ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 สู้เล็กสู้น้อย

            “อวี๋เฉินอวี้!”

            เห็นร่างระหงอรชรขึ้นสังเวียนสัประยุทธ์ไปแล้ว ทุกผู้ทุกนามก็ตาเป็นประกายศิษย์ชายของสำนักต่างๆ ชักเริ่มไม่มั่นคง

            “คุณหนูอวี๋เฉินอวี้สู้เขา!”

            “ศิษย์พี่อวี๋เฉินอวี้ พวกเราสนับสนุนท่านอยู่”

            ...

            ต้องยอมรับว่าหนึ่งในหกมุกเม็ดงามแห่งนครหลวงอย่างอวี๋เฉินอวี้ชื่อเสียงโด่งดังเหนือสามัญเสียงกู่ร้องถึงได้ดังขึ้นจากทั่วทุกมุมสนาม

            เย่โยวในเขตสำนักวายุจักรพรรดิขมวดคิ้วหลิวอย่างไม่อาจห้าม ดวงตาฉายแววแปลกไปเล็กน้อย

            “คุณหนูเฉินอวี้ ยินดีที่ได้พบ”

            เฮ่อเสี่ยนน้ำเสียงเยียบเย็นเด่นชัด สีหน้าเองก็มืดมัวคล้ำเขียวเมื่อครู่เขาอัดอั้นตันใจจากการต่อสู้กับมู่เฟิงเป็นอย่างมาก

            อวี๋เฉินอวี้ขยับมือเล็กน้อย แสงขาวส่องสกาวแวบวาบแล้วกระบี่เล่มงามก็เผยโฉมในฝ่ามือหยกเรียวขาวตัวกระบี่ยาวกว่าสามฉื่อ ฝังเพชรวิจิตรสวยงาม อากาศธาตุบังเกิดเสียงสั่นไหวของโลหะมองปราดแรกก็รู้ว่ามิใช่ของธรรมดาสามัญ

            “เริ่มเลยเถิด”

            อวี๋เฉินอวี้เอื้อนเอ่ย ดวงหน้างดงามเรียบนิ่งไร้อารมณ์อันใด

            เฮ่อเสี่ยนดวงตาวาวแววเยือกหนาวหลายส่วนรังสีปราณเฉียบคมระเบิดออกมาจากร่าง “คุณหนูเฉินอวี้ ขออภัยด้วย”

            ฟ้าว!

            สิ้นคำ เฮ่อเสี่ยนปรี่เข้าไปดุจสายลมแรงพลังหยวนแท้โหมกระพือลุกลามไปยังกระบี่คมในมือขวา มันส่องแสงสว่างไสวเจิดจรัสวับวาว

            เฮ่อเสี่ยนบุกมาอย่างน่าครั่นคร้ามแต่อวี๋เฉินอวี้กลับยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน

            ฝูงชนมากมายใต้สังเวียนฉงนสงสัย ในใจคิดว่าอวี๋เฉินอวี้เป็นอะไรไป

            “นี่ คุณหนูเฉินอวี้ ท่านกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเลยอย่างนั้นหรือ?”

            เฮ่อเสี่ยนหัวเราะเยาะ กระบี่คมปล่อยแสงประกายสีทองทิ่มแทงตาสลาตันแรงกล้าเย็นยะเยือก เงากระบี่เฉียบคมทะลุทะลวงอากาศธาตุจู่โจมใส่อวี๋เฉินอวี้

            กระบี่รวดเร็วถึงขีดสุด เย็นเยียบและเฉียบคม!

            กระนั้น ยามเฮ่อเสี่ยนอยู่ห่างจากอวี๋เฉินอวี้ไม่ถึงสิบเมตร แสงอ่อนโยนสีเขียวมรกตดั่งหยกก็ปรากฏเลือนรางจากในร่างอวี๋เฉินอวี้

            อวี๋เฉินอวี้เพ่งดวงตาคู่งาม ริมฝีปากเผยอขึ้นตะโกนเพราะพริ้ง“เถาวัลย์วิญญาณพันธนาการ”

            ตูม!

            เศษหินกระจุยกระจาย กระเบื้องบนสังเวียนระเบิดแหลกลาญ พืชเถาวัลย์สีเขียวทะลวงขึ้นมาจากใต้ดินพันรอบข้อมือขวาของเฮ่อเสี่ยนไว้ว่องไวราวสายฟ้าฟาด

            เคร้ง

            พลานุภาพกระบี่ของเฮ่อเสี่ยนถูกยับยั้งในพริบตากระบี่คมในมือหยุดลงกลางอากาศทั้งอย่างนั้น

            คมกระบี่กลืนกินแสงสว่างจรัสตาแต่กลับไม่อาจกล้ำกรายไปเบื้องหน้าได้เลย

            “นี่มัน?”

            “กายสัประยุทธ์รุกขชาติโบราณของคุณหนูเฉินอวี้หรือ?”

            ...

            ผู้ชมใต้เวทีเบิกตากว้าง ต่างคนต่างตื่นตระหนก

            เฮ่อเสี่ยนหน้าเปลี่ยนสีอย่างแรง เขารีบเปลี่ยนท่าบุก ส่งกระบี่คมไปมือซ้ายแทน

            ทว่า อวี๋เฉินอวี้ไม่คิดจะให้โอกาสเขาได้โต้กลับ

            ปึ้ง!

            อวี๋เฉินอวี้หมุนกายฉับไว กายาอ่อนช้อยวาดเป็นองศาสวยสดงดงามกลางอากาศเตะใต้คางศัตรูเข้าอย่างจัง

            เฮ่อเสี่ยนผู้ตั้งรับไม่ทันลอยละลิ่ว กลิ้งอยู่บนสังเวียนหลายตลบกว่าจะหยุดลงได้

            การสัประยุทธ์ จบลงอย่างเงียบเชียบ!

            ครั้นเห็นเฮ่อเสี่ยนนอนพังพาบลุกไม่ขึ้นแล้วเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มดุจฟ้าร้อง

            “งดงาม ศิษย์น้องเฉินอวี้ฉกาจยิ่งนัก!”

            “ไร้ที่ติ ฮ่าๆ”

            ...

            ศิษย์ฟ้าประทานแห่งสำนักมหาหัสดียินดีปรีดาเป็นอันมากกระทั่งฉู่เหินแห่งสำนักดาราสวรรค์ยังอดประหลาดใจหลายส่วนไม่ได้ เทียบกันกับเมื่อสองเดือนก่อนแล้วอวี๋เฉินอวี้พลังก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก

            แต่ก็ไม่ได้น่าแปลกใจอันใด นครหลวงกว้างใหญ่ล้วนอุดมด้วยปีศาจอัจฉริยะทุกรูปแบบ

            “ว้าว ไม่นึกเลยว่าคุณหนูเฉินอวี้จะเก่งกล้าสามารถปานนี้เสี่ยวเฟิงเฟิงผู้นี้ตัดสินใจแล้ว ต่อแต่นี้ไปนางคือเป้าหมายอันดับหนึ่งในใจข้า”

            “เฮ้อ ศิษย์พี่มู่เฟิง ท่านจะช่วยทำตัวปกติสักครู่จะได้ไหม?” หลี่ฮุยเย่ข้างกันถอนหายใจ

            “เดี๋ยวเถอะ สุดหล่อเฟิงผู้นี้ไม่ปกติตรงไหน? พวกเจ้าสิไม่ปกติ”

            ...

            เฮ่อเสี่ยนถูกศิษย์ใหม่สำนักจันทร์สกาวสองสามคนพยุงลงไปจากเวทีอย่างว่องไว

            ไม่นานนัก บุรุษหนุ่มคนใหม่ก็ขึ้นสังเวียนประลองยุทธ์

            “สำนักยมนาเขียว ฉางฮุย ขอศิษย์พี่เฉินอวี้โปรดชี้แนะด้วย!”

            “เริ่มกันเถิด”

            “ศิษย์พี่เฉินอวี้ระวังตัวด้วย!”

            ...

            สังเวียนที่เพิ่งหยุดนิ่งได้ไม่นานเกิดการต่อกรแสนดุเดือดขึ้นอีกครา

            กระบี่ในมืออวี๋เฉินอวี้เรืองแสงสีเขียวอ่อนโยน ประหนึ่งขุมพลังที่หยิบรับมาจากแก่นแห่งพฤกษาเพลงกระบี่ของอวี๋เฉินอวี้เหนือสามัญอยู่แล้วยามผนวกเข้ากับพลังกายสัประยุทธ์รุกขชาติโบราณอีกยิ่งถือไพ่เหนือกว่าทันตาเห็น

            ปึ้ง!

            เงากระบี่แกร่งกล้าฟาดฟันสังเวียน ฉางฮุยแห่งสำนักยมนาเขียวกระเด็นตกจากสังเวียนไป

            ในเวลาไม่ถึงสิบนาที อวี๋เฉินอวี้ก็ได้ชัยชนะถึงสองครั้งสองครา

            เรื่องฮึกเหิมนั้นของแน่ ไม่เพียงแต่ศิษย์สำนักมหาหัสดีเท่านั้นกระทั่งผู้สนับสนุนจากสำนักอื่นยังไม่วายกู่ร้องเอาชัยให้อวี๋เฉินอวี้

            “สำนักเมเปิ้ลน้ำเงิน ซ่งซือ ขอศิษย์พี่อวี๋โปรดชี้แนะสักเล็กน้อย!”

            ...

            เวลาไหลผ่านเลยไป

            บรรยากาศทั้งหอจวินไหลคึกคักขึ้นทุกชั่วขณะจิตเสียงจากทั้งบนและใต้สังเวียนทวีความดังขึ้นไม่หยุด

            ห้วงเวลาถัดจากนั้น อวี๋เฉินอวี้ทอแสงสุกใสโดยแท้จริง

            ประลองยุทธ์ห้าครา ศิษย์ฟ้าประทานจากห้าสำนัก

            ล้วนพ่ายแพ้ให้แก่อวี๋เฉินอวี้ทั้งสิ้น

            ผู้คนมากมายเห็นกับตาตนเองว่าพลังของคู่ต่อสู้ของอวี๋เฉินอวี้ทุกคนนั้นเข้าระดับเชื่อมหยวนหมดแล้วมิหนำซ้ำยังต่อสู้กันสุดฤทธิ์สุดเดช ไม่มีผู้ใดกล้าประมาทเลินเล่อ

            “ศิษย์พี่เฉินอวี้เลอเลิศจริงแท้!”

            “ข้าได้ยินมาว่าหลังจากการทดสอบของสำนักมหาหัสดีเป็นต้นมาคุณหนูเฉินอวี้ก็ถูกกระตุ้นอย่างเข้นข้น ตลอดสองเดือนจากนั้นนางฝึกปรือเพลงกระบี่สามชั่วยามแทบทุกวัน”

            “จริงหรือ นางถูกสิ่งใดกระตุ้นกัน?”

            “นางเกือบถูกหมีพิโรธทำร้ายในการทดสอบ เป็นหนามยอกอกในใจนางมาโดยตลอด”

            ...

            นอกจากเหรินชงสำนักวายุจักรพรรดิกับหยางอวี่ไท่ซูเสวี่ยโหรวสำนักยุทธจักรพรรดิ และคนกลุ่มน้อยไม่กี่คนที่สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนแล้วที่เหลือล้วนแล้วแต่ถอนใจด้วยตกตะลึง

            “กระบี่สังหารวิญญาณไม้!”

            สิ้นเสียงตะโกนเย็นเยียบ แสงกระบี่แกร่งกร้าวหาใดเทียบก็วาดไปเบื้องหน้าปานคลื่นสมุทร

            ตูม!

            รังสีปราณแกร่งกล้าสาดเทออกมาจากกายอวี๋เฉินอวี้ ปราณกระบี่ไพศาลกวาดล้างสังเวียนไปครึ่งค่อนพลานุภาพราวคลื่นคลั่งพุ่งจู่โจมชายหนุ่ม

            ชั่วพริบตาก็ถล่มร่างนั้นลอยละลิ่วปลิวตกสังเวียนท่ามกลางสายตานับคู่ไม่ถ้วน

            อึง!

            พลันนั้น บรรยากาศในหอจวินไหลพุ่งสูงจนถึงจุดเดือดเช่นที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเสียงตะโกนกึกก้องดังเกรียวกราว

            “ชนะหกครั้งรวด!”

            “สวยงาม ยินดีกับศิษย์พี่เฉินอวี้ที่ชนะหกครั้งรวดด้วย!”

            ...

            ได้ยินเสียงดีใจจากรอบด้านแล้วเหรินชงในเขตสำนักวายุจักรพรรดิก็เท้าคางหัวเราะเหลาะแหละด้วยสนอกสนใจ “ฮึๆสู้เล็กสู้น้อยมานานพอแล้ว คงได้ฤกษ์เสียที”

            เหรินชงเหลือบหางตามองฉู่เหินที่ตำแหน่งของสำนักดาราสวรรค์แววอำมหิตเฉียบขาดระบายเต็มใบหน้า

     

             …………………………

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน