ชีวาจูบแก้มนุ่มหอม ค่อยๆเลื่อนริมฝีปากไปหามุมปากและมอบจูบที่ดูดดื่มให้นาเดียอีกครั้ง “พอได้แล้วค่ะ คุณจูบฉันหลายครั้ง จนฉัน....” ชายหนุ่มขมวดคิ้วพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ผมทำได้มากกว่าจูบสนใจไหม” นาเดียผลักร่างของเขาอย่างแรง “ไม่สนใจค่ะ” หญิงสาวรีบลุกขึ้น “จะไปไหนครับ” เขารีบดึงมือของเธอไว้ “ฉันปวดฉี่ค่ะ” ชีวาปล่อยมือของเธอ หัวเราะตามหลังเมื่อเธอหันมาหรี่ตามองหน้าเขา
“เมื่อไรจะยอมรับนะ...” เขาพึมพำมองร่างงามวิ่งเข้าห้องน้ำ ความรู้สึกหวงแหนมากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่เฝ้ามองเพดานของห้องนอนโคลงเคลงตามคลื่นทะเล แสงไฟหน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น ชีวาเอื้อมมือข้างหนึ่งแล้วกดอ่านข้อความของเทวิน “พวกนายปลอดภัยหรือเปล่าวะ ขอโทษที่ไม่ได้ไปกับนาเดีย” ชีวาอมยิ้มพิมพ์ไม่กี่คำแล้วดับหน้าจอมือถือ เสียงฟ้าร้องเริ่มเบาบางลง นาเดียก้าวออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มส่งสายตาวาบหวามมองเรือนร่างงามของเธอ นาเดียเบนสายตาหลบอย่างอายๆ “นอนพักได้แล้ว ผมสัญญาจะไม่แตะต้องตัวคุณ” ชายหนุ่มเลื่อนกายเพื่อให้ที่ว่างและให้เธอนอนลงข้างๆเขาบนเตียงนอนเดียวกัน
“คุณพูดว่าคุณจะนอนในห้องนั่งเล่นนะคะ”
แววตาคู่งามดูจริงจังและลุกวาวด้วยความตกใจ เมื่อชายหนุ่มลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู “คุณชีวา” นาเดียร้องเรียกชื่อแต่ไม่ทัน “โครม !!!” ชีวาคว้าหนังสือพิมพ์ปาใส่บานประตูด้วยความโมโห “คุณชีวา เปิดประตูค่ะ” นาเดียเคาะบานประตูอย่างแรง “อย่ามายุ่งกับผม” นาเดียยืนพิงบานประตูด้วยความเสียใจ “เราไม่น่าพูดแบบนั้นกับเขา” ฝ่ามือทั้งสองวางทาบบนบานประตู “ฉันขอโทษค่ะ เพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง”
ร่างสูงได้ยินทุกถ้อยคำของเธอ ร่างสูงก้าวมาหยุดที่บานประตูห้องนั่งเล่น “นาเดีย อย่ากวนผมได้ไหม” นาเดียไม่ลดละเคาะบานประตูอีกครั้ง “เปิดประตูให้ฉันเข้าไปได้ไหมคะ” เสียงปลดล็อคบานประตูทำให้นาเดียรู้สึกหวาดกลัวเหมือนกัน หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่อ เธอพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เจ้าหล่อนกลืนน้ำลายเหนียวไม่ลง ดวงตากลมโตพยายามสื่อความหมายยอมรับผิดในสิ่งที่เธอก่อ “พูดไม่ออกใช่ไหม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ผมคือคนที่เห็นแก่ตัว ต้องการนอนกับคุณเพียงแค่ระบายอารมณ์ใคร่ใช่ไหม ในชีวิตของคุณเนี่ย เคยมองใครดีบ้างไหม รู้ไหมนาเดีย โธ่เว้ย..ทำไมผมต้องมาอธิบายเรื่องพวกนี้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก พอได้แล้ว ผมจะนอน” ชายหนุ่มดันบานประตูเพื่อจะปิด แต่ฝ่ามือของนาเดียผลักไว้ไม่ให้ปิด “ฉันไม่เคยปิดประตูใส่หน้าคุณนะคะ” ชีวาถอนหายใจทิ้งออกมาอย่างแรง “แต่คุณทำร้ายจิตใจของผม ผมขออยู่คนเดียวได้ไหม” ชายหนุ่มพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองออกจากความรู้สึกที่ไม่ต้องการมองหน้าเธอ
“ฉันรักคุณค่ะ”
ร่างงามยืนนิ่งยังคงประสานสายตากับชายหนุ่ม แต่ปราศคำพูดใด ๆ ทั้งสิ้นจากหญิงสาว ทำให้ร่างสูงขยับเดินเข้ามาใกล้ ชีวาเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “มันคือคำสารภาพ หรือ คำแก้ตัว คุณคิดว่าคำพูดเพียงสามคำมันจะทำให้ผมใจอ่อน ยอมรับสิ่งที่คุณดูถูกผมขนาดนั้น มันไม่ใช่ครั้งเดียว หลายครั้งที่ผมให้อภัยคุณ ผมต้องการเติมเต็มสิ่งที่คุณไม่เคยได้รับในวัยเด็ก แต่...ตอนนี้ผมไม่ขอรับความรักจากคุณ” เสียงปิดประตูห้อง ร่างของนาเดียก้าวเข้ามายืนตรงหน้าของเขา ความเงียบปกคลุมคนทั้งสอง หญิงสาวไม่ได้ยินเสียงจากภายนอก ดวงตาของชีวาที่กำลังส่งสายตาดุๆ ทำให้นาเดียหันหน้าหนีไปทางอื่น “อย่าหลบสายตาผม”
สายตาของชายหนุ่มจ้องมองเรือนร่างงดงามด้วยอารมณ์น้อยใจ “คุณไม่ควรมาที่นี่ ไม่ควรตามหาผม คุณรู้ไหม ว่าวันนี้ทั้งวันผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน ผมรอฟังเรื่องการทดสอบจากคุณ นาเดีย ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ต้องการเสพสุขบนเรือนร่างของใคร และจำไว้ผมจะไม่มีวันนอนกับคุณ ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว” ดวงตากลมโตท่วมด้วยน้ำใสๆ หญิงสาวเริ่มหวาดกลัวในอารมณ์โกรธของเขา อีกเสื้ยวหนึ่งของหัวใจ เธอแน่ใจอยู่ว่าเขายังคงรักเธอ “ฉันขอโทษที่ทำแบบนั้นค่ะ คือว่า..” น้ำตาไหลอาบสองแก้มนวลทำให้ชีวาถอยหลัง สายตาที่โกรธจัดไม่อ่อนลงเมื่อพบว่าร่างของเธอสั่นเทา “เลิกใช้มารยากับผมได้แล้ว ผมขอร้องให้คุณเข้าไปนอน พรุ่งนี้ผมจะขับเรือกลับก่อนตะวันขึ้น” นาเดียส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ฉันจะรอให้คุณยกโทษให้ฉัน”
เหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง มือหนาของชีวาผลักร่างของเธอให้พ้นบานประตู ร่างงามเซล้มลงบนโซฟา “ทำไมคุณโกรธฉันมากขนาดนี้คะ เมื่อกี้คุณดูแลฉันเหมือนคู่รัก ทั้งป้อนข้าว เช็ดตัว เพียงแค่ฉันปฏิเสธจะนอนกับคุณ ฉันผิดมากใช่ไหมคะ”
“ใช่ ผมดูแลคุณ ทะนุถนอมคุณเพราะ หัวใจดวงนี้มันเพี้ยนที่หลงรักคุณ ผมไม่เคยตกหลุมรักใคร คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมรัก” ร่างสูงเดินไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม ขวดเหล้าวิสกี้ป้ายดำถูกรินลงในแก้วเหล้า ชีวากระดกวิสกี้จนหมดแก้วแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “ไปนอนในห้องนั้น” ใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอร์ “ถ้าผมเมา ผมจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ คนที่จะเสียใจที่สุดคือคุณ” นาเดียเชิดใบหน้าขึ้น “คุณจะลงโทษฉันอะไรก็ได้ค่ะ แต่ฉันจะไม่ไปจนกว่า คุณจะยกโทษให้ฉัน”
“ไม่กลัว คนโรคจิตคนนี้เหรอ” นาเดียส่ายหน้า “ไม่กลัวค่ะ”
“คุณจะโดนลงโทษ” นาเดียปิดเปลือกตาทั้งสองลง เหมือนฟางเส้นสุดท้ายกำลังจะขาด ชีวากระชากเสื้อยืดตัวบางของเธอ ร่างของเธอแนบร่างหนาที่ร้อนผ่าว สองมือฉีกเสื้อตัวบางขาดวิ่นเผยให้เห็นเนินอกงามทีกระเพื่อมด้วยแรงกระแทรกแผ่นหลังของเธอพิงบานประตู ชีวาระดมจูบไปทั่วใบหน้า ซอกคอขาวนวล ร่างงามยืนนิ่งไม่ดิ้น ไม่ขัดขืนแม้แต่นิดเดียว นาเดียยอมรับการลงโทษจากเขา หัวใจของเธอเหมือนถูกทำลาย ริมฝีปากอุ่นระดมจูบอย่างบ้าคลั้งบนเนินอก ปลายนิ้วมือของเขากระตุกสายเสื้อชั้นในออก ริมฝีปากอิ่มถูกประกบลงอย่างรุนแรง สองมือหนานวดคลึ่งทรวงอก นาเดียกำมือแน่นทุบบานประตู ร่างของเธออยู่ในอ้อมแขนของเสือร้ายที่โหยหิวเหยื่อมานาน
นาเดียลืมตาขึ้นแล้วสบตากับชายหนุ่ม สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันควัน ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความน้อยใจ ร่างสูงชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังจะขืนใจเธอ ชีวาหันหน้าไปทางอื่น “หยุดทำไมคะ คุณพึ่งจะเริ่มต้นไม่ใช่เหรอ”
สองมือเรียวงามโอบใบหน้าขาวคมสันของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเขาห่างกันแค่ปลายจมูก เธอไม่อยากสบตา ไม่ต้องการรับรู้อะไรอีกจากริมฝีปากของเขา ชีวารู้สึกผิดที่ขาดสติทำร้ายจิตใจของเธอ ชายหนุ่มก้มหน้าแนบศีรษะติดกับหน้าผากของเธอ “นาเดีย ผมรักคุณนะ” มือบางถูกนิ้วมือใหญ่สอดประสานทั้งสองข้าง “ผมไม่มีเจตนาจะทำร้ายคุณ ผมขอโทษ” ร่างงามพยายามหลับตา ไม่ว่าริมฝีปากของเขาสัมผัสส่วนไหน ร่างกายของเธอตอบสนองทันที “ชีวาค่ะ ฉัน...”
ชีวาหยุดการเคลื่อนไหว ช้อนร่างงามขึ้นแนบแผงอกในท่าเจ้าสาว พาเธอออกมาจากห้องนั่งเล่นกลับเข้าไปในห้องนอน ร่างงามถูกวางลงบนเตียงนอนอย่างช้าๆ ชีวาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน “ผมรู้ว่ามันยังไม่ถึงเวลา” ชีวาเปิดประตูเสื้อผ้าหยิบเสื้อยืดตัวใหญ่ “สวมเสื้อตัวนี้ เดี๋ยวคุณจะไม่สบาย”
เช้าวันใหม่ ร่างงามอยู่ในอ้อมแขนกำยำวางบนร่างของเธอไม่ให้เธอเคลื่อนไปไหน สัมผัสไออุ่นจากคนที่นอนกอดร่างของเธอไว้ทั้งคืน เสียงลมหายใจของเขาแผ่วเบามาก มือของเธอแตะที่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง ริมฝีปากของชีวาจูบฝ่ามือของเธอ “อุ้ยย” ดวงตาคมลืมตาขึ้นมองใบหน้าของหญิงสาวที่รักสุดหัวใจ “อรุณสวัสดิ์ครับ”