ตอนที่ 5 พบพานเพียงผิวเผิน
บ่ายแก่ในวันเดียวกันนั้น...
มู่ตันเก็บผลส้มหลังเรือนตามปกติ นางได้ยินสาวใช้พูดซุบซิบนินทาอีกตามเคย แต่ทว่าหนนี้กลับไม่ใช่การต่อว่านางลับหลังเหมือนอย่างเคย
"คุณหนูใหญ่ได้รับาเ็ นั่นมันก็สมควรแล้ว เมื่อเช้าทำเป็ยกตนข่มท่าน เหน็บแนมพวกเรา"
"สุดท้ายแล้ว คนที่เข้าใกล้คุณหนูรอง ต้องได้รับเคราะห์ไปตามๆกัน เ้าดูอย่างคุณหนูใหญ่สิ แรกเริ่มยังดีๆอยู่เลย จู่ๆพลาดท่าหกล้มข้อเท้าแพลงซะงั้น "
"เ้าพูดเบาๆหน่อยไม่ได้หรือไง ขืนใครมาได้ยินเข้า เราได้ซวยกันหมดหรอก " สาวใช้กลุ่มเดิมนินทาผู้เป็นายโดยไม่ระแวดระวัง
"พวกเ้าว่าไงนะ พี่หญิงหกล้มข้อเท้าแพลงงั้นเหรอ " มู่ตันรีบผลักบานหน้าต่างเข้าไปไถ่ถาม... ทำเอาสาวใช้ลนลาน ทีตอนพูดไม่รู้สำนึก ตอนนี้กลับกลัวความผิด ได้แต่พยักหน้ายิ้มเจื่อนแตกแถวหนีกันคนละมุม
มู่ตันเป็เด็กรู้ความ หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าตรู่ก็เกิดรู้สึกผิด ที่ไม่รู้จักแทนคุณ ในเมื่อป๋ายซู่าเ็ นางไม่วายหาหยูกยา งุ่นง่านอยู่ในเรือน เตรียมลูกประคบก้อนโต หวังส่งมอบให้นางบรรเทาปวด ตอบแทนน้ำใจที่เข้าช่วยเหลือ
ณ เรือนพักผ่อนของป๋ายซู่
"อะ โอ๊ย เบามือหน่อยสิ" สาวใช้ประคองนางนั่งลงบนเตียง
"คุณหนูใหญ่เ้าคะ บ่าวมีความเห็นว่า... วันนี้ข้อเท้าของท่านมีอาการเช่นนี้ ก็เพราะท่านออกหน้าช่วยเหลือคุณหนูรอง" สาวใช้คนสนิทของป๋ายซู่ไม่ได้ต่างอะไรกับนางเล็กๆ พูดจายุยงเป็ตุเป็ตะ
"ใครบอกว่าข้าจงใจออกหน้าช่วยเหลือนาง... ใบหน้าหญิงเ้าน้ำตา อ่อนแอปวกเปียกเช่นนาง ยิ่งเห็นมัน ข้าก็ยิ่งรู้สึกรำคาญลูกตา "
"หากเป็ไปได้... ข้าไม่อยากมีน้องอยากนาง ไม่อยากเห็นนางลอยหน้าลอยตาอยู่ในจวนสกุลหลินเสียด้วยซ้ำ" ป๋ายซู่กัดฟันพูดถ้อยคำที่แสนรุนแรง ทั้งที่นางรู้อยู่แก่ใจว่ามีคนย่องเข้าใกล้เรือนนอน
"คุณหนูใหญ่พูดถูกเ้าค่ะ นางไม่ต่างอะไรกับหูดปม ไม่เพียงเท่านั้น... นางยังเป็ดั่งเงามืด ที่คอยซ้ำย้ำว่าคุณหนูใหญ่ของข้ามีแฝดชะตาวิปโยคเป็ดาวมรณะ "ได้ทีก็เอาใหญ่ พูดจาติฉินโจ่งแจ้งไม่เกรงใจใคร
แอ่ก! เสียงผ้าขาวบางที่อัดแน่นไปด้วยสมุนไพรชั้นดีร่วงหล่นหน้าประตูเรือน
"ใครน่ะ!" สาวใช้กำลังเม้ามอยสนุกปาก ต้องชะงักเงียบกะทันหัน
"คุณหนูใหญ่เ้าคะ ไม่พบคน พบแต่สิ่งของเ้าค่ะ "นางหยิบลูกประคบเข้าไปให้ป๋ายซู่ ทว่าชายผ้าขาวบางที่ห่อสิ่งของ กลับมีลวดลายด้ายปักดอกโบตั๋น
[มู่ตัน... ข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็เ้า หากคำพูดของข้ามันทำร้ายน้ำใจเ้า ข้าก็ขออภัย... หากขอพรได้สักข้อ ข้าอยากให้เ้าหายไปจากจวนสกุลหลิน ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างอิสรเสรี]ป๋ายซู่ครุ่นคิดภายในใจ มือสองข้างบีบคลึงลูกประคบแน่น
"คุณหนูเ้าค่ะ คุณหนู!" สาวใช้ใมาก เมื่อเห็นสีหน้าของนางเปลี่ยนไปเป็คนละคน เอื้อมมือสะกิดปลายอาภรณ์เรียกสติป๋ายซู่เบาๆ
"ข้าไม่อยากพูดเื่นี้แล้ว ไม่อยากได้ยินเื่ของมู่ตัน ต่อไปสั่งห้ามไม่ให้เ้าพูดถึงนางอีก ชีวิตนางให้ข้าวิจารณ์ได้ผู้เดียวเป็พอ เข้าใจหรือไม่"ป๋ายซู่ตำหนิสาวใช้
"เ้าค่ะ" สาวใช้ปากมากโดนเอ็นเข้าจนได้ นางทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าก้มตาขานรับ
"เอาล่ะ ไปเอากระดาษกับพู่กันมา ข้าจะเขียนจดหมายตอบกลับฉืออู้สหายน้อยของข้า นานแล้วที่ข้าไม่ได้ตอบกลับ" นางบรรจงคัดอักษรแก้เบื่อ ส่งให้ฉืออู้ที่อยู่ไกลสุดเขตแดน
ตึก ตึก เสียงฝีเท้าวิ่งไว... เป็มู่ตันวิ่งหน้าตั้งกลับเรือนหยุนเซียนด้วยใบหน้าเคล้าน้ำตา ปิดประตูไม้บานเก่าลงกลอน
"คุณหนูรองเ้าค่ะ คุณหนูรองของแม่นมฟางเป็อะไรไป ใครรังแกคุณหนูของบ่าว" แม่นมจิ้นฟางรีบวางทุกสิ่งของ ทุบขอบประตูเบาๆ
"ท่านป้า ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ" นางนั่งชันเข่า อิงหลังพิงพักข้างเสาร์กลางเรือน น้ำตาเอ่อล้นเป็สาย... มู่ตันรู้สึกราวถูกฟ้าลงโทษ ไม่ว่านางจะพยายามทำดีสักแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ จำต้องมีเหตุสอดแทรกกลางทางขัดขวางให้ล้มเหลว หญิงสาวผู้น้อยเนื้อต่ำใจ ค่อยๆหลับตาลงหวนนึกถึงความหลัง...
"ในจวนหลิน ั้แ่เล็กจนโต ไม่มีความทรงจำดีๆเลยสักครั้ง" นางบ่นพึมพำออกมาเบาๆพลางทิ้งตัวลงนอนเกลือกพื้น...
ทันใดนั้น โลกทั้งใบหมุนวน ควันขาวลอยฟุ้ง ม่านหมอกกำบังมิเลือนหาย... ในมุมมืดเป็หญิงงามผู้หนึ่งเดินออกมาเชื่องช้าด้วยสีหน้าซีดเซียวไร้ฝาดเื ทว่าใบหน้าเรียวเล็กกลับเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น วินาทีนั้นมู่ตันราวตกอยู่ในภวังค์ ปากของนางเรียกขาน หญิงปริศนาว่าท่านแม่ได้อย่างเต็มปาก
"ลูกเอ๋ย อย่าเสียใจไปเลย ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว หลินมู่ตันของข้าไม่ใช่ดาวมรณะดั่งคำคน เ้าจงเป็ตัวของตัวเอง อย่าเสียใจเพราะใครอื่น" หญิงงามลูบไล้ปอยผมนางเบาๆด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะโผกอดมู่ตันด้วยความคิดถึง แม้มันจะเป็แค่ภาพลวงในห้วงความคิด แต่นั่นเป็ดั่งเชื้อเพลิงก้อนใหญ่ ที่เติมเต็มให้นางรู้จักต่อสู้เพื่อตัวเอง
"ท่านแม่อย่าไป อย่าจากข้าไป " ทันทีที่หยดน้ำตาเหือดแห้ง ม่านหมอกเทาจืดจางหายไป กลิ่นโบตั๋นเบาบาง ร่างหญิงงามหายไปต่อหน้าต่อตา...
"ข้า... หลินมู่ตันเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีชีวิตเป็ของตัวเองได้ ขอบคุณท่านแม่ที่ชี้แนะ" นางปาดน้ำตาด้วยสองมือ โค้งคำนับหัวโขกพื้นสามหนด้วยปณิธานไหลเวียน เด็กหญิงผู้อ่อนแอ ที่เคยอยู่อย่างคนเขลา สายตามืดบอด คราวนี้ไม่ขอยอมรับชะตาเป็เงามืดหลบหลังผู้ใดอีก...
มู่ตันใช้เวลาแค่หนึ่งเค่อตระเตรียมตัว นางเก็บขอดผ้าบรรจุสิ่งของเท่าที่จำเป็ แขวนบ่าให้คล่องแคล่ว ก่อนจะจากสกุลหลิน ล่ำลาเรือนหยุนเซียนที่อยู่มาั้แ่เกิด นางไม่ลืมที่จะเขียนจดหมายบอกกล่าว สั่งเสียและชี้แจงต่อแม่นมผู้เคียงกายนางจนเติบใหญ่ ท้ายที่สุดมู่ตันไม่ลืมที่จะสวมผ้าขาวปกปิดใบหน้าไว้ครึ่งท่อนก่อนจะจากไปแต่โดยดี
[ท่านป้าฟาง ขอบคุณที่เลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่ ทั้งจวนหลิน มีเพียงท่านผู้เดียวที่เอ็นดูข้าจากใจจริง บุญคุณนี้ใหญ่หลวงนัก สักวันข้าจะกลับมาทดแทน โปรดอภัยให้มู่ตันที่ดื้อรั้นมิอาจตอบแทนท่านได้ในเวลานี้ ชีวิตข้าเพิ่งจะเริ่มต้น ค้นหาความหมายของการสร้างสุขเป็เื่สมควร จากนี้มู่ตันจะมีชีวิตดั่งที่้า ท่องหล้าเสพสุข ตายเอาดาบหน้า ไม่ขอหวนกลับมาเป็คุณหนูรองผู้อ่อนด้อยอีกเป็อันขาด] จดหมายสั่งลาซาบซึ้งกินใจ ถูกวางทาบบนหัวเตียง
เื่ปีนป่ายถนัดนัก... มู่ตันยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แหงนหน้ามองต้นท้อสูงข้างกำแพง... แม้รู้สึกวาบหวิวใจสั่น แต่นางกลับไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจกระทำเช่นนี้... ในที่สุดความจนตรอกของหญิงสาว ก็บีบให้นางต้องจากไป หลินมู่ตันปีนต้นท้อใหญ่ โน้มยอดกิ่งอ่อนแตะขอบรั้ว ปลายเท้าััสันกำแพงพอดิบพอดี เพียงอึดใจเดียว นางก็จะได้ออกสู่โลกกว้าง การจะออกไปนั้นง่ายดายกว่าที่คิด แต่ทว่า... หลังกำแพงสูงตระหง่านเป็ถนนโล่ง ไร้ต้นไม้ใหญ่รองรับ บันไดลำไผ่สักอันยังไม่มี... มู่ตันตัวแสบเริ่มต้องปาดเหงื่อ
"ลืมคิดไปเลยล่ะ ว่าต้องเตรียมการรัดกุมกว่านี้... แย่ล่ะสิ จะกลับเข้าไปก็ไม่ได้" นางหันขวับกลับไป เห็นสาวใช้หนึ่งนางกำลังเดินลัดเลาะมาใกล้ นั่นเป็เหมือนตัวเร่งชั้นดีให้นางตัดสินใจ ท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวยอมตายเอาดาบหน้า ทิ้งตัวลงจากกำแพงสูง ประหนึ่งร่างตนบางเบาเหมือนปุยนุ่น
"ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์... ได้โปรดช่วยข้าด้วย!"ความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำให้นางกรีดร้องในใจ อ้อนวอนต่อทวยเทพ หวังให้เกิดปาฏิหาริย์... แน่นอนว่าคำขอยังไม่ทันสิ้นสุด ทวยเทพอำนวยพรทันตาเห็น ส่งชายรูปโฉมองอาจเข้าประชิดตัว เขาโอบกอดนางไว้ในอ้อมอก คุมบังเหียนอาชาเที่ยงตรง แต่ทว่าเขาผู้นั้นกลับมิเผยโฉมให้ประจักษ์ตา บดบังครึ่งหน้าด้วยผ้าหนึ่งผืนเช่นเดียวกันกับนาง "บุรุษนิรนามใต้ผ้าคลุมหน้าสีขาวนวลงั้นเหรอ" สายตาคู่นั่นเปล่งประกายแพรวพราว สะกดจิตสะกดใจถึงขั้นเหม่อลอยหลุดปากพูด
ฮรี่! ฮึ้ก! อาชางามงอนดีดดิ้นคล้ายพยศ มันยกสองขาหน้าขึ้นสูงชัน เป็ดั่งสะพานรักทอดยาวให้หนุ่มสาว เพื่อประคองร่างบางของนางไว้ เขาออกแรงสองแขนโอบรัดแน่นเป็เท่าตัว สองหน้าขากระแทกอานม้าควบคุมอารมณ์สัตว์
ทว่าวินาทีนั้นดั่ง์จัดแต่ง ริมฝีปากน้อยๆกระทบข้างแก้มบุรุษอย่างมิได้ตั้งใจ หากไม่มีผ้าขาวบางขั้นกลางไว้ คงเป็การสูดดมซึ่งๆหน้า
[ ดวงตากลมโตดุจไข่หงส์ คิ้วโก่งเป็วารี ผิวพรรณขาวโพลนตัดกับปอยผมพลิ้วดำหยัก คุณชายผู้นี้โฉมงามไม่แพ้สตรี... เพียงได้ยลครึ่งหน้าเสน่ห์ล้นหลามจับใจ] ทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยวเดียว แต่สำหรับนางแล้วกลับตราตรึงใจไม่อาจลืมเลือน
"ยู่ว... " เสียงฝีเท้าม้ากระแทกพื้นดิน ขัดจังหวะความคิด เป็สัญญาณให้นางออกจากห้วงจินตนาการ