“อวี๋เฉินอวี้!”
เห็นร่างระหงอรชรขึ้นสังเวียนสัประยุทธ์ไปแล้ว ทุกผู้ทุกนามก็ตาเป็นประกายศิษย์ชายของสำนักต่างๆ ชักเริ่มไม่มั่นคง
“คุณหนูอวี๋เฉินอวี้สู้เขา!”
“ศิษย์พี่อวี๋เฉินอวี้ พวกเราสนับสนุนท่านอยู่”
...
ต้องยอมรับว่าหนึ่งในหกมุกเม็ดงามแห่งนครหลวงอย่างอวี๋เฉินอวี้ชื่อเสียงโด่งดังเหนือสามัญเสียงกู่ร้องถึงได้ดังขึ้นจากทั่วทุกมุมสนาม
เย่โยวในเขตสำนักวายุจักรพรรดิขมวดคิ้วหลิวอย่างไม่อาจห้าม ดวงตาฉายแววแปลกไปเล็กน้อย
“คุณหนูเฉินอวี้ ยินดีที่ได้พบ”
เฮ่อเสี่ยนน้ำเสียงเยียบเย็นเด่นชัด สีหน้าเองก็มืดมัวคล้ำเขียวเมื่อครู่เขาอัดอั้นตันใจจากการต่อสู้กับมู่เฟิงเป็นอย่างมาก
อวี๋เฉินอวี้ขยับมือเล็กน้อย แสงขาวส่องสกาวแวบวาบแล้วกระบี่เล่มงามก็เผยโฉมในฝ่ามือหยกเรียวขาวตัวกระบี่ยาวกว่าสามฉื่อ ฝังเพชรวิจิตรสวยงาม อากาศธาตุบังเกิดเสียงสั่นไหวของโลหะมองปราดแรกก็รู้ว่ามิใช่ของธรรมดาสามัญ
“เริ่มเลยเถิด”
อวี๋เฉินอวี้เอื้อนเอ่ย ดวงหน้างดงามเรียบนิ่งไร้อารมณ์อันใด
เฮ่อเสี่ยนดวงตาวาวแววเยือกหนาวหลายส่วนรังสีปราณเฉียบคมระเบิดออกมาจากร่าง “คุณหนูเฉินอวี้ ขออภัยด้วย”
ฟ้าว!
สิ้นคำ เฮ่อเสี่ยนปรี่เข้าไปดุจสายลมแรงพลังหยวนแท้โหมกระพือลุกลามไปยังกระบี่คมในมือขวา มันส่องแสงสว่างไสวเจิดจรัสวับวาว
เฮ่อเสี่ยนบุกมาอย่างน่าครั่นคร้ามแต่อวี๋เฉินอวี้กลับยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน
ฝูงชนมากมายใต้สังเวียนฉงนสงสัย ในใจคิดว่าอวี๋เฉินอวี้เป็นอะไรไป
“นี่ คุณหนูเฉินอวี้ ท่านกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเลยอย่างนั้นหรือ?”
เฮ่อเสี่ยนหัวเราะเยาะ กระบี่คมปล่อยแสงประกายสีทองทิ่มแทงตาสลาตันแรงกล้าเย็นยะเยือก เงากระบี่เฉียบคมทะลุทะลวงอากาศธาตุจู่โจมใส่อวี๋เฉินอวี้
กระบี่รวดเร็วถึงขีดสุด เย็นเยียบและเฉียบคม!
กระนั้น ยามเฮ่อเสี่ยนอยู่ห่างจากอวี๋เฉินอวี้ไม่ถึงสิบเมตร แสงอ่อนโยนสีเขียวมรกตดั่งหยกก็ปรากฏเลือนรางจากในร่างอวี๋เฉินอวี้
อวี๋เฉินอวี้เพ่งดวงตาคู่งาม ริมฝีปากเผยอขึ้นตะโกนเพราะพริ้ง“เถาวัลย์วิญญาณพันธนาการ”
ตูม!
เศษหินกระจุยกระจาย กระเบื้องบนสังเวียนระเบิดแหลกลาญ พืชเถาวัลย์สีเขียวทะลวงขึ้นมาจากใต้ดินพันรอบข้อมือขวาของเฮ่อเสี่ยนไว้ว่องไวราวสายฟ้าฟาด
เคร้ง
พลานุภาพกระบี่ของเฮ่อเสี่ยนถูกยับยั้งในพริบตากระบี่คมในมือหยุดลงกลางอากาศทั้งอย่างนั้น
คมกระบี่กลืนกินแสงสว่างจรัสตาแต่กลับไม่อาจกล้ำกรายไปเบื้องหน้าได้เลย
“นี่มัน?”
“กายสัประยุทธ์รุกขชาติโบราณของคุณหนูเฉินอวี้หรือ?”
...
ผู้ชมใต้เวทีเบิกตากว้าง ต่างคนต่างตื่นตระหนก
เฮ่อเสี่ยนหน้าเปลี่ยนสีอย่างแรง เขารีบเปลี่ยนท่าบุก ส่งกระบี่คมไปมือซ้ายแทน
ทว่า อวี๋เฉินอวี้ไม่คิดจะให้โอกาสเขาได้โต้กลับ
ปึ้ง!
อวี๋เฉินอวี้หมุนกายฉับไว กายาอ่อนช้อยวาดเป็นองศาสวยสดงดงามกลางอากาศเตะใต้คางศัตรูเข้าอย่างจัง
เฮ่อเสี่ยนผู้ตั้งรับไม่ทันลอยละลิ่ว กลิ้งอยู่บนสังเวียนหลายตลบกว่าจะหยุดลงได้
การสัประยุทธ์ จบลงอย่างเงียบเชียบ!
ครั้นเห็นเฮ่อเสี่ยนนอนพังพาบลุกไม่ขึ้นแล้วเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มดุจฟ้าร้อง
“งดงาม ศิษย์น้องเฉินอวี้ฉกาจยิ่งนัก!”
“ไร้ที่ติ ฮ่าๆ”
...
ศิษย์ฟ้าประทานแห่งสำนักมหาหัสดียินดีปรีดาเป็นอันมากกระทั่งฉู่เหินแห่งสำนักดาราสวรรค์ยังอดประหลาดใจหลายส่วนไม่ได้ เทียบกันกับเมื่อสองเดือนก่อนแล้วอวี๋เฉินอวี้พลังก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก
แต่ก็ไม่ได้น่าแปลกใจอันใด นครหลวงกว้างใหญ่ล้วนอุดมด้วยปีศาจอัจฉริยะทุกรูปแบบ
“ว้าว ไม่นึกเลยว่าคุณหนูเฉินอวี้จะเก่งกล้าสามารถปานนี้เสี่ยวเฟิงเฟิงผู้นี้ตัดสินใจแล้ว ต่อแต่นี้ไปนางคือเป้าหมายอันดับหนึ่งในใจข้า”
“เฮ้อ ศิษย์พี่มู่เฟิง ท่านจะช่วยทำตัวปกติสักครู่จะได้ไหม?” หลี่ฮุยเย่ข้างกันถอนหายใจ
“เดี๋ยวเถอะ สุดหล่อเฟิงผู้นี้ไม่ปกติตรงไหน? พวกเจ้าสิไม่ปกติ”
...
เฮ่อเสี่ยนถูกศิษย์ใหม่สำนักจันทร์สกาวสองสามคนพยุงลงไปจากเวทีอย่างว่องไว
ไม่นานนัก บุรุษหนุ่มคนใหม่ก็ขึ้นสังเวียนประลองยุทธ์
“สำนักยมนาเขียว ฉางฮุย ขอศิษย์พี่เฉินอวี้โปรดชี้แนะด้วย!”
“เริ่มกันเถิด”
“ศิษย์พี่เฉินอวี้ระวังตัวด้วย!”
...
สังเวียนที่เพิ่งหยุดนิ่งได้ไม่นานเกิดการต่อกรแสนดุเดือดขึ้นอีกครา
กระบี่ในมืออวี๋เฉินอวี้เรืองแสงสีเขียวอ่อนโยน ประหนึ่งขุมพลังที่หยิบรับมาจากแก่นแห่งพฤกษาเพลงกระบี่ของอวี๋เฉินอวี้เหนือสามัญอยู่แล้วยามผนวกเข้ากับพลังกายสัประยุทธ์รุกขชาติโบราณอีกยิ่งถือไพ่เหนือกว่าทันตาเห็น
ปึ้ง!
เงากระบี่แกร่งกล้าฟาดฟันสังเวียน ฉางฮุยแห่งสำนักยมนาเขียวกระเด็นตกจากสังเวียนไป
ในเวลาไม่ถึงสิบนาที อวี๋เฉินอวี้ก็ได้ชัยชนะถึงสองครั้งสองครา
เรื่องฮึกเหิมนั้นของแน่ ไม่เพียงแต่ศิษย์สำนักมหาหัสดีเท่านั้นกระทั่งผู้สนับสนุนจากสำนักอื่นยังไม่วายกู่ร้องเอาชัยให้อวี๋เฉินอวี้
“สำนักเมเปิ้ลน้ำเงิน ซ่งซือ ขอศิษย์พี่อวี๋โปรดชี้แนะสักเล็กน้อย!”
...
เวลาไหลผ่านเลยไป
บรรยากาศทั้งหอจวินไหลคึกคักขึ้นทุกชั่วขณะจิตเสียงจากทั้งบนและใต้สังเวียนทวีความดังขึ้นไม่หยุด
ห้วงเวลาถัดจากนั้น อวี๋เฉินอวี้ทอแสงสุกใสโดยแท้จริง
ประลองยุทธ์ห้าครา ศิษย์ฟ้าประทานจากห้าสำนัก
ล้วนพ่ายแพ้ให้แก่อวี๋เฉินอวี้ทั้งสิ้น
ผู้คนมากมายเห็นกับตาตนเองว่าพลังของคู่ต่อสู้ของอวี๋เฉินอวี้ทุกคนนั้นเข้าระดับเชื่อมหยวนหมดแล้วมิหนำซ้ำยังต่อสู้กันสุดฤทธิ์สุดเดช ไม่มีผู้ใดกล้าประมาทเลินเล่อ
“ศิษย์พี่เฉินอวี้เลอเลิศจริงแท้!”
“ข้าได้ยินมาว่าหลังจากการทดสอบของสำนักมหาหัสดีเป็นต้นมาคุณหนูเฉินอวี้ก็ถูกกระตุ้นอย่างเข้นข้น ตลอดสองเดือนจากนั้นนางฝึกปรือเพลงกระบี่สามชั่วยามแทบทุกวัน”
“จริงหรือ นางถูกสิ่งใดกระตุ้นกัน?”
“นางเกือบถูกหมีพิโรธทำร้ายในการทดสอบ เป็นหนามยอกอกในใจนางมาโดยตลอด”
...
นอกจากเหรินชงสำนักวายุจักรพรรดิกับหยางอวี่ไท่ซูเสวี่ยโหรวสำนักยุทธจักรพรรดิ และคนกลุ่มน้อยไม่กี่คนที่สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนแล้วที่เหลือล้วนแล้วแต่ถอนใจด้วยตกตะลึง
“กระบี่สังหารวิญญาณไม้!”
สิ้นเสียงตะโกนเย็นเยียบ แสงกระบี่แกร่งกร้าวหาใดเทียบก็วาดไปเบื้องหน้าปานคลื่นสมุทร
ตูม!
รังสีปราณแกร่งกล้าสาดเทออกมาจากกายอวี๋เฉินอวี้ ปราณกระบี่ไพศาลกวาดล้างสังเวียนไปครึ่งค่อนพลานุภาพราวคลื่นคลั่งพุ่งจู่โจมชายหนุ่ม
ชั่วพริบตาก็ถล่มร่างนั้นลอยละลิ่วปลิวตกสังเวียนท่ามกลางสายตานับคู่ไม่ถ้วน
อึง!
พลันนั้น บรรยากาศในหอจวินไหลพุ่งสูงจนถึงจุดเดือดเช่นที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเสียงตะโกนกึกก้องดังเกรียวกราว
“ชนะหกครั้งรวด!”
“สวยงาม ยินดีกับศิษย์พี่เฉินอวี้ที่ชนะหกครั้งรวดด้วย!”
...
ได้ยินเสียงดีใจจากรอบด้านแล้วเหรินชงในเขตสำนักวายุจักรพรรดิก็เท้าคางหัวเราะเหลาะแหละด้วยสนอกสนใจ “ฮึๆสู้เล็กสู้น้อยมานานพอแล้ว คงได้ฤกษ์เสียที”
เหรินชงเหลือบหางตามองฉู่เหินที่ตำแหน่งของสำนักดาราสวรรค์แววอำมหิตเฉียบขาดระบายเต็มใบหน้า
…………………………