ตอนที่ห้า ชะตาฟ้า
ห้องหนังโถงเล็กคือที่ส่วนตัวของท่านย่า
อันเป็การอบรมบ่มนิสัยเป็การส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการลงโทษประจำตระกูล
น่าแปลกจังจากความทรงจำของหวังลี่ ที่นี่คือสถานที่ที่ท่านย่าจะเรียกคนมาว่ากล่าวตักเตือน แต่จะไม่ลงโทษอะไรจริงจัง
“คารวะท่านย่า”
ผมทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“เงยหน้าและมาให้ย่าดูหน้าใกล้ๆสิ”
ผมแปลกใจแต่ก็เดินไปใกล้ๆ
ท่านย่าลูบแก้มของผมทำเอาผมรู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อย
“แววตาเฉลียวฉลาดเที่ยงธรรม ไม่มีความขุ่นเคืองในสายตาของเ้าเลย เฮ้อ”
ท่านย่านวดขมับและมีสาวใช้คอยทุบบ่าปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง
สังคมศักดินาก็อย่างนี้ล่ะนะ
แม้แต่จะมีสาวใช้อยู่ข้างๆก็ถือเป็บรรยากาศ”ส่วนตัว”
“เ้าอาจจะสงสัยว่าทำไมย่าถึงได้ทำอย่างนั้นไป แต่ที่ย่าทำไปนั้นมีเหตุผล นาง..นั้นเป็ตัวอัปมงคลต่อตระกูลของเราตามคำทำนายของท่านซินแส หมอดูเทวดาแห่งวังหลวง..”
โอ้จริงด้วยนางเอกมีการทำนายว่าเป็ตัวอัปมงคลสินะ..แต่
“ขออภัยด้วยท่านย่า..”
“ฟังย่าให้จบ ย่าแค่้าให้เ้าเข้าใจจุดยืนของย่าด้วยในเื่นี้ เ้าไม่ควรเข้าไปเกลือกกลั้วกับนาง ไม่อย่างนั้นจะนำพาความอัปมงคลมาสู่เ้าได้”
“ขอบคุณท่านย่า แต่ผู้หลานไม่ได้สงสัยเื่นั้น ท่านย่าทำไปเพราะความจำเป็ผู้หลานเข้าใจแต่..ทำไมท่านซินแสถึงฝ่าฝืนข้อห้ามของหมอดูทำนายเื่ของเด็กให้แก่ท่านย่าเล่า?”
ผมคารวะท่านย่าอย่างนอบน้อม
ท่านย่าทำสายตางุนงง เอียงคอสงสัย
“ข้อห้าม?”
“ใช่แล้วขอรับท่านย่า หมอดูมีการถือของห้ามหรือข้อห้ามเฉพาะตัวที่เกี่ยวพันกับการที่ทำให้หมอดูสามารถทำนายดวงชะตาได้เที่ยงตรงมากเพียงไหน
การทำนายว่าเด็กเป็กาลกิณีต่อครอบครัวของเด็กนั้น แม้จะทำนายได้เช่นนั้นจริงก็ตาม ข้อห้ามของหมอดูก็ต้องห้ามบอกออกมา เพราะเป็การทำลายหลักมุทิตาของฟ้า จะก่อผลร้ายแรงกว่าเดิมตามมา ทั้งต่อคนที่เกี่ยวพันกับคำทำนายและต่อหมอดูผู้นั้นเองด้วย
ผู้หลานไม่เคยสงสัยในการทำนายของท่านหมอดูเทวดา เพียงแค่สงสัยว่าทำไมท่านหมอดูเทวดาจึงละเลยข้อห้ามที่พื้นฐานที่สุดเช่นนี้?”
ท่านย่าทำสีหน้าแปลกใจและหวาดระแวงราวกับนึกถึงเื่ราวบางอย่าง
“อีกประการความรักความห่วงใยของท่านย่าน่าชื่นชมนัก แต่นับแต่โบราณกาล มีตำราบันทึกไว้ของผู้ที่ทำการฝืนชะตาฟ้า จะทำให้ชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ครั้งหนึ่งจอมคนคนหนึ่งได้บอกว่าเขาจะพ่ายแพ้ด้วยขุนศึกคนหนึ่ง คนที่ไม่ได้เกิดจากช่องคลอดของสตรีและวันแห่งการชำระหนี้
สุดท้ายเขาได้รับรู้ว่า ขุนศึกที่เขาหวาดกลัวนั้นเกิดจากการกรีดท้องของมารดาและไม่ได้กำเนิดจากช่องครรภ์ปรกติและวันชำระหนี้คือวันที่เขาเผชิญกับแผนลอบสังหารไม่ใช่การมีเ้าหนี้มาทวงถามหนี้แต่ประการใด
พฤติกรรมที่เขาพยายามจะเลี่ยงคำทำนาย กลับตามมาซึ่งพฤติกรรมที่ทำให้ตัวของเขาเองนำผลของคำทำนายนั้นมาด้วยตนเอง
ท่านย่า ชะตาฟ้า อันตรายยิ่งนัก ลิขิต์ยากหยั่งคาด หวังลี่ด้อยปัญญา แค่เพียงหวังว่าท่านย่าอย่าได้ตกบ่วงของชะตาฟ้านี้เลย”
ท่านย่ากลับอ้าปากตาค้าง
แม้แต่สาวคนใช้ส่วนตัวก็หยุดการนวดไหล่ มองเขาอย่างปากอ้าตาค้าง
อะไรกัน?นี่มันความรู้พื้นฐานเื่การทำนายทายทักเลยนะ
หรือว่าสังคมที่นี่ความจริงชอบคนพูดจาเื่ที่ฟังดูลึกล้ำ ตีหน้าเข้มเร้าใจ
“ละแล้วไม่มีวิธีแก้ไขเลยหรือ?..”ท่านย่าเอ่ยเสียงอ่อนเหมือนกับกำลังกล่าวกับตนเอง
ผมคิดในใจว่า คำถามแบบนี้อย่ามาถามกับเด็กสิฟะ ผมอายุแค่สิบขวบเองนะ
“หวังลี่ด้อยปัญญาไม่อาจเอื้อมแนะนำให้ท่านย่ากระทำหรือไม่กระทำประการใด
แต่วิญญูชนศึกษาประวัติศาสตร์นำเป็บทเรียน
น้อมรับเอาประสบการณ์ของชนยุคก่อนเป็คันฉ่องส่องเหตุการณ์ในยุคนี้ มีจอมคนมากมายพยายามหักฝืนชะตาฟ้าดิน รังแต่ทำให้ตนเองดับสลาย ..”
ความเงียบปกคลุมทั้งห้องแม้แต่เสียงเข็มตกยังได้ยิน
คนเรานี่ชอบคำทำนายหรือเวทมนตร์คาถากันจริงแฮะ ผมต้องลองค้นคว้ามากขึ้นแล้วหากเื่เวทมนตร์มีอยู่จริง
“..แต่ฟ้าก็ไม่ได้ปะาฆ่าคน ย่อมมีทางให้สรรพสัตว์ดำเนินไป”
ท่านย่าสีหน้าดีใจขึ้น
“เ้ามีวิธีแก้ไข”
“เมื่อสมัยา จักรพรรดิโบราณแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำ แต่สุดท้ายเมื่อเขื่อนพังเพราะต้านน้ำไม่ไหว ก็ทำให้คนาเ็ล้มตายในหายนะนั้นมากขึ้น
กระแสของโชคชะตาไหลมาดั่งน้ำไหลหลาก
แต่เมื่อขุดลอกคูคลองระบายน้ำก็สามารถลดกระแสความรุนแรง ทำให้น้ำแทนที่จะเป็โทษ กลายเป็ประโยชน์ แทนที่ราษฎรจะเดือดร้อนเพราะน้ำท่วม ก็กลายเป็เื่ที่ดีแก่ราษฎรที่ทำเรือกสวนไร่นา
ท่านย่า ผู้หลานไร้ความสามารถ แต่ยังเชื่อคำปราชญ์ ท่านย่าเชื่อในเื่การอบรมกล่อมเกลาหรือไม่?”
หรือแผนการนี้เรียกอีกอย่างว่า “ส่งฮิตเลอร์เรียนศิลปะ”หากเราอยากหยุดาโลกครั้งที่สองในรูปแบบเดิม
แน่นอนเหตุการณ์พลังทางสังคมเงื่อนไขต่างๆอาจจะก่อาเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยฮิตเลอร์ก็ไม่ได้เป็ผู้นำนาซี
“ความหมายของเ้าคือ..”
“แทนที่ท่านย่าจะบังคับนาง ไยไม่ผลักเรือตามน้ำ ผู้คนที่มีโชคชะตากำกับ แต่ละคนมักมีคุณสมบัติไม่ธรรมดา
ท่านย่า ดั่งที่ท่านเชื่อว่านางมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ท่านสงสัยในเื่ศีลธรรมและการกระทำของนาง แต่ท่านไม่เคยสงสัยเื่ความฉลาดและสติปัญญาของนางเลยใช่หรือไม่?
ท่านย่าถอนหายใจ
“เ้าพูดถูกแล้วล่ะหวังลี่ ข้าระแวงนางมาตลอด การกระทำ แววตาชวนน่าสงสาร ไหวพริบที่ซ่อนอยู่ภายในของนาง ไม่ใช่ว่าข้าไม่สังเกต นั่นทำให้ข้าเข้มงวดต่อนางมากกว่าใครๆ
แต่ในเมื่อเ้าแนะนำทางให้ข้าก็จะทำตามที่เ้าแนะนำ..”
“ขอบคุณท่านย่า”
ถึงเขาจะงงงวยว่าแนะนำอะไรไปก็เถอะ เขาก็ตอบรับแต่โดยดี
“ต่อไปนี้เ้ามีหน้าที่ดูแลความประพฤติและอบรมบ่มนิสัยของนาง”
เฮ้ย ผมไม่ได้แนะนำพรรค์นั้นนะ
ผมนึกว่าจะส่งเธอไปบวชชีหรืออะไรเทือกนั้น แน่นอน ผมคิดว่าแบบเดียวกับบูเช็คเทียนเดี๋ยวเธอก็คงมาอาละวาดในวังหลวงทีหลังได้นั่นล่ะ การบวชไม่สามารถหยุดคนอย่างบูเช็คเทียนได้หรอก
แต่อย่างน้อยตอนนั้นผมก็คงออกไปโพ้นทะเลแล้ว
“เ้าไปเตรียมข้าวของและจัดห้องให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันเสีย”
โอ้ หรือว่าที่จริงแล้วเราประมาทคนในนิยายเกินไป พอเขาเป็คนจริงๆมีชีวิตจริงก็ตอบสนองไปตามพฤติกรรมของเรา
หวังไท่ไท่น่าจะ้าจัดการเราและนางเอกภายในแผนการเดียวเลยนั่นเอง
ว่าหากเกิดอะไรกับนางเอกก็เป็ความรับผิดชอบของเรา
ผมต้องรอบคอบมากขึ้นแล้วในการที่จะปฏิสัมพันธ์กับคนพวกนี้..หวังว่าจุดอ่อนของพวกเขาที่ชอบยืนฟังคอยให้คนพูดตีหน้าเข้มเร้าใจให้จบจะยังเป็ข้อได้เปรียบที่ผมใช้ได้นะ
“””
ที่หวังลี่คิดก็ไม่ผิดไปเสียทั้งหมด หวังไท่ไถ่นั้นมีแผนการในใจจริง
หวังไท่ไถ่ ยิ้มในใจ ที่สามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่ในใจได้
เธอคิดว่าด้วยปัญญาของหวังลี่น่าจะช่วยเื่โชคชะตาและคำทำนายได้
โดยไม่รู้ตัวเลยว่า หวังลี่แทบจะช็อคหัวใจหยุดเต้น ที่ต้องอยู่ใกล้นางเอกมากกว่าที่ควรจะเป็
ความกังวลที่เขาต้องกลายเป็”พี่ชายที่แสนดี”จริงๆหรือนี่?