ประเพณียี่เป็ง ถูกจัดขึ้นใน่เวลาที่เปลี่ยนผันฤดูกาล จากฤดูฝนไปสู่ฤดูหนาว จากท้องนภาที่ล้วนมีแต่ก้อนเมฆปกคลุมไปทั่ว ตอนนี้กลับมาโล่งโปร่งใสเป็สีฟ้างามตา จากสายลมที่พัดพาเมฆฝนก้อนโตมา ตอนนี้กลับกลายพัดพาลมหนาวมาแทนให้ทั่วพื้นที่เริ่มหนาวเย็น จากสายน้ำลำคลองน้อยใหญ่ทั่วทุกสาขาที่เคยเอ่อล้นตลิ่งอยู่เนืองๆ ตอนนี้กลับลดระดับลงมาอยู่สภาวะปกติดังเดิม จากไร่นาที่ชาวเมืองได้ปลูกได้ดำนามาไว้แล้วนั้น ตอนนี้ก็เติบใหญ่ โตเป็ต้นกล้าสีเขียวขจีและตั้งท้องชูรวงข้าวไปทั่วท้องทุ่งนา สามารถมองเห็นได้ยาวไปไกลไปสุดลูกหูลูกตา จึงทำให้ชาวบ้านชาวเมืองล้วนมีความสุข เบิกบาน แจ่มใส รวมไปถึงเ้านายเหล่าเชื้อพระวงศ์อีกด้วย เพราะด้วยเหตุจากบรรยากาศ ธรรมชาติ ที่ล้วนสวยงามรวมไปถึงผลผลิตทางด้านการเกษตรที่ทำให้ทุกคนยินดีปรีดากันทั่วหน้า จึงได้มีการจัดประเพณียี่เป็ง โดยมีคติความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาทั่งในเื่ของการบูชาและการกตัญญูต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะแม่น้ำเพื่อขอบคุณแม่น้ำ ที่ได้หล่อเลี้ยงทุกชีวิตในเมืองและให้ไร่นานั้นได้อุดมสมบูรณ์ตลอดมา นอกจากเป็การบวงสรวงรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเ้าแล้วยังเป็การเส้นสรวงพระแม่ธรณี พระแม่คงคา พญานาค เทพยดา บรรพบุรุษ ที่คอยปกป้องดูแลเมืองและผู้คนชาวเมืองเป็อย่างดี ประเพณียี่เป็งนี้จึงมีความสำคัญกับผู้คนในเมืองเชียงแก้วและในคุ้มของเ้าอินทร์ก็เช่นกัน
“น้องหญิงช่วยอ้ายดูหน่อยว่าโคมมันอยู่ตรงกลางแล้วหรือยัง?”
เ้าอ้ายบัวคำที่กำลังช่วยกันทำประตูป่าอยู่ที่ประตูทางเข้าหน้าคุ้มได้ให้ท่านหญิงช่วยดูว่าตอนนี้ตนได้เอาโคมแขวนไว้ตรงกลางของซุ้มประตูป่าแล้วหรือยัง
“ขยับไปทางขวาอีกนิดเ้าค่ะ! ความจริงเ้าอ้ายไม่ต้องทำเองก็ได้นะเ้าค่ะ ให้บ่าวช่วยทำแทนก็ได้ ถ้าได้ตกลงมาจะเจ็บเอาได้นะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงที่ช่วยดูว่าโคมนั้นตรงแล้วหรือยังและบ่นเ้าอ้ายบัวคำว่าทำไมต้องทำเองไปพร้อมๆกัน
“เื่แค่นี้ อ้ายทำได้อยู่แล้ว เราก็ช่วยๆพวกบ่าวมันทำด้วยกันนี้แหละ ว่าแต่ปีนี้ซุ้มประตูป่าของคุ้มเรางามไหมน้องหญิง?”
เ้าอ้ายบัวคำเมื่อแขวนโคมเสร็จแล้ว ก็ลงมายืนดูข้างๆ ท่านหญิง ชื่นชมดูซุ้มประตูป่าของคุ้มเ้าอินทร์ในปีนี้
“งามมากเ้าค่ะ ปีนี้ก็งาม ปีที่แล้วก็งาม ปีหน้าก็ต้องงามเ้าค่ะ งามทุกปี คุ้มอื่นๆไม่สามารถสู้ซุ้มประตูป่าคุ้มของเราไม่ได้เลยเ้าค่ะ อิอิ”
ท่านหญิงชมซุ้มประตูป่าที่เ้าอ้ายบัวคำตั้งใจทำ แต่อาจจะดูชมมากจนเกินไปหน่อย ^^
“น้องหญิงก็พูดเกินไป แต่ก็ความจริงอยู่นั่นแหละมันงามจริงๆ!!”
เ้าอ้ายบัวคำเชื้อในสิ่งที่ท่านหญิงพูดมาจนหมด ไม่เอะใจแหม้แต่น้อยว่าพูดเกินไปหรือเปล่า เพราะด้วยเ้าอ้ายบัวคำมักมีความมั่นใจในตนค่อนข้างสูงอยู่แล้ว
“ทำอะไรกันอยู่หรอครับ ระหว่างทางที่ผ่านมาเห็นทำซุ้มประตูกันอยู่ทั่วเมือง ที่คุ้มเ้าอินทร์ก็ทำเหมือนกันหรือครับ”
เ้าชายเสด็จมาที่คุ้มเ้าอินทร์จนเป็ปกติไปแล้ว แต่วันนี้เห็นแปลกที่ทั่วเมืองเชียงแก้วนั้นช่วยกันทำซุ้มประตูรูปแบบนี้
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะท่านชาย เขาเรียกกันว่าซุ้มประตูป่า โดยจะนำเอาต้นกล้วย ใบมะพร้าว ต้นอ้อย ดอกไม้ต่างๆ อะไรพวกนั้นมาทำเป็ซุ้มประตู แล้วนำโคมขึ้นแขวนประดับให้งามแบบนี้พ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอ้ายบัวคำได้อธิบายให้เ้าชายทราบว่านี่คือซุ้มประตูอะไร
“แล้วทำซุ้มประตูป่าไปทำไมกันหรือ”
เ้าชายทรงถามด้วยความแปลกใจและสนใจเป็อย่างมาก
“ตามโบราณว่าไว้ทำเพื่อเป็การสักการะและถวายการต้อนรับพระเวสสันดร ครั้นเสด็จออกจากป่าเข้าสู่เมือง จึงเชื่อกันว่าหากใครตกแต่งทำซุ้มประตูป่าได้งดงาม พระเวสสันดรก็จะหลงเข้ามา แล้วจะได้อานิสงส์มาก”
เ้าอ้ายบัวคำได้อธิบายให้ทั้งเ้าชายและท่านหญิงฟัง ทั้งคู่ตั้งให้ฟังเป็อย่างมาก แต่ก็ไม่แปลกอะไรที่เ้าอ้ายบัวคำทราบเื่พวกนี้ เพราะเคยบวชเรียนที่วัดหลวงมา
“อ้อถึงว่า ทำไมเ้าอ้ายถึงถามว่างามแล้วหรือยังอยู่ตลอดๆ”
ท่านหญิงเมื่อพูดเสร็จก็ยิ้มเบาๆ
“พี่ปิ่น พี่ดำ เราไปช่วยเ้าแม่เตรียมของใส่สะเปาและของที่จะไปวัดพรุ่งนี้กันดีกว่า”
ท่านหญิงชวนพี่ปิ่นพี่ดำกลับเข้าไปในคุ้มเพื่อช่วยงานเ้าแม่ และที่สำคัญพอเห็นเ้าชายมาจึงเลี่ยงที่จะเข้าใกล้เพราะพี่ปิ่นเล่ามาว่าเริ่มมีชาวบ้านไปเม้าที่ตลาดว่าเ้าชายแวะเวียนมาที่คุ้มเ้าอินทร์เกือบทุกวัน
“เ้าค่ะ เมื่อครู่เ้าแม่เกษรก็ให้ข้าเ้ามาเรียกท่านหญิงอยู่พอดีเ้าค่ะ”
พี่ดำที่พึ่งเดินมา แต่ยังไม่ทันได้แจ้งท่านหญิง เพราะเห็นท่านหญิงตั้งใจฟังที่เ้าอ้ายบัวคำกำลังเล่าอยู่
“ท่านชายพ่ะย่ะค่ะ วันนี้ทรงมีราชการสำคัญหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอ้ายบัวคำถามเ้าชายทันทีเมื่อท่านหญิงกลับเข้าไปในคุ้มแล้ว
เ้าชายทรงตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่สายตายังมองไปที่ท่านหญิงที่กำลังเดินกลับเข้าคุ้ม
“ดีเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ วันนี้กระหม่อมมีงานที่ต้องทำในคุ้มอีกมาก”
เ้าอ้ายบัวคำดูสบายใจที่เ้าชายไม่มีราชการสำคัญอะไร แต่ก็ไม่ทันได้คิดว่าเมื่อไม่มีราชการสำคัญแล้วจะมาหาที่คุ้มทำไมกัน
“เ้าบัวคำขอรับ ของที่จะทำสะเปา กับโคมลอย ได้เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วขอครับ เ้าบัวคำจะไปทำตอนนี้เลยหรือไหมขอครับ”
เสียงบ่าวที่พึ่งเดินมาหาเ้าอ้ายบัวคำเพื่อแจ้งให้ทราบว่าของที่ให้เตรียมนั้น ได้เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
“ไปสิ ข้าจะรีบไปทำตอนนี้แหละ เดียวเสร็จไม่ทันวันพรุ่ง”
เ้าอ้ายบัวคำตอบกลับบ่าวคนนั้นด้วยความกระตือรือร้น เพราะเกรงว่างานของตนจะไม่เสร็จไม่ทันวันพรุ่งนี้
“เ้าบัวคำ มีอะไรให้เราช่วยไหม ว่านี้เราว่างทั้งวันเลย”
เ้าชายเมื่อเห็นเ้าอ้ายบัวคำมีงานที่ต้องทำอยู่เยอะเลยเสนอให้ตนอยู่ช่วยไหม
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ งั้นพวกเราไปทำสะเปาก่อน แล้วค่อยไปทำโคมลอยกันพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอ้ายบัวคำตอบรับคำเสนอของเ้าชายทันที และได้จัดแจงกับบ่าวไปว่าจะทำอะไรก่อนหลังเพื่อไม่ให้งานออกมาล่าช้า
“ท่านชายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมฟังแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยพ่ะย่ะค่ะ อะไรคือซุ้มประตูป่า อะไรคือสะเปา อะไรคือโคมลอย ท่านชายทรงอย่าไปเลยนะพ่ะย่ะค่ะ ทรงกลับคุ้มรับรองกันดีกว่า”
พี่จ้อยที่ยืนรออยู่ด้านหลังเ้าชาย ทำสีหน้างุงงงไม่เข้าใจอะไรไปหมดแถมเ้าชายยังเสนอตัวเข้าไปช่วยงานของคุ้มเ้าอินทร์อีก เลยชวนให้เ้าชายทรงกลับคุ้มรับรองดีกว่า แต่เ้าชายหาฟังพี่จ้อยไม่ เดินตามเ้าอ้ายบัวคำกลับเข้าไปในคุ้มอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พี่จ้อยพูดอยู่คนเดียว
“ท่านชายพ่ะย่ะค่ะ ทรงรอกระหม่อมด้วย พวกเรากลับคุ้มรับรองกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ!!!!!!”
พี่จ้อยเมื่อหันกลับไปมองแล้วเห็นเ้าชายรีบเดินเข้าไปในคุ้มเ้าอินทร์กับเ้าอ้ายบัวจึงรีบตามเข้าไปพร้อมกับบอกให้เ้าชายทรงกลับคุ้มรับรองกันเถอะ
__________________________________________________________________________________
“เ้าบัวคำ อะไรคือสะเปา เหลาไม้ไผ่ไปทำไมกัน”
เ้าชายที่กำลังช่วยเ้าอ้ายบัวคำเหลาไม้ไผ่อยู่นั้นก็ทรงถามไปด้วยความสนใจ
“เอาไปทำเรือสำเภาลอยแม่น้ำ ที่นี่เราเรียกกันว่าล่องสะเปา ถ้าจะถามว่าล่องสะเปาทำไมนะหรอ ก็เพื่อไปสักการะพระแม่คงคาแต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือให้ผู้คนในเมืองมีจิตสำนึกที่ดีงามต่อแม่น้ำลำคลองเพราะพวกเราทำเกษตรกรรมจึงต้องอาศัยแหล่งน้ำและเมื่อพืชพันธุ์ส่งผลงอกงามเจริญได้เต็มที่ได้ผลพอใจมากแล้วนั้น พวกเราจึงทำสะเปาเพื่อบูชาลอยลงแม่น้ำ”
เ้าอ้ายบัวคำอธิบายความสำคัญของสะเปาในประเพณียี่เป็งแบบคร่าวๆ ให้เ้าชายรับฟัง เ้าชายผู้ที่สนใจอยู่แล้วก็ยิ่งมีความสนใจมากยิ่งขึ้น
“เป็ประเพณีที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย ไอ้จ้อยว่าเอ็งว่าไง”
เ้าชายดูมีความสนอกสนใจเป็อย่างมาก เลยหันไปถามบ่าวคนสนิดแต่ไร้ซึ่งคำตอบ เพราะพี่จ้อยนั้งพิงใต้ต้นไม้หลับอยู่
เ้าชายเรียกพี่จ้อยพร้อมทั้งโยนไม้ที่กำลังเหลาอยู่ในมือไปหาที่จ้อย
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้ทำอะไรเลยนะพ่ะย่ะค่ะ ไม่ได้แอบหลับหรือแอบงีบที่ใต้ต้นไม้นี้เลยแม้แต่น้อยนิดเลยพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยใพร้อมกับอุทานเป็คำๆ ออกมา เหมือนในใจกลัวเ้าชายจะเอ็ดเอา
“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเอ็งเลย ร้อนตัวไปได้นะไอ้จ้อย!!!” ^^
เ้าชายพูดไปขำไป เ้าอ้ายบัวคำที่น้องเหลาไม้อยู่ข้างๆ ก็ยังขำด้วย รวมไปถึงบ่าวไพร่ที่ช่วยกันทำสะเปาอยู่ที่นี้ ก็ยังขำ หัวเราะกันไปทั่ว 55555
![]()
_____________________________________________

รูปสะเปา แหล่งที่มา : https://www.chiangmainews.co.th/