หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 36

    ระหว่างทางกลับบ้าน ในรถของป๊อก“เฟย มึงเป็นอะไรวะ เห็นเงียบมาตั้งแต่ขึ้นรถ” ป๊อกถามจากอาการแปลกๆของเพื่อนที่แสดงออกมา“ป๊อก รู้รึเปล่าว่าพ่อไอ่เดชเป็นหมอผี พวกเล่นของอะไรพวกนั้น” หลงเฟยตอบกลับเป็นคำถามแทน“ก็ได้ยินมาบ้างนะ เพื่อนๆมันก็บอกว่ามันชอบมาทัก มาบอกให้ระวัง ให้ไปทำบุญด้วยนะ มีอะไรรึเปล่า” ป๊อกบอกออกมา“มันมาทักเรื่องแหวนที่กูได้มาจากปู่นี่แหละ แต่สำหรับกูแหวนนี่คือสิ่งที่ช่วยเหลือเรา ไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายที่คอยทำลายคนอื่นหรอกนะ”“มันก็เป็นความเชื่อของแต่ละคนนั่นแหละ ดูอย่างกูเข้าป่าก็พกมีดนี่ติดตัวตลอด พ่อหมอที่หมู่บ้านปลุกเสกมาให้” แล้วป๊อกก็ชูมีดที่อยู่ในฝักออกมาให้หลงเฟยดู“เห้ยๆ อย่าเอามีดออกมาโชว์กลางเมืองสิวะ เดี๋ยวตำรวจเห็นเข้าก็โดนเรียกหรอก” หลงเฟยตกใจเมื่อเห็นป๊อกหยิบมีดขึ้นมา“นี่มันดึกแล้ว ตำรวจไปตั้งด่านกันหมด แถวนี้ก็ไม่มีใครสักคน เอาไปดูสิ” ป๊อกยื่นมีดให้“เออๆ หืม!” หลงเฟยรับมีดมาแล้วลองชักออกมาดูบางส่วนไม่ได้ดึงออกมาทั้งเล่ม เขาตะลึงกับแสงสีขาวจางๆที่เปล่งออกมา ชายหนุ่มจึงรีบดันมีดกลับเข้าฝัก แล้วก็ลองชักมีดออกมาจากฝักทั้งเล่มเพื่อดูให้ชัดๆ มันทำให้ชายหนุ่มยิ่งตกตะลึง“เชี่ยๆๆ! ไอ้เฟยอยู่ในรถมึงจักชักออกมาหมดทำไมวะ เดี๋ยวก็โดนกูหรอก ไอ้เฟย! มึงเป็นอะไร” ป๊อกตกใจที่เพื่อนชักมีดออกมา แต่หลงเฟยกลับนิ่งค้างจ้องมีดที่เรืองแสงอยู่อย่างนั้น ป๊อกจึงตะโกนเรียกให้ได้สติ“อ้ะ! มึงจะตะโกนหาอะไร เอ่อกูเก็บแล้วก็ได้ เลี้ยวขวาข้างหน้านะเว่ย อย่าลืม” หลงเฟยได้สติกลับมาก็รีบเก็บมีดเข้าฝัก แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีก่อนจะถึงบ้านของเขา ในที่สุดหลงเฟยมาถึงบ้านเรียบร้อย เขาบอกลาเพื่อนตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัวของป๊อกเองก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร ทั้งสองแค่ตกลงกันว่าจะติดต่อหากันมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่าทั้งคู่ไม่ค่อยมีเพื่อนมากเท่าไร เมื่อเข้ามาในบ้านชายหนุ่มก็ยังคงคิดถึงเรื่องมีดลงอาคมเรืองแสงสีขาวนั้นอยู่ หลงเฟยจำได้ว่ามันเหมือนกับวิชาดาบเวทย์มนต์ ที่ครูฝึกทหารแห่งเมืองแอนวีนแสดงออกมาให้พวกทหารใหม่ดู ตอนที่เขากำลังฝึกอยู่ในค่าย ชายหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าแม้แต่โลกของเขาเองก็มีเวทย์มนต์อยู่จริงๆ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นมาก่อนสักครั้ง“แล้วไอ่ป๊อกมันไม่เห็นแสงที่ออกมาจากมีดเหรอ แปลกจริง ช่างเถอะไปอาบน้ำดีกว่า” หลงเฟยบ่นกับตัวเองเสร็จ ก็เลิกให้ความสนใจแล้วรีบไปทำกิจวัตรส่วนตัวทันที หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ หลงเฟยก็เกิดเป็นกังวลเรื่องสงคราม และโรคระบาดขึ้นมา เขาคิดว่าข้อมูลที่มีตอนนี้ยังน้อยเกินไป จะทำยังไงถ้าเขาต้องเข้าประจำการในวันต่อไปที่ข้ามไปอีกโลก งานคงจะหนักจนไม่มีเวลาได้คิดวางแผนเป็นแน่‘ถ้าพรุ่งนี้มีเวลาอีกวันก็ดีสิ เห้อ! หืม! เวลางั้นเหรอ? ใช่แล้ว! ลืมไปได้ยังไง’ หลงเฟยคิดว่าจะทำยังไงให้มีเวลาเพิ่มเพื่อที่จะหาข้อมูลการต่อสู้กับมอนสเตอร์ และโรคระบาด แล้วเขาก็คิดออก ‘คุณรีเอลเคยบอกเอาไว้ว่า เวลาในโลกนั้น 24 ชั่วโมง เท่ากับเวลาโลกนี้ผ่านไปแค่ 1 วินาที แต่ทุกครั้งที่เรากลับไปที่นั่น เราก็โผล่มาเวลาเดิมทุกครั้ง หมายความว่าเวลาที่โลก Magic จะหยุดลงหากเรากลับมาที่โลกนี้ และเมื่อเราอยู่ที่โลก Magic เวลาในโลกนี้ก็จะหยุดแทน นี่คุณรีเอลกั๊กไว้บอกไม่หมดนี่หว่า!’ หลงเฟยเริ่มเข้าใจระบบเวลาการข้ามมิตินี้มากขึ้นแล้ว ‘ตราบใดที่เราอยู่ที่นี่เวลาที่โลกนั้นจะหยุดไว้ อย่างนั้นเราก็มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้นสินะ ถ้างั้นตอนนี้เราจะเตรียมตัวทำอะไรก่อนดี จะหาข้อมูลวิธีสู้กับมอนสเตอร์ต่อ หรือว่า...’ แล้วชายหนุ่มก็หันไปเห็นข้าวสารเหนียวที่แช่ไว้ตั้งแต่เช้า หลงเฟยกำลังตื่นเต้นอยู่ จนพูดออกมากับตัวเอง “ซวยละไง ถ้าไม่เอาข้าวไปนึ่งขายต้องเสียของแน่ๆ ตู้เย็นก็ไม่พอเก็บ ถ้าเก็บของไว้ในถุงย่ามนี่ไปก่อนจะได้รึเปล่านะ ไม่เคยสังเกตด้วยสิ แล้วจะรู้ได้ไงว่าถุงย่ามนี่เก็บอุณหภูมิได้รึเปล่า หน้าต่างข้อความที่อธิบายรายละเอียดไอเทม ตอนที่ได้มาจากกล่องสุ่มทีแรกจะดูได้ยังไง อ้ะ!” เมื่อหลงเฟยหยิบถุงย่ามวิเศษเพื่อจะเก็บข้าวที่แช่น้ำไว้ ก็ปรากฏหน้าต่างข้อความสีฟ้าขึ้นมาเหนือถุงย่ามนั้น ‘ถุงย่ามใหม่เอี่ยม ระดับ Aสามารถเก็บของได้ทั้งหมด 300 ช่อง เก็บของซ้ำกันได้ช่องละ 100 ชิ้นคงสภาพของไอเทมได้นานกว่าปกติ 5 เท่าความทนทาน 99/100’ “อยู่ที่โลกนี้ก็ดูคุณสมบัติของมันได้เหรอเนี่ย! นี่คงเป็นข้อมูลทั้งหมดของถุงย่ามนี้สินะ อืม คงสภาพของไอเทมได้นานกว่าปกติ 5 เท่างั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็เก็บข้าวนี่ได้นานอยู่ พรุ่งนี้ขอใช้เวลาอีกหนึ่งวันในการหาข้อมูลละกันนะ” เมื่อหลงเฟยตัดสินใจได้ เขาก็เก็บวัตถุดิบอาหารทั้งหมดไว้ในย่าม แล้วก็ไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์จดหมายลางาน ส่งผ่านอีเมลล์ไปที่บริษัทของเขา จากนั้นจึงเข้านอน เช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มทานอาหารเช้าอย่างง่ายๆเช่นเคย แล้วก็เข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเน้นในเรื่องการต่อสู้กับมอนสเตอร์ การจัดทัพป้องกันเมือง การเตรียมตัวในภาวะสงคราม และข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงสงคราม หลงเฟยเขียนแผนผังข้อมูลลงกระดาษแผ่นใหญ่เท่าโต๊ะ ทำชาร์ตติดผนัง จำลองแผนที่เมืองคร่าวๆ ตอนนี้ในบ้านเช่าของเขากลายเป็น War Room ไปแล้ว และเขาตั้งใจจะนำแผนผังเหล่านี้ข้ามไปโลก Magic ด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มสร้างแผนการทั้งหมดนี้ขึ้นมาเพราะเขาเชื่อว่า กองทัพของแอนวีนในตอนนี้ขาดความพร้อมที่จะรับศึก เนื่องจากส่งทหารกับนักเวทย์รักษาไปที่เวนนิส ที่สำคัญการบุกของกองทัพมอนสเตอร์นั้นรวดเร็วมาก ยังไม่ทันมีการแจ้งเตือนประชาชน ถ้าวันรุ่งขึ้นมาถึงค่อยประกาศออกมาชาวบ้านอาจเตรียมตัวไม่ทัน และมีโอกาสเกิดปัญหาในระยะยาวเรื่องขาดแคลนเสบียง ถ้าต้องปิดเมืองทำสงครามหลายวัน ถ้าสุดท้ายเมืองแอนวีนพ่ายแพ้ อย่างน้อยแผนการที่เตรียมไว้นี้ก็น่าจะพอให้หลงเฟย และเพื่อนๆหนีรอดออกมาได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ เขาต้องการปกป้องเพื่อนๆทุกคน ปกป้องเมืองที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข “ถ้าสุดท้ายแล้วมอนสเตอร์บุกเข้าเมืองมาได้ เราอาจจะต้องต่อสู้กับพวกมัน คนที่ไม่ได้มีประสบการณ์ต่อสู้อย่างเรา แค่อาวุธธรรมดาคงสู้พวกมันไม่ไหวแน่ มีแต่ต้องหวังพึ่งเจ้านี่เท่านั้นสินะ มุรามาสะ ขอดูความสามารถของแกหน่อยละกัน”

    คล้ายกับเรื่องหลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ ที่คุณอ่าน