายแลหมายรวมไปถึงบรรดาพี่น้อง หากเจอหน้าคงต้องเอ็ดเสียหน่อย
“จดหมายจากเ้าจอมรึ”
“อือ”
“หนนี้ส่งมาถึงนี่เลยหรือ”
เปนหลวงสุริยเดชเช่นเดิมที่เอ่ยถาม เมื่อคราวนี้จดหมายถูกส่งมาไกลถึงนนทบุรีซึ่งพวกเขามารับราชการอยู่ชั่วครู่ชั่วคราวเพียงเท่านั้น แลอีกไม่กี่เพลาก็จะได้ย้ายกลับไปรับราชการยังฝั่งพระนครเฉกเช่นเดิม
“อ่านเนื้อความแล้วใคร่อยากดีดหน้าผากสักหน”
เปรมบดินทร์เอ่ยความในใจที่หมายมั่นไว้หากปะหน้าเ้าเด็กแสบ
“ทำไมรึ”
จะกระไรเสียอีกเล่า เ้าตัวแสบนั่นเรียกข้าว่าคุณหลวงนะซี”
“ฮ่า ๆ ๆ จากพี่เปรมเปนคุณหลวงรึ แล้วอย่างไร เอ็งไม่พอใจน้องเช่นนั้นซี”
“ข้าย้ำนักย้ำหนาเื่บรรดาศักดิ์ั้แ่เปนขุน ว่ามิจำเปนต้องเรียก แต่ก็มิฟังใคร่โดนเอ็ดโดนดุเช่นเด็กเล็ก ๆ ”
“ฮ่า ๆ ๆ”
หลวงสุริยเดชขันเสียงดังเมื่อสหายของตนทำหน้าบูดบึ้ง เช่นนั้น
“เอาน่าอีกไม่กี่เพลาก็ได้กลับพระนครแล้ว ข้าใคร่เดินงานกาชาดเช่นเดียวกัน”
“อีกสองสามวันจะออกเดินทาง เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วยังเอ็งนะ มัวแต่ไปพายเรือเกี้ยวสาว”
“แม่หญิงที่นี่ก็งามพึงใจข้าอยู่หนา แล้วเอ็งล่ะคุณเปรม”
“ข้าทำไม”
“ก็...มิคิดจะมองแม่หญิงเรือนใดบ้างรึ อายุอานามก็จะพ้นวัยออกเรือ-”
หลวงสุริยเดชหุบปากฉับเมื่อเห็นสหายตีหน้าเปนั์ปักหลั่น ด้วยรู้ว่าคุณหลวงเปรมผู้นี้ไม่ใคร่จะถูกตาต้องใจแม่หญิงคนใด
หรือว่าจะตายด้านไปเสียแล้ว
“ไป เก็บ ของ”
“เออ ๆ พูดเื่ออกเรือนไม่ได้เลยหนาพ่อคุณ”
“ยังมิไปอีก!”
เปรมบดินทร์เอ่ยส่งเพื่อนเสียงดังลั่นเรือน นี่หากปลูกเรือนติดกันทั้งคุ้งแควเปนได้โดนด่าไปแล้วเสียทั้งเขาทั้งไอ้เพื่อนที่ทำหน้าั์อยู่นี่
๒๔๖๖
จังหวัดธนบุรี ตำบลตลิ่งชัน
ปีนี้เ้าจอมอายุย่างยี่สิบปีแล้ว เด็กหนุ่มวงหน้านวลจิ้มลิ้มแลผิวพรรณผุดผ่องเพราะมีเชื้อสายจีนแลดวงตากลมโตชั้นเดียวนั้นก็ยิ่งขับส่งให้ใบหน้าของเ้าตัวติดละมุนละไม ไม่ใคร่จะคมเข้มเฉกเช่นชาวสยามทั่วไป แม้จะงามพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ หากแต่เ้าตัวก็ยังไม่ออกเรือนกับแม่หญิงเรือนใดทั้งในพระนครแลธนบุรี เนื่องจากยังมิต้องตาพึงใจกับเหล่าสตรีทั้งหลาย แลเ้าตัวนั้นกลับหมกมุ่นกับการศึกษาอีกทั้งแทบจะขลุกอยู่กับเครื่องดนตรีไทย จนผู้เปนบิดาแลมารดาคร้านจะห้ามปราม เหตุนั้นเ้าตัวจึงได้กลับมายังเรือนคุณยายจันทร์บ่อยครั้ง ซึ่งเ้าตัวเห็นเปนเื่น่ายินดีเพราะจะได้เล่นดนตรีไทยที่เรือนพ่อครูปลั่งแลได้สอนเด็ก ๆ ในระแวกนี้ วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เขากลับจากเรือนพ่อครูปลั่งตะวันยังไม่ทันจะรอนแสงเพราะพี่กล้าบอกว่าแม้จะโตแล้วแต่การเดินกลับเรือนดึกเกินไปก็อันตรายไม่น้อย ดังนั้นพอบ่ายแก่ ๆ เขาจึงเดินกลับเรือน คุณยายจันทร์นั้นชราลงมากแต่ก็ยังเดินเหินคล่อง ท่านทักจะชอบลงมาเก็บดอกไม้ขึ้นไปร้อยมาลัยกับเหล่าคนรับใช้ที่ยังคงอยู่ด้วยกันที่เรือนแม้จะเปนไทแล้วก็ตามที เ้าตัวเดินเรื่อย ๆ ใจก็ประหวัดคิดไปถึงพี่ชายเรือนข้าง ๆ ที่ไม่ปะหนาเสียหลายปีเพราะอีกฝ่ายไปรับราชการอีกที่หนึ่ง สองขาเล็กกำลังจะเดินผ่านต้นมะม่วงต้นเดิมที่ขณะนี้สูงใหญ่แลติดผลดก ทั้งผลสีเหลืองแลเขียวเต็มต้นนั้นดึงดูดคนชอบหมากม่วงได้เปนอย่างดี
“ออกผลดกเช่นนี้ใคร่ให้ข้าปีนขึ้นไปเก็บเช่นนั้นซี”
เด็กหนุ่มในชุดเสื้อคอกลมสีเหลืองลูกจันทน์นุ่งโจงกระเบนเรียบร้อย กำลังยืนมองผลหมากม่วงที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน แลผลเขียวก็ใคร่เห็นแล้วเปรี้ยวปาก อยากนำไปเคียงกับน้ำปลาหวานยิ่งนัก เขาที่เพิ่งกลับมาอยู่เรือนได้ไม่ทันพ้นวันก็พ่ายแพ้ให้แก่ต้นหมากม่วงต้นเดิมเช่นหลายปีก่อน
เขาเคยรับปากกับคุณหลวงไว้ว่าจะไม่ปีนต้นไม้อีก ด้วยเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายเปนห่วงกลัวเขาจะตกลงมาแข้งขาหัก หากแต่เพลานี้เขานั้นเติบใหญ่แลไม่มีคุณหลวงอยู่เรือนด้วยแล้วเช่นนี้ก็ถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปนใจให้เขาได้ใคร่ลูกหมากม่วงไปฝากคุณยายจันทร์ เ้าจอมที่บัดนี้หมายมั่นแล้วว่าอย่างไรต้องปีนขึ้นไปเก็บให้จงได้ก็มองซ้ายแลขวา เมื่อไม่เห็นมีผู้ใดก็ทำการปีนขึ้นต้นหมากม่วงเบื้องหน้าอย่างชำนาญแม้ไม่ได้ปีนมานาน
เด็กหนุ่มกำลังไล่ปลิดขั้วลูกหมากม่วงดิบให้ร่วงหล่นบนพื้นจนเมื่อได้จำนวนที่มากพอแล้วก็เอื้อมมือหยิบลูกสุกพลางคิดว่าจะทำอย่างไรผิวของผลไม้จึงจะไม่เสียหายหากโยนลงบนพื้นดินเบื้องล่าง เ้าตัวขบคิดเสียนนจนไม่ได้รับรู้ว่ามีเสียงฝีเท้าหนึ่งเดินมาทางต้นหมากม่วงต้นใหญ่ ในจังหวะที่เ้าตัวดึงก้านไม้ที่เต็มไปด้วยใบไม้มาพันห่อให้พอกันช้ำได้บ้าง จากนั้นก็ปล่อยมือส่งผลหมากม่วงสุกลงพื้น
แกรก ๆ
ตุ้บ!
หือ...
เปรมบดินทร์ชะงักเท้าเมื่อใกล้จะเลี้ยวเข้ามายังบริเวณสวนของตนที่กั้นด้วยกำแพงไม้เลื้อย เมื่อได้ยินเสียงสวบสาบ พร้อม ๆ กับที่ได้ยินเสียงของหล่นมาจากสวนฝั่งของยายจันทร์ เขาเพิ่งกลับมายังฝั่งธนบุรีในสายของวันนี้ หมายใจว่าจะไปไหว้คุณยายจันทร์ที่เรือน ระหว่างเดินอยู่นั้นพลันผลหมากม่วงก็หล่นลงใกล้กับปลายเท้า
ราวกับฉากฉายซ้ำในวันวาร
ตุ้บ!
เปรมบดินทร์สะดุ้งเมื่อผลหมากม่วงสุกสีเหลืองอร่ามตกลงใกล้ ๆ กับเท้าของเขาอีกผล ห
“โอ๊ะ!”
เสียงกังวานหวานดังขึ้นเหนือศีรษะ หลวงบดินทร์เดชานุชิตจึ่งเงยหน้าขึ้นมองบนต้นหมากม่วง ดวงตาคมเข้มเขม้นมองเขม็งไปยังสิ่งมีชีวิตบนต้นไม้สูง เด็กหนุ่มวัยไม่น่าจะเข้าเบญจเพส กำลังนั่งทำตาโตอยู่บนกิ่งก้านต้นไม้นั่น
“....”
“ขึ้นไปทำกระไรบนนั้น”
“ก...เก็บหมากม่วงข...ขอรับ”
เด็กหนุ่มจับกิ่งหมากม่วงไว้ด้วยมือสองข้าง หลวงบดินทร์เดชานุชิตขมวดคิ้วหน้าดุดังเช่นวันวารยามพบเจอเด็กซนปีนต้นหมากม่วงเปนลิงเปนค่าง
“ลงมาประเดี๋ยวนี้”
คุณหลวงเอ่ยวาจาสั่งเสียงเข้ม เมื่อพิศดูแล้วเห็นจะเปนหลานชายคนเล็กของคุณยายจันทร์เปนแน่แท้
เ้าจอมแสบ!!
“ล..ลง ลงแล้วขอรับ”
สิ้นคำร่างโปร่งขาวผ่องก็ค่อย ๆ ปีนกลับลงมา
เปาะ!
“เฮ้ย!”
คุณหลวงถลาเข้าไปรับร่างโปร่งเมื่อเห็นว่ากิ่งต้นหมากม่วงเปราะจนรับน้ำหนักเ้าตัวแสบเอาไว้ไม่อยู่ ร่างที่ใกล้จะลงมาถึงพื้นก็ร่วงหล่นลงมาอย่างกะทันหัน เขาถลันไปรับร่างน้อยนั่นก่อนจะตกลงสู่อ้อมแขนของเขา เคราะห์ดีที่ไม่ได้ตกลงมาสูงนักเขาจึงไม่ได้ล้มลงไปกับพื้น แขนแข็งแกร่งกระชับคนในอ้อมแขนไว้แน่น
“เ้าจอมแสบรึ”
“ข...ขอรับ คุณหลวง”
“คุณหลวงรึ”
“กระผมว่าคุณหลวงได้ยินชัดนะขอรับ”
“กระผมหรือ”
หลวงบดินทร์เดชานุชิตจ้องหน้าคนในอ้อมกอดนิ่ง
“ใช่น่ะซีขอรับ”
“อ้อ ไม่ปะหน้ากันเพียงไม่กี่ปี กลับกลายเปนคุณหลวงกับกระผมไปแล้วซี”
...................................
Talk: มาแล้วค่า ในที่สุดดดด ในที่สุดน้องก็โตเสียที ฮือออออออออ
ยาวนานหลายตอนมากค่ะ หลังจากนี้ก็จะเจอหลวงบดินทร์เดชานุชิตกับกัษษากร เวอร์ชั่นโตแล้วนะคะ หวังว่าทุกคนจะยังเอ็นดูพี่เปรมกับน้องจอมเช่นเดิมน๊า ฝาก Comment เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ