ตอนที่ 1 พ่อแม่ประหลาด
ที่นี่คือที่ไหน?
ถงเชียนค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาพร้อมความรู้สึกมึนงงที่ศีรษะ ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏสู่สายตา องคาพยพ [1] ทั้งห้าบนใบหน้าของชายหนุ่มช่างดูคมคายราวกับรูปสลัก
โดยเฉพาะลมหายใจอันแสนอบอุ่นของบุรุษเพศที่โอบล้อมถงเชียนไว้นั้น ทำให้นางรู้สึกสบายใจอย่างมาก
นี่นางถูกบุรุษผู้หนึ่งโอบไว้ในอ้อมแขน?
ทั้งยังเป็บุรุษรูปงามเสียด้วย!
ถงเชียนยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เพียงแค่ขยับศีรษะเล็กน้อย จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บที่หน้าผากอย่างรุนแรง “โอ้ย เจ็บจังเลย”
“เชียนเอ๋อร์ เ้าเป็อย่างไรบ้าง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความหนักแน่นดังขึ้นเหนือศีรษะ เผยให้เห็นถึงความวิตกกังวลและกรุ่นโกรธจางๆ
หลังจากนั้นความทรงจำของร่างเดิมก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในสมอง
ที่แท้ นางก็ทะลุมิติเข้ามาแล้วจริงๆ
ส่วนบุรุษที่กำลังโอบกอดนางอยู่นี้มีนามว่าจี้ซิวผิง อาจกล่าวได้ว่าถงเชียนเป็สะใภ้ที่ถูกซื้อตัวมาั้แ่วัยเยาว์ [2] ของเขา นับั้แ่ถูกซื้อตัวกลับมา นางก็ได้รับการประคบประหงมดูแลเป็อย่างดี ดูเหมือนไม่ว่าอะไรก็ตามที่นางปรารถนา เขาก็มักจะเสาะหามาให้นางอยู่เสมอ ต่อให้ตนไม่ยอมกินไม่ยอมดื่ม เขาก็จะตอบสนองคำร้องขอของนางให้จงได้
ส่วนเหตุที่นางมาล้มอยู่ตรงนี้ได้นั้น...
ถงเชียนทอดสายตามองไป ก็พบกับบุรุษและสตรีวัยกลางคนคู่หนึ่งกำลังพาลเอะอะโวยวายอยู่ตรงลานบ้าน
บุรุษวัยกลางคนกำลังตำหนิอะไรบางอย่างกับสตรีผู้นั้นด้วยสีหน้าฉุนเฉียว สตรีผู้นั้นค้อมตัวลงด้วยท่าทางหวาดกลัวและพยักหน้าขานรับไม่หยุด
แต่แล้วจู่ๆ สตรีผู้นั้นก็เหลียวมองนางด้วยสายตาที่คมกริบ ทั้งสองจึงสบสายตากันพอดี
พอเห็นนางฟื้น มารดาของถงเชียนก็น้ำตาไหลพรากรีบพุ่งเข้ามาทันที แล้วสะบัดมือตบไปที่หน้าจี้ซิวผิงหนึ่งฉาด “จี้ซิวผิงเ้ากล้าดีอย่างไร พวกข้ามารับลูกสาวแต่เ้ากลับไม่ยอมปล่อยตัวนางก็เกินพอ แล้วนี่เ้ายังทำร้ายลูกสาวของข้าจนกลายเป็เช่นนี้อีก ดีที่นางไม่เป็อันใด มิเช่นนั้น หญิงชราอย่างข้าจะเอาชีวิตเ้า!”
ท่าทางโหวกเหวกโวยวายเช่นนี้ของนาง ชักนำเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงจำนวนไม่น้อยให้เข้ามามุงดู
จี้ซิวผิงเห็นถงเชียนมีสีหน้าดูไม่ค่อยดี จึงกระซิบถามเบาๆ แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าหญิงผู้นั้นจะลงมือกะทันหัน จี้ซิวผิงไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นจับจ้องเพียงถงเชียนและกอดนางไว้ไม่ยอมปล่อยมือ
“ดีขึ้นบ้างหรือยัง?” เขาก้มกระซิบถามเบาๆ
ถงเชียนก็รู้สึกใเช่นเดียวกัน เงยหน้าขึ้นมองรอยนิ้วมือทั้งห้านิ้วที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนแก้มขวาของเขา ดูเหมือนว่ารอยแดงนี้จะเริ่มบวมขึ้นมา นางขมวดคิ้วสักพัก ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นมาในหัวใจของถงเชียน
แม้ว่าความทรงจำของนางจะเลือนราง แต่ก็รับรู้ได้ว่าจี้ซิวผิงต่างหากที่ดีต่อนางโดยแท้
นางเช็ดเืที่หน้าผากอย่างลวกๆ รีบลุกขึ้นมาเอ่ยถามมารดาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “หากท่านห่วงใยข้าจริง เหตุใดตอนแรกจึงขายข้าให้กับพ่อค้าทาสล่ะ? แล้วตอนข้าล้มไปเมื่อครู่เหตุใดจึงไม่เห็นพวกท่านใเลยสักนิด พอเห็นว่าข้าไม่ตายทั้งยังฟื้นขึ้นมา กลับมัวพูดประชดประชันอยู่ตรงนี้เสียได้!”
มารดาของถงเชียนหยุดชะงักไปในทันที ราวกับคาดไม่ถึงว่าถงเชียนจะกล้าเอ่ยปากโต้แย้ง นางรู้สึกเสียหน้าจนพูดไม่ออก
เวลานี้บิดาของถงเชียนรีบเดินมาจากด้านหลัง จ้องมองมารดาอย่างดุร้ายแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว มองไปยังถงเชียนด้วยสีหน้าของบิดาผู้อ่อนโยนและมีเมตตา “เชียนเอ๋อร์ เ้าถูกคำพูดโป้ปดของเขาหลอกเข้าเสียแล้ว จี้ซิวผิงต่างหากที่ลักพาตัวเ้า ข้ากับแม่เ้าออกตามหาตัวเ้าอย่างยากลำบากเหลือคณา”
“เป็เช่นนั้นๆ” มารดาโน้มตัวเข้ามาแล้วเอ่ยคล้อยตาม “ผีร้ายตนใดดลใจให้เ้าลุ่มหลงมัวเมาเช่นนี้ ถึงกับแยกแยะดีชั่วไม่ออกเชียวรึ?”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ผู้คนที่จับกลุ่มกันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มทนไม่ไหว ต่างพากันซุบซิบนินทาขึ้นมา
“เป็เช่นนี้นี่เอง ข้าบอกแล้วว่าพ่อหนุ่มจี้ยังไม่ได้แต่งงาน จะไปเอาหญิงสาวมาจากบ้านใดกันล่ะ”
“อาจจะเข้าใจผิดก็ได้ เสี่ยวจี้ไม่ใช่คนเช่นนั้นนิ”
“หึ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ พ่อแม่นางมาตามแล้ว ยังจะโป้ปดได้อยู่อีกรึ? ดูเป็คนดีแท้ๆ คาดไม่ถึงเลยจริงๆ”
……
ถงเชียนมองดูพฤติกรรมข้าพูดคำหนึ่งส่วนเ้าพูดคำหนึ่งของพวกเขา แล้วแอบถอนหายใจ ยอมแล้วจริงๆ คนสมัยโบราณนี่หัวดื้ออย่างนี้กันหมดเลยรึ? พวกเขาเจอกันมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังใช้ชีวิตร่วมกับจี้ซิวผิงมานานขนาดนี้ แล้วยังมีพ่อแม่ประหลาดคู่นี้อีก เหตุใดทั้งคู่จึงเสแสร้งได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่ในละครก็ยังไม่กล้าแสดงอย่างนี้เลย!
ทว่ามีคำพังเพยหนึ่งกล่าวไว้ได้เป็อย่างดี ความชั่วสูงขึ้นหนึ่งฉื่อแต่ความดีงามนั้นสูงขึ้นสิบจั้ง [3] เื่รับมือกับพวกเ้า ข้าเพียงผู้เดียวก็เกินพอ
“หึ” ถงเชียนแค่นเสียงเ็าออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นแล้วเอ่ย “ท่านพ่อท่านแม่ อย่าเพิ่งรีบร้อนสิเ้าคะ พี่ซิวผิงยังมีสัญญาซื้อขายกับพ่อค้าทาสในตอนนั้นอยู่ แค่นำออกมาให้ทุกคนดู ก็น่าจะรู้ว่าใครกันแน่ที่กลับดำให้เป็ขาว แล้วกลับขาวให้เป็ดำ! [4] ”
พอกล่าวจบ นางก็ส่งสายตาสื่อความนัยให้จี้ซิวผิงไปนำสัญญาซื้อขายตัวมา
จี้ซิวผิงไหนเลยจะไม่เข้าใจ กลัวก็แต่ตนไม่อยู่แล้วถงเชียนจะถูกรังแกอีก จึงรู้สึกลังเลใจและยืนนิ่งอยู่นาน
เมื่อมารดาของถงเชียนเห็นเหตุการณ์เป็เช่นนี้ จึงออกแรงลากนางไป ยิ่งััได้ถึงสายตาของฝูงชนที่มองดูอย่างคึกคัก นางก็แอบหยิกแขนของถงเชียน
จี้ซิวผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ จะไม่ทันสังเกตเห็นได้อย่างไร ดวงตาของเขาแดงก่ำ รีบพุ่งเข้าไปหามารดาของถงเชียนทันที
ถงเชียนกลัวว่าเขาจะตกหลุมพราง รีบยกมือผลักเขาออกไป ส่วนตัวเองนั้นออกแรงคว้ามือของมารดาแน่น แล้วบิดไปทิศทางตรงกันข้าม
“โอ้ยๆ” มารดาของถงเชียนร้องเสียงดังลั่น “นังลูกทรพี นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้าลงมือกับแม่แท้ๆ ของตัวเอง เลี้ยงเสียข้าวสุกเสียจริง...”
เมื่อเสียงดังโหวกเหวกของมารดาสิ้นสุดลง ถงเชียนที่เดินพุ่งตรงไปกลางลานบ้านก็ม้วนแขนเสื้อขึ้น เผยรอยแผลฟกช้ำอันน่าสยดสยองให้ทุกคนดู
จี้ซิวผิงเห็นเข้าก็รู้สึกเหมือนถูกคนคว้านหัวใจ เจ็บเสียจนหายใจไม่ออก
“ท่านแม่?” ถงเชียนเอ่ยด้วยเสียงดังกังวาน “ท่านเป็แม่เช่นนี้รึ? ต่อหน้าธารกำนัล [5] ทั้งมีพยานอีกมากมาย ยังลงมือหยิกข้าอย่างโหดร้ายเช่นนี้ หากข้ากลับไปกับท่าน เกรงว่าผ่านไปไม่กี่วัน ผู้คนคงจะได้เห็นแต่กระดูกของข้าเสียแล้ว”
ประโยคที่ถงเชียนกล่าวในตอนท้ายนั้นปนด้วยเสียงสะอึกสะอื้นอย่างไม่ได้รับความเป็ธรรม ชวนให้ผู้คนรู้สึกสงสารยิ่งนัก
เมื่อมองไปตามรอยแผลบนร่างกายของนางแล้ว เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“นี่คือบิดามารดาบังเกิดเกล้ารึ? เหตุใดถึงลงมือโเี้เช่นนี้?”
“โอ้ ์ จะยอมให้แม่หนูคนนี้กลับไปไม่ได้เป็อันขาด ไม่แน่ว่าอาจจะถูกทำร้ายก็เป็ได้!”
“คำพูดของคนเช่นนี้ยังเชื่อถือได้อีกรึ? พี่ใหญ่จี้ไม่ใช่คนเช่นนั้น!”
ถงเชียนแอบยิ้มที่มุมปาก ดีมาก สิ่งที่ข้า้าก็คือผลลัพธ์เช่นนี้แหละ!
เมื่อเห็นผู้คนมากมายพูดแทนถงเชียนเช่นนี้แล้ว ทั้งยังตำหนินาง มารดาของถงเชียนก็ร้อนใจจนยืนแทบไม่ติด เริ่มใช้คำพูดไม่ถูก “ถงเชียน หญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานเช่นเ้า ข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่ารอยช้ำบนแขนนี้มาจากไหน หรืออาจจะเป็...” มารดาของถงเชียนเลิกคิ้ว แค่นเสียงเ็าออกมา พูดอย่างคลุมเครือว่า “พวกเ้าสองคนใช้ชีวิตร่วมกันมาตั้งหลายปี เื้ัมีความสัมพันธ์เช่นไร คงไม่ต้องให้ข้าพูดหรอกนะ ข้ากับพ่อของเ้าย่อมเทียบไม่ติดอยู่แล้ว”
นี่หมายความว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ไม่บริสุทธิ์ใช่หรือไม่? มีมารดาคนใดพูดถึงบุตรสาวของตนเช่นนี้บ้าง ฝูงชนย่อมเข้าใจถึงความนัยที่นาง้าจะสื่อ ต่างพากันส่งสายตาประณามไปยังบิดาและมารดาของถงเชียน
.
.
.
[1] องคาพยพ คืออวัยวะน้อยใหญ่ของร่างกาย
[2] 童养媳 เป็ประเพณีการเลี้ยงเ้าสาวเด็กในสมัยโบราณ เพื่อใช้แก้ปัญหาเื่ค่าใช้จ่ายในการแต่งงานสำหรับครอบครัวที่ยากจนในสมัยก่อน โดยจะรับเลี้ยงเด็กหญิงั้แ่อายุยังน้อย พอโตขึ้นเด็กหญิงก็จะกลายเป็เ้าสาวของลูกชายเ้าของบ้าน
[3] 魔高一尺道高一丈 หมายถึง ความดีงามสามารถเอาชนะความชั่วได้ในที่สุด
[4] 颠倒黑白 หมายถึง การบิดเบือนของเท็จจริง
[5] ธารกำนัล หมายถึง สถานที่ซึ่งมีผู้คนอยู่เป็จํานวนมาก